Chimpanzee

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

ตอนที่ 33 [เรา เฮียและเบบี้ไลอ้อน]

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 [เรา เฮียและเบบี้ไลอ้อน]

คำค้น : หากต้องการได้ใจชายต้องคว้ากระเพาะเขาให้ได้ก่อน ,ทำอาหาร ,ออมเล็ต ,อังศุมาลิน ,นิยายวาย ,นิยายแฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 17:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 [เรา เฮียและเบบี้ไลอ้อน]
แบบอักษร

 

-(วันที่11/9/63)- 

 

เฮ้ย เดี๋ยวสิ! 

  

ออมเล็ตอยากจะเขกหัวตัวเองแรงๆนัก แล้วเราจะไปตกปากรับคำเขาทำไมเล่า ไข่ลูกเขยก็ไข่ลูกเขยบ้านเราไปเกี่ยวอะไรกับคุณสิงหไกรภพคนนี้ล่ะ แต่ เอิ่ม นาม ‘สิงหไกรภพ’ นี่… แหะๆ ดูจักรๆวงศ์ๆมากอยู่นะ ยุคจักรวาลดวงดาวนี่เขายังตั้งชื่อนี้ด้วยเหรอ? 

  

“ครับ แล้วคุณ ท่านสิงหไกรภพ เอ่อ ท่านพี่สิงห์มีอะไรหรือครับ” เนี่ยชื่อย๊าวยาวเรียกไม่สะดวกเลยงั้นออมเล็ตจึงขอตัดเรียกสั้นๆเลยละกัน อย่างไรอีกฝ่ายก็อนุญาตให้เรียกก็ไม่ถือว่าเสียมารยาท 

  

สิงหไกรภพเอ่ยสั้นๆเข้าจุดประสงค์รู้ทันที  “สิงโตขาว” 

  

“วีวี่!” ออมเล็ตฟังไม่ทันจบหมดเขาโพล่งเรียกชื่อเจ้าสิงโตขาวตัวน้อย ใบหน้าหวานไร้อารมณ์ก่อนหน้านี้แสดงออกชัดเจนเมื่อกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อย 

  

“วีวี่?” บุรุษร่างสูงชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกะพริบถี่ๆ ภายในใจเกิดระลอกคลื่นความรู้แปลกประหลาดยามได้ยินอังศุมาลินเรียกร่างสิงโตขาวด้วยชื่อนั้นอย่างสนิทสนม 

  

“ก็เจ้าตัวน้อยมีปลอกคอตัว V (วี) ครับ ชื่อวีวี่ก็น่ารักดี” ร่างบางตอบเสียงเบาท้ายๆ กลบความรู้สึกด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาหลุบต่ำพลางคิดว่าที่จริงเราไม่ควรไปตั้งชื่อให้สัตว์เลี้ยงของคนอื่นหรือเปล่า แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเรียกเจ้าตัวน้อยว่าอะไรนี่นา 

  

“คือเรา คือผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ ขอโทษที่ตั้งชื่อน้องนะครับ” 

  

เรียก ‘วีวี่’ สนิทสนมไม่พอยังมีเรียก ‘น้อง’ อีก? สิงหไกรภพถึงกับมุมปากกระตุกเชียว แค่ปลอกคอตัววีถึงกับเรียกว่าวีวี่เนี่ยนะ ทั้งเรียกแทนตัวสิ่งมีชีวิตอื่นว่าน้อง? คาดเดาความคิดคนบ้านนี้ไม่ได้เลยจริงๆ 

  

“วีวี่ น้องหลุดมาบ้านนี้ครับ” 

  

“ออมเล็ตเธอแทนตัวเองว่า ‘เรา’ กับ ‘เฮีย’ ละกัน พูดได้ตามสะดวกเลย” 

  

“…..” 

  

เรากับเฮีย.. ออมเล็ตว่าระหว่างเขากับบุรุษรูปงามคนนี้คล้ายจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องสักทีทั้งที่คุยภาษาเดียวกันแท้ๆ 

  

“ชื่อไวท์ เฮียตั้งชื่อเจ้าสิงโตขาวว่าเจ้าไวท์ แต่ถ้าน้องอังศ์จะเรียกว่าวีวี่ก็ได้” 

  

“ไหนๆก็เป็นสิงโตขาวสองหางงั้นจะมีชื่อสองชื่อก็คงไม่เป็นไรหรอก ชื่อจริงกับชื่อรองให้เรียกได้ทั้งสองชื่อเลยถือว่าเราสองคนช่วยกันตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยด้วยกัน” 

  

สิงหไกรภพยิ้ม… สิงโตขาวเป็นร่างเบบี้ไลอ้อนของเขาวัลดัส ออมเล็ตตั้งชื่อให้มันก็ถือเป็นเบบี้ของออมเล็ตกับเขา มันไม่แปลก 

  

แต่ออมเล็ตว่าแปลกโดยที่ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน เพราะเขาก็ตั้งชื่อให้เจ้าตัวน้อยจริงๆและชื่อวีวี่ก็น่ารักกว่าชื่อไวท์ เวลาเรียกวีวี่ดูนุ่มนิ่มน่ารัก ส่วนไวท์เวลาเรียกดูห้วนๆดุๆ น้องสิงโตได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ดุร้าย ฉะนั้นตั้งชื่อให้ดูน่ารักไว้ยังไงก็น่ากอดกว่าเยอะ 

