แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร

หลังวันเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นกับมิสเตอร์ไซมอนพวกเราก็ต้องไปเลี้ยงฉลองกันที่ห้องอาหารหรูในโรงแรมแห่งหนึ่ง ผมเองก็ถูกเชิญไปด้วยทีแรกอยากปฏิเสธเพราะเดินเหินไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ด้วยอายุครรภ์ใกล้คลอด เดี๋ยวอาทิตย์หน้าไปหาหมอก็คงจะได้รู้ว่าต้องไปผ่าวันไหนแล้ว และคนที่ตื่นเต้นก็คงไม่พ้นสองพ่อลูกที่บอกว่าพร้อมลางานและอีกคนก็พร้อมลาโรงเรียนเพื่อไปโรงพยาบาลกับผมในอาทิตย์หน้า  

"อาหารอร่อยไหมครับ" ภาษาไทยสำเนียงบริติชถูกเอ่ยออกมาจากฝรั่งร่างหน้าผมสีทองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม 

"อร่อยครับ" 

อาหารวันนี้อร่อยมากแต่ก็รู้ตัวว่ากินเยอะไม่ค่อยได้ทำให้อึดอัดเลยกินไปแค่นิดเดียว คุณน่านฟ้าเองก็เหมือนจะรู้เลยพูดบอกมิสเตอร์ไซมอนให้กลัวเขาจะเสียน้ำใจที่อุตส่าห์เลือกร้านอาหารหรูแต่แขกไม่ประทับใจ  

"ถ้าอย่างนั้นคุณแสงเหนือลองทานของหวานดีไหมครับ" 

"ดีครับ" 

จากนั้นมิสเตอร์ไซมอนก็เรียกพนักงานเข้ามาสั่งของหวานให้เราทันที ของหวานที่นี่เป็นขนมหวานแบบฝรั่งที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร หน้าตาก็น่ากินดีแต่เสียดายอันเล็กไม่หน่อยผมกินยังไม่รู้รสชาติก็หมดไปเสียแล้วแย่จังอยากกินอีก แต่ก็เหมือนกับว่าคนข้างๆสามารถอ่านใจได้เมื่อนมอีกชิ้นถูกที่อยู่ในจานจองเขาถูกยกมาใส่จานของผม 

"กินเยอะๆ" 

"ขอบคุณครับ"  

ผมนั่งกินขนมเงียบๆให้คุณน่านฟ้ากับมิสเตอร์ไซมอนคุยธุระกันไปก่อน จวนช่วงสองสามทุ่มก็แยกย้ายกันกลับ ผมขึ้นรถได้โดยแอร์เย็นๆก็ง่วงขึ้นมาทันที ร่างสูงเข้าจอดข้างทางขยับเข้ามาปรับเบาะเอนให้พร้อมกับเอาผ้าห่มที่มีติดรถเสมอที่เบาะหลังมาคลุมตัวให้ผมด้วย  

“หนาวไหม?”  

“ไม่ครับ รีบกลับเถอะนี่ก็ใกล้เวลาลูกนอนแล้ว”  

นี่ก็เป็นเวลาที่สกายเข้านอนถึงแม้ว่าสกายจะนอนเองได้แต่ผมก็อยากจะส่งเขาเข้านอน เราถึงบ้านในช่วงสามทุ่มผมที่นอนหลับมาตลอดทางเจอแสงสว่างของไฟที่ซุ้มประตูหน้าบ้านก็ต้องหรี่ตาลง ผมกะพริบตาถี่ๆหลายครั้งเพื่อปรับสายตาก่อนลงจากรถเดินเข้าบ้าน  

 

 

 

วันนี้ถึงวันนัดตรวจครรภ์ตามที่นัดไว้ งานของคุณน่านฟ้าทุกอย่างถูกเลื่อน และถูกยกเลิกไปทั้งหมดเพราะเขาจะพาผมไปหาหมอส่วนเจ้าอ้วนรายนั้นไม่ได้ไปเพราะต้องไปเรียน ทีแรกก็งอแงไม่ยอมไปแต่ไม่รู้คุณน่านฟ้าไปคุยด้วยยังไงถึงยอมไปเรียนได้  

“คุณคุยอะไรกับลูกครับ ถึงยอมไปเรียนได้”  

“บอกว่าตอนเย็นจะพาไปเล่นบ้านบอล”  

“คิดไว้แล้วเชียว”  

