akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาค 2 : บทที่ 1 พันธะวิญญาณ

ชื่อตอน : ภาค 2 : บทที่ 1 พันธะวิญญาณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69.1k

ความคิดเห็น : 163

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2559 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 2 : บทที่ 1 พันธะวิญญาณ
แบบอักษร

1

พันธะวิญญาณ

 

 

          ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เบื้องหลังของเขาคือโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มถือเครื่องมือสื่อสารราคาแพงแนบกับใบหู ดวงตาคมกริบนั้นหรี่ลงเพียงเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงจากคู่สนทนา

          “อย่างนั้นเหรอครับ

          น้ำเสียงนั้นแม้จะเย็นชาสักเพียงใด แต่ก็แอบซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ แต่คนฟังก็ยังจับความรู้สึกนั้นได้ไม่ทัน

          “ครับเอาเป็นว่า  ถ้าเสร็จธุระที่นี่แล้วผมจะรีบกลับไปครับ”

          เขาบอกกับปลายสายราวกับคนใจเย็น พอกดวางสายแล้ว ชายหนุ่มก็วางโทรศัพท์ราคาแพงลงบนโต๊ะ

          ก๊อกๆๆ

          เสียงเคาะประตู ไม่ได้ทำให้คนที่เป็นเจ้าของห้องหันไปมอง แต่คนเคาะก็รู้ดีว่าพี่ชายตัวสูงของเธอเป็นอย่างไร

          “เข้ามาสิ”

          พอลรู้ว่าคนที่เคาะคือน้องสาว ไอรีนดันประตูเข้าไปในห้อง เวลาในตอนนี้เป็นช่วงเย็น พระอาทิตย์ที่เคยสาดแสงสว่างเริ่มจะเลือนหายตกจากขอบฟ้า

          “มีอะไร?

          เขาไม่ได้รอให้น้องสาวเอ่ย ชายหนุ่มก็ชิงถามอออกไปก่อน ไอรีนคลี่ยิ้มอย่างน่ารัก

          “ไอมาตามพี่พอลลงไปทานมื้อเย็นค่ะ”

          “อืม เดี๋ยวพี่ตามไป”

          พอเห็นพี่ชายตกปากรับคำ เธอก็หมุนกายจะเดินออกจากห้อง

          “ไอรีน”

          “คะ?

          เธอหันกลับมามองพี่ชาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เมื่อได้ฟังคำกล่าวของพี่ชาย เธอก็ยิ่งตกใจมากกว่า

          “บอกคนให้เตรียมรถ พรุ่งนี้พี่จะไปบ้านคุณเสือ”

 

-------+++++-------

 

          แม้จะไม่อยากเชื่อ แต่ไอรีนก็ไม่คิดว่าพี่ชายของเธอนั้นโกหก หญิงสาวนั่งคิดไม่หยุดว่าเหตุใดพอลถึงได้เปลี่ยนใจจะไปช่วยพยัคฆ์ที่กำลังอยู่ในร่างของเสือโคร่งให้กลับมาเป็นมนุษย์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มก็ดูจะไม่ยอมช่วยเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคิด     ไอรีนก็ยิ่งไม่เข้าใจ  

          “พี่พอลคะ”

          ความสงสัย ไม่อาจจะหยุดยั้งได้ เธอถามออกไป พร้อมกับใบหน้าที่อยากรู้คำตอบ พอลหันไปมองน้องสาว ในขณะนี้ทั้งเขาและเธอ ต่างอยู่ในรถตู้ที่กำลังเคลื่อนที่ตรงไปยังบ้านของพยัคฆ์

          “มีอะไร?

          พี่ชายของเธอยังคงความน่ากลัวเอาไว้ แม้จะอยู่กับน้องสาวร่วมสายเลือดก็ตามที ไอรีนเม้มปากอย่างชั่งใจ ตัดสินใจว่าควรจะถามออกไปดีหรือเปล่า

          “พี่พอลจะไปช่วยพี่เสือจริงๆเหรอคะ?

          พอลเงียบไปเพียงครู่ ราวกับเขาไม่ได้ฟัง แต่สุดท้ายเขาก็เอ่ยตอบไอรีน ราวกับอยากตัดข้อสงสัยของหญิงสาว

          “ถ้าไม่ช่วย ก็คงไม่คิดจะไปที่นั่น”

          “ไอรีนอยากรู้ค่ะ ว่าทำไมพี่พอลถึงได้ช่วยพี่เสือ ทั้งๆที่ตอนแรกพี่พอลก็ปฏิเสธนี่คะ”

          สิ้นเสียงหวาน ดวงตาของพอลก็หรี่ลง เขาเบือนหน้าหันไปมองนอกหน้าต่างรถ เหมือนไม่ต้องการที่จะตอบคำถามใดๆของไอรีน ผู้เป็นน้องสาวได้แต่เก็บความสงสัยต่อไป ในเมื่อพี่ชายเธอไม่ยอมบอก ต่อให้คาดคั้นอย่างไร ก็คงจะไม่ได้คำตอบกลับมา ทางเดียวที่ทำได้ คงเป็นการทำใจไม่ต้องถามพี่ชายเธอต่อ

          รถยนต์เคลื่อนที่มาหยุดจอดที่บ้านของพยัคฆ์ ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถ เพื่อเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับน้องสาวของเขา

          ร่างสูงโปร่งที่นอนหลับตาพริ้ม ใบหน้าอิดโรยนั้นทำให้พอลต้องหรี่ตามองเพียงครู่ ริมฝีปากเริ่มขยับเอ่ยขึ้น

          “สภาพของนายแย่กว่าที่ฉันคิดอีกนะ”

          “!!!