  

“เธอคิดเหมือนเฮียหรือเปล่า” 

  

“เราคิดเหมือนกัน” ร่างเล็กนิ่งคิดก่อนพยักหน้าเห็นด้วยให้น้องสิงโตขาวมีชื่อจริงกับชื่อรอง อันหนึ่งชื่อเท่ๆอันหนึ่งชื่อน่ารักเหมาะสมมาก 

  

“ขอบคุณนะเฮียสิงห์” อังศุมาลินกล่าวขอบคุณทั้งรอยยิ้มตาหยีฉายให้ใบหน้าหวานล้ำเย็นชาดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น 

  

“ขอบคุณ” กล่าวขอบคุณเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง ภายในใจส่วนลึกของคุณชายสามมีความรู้สึก เขาพอใจกับชื่อวีวี่มาก เฮียสิงห์บุรุษตัวโตคนนี้คือเจ้าของเจ้าตัวน้อยอนุญาตให้เรียกและให้วีวี่เป็นชื่อรองของเจ้าตัวน้อยเขาก็ยินดีมาก คิดว่า ‘เฮียสิงห์’ ก็ไม่ใช่คนไม่ดีนะ 

  

ในปัจจุบันการจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมีเรื่องต้องทำตามขั้นตอนเยอะมากเพื่อให้สัตว์เหล่านี้มีเจ้าของที่ต้องการเลี้ยงเขาจริงๆและต้องเลี้ยงได้เลี้ยงรอดด้วย ซึ่งเจ้าของต้องมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างเคร่งครัด ฉะนั้นจึงมีแต่เจ้าของเท่านั้นแหละที่ตั้งชื่อให้สัตว์เลี้ยงได้ ออมเล็ตได้ตั้งชื่อรองให้เจ้าสิงโตขาวด้วย 

  

ท่านสิงห์มองรอยยิ้มของคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตาออกได้ ใบหูแดงระเรื่อค่อยๆเบนสายตามองทางอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ… คนงามย่อมงดงาม งามอย่างไม่ธรรมดา 

  

“เจ้าไวท์เป็นเบบี้ของเรา เบบี้ไลอ้อน” 

  

เบบี้ของเรา? 

  

เฮียสิงห์เขาว่าอย่างนั้นน่ะ เบบี้ไลอ้อน.. ออมเล็ตพยักหน้าเพราะคิดว่าวีวี่ก็เป็นเบบี้ไลอ้อนจริงๆนั่นแหละ ยืนคุยหน้าบ้านนานแล้วอาจจะเมื่อยเขาจึงเดินนำพร้อมกับผายมือเชิญท่านพี่สิงห์เข้าไปนั่งในห้องรับแขกเป็นมารยาทเจ้าบ้านที่ดี เราสองคนได้คุยเรื่องวีวี่เบบี้ไลอ้อนเลยพูดคุยกันไหลลื่นเพลินเลย 

  

สิงหไกรภพเดินตามร่างเล็กเข้าบ้านพิชิตไชยศรีได้อย่างง่ายๆ บนใบหน้าหล่อสมบูรณ์แบบฉาบฉวยด้วยรอยยิ้มคาดเดายาก นึกถึงเหล่าชายหนุ่มพิชิตไชยศรีคนนั้น เขาหัวเราะขำในลำคอพลางชวนอังศุมาลินคุย  “ไวท์ชอบหนีออกจากบ้าน” 

  

“น้องดูดื้อมากครับ” ออมเล็ตจำวันแรกที่เจอเจ้าสิงโตขาวได้ ที่แท้ก็เป็นสิงโตขาวตระกูลศรีไพบูลย์นี่เอง ไอ้ตัวเขาก็แอบๆโมเมอยู่นานว่าเป็นสิงโตขาวสัตว์เลี้ยงบ้านตัวเอง แอบเศร้านิดๆแฮะ 

  

“เบบี้ของเราดื้อมาก ถ้าให้ดีวานเธอช่วยสั่งสอนเขาและให้ความอ่อนโยนกับเขาหน่อยนะ” บุรุษร่างสูงกล่าวพลางนั่งลงโซฟาข้างคนร่างเล็ก คำกล่าวของสิงหไกรภพดูคล้ายไม่มีอะไรทว่าใครจะรู้นอกจากตัวเขาเอง เอื้อนเอ่ยราวกับฝากฝังให้ช่วยเลี้ยงปรึกษาให้ช่วยสั่งสอนเรื่องลูกชายตัวน้อยแสนดื้อซนอย่างไรอย่างนั้น 

  

พอพูดถึงเจ้าตัวเล็กคุณชายสามอังศุมาลินคล้ายหยุดคำพูดไม่ได้ ออมเล็ตพยักหน้ารับอีกเพราะเขาชอบสิงโตขาวขนปุกปุยจึงหวังดีอยากให้เจ้าตัวน้อยเป็นเด็กดีเด็กน่ารักไม่ดื้อไม่ซนและไม่ดุร้าย 

  

คิดไปเขาจึงนึกออกว่ายังมีอีกเรื่องต้องฟ้องผู้ปกครองหรือพ่อของเจ้าตัวดื้อนั่น  “จริงสิ น้องวีวี่ขโมยอาหารด้วยครับ!” 