ร่างสูงประคองผมเดินมาถึงทางเข้าบุรุษพยาบาลเข็นวิลแชร์มารับตอนแรกไม่อยากนั่งหรอกนะมันเขิน แต่คุณสามีข้างๆก็บอกว่านั่งเถอะท้องโตแล้วเดินลำบาก ผมก็เลยต้องยอมนั่งแล้วให้บุรุษพยาบาลเข็นไปยังหน้าห้องตรวจตามนัด  

หมอมุ่ยยิ้มกว้างเมื่อเห็นผมกับคุณน่านฟ้าเข้ามาเอ่ยทักทายอย่างกันเองและไม่ลืมที่จะถามถึงคุณพ่อและเจ้าอ้วนด้วย อายุ 7 เดือนที่ตอนนี้ท้องโตกลมใหญ่กว่าลูกแตงโมมานิดหน่อย หมอมุ่ยบอกว่ายัยหนูมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ในช่วงนี้ทารกจะเริ่มพัฒนาการรับรู้รสชาติ และสามารถจดจำรสชาติเหล่านั้นได้นอกจากนั้น เด็กในท้องยังเริ่มมีพัฒนาการของสมองที่ช่วยให้แยกแยะเสียงดนตรีหรือเสียงที่คุ้นเคยได้ รวมทั้งร่างกายก็จะเริ่มสะสมไขมันใต้ผิวหนัง เริ่มลืมตา หายใจได้เอง และไวต่อการกระตุ้น (พบแพทย์, 2563) แล้วหมอก็อธิบายวิธีการดูแลตัวเองให้ผมอีกด้วยก่อนที่จะทำการนัดวันคลอดให้เรียบร้อย ซึ่งกำหนดการคลอดของผมอยู่ที่สัปดาห์ที่ 38 ถ้าจำไม่ผิดเจ้าสกายก็น่าจะคลอดตอนอายุคลอดประมาณนี้เห็นจะได้ 

"คิดชื่อไว้หรือยังครับ" 

"ยังเลยครับ แต่ก็อยากได้ชื่อที่เกี่ยวกับท้องฟ้าอะไรทำนองแหละ คงน่ารักมาก" 

"งั้นผมให้นี่ไปด้วยดีกว่า" 

'คู่มือการตั้งชื่อสำหรับคุณแม่มือใหม่' นั่นคือชื่อหนังสือที่หมอมุ่ยให้ผมก่อนที่จะออกจากห้องตรวจตลอดทางผมก็นั่งเปิดดูชื่อของทารกที่มีทั้งหญิงและชายแบ่งหมวด เรียงตามพยัญชนะ  

"อ่านหนังสือบนรถเดี๋ยวก็เวียนหัว" 

"ตาลายเหมือนกันครับ" ผมเงยหน้าขึ้นตอบและเก็บมันใส่ในกระเป๋าผ้าของตัวเอง 

ตอนนี้เวลาเที่ยงวันแล้วเห็นจะได้ คุณน่านฟ้าบอกตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้วว่าจะพาแวะไปกินของอร่อยแต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ถึง ผมเองก็เริ่มจะหิวแล้วด้วย 

"อีกไกลไหมครับ ยัยหนูน่าจะหิวแล้วดิ้นใหญ่เลย" ผมแตะที่หน้าท้องตรงที่รู้สึกถึงแรงกระทุ้งเบาๆ  

คุณน่านฟ้าหันมายิ้มให้เล็กน้อยและหันกลับไปดูทางต่อ ไม่นานก็ถึงร้านอาหารที่ผมคิดว่าเขาต้องจองเอาไว้แน่ๆ เพราะดูจากลักษณะร้านแล้วคงเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากพอสมควร  

“สวัสดีค่ะ ได้จองโต๊ะไว้ไหมคะ”  

“น่านฟ้าครับ”  

“เชิญทางนี้ค่ะ วีไอพี5 ชั้นสองนะคะ”  

พนักงานต้อนรับหญิงอายุราวๆ 20 ตอนต้นเดินนำเราทั้งสองไปยังโต๊ะที่จองไว้ แม้ว่าทีแรกคุณน่านฟ้าอยากจะขอเปลี่ยนที่นั่งให้สะดวกสำหรับผม แต่ที่ข้างล่างก็เต็มหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องได้นั่งข้างบน แขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวผมประคองขึ้นบันไดอย่างรู้หน้าที่ เก้าอี้ไม้ทรงวินเทจสีขาวถูกเลื่อนออกมาเล็กน้อยผมก็เดินเข้าไปหย่อนตัวนั่งลงอย่างระมัดระวัง คุณน่านฟ้านั่งฝั่งตรงข้ามรับรายการอาหารมาเปิดดูก่อนที่สุดท้ายจะให้ผมเป็นคนสั่งเหมือนอย่างทุกครั้งที่ไปกินข้าวนอกบ้าน  

