ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
37
แบบอักษร

ช่วงบ่าย ฝนหยุดตกท้องฟ้าเปิดมีเพียงแสงแดดอ่อน ๆ กำลังสบาย ยังไร้วี่แววว่าผู้ชายอารมณ์แปรปรวนจะกลับมา แต่มีผู้มาเยือนสาวสวยปรากฏตัวแทน หล่อนลงจากรถยนต์หรู แล้วก้าวขึ้นมาบนบ้านอย่างคุ้นเคย ในขณะที่เกวลินยืนถือไม้ถูบ้านมองค้างอยู่อย่าง งง ๆ  

“นี่เธอ ขอชาร้อนหน่อย” สาวสวยออกคำสั่งแต่แทบจะไม่ได้มองหน้าใครด้วยซ้ำ หล่อนเดินนวยนาดไปหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้พักผ่อนตัวโปรดของเจ้าของบ้าน 

หญิงสาวรูปร่างอวบอัด หน้าตาคมเข้ม แต่งหน้าแน่นเปรี๊ยะ นั่งวางมาดดั่งนางพญา แสดงว่ามีความสนิทสนมคุ้นเคยกับเจ้าของบ้านเป็นอย่างดี คงจะนึกว่าเกวลินเป็นแม่บ้านกระมัง ก็น่าที่จะให้หล่อนคิดอย่างนั้นหรอก ในเมื่อตลอดบ่ายหญิงสาวเอาแต่จัดครัว จัด บ้านจนหัวหูยุ่งเหยิงไปหมด ราศีสะใภ้หมื่นล้านเปล่งประกายไม่ออกเอาเสียเลย 

“ค่ะ...” เกวลินรับคำแล้วก็ไปจัดการชงชาร้อน นำมาให้หญิงสาวอย่างไม่เกี่ยงงอน พอดีกับที่เจ้าของบ้านตัวจริงกลับขึ้นมาพอดี 

“คุณวินขา มาถึงเร็วจังนะคะ ทีแรกมินนี่ คิดว่าจะต้องรอนานเสียแล้ว” หญิงสาวเจ้าของนามมินนี่ ลุกขึ้น พาเรือนร่างดั่งนาฬิกาทราย โผเข้าเกาะลำแขนแกร่งอย่างรวดเร็ว โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีทีท่าปฏิเสธ ยอมให้เจ้าหล่อนเกาะกระแซะ หน้าตาเฉย ทั้งที่เมียยืนหัวโด่อยู่แท้ ๆ .....ฮึ...เสน่ห์แรงจริงนะ ทูนหัวของบ่าว....เกวลินบ่นว่า ทำปากขมุบขมิบไปตามเรื่อง 

“เกว มานี่ก่อน” อนาวินเรียกหญิงสาวไว้ เมื่อหล่อนกำลังจะผละเข้าครัว 

“มินนี่ นี่เกวลิน ภรรยาผม ส่วนนี่คุณมินนี่ หลานสาวคุณชาญวิทย์ที่ปรึกษาด้านการเกษตรของผม” อนาวินแนะนำทั้งสองสาวให้รู้จักกัน ด้วยเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ  

“อะไรนะคะ ภรรยาของคุณวินเหรอคะ” หญิงสาวผงะ ปล่อยมือหลุดร่วงจากแขนของชายหนุ่มอย่างหมดแรง สายตาคมตวัดมองมาทางผู้หญิงที่ไม่ได้อยู่ในสายตาตั้งแต่แรกอย่างไม่พอใจ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติราวกับนักแสดงมืออาชีพ 

“สวัสดีค่ะคุณมินนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เกวลินอมยิ้ม ทักทายตามมารยาท อย่างน้อยคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีก็ยังให้เกียรติ เอาล่ะ...ครั้งนี้เกวลินจะยกโทษให้... 

“ต้องขอโทษที่เข้าใจผิด คิดว่าเป็นแม่บ้าน” มินนี่ยิ้มเหยียด แต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วย น่าโมโหผู้ชายตาต่ำ หล่อนหรืออุตส่าห์เล็งไว้ตั้งหลายปี คิดว่าจะมาตรฐานสูงส่ง ที่แท้....ฮึ..... 