  

“งั้นเหรอ เฮียจะชดใช้ให้นะ” เฮียสิงห์ขมวดคิ้วไม่รู้ว่าเขาควรทำหน้ายังไงดี น่าจะทำหน้าไม่ถูกมากกว่าเพราะตั้งแต่กาลเกิดมีร่างอวตารมาหลายร่างยังไม่เคยมีสักร่างมีเรื่องโดนฟ้องว่าขโมยอาหารหรืออะไรพรรค์นี้เลย 

  

“เราไม่เป็นไรไม่คิดถือโทษโกรธเคืองอะไร แต่จะปล่อยให้วีวี่ขโมยของคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะครับ ไม่ดี” อังศุมาลินปรับน้ำเสียงพูดเรื่องนี้จริงจังซึ่งเฮียสิงห์ก็พยักหน้าเห็นด้วย ในใจเขาติดใจนิดๆว่าดุเบบี้หรือลูกชายให้พ่อเขาฟังแบบนี้ไม่ใช่ว่าวีวี่จะพ่อโดนดุตามหลังหรือเปล่า ก็เราใจอ่อนให้เจ้าก้อนปุกปุยนี่นา 

  

ร่างเล็กเปลี่ยนเรื่องคุยหันมาเอ่ยถามเรื่องอื่นต่อ  “ว่าแต่ทำไมวันนี้ท่านพี่สิงห์ถึงได้มาที่นี่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าน้องสิงโตขาวอยู่ที่นี่” 

  

“ปลอกคอ” สิงหไกรภพตอบสั้นๆดวงตาคมกริบดุเหลือบมองบนความว่างเปล่าก่อนจะเบนสายตาไปอีกทางอย่างมีความหมาย 

  

ออมเล็ตเข้าใจว่าสัตว์เลี้ยงมีเจ้าของย่อมมีปลอกคอไอดีระบุตัวตนจากเจ้าของไว้ ทว่ามีอีกเรื่องคือ  “เฮียสิงห์คือน้องวี่ไม่อยู่ที่นี่แล้ว” 

  

ร่างเล็กพูดจบพลันไหล่ห่อเหี่ยว เขาตามหาเจ้าสิงโตขาวตัวน้อยทั่วทั้งบ้านแล้วไม่เจอแม้แต่เบาะแสเส้นขน ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กหนีออกจากบ้านไปไหนอีก นึกอยากถอนหายใจแต่ด้วยความหัวไวพลันคิดว่าเฮียสิงห์มาที่นี่ก็แปลว่า  “เอ๊ะ หรือว่าวีวี่ยังอยู่นี่เหรอครับ?” 

  

“อือ” สิงหไกรภพตอบอือในลำคอ ปฏิกิริยาเปลี่ยนไปจากท่าทางสบายๆดูเคร่งขรึมเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบฉายแววความดุ แบบดุๆยิ่งกว่าท่านพ่อจอมพลของอังศุมาลินอีก 

  

“…..” ดูนั่นสิ ดูรัศมีเฮียสิงห์มีความดุดันยิ่งกว่าท่านพ่อจอมพลของเขาอีกนะ เหงื่อตกเลย คนในโลกอนาคตยุคจักรวาลดวงดาวนี่ไม่ได้ฉีดยาเหรอ ดุ๊ดุกันเก่งเหลือเกิน ยกเว้นเหล่าคุณพ่อบ่านกับน้องจิงโจ้อ่ะ 

  

“เจ้าไวท์ดื้อ” 

  

เนี่ยดู เฮียเขาแค่พูดเสียงนิ่งๆเองแต่ออมเล็ตคิดว่าวันนี้ต้องมีใครไม่ใครโดนดุแน่ตีแน่ ดุแน่ๆตีแน่ๆ! 

  

พี่ไข่เจียวมองแล้วรู้สึกเสียวสันหลังวูบ สาบานว่าจะไม่ทำให้เฮียสิงห์โกรธเด็ดขาด ทั้งยังแอบๆหวั่นใจแทนและเป็นห่วงเจ้าสิงโตขาวตัวน้อยแล้วล่ะสิ… วีวี่พ่อเอ็งดุมากเลยว่ะ ดูทรงว่าพ่อดุขนาดนี้คือคงชอบหนีออกจากบ้านให้พ่อตามหาชัวร์ หรือไม่ก็เพราะพ่อดุนี่แหละเลยชอบหนีออกจากบ้าน เอิ่ม เรื่องในครอบครัวดุๆเราไม่อยากยุ่งเลยครับ 

แต่ว่า.. ด้วยความพ่ายแพ้ต่อเจ้าก้อนขาวปุกปุยอ่ะเนอะ ใจไม่อยากยุ่งแต่ปากเรานี่ไวมาก 

  

“ท่านพี่สิงห์ครับ” 

  

“ครับ” สิงหไกรภพผละออกจากความคิดคนเดียวพลางหันใบหน้าตามเสียงเรียกหวานฉ่ำของอังศุมาลิน ดวงตาคู่คมมองสบซึ้งกับคนร่างเล็กที่กำลังเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงไพเราะนัยความขอร้องปนออดอ้อนต่อเขา ใจอ่อนยวบลงเป็นเช่นไรก็เป็นเช่นนี้แล 