อาหารไทยสองสามอย่างกับของทานเล่นและข้าวสวยค่อยๆถูกนำมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ ส่วนใหญ่ผมเน้นไปที่อาหารที่คุยน่านฟ้าชอบ เขาทำงานเหนื่อยทุกวันมีเวลาพักก็น่าจะเอาใจเขาเสียหน่อย  

“กินเยอะๆนะครับ ของชอบคุณทั้งนั้น” ผมบอกและตักอาหารให้เขา  

“แล้วหนูไม่ชอบหรอครับ?”  

“ผมกินได้หมดนั่นแหละ”  

หลังจากกินข้าวกลางวันแล้วก็ตามด้วยของหวานอย่างสละลอยแก้วแสนชื่นใจ ผมชอบมาจริงๆนะหวานๆเย็นๆ แล้วผมก็สั่งกุ้งชุบแป้งทอด กับไข่เจียวกุ้งใส่กล่องกลับบ้านไปให้เจ้าอ้วนด้วยตัดปัญหาอาหารเย็นของลูกไปแม่บ้านจะได้ทำแค่ของผู้ใหญ่ก็พอ  

“ไปไหนต่อดีครับ”  

“อยากไปเดินดูของใช้เด็กครับ”  

“เอาสิ” 

ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆคือทางผ่านที่กลับบ้านอยู่แล้ว เราสองคนมุ่งหน้าไปที่แผนกสินค้าเด็กแรกเกิดคุณน่านฟ้าดูตื่นตาตื่นใจมากเห็นอะไรอีกอยากซื้อไปเสียหมด โดยเฉพาะพวกเสื้อผ้าเด็กเขาเดินไปหยิบชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีชมพูขึ้นมาแล้วบอกว่าจะซื้อให้ลูก แต่ผมก็ต้องห้ามไว้เพราะยัยหนูยังใส่ไม่ได้ซื้อมาไว้เยอะแหละก็ไม่รู้ว่าจะได้ใส่หรือเปล่าดังนั้นชุดนี้จึงตกไป ต่อมาคือพวกขวดนมและของใช้เด็กเล็กแต่ที่ต้องซื้อแน่ๆเลยมีผ้าอ้อม ดังนั้นเราเลยได้ผ้าอ้อมมาสองแพ็กและขวดนมอีกสองสามขวด 

"พอแล้วครับอันนี้ไม่จำเป็นเลย" 

"โอเคๆ" 

คุณน่านยอมหยุดซื้อตามที่ผมบอกแต่ก็ยังคงเดินไปที่แผนกอื่น ซึ่งก็คือแผนกเสื้อผ้าเด็กเห็นเขาเดินไปดูเสื้อผ้าเด็กผู้ชายทั้งเสื้อทั้งกางเกงสงสัยจะซื้อให้ลูกนั่นแหละ แต่ตอนนี้ผมเมื่อยขาแล้วเดินไม่ไหวขอนั่งก่อนแล้วกัน ผมเดินแยกไปนั่งที่เก้าอี้สำหรับลองรองเท้าที่อยู่ไม่ไกลจากแผนกเสื้อผ้าเด็ก แต่นั่งไปสักพักมือถือผมก็สั่นขึ้น 

"ฮัลโหลครับ โทรมาทำไมผมอยู่แผนกรองเท้าข้างๆนี่เอง" 

ผมวางสายหลังจากที่บอกตำแหน่งของตัวเองผมเห็นร่างสูงของสามีเดินมาด้วยรีบเร่งสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ผมเดินประคองท้องตัวเองไปหาเขาเช่นกัน 

"ทำไมอยู่ๆก็หายไปครับ พี่เป็นห่วงนะ" 

"โถ่...ผมแค่เมื่อยขาเองครับ"  

"แล้วก็ไม่บอกสักคำ พี่ห่วงนะครับ" 

"รู้แล้วครับ ผมขอโทษนะคราวหลังจะบอกตลอด" ผมช้อนสายตามองเขาเล็กน้อย รู้หรอกว่าเขาห่วงแต่บางครั้งผมก็ลืมจริงๆนี่นา "เลิกทำคิ้วผูกโบได้แล้วครับ"  