“มินนี่ มีอะไรหรือเปล่าครับ พอดีตอนที่คุณโทรไป ผมกำลังจะกลับเข้าบ้านพอดี” เอ่ยถามเสียงสุภาพ อ่อนโยน 

“คุณปู่ให้มาเชิญคุณวิน ไปงานเลี้ยงวันเกิดของท่าน วันอาทิตย์หน้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยธุระด้วยเสียงอ่อน ริมฝีปากแย้มยิ้ม ช้อนมองชายหนุ่มตาหวานเยิ้ม  

เกวลินเห็นแล้วคันหัวใจยุบยิบ ยัยนี้กล้าทอดสะพานต่อหน้าเมียของเขาเลยหรือ ห๊า....ผู้หญิงอะไร ไม่เคยพบเคยเห็น 

“อ้อ..ครับผมกับเกวต้องไปแน่นอน”  

“ขอบคุณนะคะ ถ้าอย่างนั้น มินนี่กลับเลยดีกว่าค่ะ” ไม่ใช่ยอมแพ้ แต่ขอไปตั้งหลัก ไม่อยากสติแตกให้เสียภาพลักษณ์ต่อหน้าชายหนุ่มที่หมายตา 

 

อนาวินเดินไปส่งแขกสาวถึงรถ ก่อนจะเดินหน้าตาตึงกลับขึ้นบ้าน 

“ไปฟัดกับเจ้าสำลีมาหรือไง สภาพถึงได้เป็นแบบนี้” อนาวิน ถามพลางปรายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเดินผ่านหน้าเกวลินไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าระเบียงบ้าน 

“เปล่าสักหน่อย ฉันอยู่ว่าง ๆ ก็ทำงานบ้าน จัดครัวใหม่เห็นไหม ดูดีเชียว” หญิงสาวถือโอกาสอวดผลงานซะเลย อนาวินมองตาม ก็ไม่เห็นจะเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับว่าสะอาดสะอ้านมาก 

“อยู่เฉย ๆ ไม่เป็นสินะ” ใจอยากชม แต่ปากมันอดไม่ได้จริง ๆ น่าเตะปากตัวเองนัก 

“โอ้โห! นี่คุณหงุดหงิดฉันเรื่องอะไรไม่ทราบ ...หึ....อยากตามไปคุยกับคุณมินนี่ก็ไปสิ มานั่งฟาดงวงฟาดงาอยู่ทำไมเนี่ย” หญิงสาวส่งค้อนปะหลับปะเหลือก...เชอะ...คนใจแคบ...ใจเค็ม.... 

“มินนี่เกี่ยวอะไรด้วย”  

“ก็จะไปรู้ได้ยังไงเล่า ก็เห็นเรียกคุณวินคะ คุณวินขา” เกวลินลอยหน้าทำเสียงเล็กเสียงน้อย 

ชายหนุ่มอมยิ้ม งอนิ้วเคาะหน้าผากนูนไปหนึ่งที ด้วยความมันเขี้ยว  

“โอ๊ย...คุณนี่...ถ้าสมองฉันเสื่อมนะน่าดู ชอบเคาะนัก” มือบางคลำหน้าผากป้อย ๆ  

“อย่างคุณไม่เสื่อมหรอก มันฝ่อแต่แรกแล้ว”  

“คุณว่าฉันไม่มีสมองเหรอ...ห๊า” เกวลินชักเดือด 

“ไม่เอาน่าทำเป็นโมโหไปได้ ไปอาบน้ำแต่งตัวไป เดี๋ยวพาไปกินข้าวนอกบ้าน”  

“จริงดิ งั้นรอแป๊บ” เป็นอะไรที่หักมุมมาก แต่ก็ทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาชั่วพริบตา 

“ไหวหรือเปล่า ต้องให้อุ้มไปอาบน้ำไหม” อนาวินเอ่ยถาม ตามองไปที่แผลหลังเท้า 

“ไม่ต้องเลยคุณ สบายมาก... นั่งอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องตามเข้าไปเลยนะ” ไม่ใช่พ่อ ผู้หญิงแกร่งอย่าง เกวลินไม่อ้อนเด็ดขาด 

“นี่คุณ คิดเพ้อเจ้ออะไรอีก..... เผลอไม่ได้เลยนะ จินตนาการสูงเหลือเกินแม่คุณเอ้ย”  

“เรื่องของฉัน” เดินไปแล้วยังไม่วายหันมาเถียง 

ความคิดเห็น