  

“ถ้าเจอน้อง.. ถ้าเจอเบบี้ก็อย่าเพิ่งดุน้องแรงหรืออย่าตีน้องเลยนะครับ อย่างไรก็ควรใจเย็นๆคุยกันก่อน วีวี่เป็นเด็กดีนะครับ” 

  

บุรุษร่างสูงถึงกับแอบถอนหายใจ ไหนเมื่อกี้บอกเจ้าสิงโตเป็นเด็กไม่ดี ทว่าพอเขาจะดุหน่อยกลับมาแก้ตัวแทนให้เจ้านั่นแล้ว นึกปวดหัวทันทีถ้าเบบี้ไลอ้อนมีแม่แบบนี้ไม่รู้จะเอาแต่ใจกับเขาขนาดไหนหรอก 

  

ในทางกลับกันในความคิดของคนร่างเล็กนั้นแทบอยากทึ้งหัวตัวเองอยู่รอมร่อ... ไอ้เจ้าไข่เจียวเอ๊ย เกิดมาตั้งนานนอกจากอาหารอร่อยกับทำงานก็ใช้ชีวิตอิสระมาตลอด ตอนนี้เหรอข้ามเวลามาอนาคตแป๊บเดียวดันมาตกเป็นทาสนายท่านสิงโตขาวซะได้ 

  

ซึ่งขณะที่นายออมเล็ตกำลังรู้สึกท้อแท้หลังการตกเป็นทาสสิงโตขาวโดยสมบูรณ์ภายในรูปลักษณ์ของคุณชายสามอังศุมาลินคนงามผู้ไร้ความรู้สึก หันกลับมาได้ยินเสียงสัตว์ร้องคุ้นหูพบกับเจ้าก้อนดื้อขนปุกปุยเดินอืดอาดเข้ามาจากทางไหนก็ไม่รู้ 

  

“หง๊าววว...” 

  

ออกมาได้แล้วหรือเจ้าร่างสิงโตขาวกับร่างขนนกขาวตัวแสบ เจ้าขนนกก็บังอาจเห็นดีเห็นงามหนีการตามของเรานะ… สิงหไกรภพยิ้ม นัยน์ตาลุ่มลึกเปล่งแสงอัญมณีวาบหนึ่ง 

  

  

หลังเจ้าสิงโตขาวสองหางปรากฏตัวคล้ายก่อเกิดบรรยากาศครึ้มๆมัวๆชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนออมเล็ตอยากจะกล่าวขอพักยกก่อนได้ไหม นั่นก็แค่ในความคิดเท่านั้น 

  

“…..” สิงหไกรภพแผ่รัศมีกดดัน 

  

“…” ไวท์ สิงโตขาวทำไม่รู้ไม่ชี้ 

  

อังศุมาลินมองสลับระหว่างทั้งสอง รู้สึกว่าหนึ่งคนกับหนึ่งไม่ใช่คนนี้แอบมีส่วนคล้ายคลึงกันนะ สมกับที่เป็นเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง สมกับที่พ่อลูกกันแหละ เขาเลี้ยงกันมาตั้งแต่แบเบาะเนอะ 

  

สิงโตขาวเดินมาจุ่มป๊กตรงหน้ามนุษย์ทั้งสอง นั่งนิ่งๆเฉยๆท่าทางไม่เชิดหยิ่งเช่นเคยแต่คงความสง่างาม จะเย่อหยิ่งต่อหน้าใครก็ต้องดูคนด้วยสินะ ดวงตากลมมองสบกับผู้ปกครองอย่างเดียว จะมีแอบช้อนดวงตาใสแวววาวชำเลืองมาทางนี้เพื่อปะกับออมเล็ตบ้าง เนี่ยใจอังอังอ่อนยวบยาบไปหมด 

  

“หง๊าว” 

  

“วีวี่” ออมเล็ตเรียกเจ้าตัวน้อยน้ำเสียงอ่อนโยน เขากวาดสายตามองตั้งแต่ใบหู ใบหน้าเล็กขนปุกปุยของสิงโตขาว ลำคอ เส้นขนสีขาวปุกปุยเนียนละเอียด ไล่เรียงมองตามลำตัวถึงอุ้งเท้าจรดพวงหางงดงามของนายท่าน โล่งใจนายท่านยังดูสบายดีมาก 

  

นายท่านสิงโตขาวเอียงใบหน้าขนปุกปุยมองมนุษย์ช่างดูละมุนไร้เดียงสานัก อังศุมาลินแทบลืมเรื่องหนีออกจากบ้าน ไปไม่บอกให้เขาตามหาจนทั่วบอก ก่อนหน้านี้ยังนั่งเสียใจมาก มาตอนนี้เจอแล้วกลับทำใจให้ดุไม่ลงเลย 

  

ท่านสิงหไกรภพถลึงตาใส่เจ้าร่างเบบี้ไลอ้อนไปทีหนึ่ง ขี้โกงนัก! 