หมับ 

ผมถูกรั้งเข้าไปกอดทันทีใบหน้าหล่อซุกลงที่ซอกคอของผมแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก ผมยกแขนขึ้นกอดตอบพร้อมกับลูบหลังกว้างนั้นเบาๆอย่างปลอบโยน คนที่เดินผ่านตรงนั้นมาเห็นเรายืนกอดกันอยู่ก็ก้มหน้ารีบเดินหนีไปจนผมต้องรีบผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา 

"คนมองแล้วครับ" 

"เขินหรอ หน้าแดง"  

ผมเม้มปากก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาคนตัวสูงอย่างตรงๆ พวงแก้มทั้งสองข้างรู้สึกเห่อร้อนขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นปกปิดริ้วสีแดงที่ข้างแก้ม ผมเดินหนีออกไปก่อนไม่รออีกคนเลยสักนิดคุณน่านฟ้าจึงทำได้แค่เข็นรถเข็นตามหลังมาเท่านั้น หลังจากซื้อของแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องกลับบ้านเราทั้งสองไม่ได้เร่งรีบมากแม้ว่าการจราจรไม่ได้เอื้ออำนวยให้รีบก็ตาม  

เสียงเพลงสากลที่ผมจำได้ว่ามันคือเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่งดังขึ้นเบาๆระหว่างที่รถจอดติดไฟแดง ผมร้องคลอเบาๆอย่างอารมณ์ดีคุณน่านฟ้าเองก็เหมือนจะฮัมเพลงเบาๆตามในลำคอ มีร้องได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาคนเสียงเพี้ยน เราทั้งสองสลับกันร้องขึ้นเสียงสูงบ้างต่ำบ้างตามประสา มือก็ลูบหน้าท้องกลมๆของตนเองไปด้วยจนกระทั่งถึงบ้าน คุณน่านฟ้าเรียกให้แม่บ้านมาขนของลง 

"ซื้ออะไรมาเยอะแยะ" 

"คุณพ่อวันนี้ไปออกรอบหรอครับ" ผมถามเมื่อเห็นชายแก่ผมสีดอกเลาออกมาจากห้องทำงาน 

"ไม่หรอกเบื่อแล้ว แต่เดี๋ยวจะไปโต๊ะสนุ๊กสักหน่อย" คุณพ่อตอบ "แล้วนี่ซื้ออะไรมาล่ะ" 

"ของใช้เด็กอะพ่อ ซื้อมาไว้เพราะรู้วันคลอดแล้ว" 

สีหน้าคุณพ่อดีดูลิงโลดเหมือนหนุ่มๆเมื่อได้ยินว่ารู้วันคลอดหลานแล้ว ท่านเดินเข้ามาถามถึงรายละเอียดด้วยความสนใจ ผมเองก็ดีใจมากที่ท่านให้ความสำคัญแบบนี้ตอนนั้นที่คลอดเจ้าอ้วนคิดว่าได้รับความรักจากคนในครอบครัวก็พอแล้วแต่ครั้งนี้มันรู้สึกดีมากขึ้นไปอีกที่ได้รู้ว่าพ่อสามีก็ให้ความสำคัญกับผมเหมือนกัน 

"ขอบคุณนะครับคุณพ่อ" 

"ไม่เป็นไรยังไงหนูแสงก็เหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้ว พ่อดีใจนะที่หนูยอมให้อภัยลูกชายพ่อแล้วก็ให้โอกาสลูกชายของพ่อ" 

"เพราะคุณน่านเขาทำให้ผมเห็นมากกว่าครับ" ผมตอบแล้วมองคนข้างๆที่ยืนจับมือกันอยู่ 

"อืม...ต่อไปก็ดูแลกันดีๆอย่าปล่อยให้ใครต้องสู้ตัวคนเดียวอีกไหนๆก็ได้มาเจอกันแล้ว พ่อก็หวังแค่ว่าทั้งสองคนจะรักกันดูแลกันแบบนี้ตลอดไป" 

"ครับ" 

"พ่อไปก่อนนะ เราก็ดูแลเมียดีๆ" 