  

ออมเล็ตไม่รู้ว่าน้องสิงโตขาวมีวีรกรรมอะไรบ้างงั้นให้เป็นหน้าที่เจ้าของตัวจริงเสียงจริงอย่างเฮียสิงห์พูดคุยกับเจ้าตัวน้อยละกัน สายสัมพันธ์เจ้าของกับสัตว์เลี้ยงยังไงก็เลี้ยงกันมาน่าจะคุยกันรู้เรื่องนะ 

  

“เธอ เฮียอยากคุยกับเจ้าไวท์ครับ” 

  

“ครับ” ก็ตามอย่างที่ออมเล็ตคิดเลยว่าคงมีเรื่องอยากดุสั่งสอนกันเองมากกว่า ในเมื่อตัวจริงเขามาตัวประกอบที่พักพิงชั่วคราวอย่างเราก็ควรถอย ฮึกๆ เจ็บแต่เป็นเรื่องจริง อ่า คิดตุ๊ตะไปนั่น 

  

ร่างเล็กกำลังลุกจะออกไปกลับชะงักกึก ใบหน้าหวานล้ำก่ำกึ่งเย็นชาฉายแววความตระหนก กะพริบตาปริบๆเหมือนเพิ่งคิดได้ว่ามันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง… จุดที่เขาพาผู้ชายแปลกหน้าเข้าบ้าน บ้าเอ๊ย! 

  

“เฮียสิงห์” ออมเล็ตเหมือนคนลืมประเด็นสำคัญแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ มองสำรวจเค้าโครงใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบของบุรุษผู้นี้คือไม่เข้าเค้าคล้ายน้องจิงโจ้เลยนี่หว่า ไอ้เจ้าไข่เจียวเอ๊ยมะเหงกเลยนิ! 

  

“ ? ” ทั้งคนทั้งสัตว์มองมนุษย์ร่างเล็กเดี๋ยวทำหน้าแบบนั้นเดี๋ยวทำหน้านี้งงๆ มนุษย์นี้ร้อยอารมณ์เข้าใจยากจริงๆ และยิ่งคาดเดาไม่ได้กับมนุษย์อย่างอังศุมาลิน 

  

“คือ เอ่อ เฮียหน้าไม่ค่อยเหมือนน้องจิงโจ้” ออมเล็ตไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไง นี่เป็นครั้งแรกในร่างคุณชายสามอังศุมาลินที่เขาหลุดคีพลุคขนาดนี้! 

ออมเล็ตเด๋อด๋าเหลอลาทำตัวไม่ถูก ดันปล่อยไก่ต่อหน้าคนหล่อด้วยสิ โห้ย เอาไงดีล่ะ?! 

  

ทางชายหนุ่มร่างสูงนั้นเพียงอังศุมาลินเอ่ยแค่นั้นเขาก็เข้าใจทันที มองสบตากับเจ้าไวท์แอบนึกขำกันในความนึกคิดเดียวกัน นั่งคุยด้วยกันมาตั้งนานเพิ่งจะมาระแวงเอาป่านนี้เนี่ยนะ คาดเดาคนบ้านนี้ไม่ได้จริงๆ 

  

ติ้ดติ้ด— 

  

สิงหไกรภพสั่งการไลท์เบรนเปิดข้อมูลไอดีของตนเท่าที่สามารถเปิดเผยได้เพื่อยืนยันว่าเขาไม่ใช่คนร้ายและเป็นตัวจริงด้วยพร้อมทั้งเปิดใบอนุญาตการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสิงโตขาว  “เธอเปิดไลท์เบรนของตัวเองขึ้นมาสแกน” 

  

ออมเล็ตยิ้มเล็กน้อยแก้เก้อแล้วทำตาม ใบหน้าอ่อนหวานเคยไร้ความรู้สึกฉาบฉวยแววเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในใจพลันคิดว่า… อีกแล้วสิ คุณชายสามอังศุมาลินมีปฏิกิริยาที่หลุดคีพลุคไปเองกับวีวี่ไม่พอยังมีคุณพี่ท่านสิงห์นี้ด้วย น่าสงสัยนะเนี่ย 

  

ถึงในใจร่างเล็กจะคิดอย่างไรภายนอกก็ทำสิ่งที่ควรทำ ยกไลท์เบรนของตัวเองมาสแกนไอดีของคนตรงหน้า นี่เป็นฟังชั่นหนึ่งที่มีในตัวเครื่องไลท์เบรนคือสแกนบุคคล บุคคลจริงเท็จหลอกลวงชัดเจน เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะป้องกันได้เต็มสินส่วนไหม เอาเป็นโปรดเชื่อในนวัตกรรมโลกอนาคตยุคจักรวาลดวงดาวและขอเชื่อไปก่อนให้สบายใจหน่อยละกัน   

  

ยืนยันว่าแม้หน้าตาไม่คล้ายน้องจิงโจแต่เป็นท่านสิงหไกรภพ ศรีไพบูลย์ตัวจริง ร่างเล็กเขินอายจนใบหน้าแดงก่ำหันมากล่าวกับชายหนุ่มร่างสูง  “เรียบร้อยครับ” 

  

“เป็นยังไง” สิงหไกรภพยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้า ดวงตาคมกริบไม่ละสายตาจากใบหน้างดงามแดงก่ำฉายแววความรู้สึกชัดเจนของอังศุมาลิน 

  

“เป็นตัวจริงครับ” 

  

บุรุษร่างสูงมองใบหน้าหวานงดงามซับสีระเรื่อกับท่าทางเป็นธรรมชาติชวนให้น่าหลงใหลยิ่งนัก ร่างเล็กปลดปล่อยเสน่ห์อย่างร้ายกาจอีกแล้ว หวนคิดถึงความทรงแสนตราตรึงใจในความคิดร่างวัลดัสรู้สึกหวานล้ำทั้งเจือขมขื่น 

  

ท่านสิงห์พยักหน้าเชื่องช้าทั้งยังไม่ลืมเอ่ยเตือนร่างบอบบางต่อด้วย  “ถึงจะเป็นคฤหาสน์ตระกูลพิชิตไชยศรีถ้าอยู่บ้านคนเดียวก็ต้องระวังตัว คราวหน้าคราวหลังอย่าให้คนเข้าบ้านง่ายๆแบบนี้อีกเข้าใจไหมครับน้องอังศ์” 

  

อังศุมาลินพยักหน้าหงึกหงักอย่างเชื่อฟัง สิงหไกรภพเห็นคนตรงหน้าเชื่อฟังก็ค่อยอารมณ์ดี เจ้าไวท์สิงโตขาวมีสีหน้าว่างเปล่ายามเงี่ยหูฟังมนุษย์ทั้งสองคุยกัน ก่อนจะหยุดสายตาที่ร่างอวตารบุรุษรูปงาม… คนคนนี้คือผู้ที่ล่อลวงอังศ์จนได้เข้าบ้านพิชิตไชยศรีมาง่ายๆยังมีหน้ามาสอนอังศ์อีกเหรอ? 

  

ออมเล็ตลุกออกไปให้เฮียสิงห์ได้พูดคุยกับเจ้าตัวน้อย เนื่องจากก่อนหน้านี้เฮียไม่รับปากว่าจะไม่ดุไม่ตีเจ้าตัวเล็กรุนแรงเขาจึงเอ่ยทิ้งท้ายไว้สักหน่อย  “เฮียสิงห์ก็ดุวีวี่เบาๆหน่อยนะครับ” ดุน้องเบาๆหน่อยนะพ่อเจ้าวีวี่ก็ตัวแค่นี้เอง 

  

“ครับ” 

  

เฮียสิงห์ตอบตกลงแต่ออมเล็ตว่าเฮียต้องดุเจ้าตัวน้อยแน่ๆ เขาเองก็ไม่กล้าขัด ดูทรงว่าเฮียสิงห์คงดุจริงๆเพราะต่อหน้าเฮียน้องสิงโตขาวดูเลิกดื้อเลยแฮะ งั้นเอาเป็นว่าให้เฮียดุสั่งสอนน้องก่อนเดี๋ยวเขาไปทำของอร่อยๆมาปลอบใจแทนละกัน 

  

“ไวท์” 

  

เฮียสิงห์เรียกชื่อสิงโตขาว เนี่ยดูขนาดแค่เรียกเจ้าตัวเล็กยังเสียงดุขนาดนี้แล้วมารับปากเขาว่าจะไม่ดุน้องแรง เฮ้ย วีวี่ทำไมพ่อเอ็งดุจังวะ 

  

คุณชายสามอังศุมาลินมองภาพนี้อย่างคุ้นตา รู้สึกคุ้นเคยมากกระทั่งเผลอแสดงความสนิทสนมกับท่านพี่สิงหไกรภพคนนี้ไปโดยทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว ดวงตาสีทองเข้มหลุบต่ำครุ่นคิด ทว่าใครจะรู้ว่าที่จริงเขาคิดอะไรอยู่กันแน่… ดูเฮียสิงห์กับเจ้าไวท์คล้ายกันจริงๆ ราวกับถอดแบบกันมาอย่างนั้น 

  

ร่างบางหันหลังจากไป ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึกขัดกับริมฝีปากกระจับได้รูปกำลังยกยิ้มบางเบา ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านในใจเจือเศร้าสร้อย 

  

  

  

เมื่อห้องรับแขกเหลือเพียงสิงหไกรภพกับสิงโตขาวสองหาง ขนนกขาวบริสุทธิ์แอบปีนไปหลบอยู่หลังใบหูของไวท์ บรรยากาศผ่อนคลายก่อนหน้าเปลี่ยนเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนหนาวเหน็บหัวใจ ดุดัน และแข็งแกร่ง 

  

“ไวท์” 

  

บุรุษร่างแกร่งขยับกายเหยียดตรง ความพยายามอดทนอดกลั้นตลอดมาของสิงหไกรภพปะทุ ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบมีรอยยิ้มชวนให้น่าเข้าหาสนิทสนมต่อร่างบางขณะนี้เหลือเพียงความน่ากลัวเกรง น้ำเสียงดุเย็นเยียบเอ่ย  “นี่มันใช่เวลาหรือไม่” 

  

“เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ และเราเองก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่” 

  

“วัลดัสกำลังแย่ฉันควรอยู่เพื่อพิทักษ์เขาแต่เพราะเจ้าทำเรื่องวุ่นวายใหญ่โต” 

  

“รู้หรือไม่ว่าหากวัลดัสไม่สามารถแยกร่างอวตารครบและรวมร่างอวตารเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จจะเกิดอะไรขึ้น” 

  