คุณพ่อตบบ่าคุณน่านฟ้าสองทางทีแล้วเดินไปที่รถซึ่งเปิดประตูรอแล้ว ผมกับคุณน่านฟ้ายืนส่งรถของคุณพ่อที่แล่นออกมาไป แขนแกร่งโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นโดยที่ไม่ต้องทำอะไรให้มากมายเพียงแค่มีกันและกันในทุกวัน ดูแลกันไปตลอดแบบนี้อย่างที่คุณพ่อบอกมันก็มีความสุขที่สุดสำหรับผมแล้วจริงๆ 

 

END 

 

จบแล้วอะทุกคนใจหายมาก TT ต่อไปเป็นtalk ค่อนข้างยาวจะไม่ขอให้อ่านแต่ถ้าอ่านได้ก็ดีค่ะ 

Ps. ตอนนี้กำลังปั่นตอนพิเศษซึ่งจะมาลงสปลอยแน่นอนค๊า สำหรับใครที่สนใจเล่มนิยายยังสั่งได้เรื่อยๆถึง 10 พ.ย. 63 นี้นะคะ เราขอแค่ยอดจอง 20 เป็นขั้นต่ำค่ะ แต่ถ้าไม่ถึงจริงๆหลังวันปิดพรีเราจะคืนเงินให้ทุกคนตามที่ทุกคนได้โอนมานะคะ 

ซึ่งตอนนี้ทุกท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่คือ >>ตรวจสอบชื่อจอง<< 

ส่วนคนที่สนใจซื้อสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ >>จองเล่ม<< 

 

Talk; 

ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาไม่ว่าจะตั้งแต่ตอนที่เปิดเรื่องนี้ใหม่ๆตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน หรือที่พึ่งจะมาติดตามกันตอนนี้ก็ตาม ขอบคุณที่คุณทุกคนที่ช่วยชี้แนะ แม้ว่าบางคนอาจจะใช้คำรุนแรงสักนิด จนแอบเอาไปนอยด์บ้าง แต่ก็ขอขอบคุณทุกคนจริงๆ เรื่องนี้เป็นอีกเครื่องที่เราค่อนข้างทุ่มเทให้กับมัน ตลอดเวลา 1 ปีที่รีไรท์เนื้อหามามักยากมากสำหรับคนที่ประสบการณ์ชีวิตไม่มากเหมือนคนอื่นๆ มันเป็นอะไรที่ท้าทาย สนุก และกดดันหลายๆอย่าง อีกทั้งสถานการณ์ในปัจจุบันที่คนอ่านเริ่มให้ความตระหนักในเรื่องต่างๆมากขึ้นทำให้เราต้องกลับมามองว่างานเรานั้นมันดีพอที่จะเผยแพร่สู้คนอื่นๆหรือเปล่า ซึ่งเรายอมรับนะคะว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างแย่เมื่อเทียบกับสิ่งที่หลายๆคนเคยอ่านหรืออยากให้เป็น ยังไงเสียเราก็ต้องขอโทษในบางอย่างที่เราสื่อออกมาด้วยมุมมองเพียงมุมมองเดียว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราค่อนข้างคิดมากกับการถูกวิจารณ์งาน เราเลยพยายามหาข้อมูลหรือเหตุผลต่างๆมารองรับการกระทำของตัวละครที่สร้างขึ้น จนบางครั้งเราคิดว่ามันดูยัดเยียดเกินไปหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรค่ะตอนนี้เราก็กำลังรีไรท์อีกรอบก่อนส่งพิสูจน์อักษร ระหว่างนี้เราก็จะลงเนื้อหาที่เรารีไรท์แก้ไปด้วย  

สุดท้ายขอโทษทุกคนกับจดหมายก่อนหน้านี้มันอาจจะทำให้ทุกคนไม่ค่อยสบายใจแต่เราเองก็ไม่สบายใจเช่นกัน ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยเราไม่อยากทำแบบนี้แต่เราไม่สามารถระบายเรื่องพวกนี้กับใครได้เลยเราหวังแค่ว่าจะมีสักคนที่ได้อ่านจดหมายของเราและเข้าใจเราบ้างก็เท่านั้น ขอโทษแล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆที่อยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ และหวังว่าจะคอยอยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้วก็ขอฝากเรื่องใหม่ที่พึ่งเปิดเรื่องไปด้วย คือ เรื่อง ตุรพีย์ กับอีกเรื่องแนวโอเมก้าเวิร์สผสมไซไฟที่เราค่อนข้างคิดว่ามันท้าทายมากๆกับพล๊อตการปฏิวัติของเหล่าโอเมก้า เรื่อง ไร้กลิ่นรัก ฝากไปกดติดตามกันด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น