“เราห้ามไม่ให้เจ้าใช้พลังไม่ใช่หรือแล้วเหตุใดยังไม่ฟังอีก ก่อนจะได้อังศุมาลินมาครอบครองพวกเราทั้งหมดคงได้หายไปจากจักรวาลนี้ก่อนแล้ว” 

  

“ยังมีเรื่องขนนกอีกเจ้าสร้างมันขึ้นมาทำไม เราบอกว่า…” 

  

‘สิงห์อย่าดุ’ สิงโตขาวขอร้องนะ คำดุต่างๆนานาไหลออกมาราวกับเปิดวาล์วก๊อกทำเอาเจ้าไวท์ร่างเบบี้ไลอ้อนหูลู่หางตกหงอแนบพื้นทันที 

  

‘สิงห์อย่าดุนักสิ’ ขนนกขาวก็ขอร้องนะ ฟังต่อไม่ไหวแล้ว ปกติร่างสิงหไกรภพก็นิ่งๆน่ากลัวพอตอนนี้ยิ่งดุยิ่งรัศมีกดดันยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก ร่างขนนกสั่นกลัวจนเส้นขนขาวบริสุทธิ์แทบจะหลุดร่วงหมดละเนี่ย 

  

สิงหไกรภพถลึงตาดุดันพร้อมตะคอกเสียงดัง ลืมตัวปลดปล่อยรัศมีพลังกดดันจึงทำให้เสียงนั้นดังก้องหลายครั้งในบริเวณ 

  

“ยังไม่รู้จักสำนึก!!” 

  

  

ออมเล็ตอยู่อีกโซนเป็นห้องนั่งเล่นถึงกับสะดุ้งแรงหลังได้ยินเสียงดุห้วนจัดของเฮียสิงห์ทำเอากดดันกึ่งกลัวเกรงต่ออีกฝ่ายมาก ขวัญเกือบหล่นหายได้แต่กลั้นหายใจ ดวงตาสีทองกะพริบปริบๆ แล้วไหนเฮียรับปากว่าจะไม่ดุแรงไง .. ขอโทษที่บอกว่าพ่อวีวี่ดุ เพราะจริงๆพ่อไอ้วี่แม่งโคตรดุมากเลยเว้ย! 

  

  

ส่วนทางนี้ถูกดุแรงไม่พอยังถูกกระทำโดนรัศมีกดดันมากดทับจนอึดอัดหน่วงทั่วทั้งร่าง คราวนี้ท่านสิงโตขาวอดรนทนไม่ไหว สะบัดสาดรัศมีน้อยๆคืนบ้าง เรียวหางยาวทั้งสองส่ายไปมาแรง อุ้งเท้าสิงโตน้อยลุกขึ้นมาพร้อมพองขนชันก่อนเอ่ยตอบโต้ท่านสิงหไกรภพ  ‘ หง๊าว! - ร่างคนโตยังไม่ดุเราเลยนะ’ 

  

“เขาจะดุยังไงในเมื่อเขาก็ต้องการอังศ์เหมือนกัน” 

  

“การต้องการได้ แต่เวลานี้ยังไม่ได้” 

  

คำตอบกลับของสิงห์คือความจริงทำเอาใครก็โต้ตอบกลับไม่ได้จริงๆ 

  

‘เราทำอะไรผิดเล่า’ เจ้าสิงโตขาวที่ดุดันขึ้นก่อนหน้านี้แฟบลงเหลือตัวนิดหน่อย ใบหน้าขนปุกปุยหงอหงอย หูสองข้างลู่ลง พวงหางตกขยับมาพันรอบให้กอดร่างเบบี้ไลอ้อนตัวเอง 

  

‘สิงห์นี่ก็เป็นความต้องการของวัลดัสเหมือนกันนี่’ 

  

ร่างเบบี้ไลอ้อนคือร่างอวตารที่มีสำนึกคิดคล้ายเด็กน้อยที่สุด สิงหไกรภพจึงพยายามใจเย็นลงคิดถึงอย่างไรเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เขาคลายและลบรัศมีพลังกดดันออกหมด 

  

“เจ้ามีความผิดและต้องกลับไปกับเรา” สิงห์สรุปจบสั้นๆได้ใจความ หยวนๆให้แค่นี้ก็นับว่าใจดีให้แล้ว หากเป็นคนอื่นคงจับโยนใส่กรงลากกลับ ยิ่งเขารู้แต่แรกว่าไวท์ไม่ได้หลบลีโอนาร์ทหรอกแต่ไม่อยากกลับไปกับเขามากกว่า 

  

พอนึกถึงตรงนี้เขาคิดว่าวัลดัสก็อาจจะแอบให้ความช่วยเหลือเจ้าร่างอวตารตัวปัญหานี่ด้วยกระมัง ช่วยแอบกันดีนักตอนมีปัญหาตนเองก็ขยับตัวไม่ได้ สุดท้ายเขาต้องเป็นคนตามเก็บอยู่ดี 

  

“กลับกับเรา” 

  

พอสิงห์พูดว่าต้องกลับไป เจ้าไวท์พลันทั้งหงอยทั้งเศร้าสร้อยไม่เก็บอาการไม่เก็บงำความคิดอีก  ‘เรารู้นะ รู้ว่าเขากำลังแย่และเขากำลังจะค่อยๆ… ตาย’ 

  

‘เราอยากอยู่กับอังศ์ก็เป็นความต้องการของร่างคนโตเหมือนกัน’ 

  

‘วัลดัสมาหาอังศ์ไม่ได้ ก็ควรให้เราที่เป็นร่างอวตารของวัลดัสมา หรือไม่ก็พาอังศ์ไปหาเขา’ 

  

‘เราเป็นคู่ชะตากันไม่ใช่หรือ’ 

  

“เฮ้อ” สิงห์ถอนหายใจใบหน้าไร้อารมณ์ เบบี้ก็คือเบบี้ ไวท์ไม่เข้าใจถึงเรื่องราวเหล่านั้นและไม่ใช่สิ่งที่เขาจะพูดให้ร่างอวตารทุกร่างเข้าใจ พวกเขาต้องเข้าใจด้วยตนเอง.. ซึ่งกว่าจะรวมกันได้จักรวาลไม่ล่วงพ้นไปอีกหลายล้านปีหรือไงมีตั้งมากมายขนาดนั้น 

  

“เรื่องราวของเรามีมากกว่านั้น อังศ์อยู่ที่นี่ดีแล้ว เขา… เขาเพิ่งกลับมา พลังของเขายังไม่ตื่น” 

  

“เราต้องปล่อยเขาไป” สิงห์เอ่ยทั้งฝืนใจเช่นเดียวกัน  “หมายถึงเราปล่อยเขาไปก่อน” 

  

ไวท์เบบี้ไลอ้อนไม่เข้าใจเริ่มงอแงกับคนโต  ‘วัลดัสก็เพิ่งกลับมา ทำไมมีเพียงเขาที่ต้องใกล้จะตายอย่างนั้นล่ะ!’ 

  

 

กระทำเรื่องที่ฝืนกฎเกณฑ์ธรรมชาติย่อมต้องมีราคาที่ต้องจ่าย 

  

‘พอได้แล้ว’ 

  

ร่างคนโต! 

  

‘สิงห์ก็อยู่กับไวท์และขนนกที่นั่นเถอะ เรื่องแยกและรวมร่างอวตารทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ยังมีอับบาสอยู่ เราจะไม่มีวันดับสูญจนกว่าจะสมบูรณ์และได้เคียงข้างเป็นนิจนิรันดร์พร้อมอังศุมาลิน รอเมื่อถึงวันที่พลังของเขาตื่นความทรงจำหวนคืนค่อยพาเขากลับมา คู่โชคชะตาของเรา’ 

  

ใครหน้าไหนก็หยุดเราไม่ได้ 

  

  

พักเรื่องที่ต้องให้คิดหนักลงก่อนมาเติมรสชาติให้ชีวิตด้วยอาหารรสเลิศกันเถอะ! 

  

“เฮียสิงห์ เฮียอย่าดุเบเบี้นักเลยนะครับ พักก่อนแล้วมากินอาหารอร่อยๆด้วยกันดีกว่า… นี่เราเข้าครัวทำเองเลยนะ!” 

  

พี่ไข่เจียวมาช่วยชีวิตเธอแล้ววีวี่ ฉะนั้นมาให้รางวัลเราด้วยการยกคุณพวงหางนุ่มนิ่มให้เราลูบคลำซะดีๆ 

 

 

 

-----------------------------  

Talk > ยินดีตอนรับการกลับมาของเนื้อเรื่องหลักในที่สุดไรท์แต่งตอนแรกออกมาได้แล้ว ว่ะฮ่ะฮ่าๆ  

 

เรา เฮียและเบบี้ไลอ้อน ก็ฟีลพ่อแม่ลูกแหละแก 

แอบมีความหวานความฟินปนความหมั่นไส้เฮียสิงห์นิดๆ ตกลงเฮียจะยังไงจะคีพลุคคนหล่อร้าย คนดุ คนคูลหรือคนใจบางต่อน้องค่าาา น้องอังศ์เหมือนโดนเฮียล่อลวงอย่างเนียนๆอ่ะ(คึคึ) วีวี่ขนนกเจ้าต้าวน่ารักกก ตบท้ายด้วยฮาๆนิดๆเดี๋ยวคิดมากไป 

ในภาค2นี้ก็จะพยายามเข้มข้นขึ้นนน ถ้าสังเกตอีกนิดก็พบกับบรรยากาศแบบเทาๆมัวๆปนขมหน่อย ปะปนเคล้ากันไปไม่หนักมากเพราะยังยืนยันว่าฟีลกู๊ด(5555+) 

ตอนนี้ไม่มีเมนูใหม่ ส่วนตอนหน้าฟีลแบบเรา เฮียและเบบี้ไลอ้อน เขายังอยู่ด้วยกันแหละ   

ปล. ไรท์ไม่แน่ใจว่าแต่งตอนนี้อ่านแล้วติดขัดไหมคะ เพราะไม่ได้แต่งเนื้อเรื่องตอนหลักมานาน กลัวมีหลุดคาร์แรคเตอร์ของอังศ์ไปหรือตัวละคร ถ้าอ่านแล้วแปลกๆยังไงบอกไรท์ด้วยนะคะ ไรท์จะได้แก้ไข ขอบคุณค่ะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าน้า บ๊ายบาย :> 

 

 

ความคิดเห็น