          ทันทีที่ได้ยินเสียงของพอล วิรุจน์ก็ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

          “แก”

          พอลเผยรอยยิ้มที่ไม่ว่าจะมองยังไง มันก็ไม่น่ามองเลยแม้แต่น้อยในสายตาของวิรุจน์ เขาอยากจะผลักไสผู้ชายคนนี้ให้ออกไปจากบ้านของเขา แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าการมาเยือนของพอลในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาและพอลไปตลอดกาล

         

-------+++++-------

 

           พันธะวิญญาณ

           คือสิ่งที่เชื่อมระหว่างพอลกับวิรุจน์เอาไว้ไม่ให้สามารถแยกจากกันได้ พอลยืนมองร่างที่หมดสติไปหลังจากทำพันธะวิญญาณกับเขา

          เลือดจากกายของวิรุจน์ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากหลังจากที่เขาได้ฝังคมเขี้ยวไปบนเรือนร่างนั้น ชายหนุ่มไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ด แต่กลับใช้ลิ้นร้อนเลียริมฝีปากตัวเอง พร้อมกับสายตาที่ไม่ปรากฏความคิดใดๆให้เห็น

          “อ่อนแอ”

          นี่คงเป็นสิ่งที่เจ้าตัวไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า เขาอาจจะทำเรื่องที่ผิดมหันต์ไปแล้วก็เป็นได้ การที่เอาชีวิตตัวเองมาผูกติดกับพวกเลือดผสม มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น แล้วทำไมเขาถึงได้ตัดสินใจทำอะไรบ้าๆแบบนี้ลงไป

          พอลแสยะยิ้ม มันไม่ใช่รอยยิ้มที่งดงามและน่ามอง ชายหนุ่มเองก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังสมเพชตัวเอง ที่เขาโง่เง่าพาตัวเองมาข้องแวะกับวิรุจน์ แต่ถึงกระนั้น ภายใต้ดวงตาที่เย็นชาก็เหมือนจะแฝงไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง

          เขาหย่อนกายนั่งลงข้างกายคนที่ตนเพิ่งทำพันธะวิญญาณไปมือหนาวางลงบนศีรษะของวิรุจน์

          “ทำให้ฉันหายเบื่อด้วยล่ะ”

          เวลาผ่านไปไม่นานนัก คนที่เหมือนจะหมดสติไป ก็เริ่มลืมตาขึ้น พอลยกมือออกจากศีรษะนั้นแล้ว ดวงตาเขายังคงทอดมองอย่างเย็นชาเหมือนเดิม วิรุจน์มองหน้าผู้ชายเลือดเย็นที่เคยทำร้ายครอบครัวของเขา จนเกิดเรื่องวุ่นๆตามมา

          “นายนายทำบ้าอะไรกับฉันกันแน่”

          “ความจำเสื่อม?

          พอลเลิกคิ้ว มองวิรุจน์ราวกับอีกฝ่ายนั้นสติไม่ดี วิรุจน์กำมือแน่น เรี่ยวแรงเขาไม่ค่อยมี จนไม่อาจจะหยิบหมอนสักใบขว้างใส่พอลให้หายหงุดหงิดได้

          “ฉันไม่ได้ความจำเสื่อม”

          เขาไม่อยากจะตอบคำถามที่ดูเหมือนงี่เง่าในความคิดของเขา พอลยันกายลุกขึ้น จะเดินจากไป

          “นั่นนายจะไปไหน?”        

          “จะให้ฉันไปช่วยพี่ชายนายหรือเปล่าล่ะ?

          พอลไม่ตอบแต่ถามย้อนกลับ วิรุจน์รู้สึกเกลียดใบหน้าหล่อเหลาแต่แสนเย็นชาเป็นที่สุด เขาทำอะไรอีกฝ่ายกลับไม่ได้เลย นอกจากยอม เพราะในตอนนี้ชีวิตพี่ชายเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

          “งั้นก็รีบไปสิ!

          คนตัวสูงไม่คิดจะใส่ใจคำพูดของวิรุจน์ แต่เพียงแค่เขาเปิดประตูห้อง ร่างสูงของใครอีกคนก็โผล่มาให้เขาเห็น ใบหน้านั้นดูตกใจ จนพอลรู้สึกเอือมระอา

          น่ารำคาญเสียจริง

          รุจน์อยู่ที่ไหน?”

          พอลไม่ตอบแต่ปรายตามองไปในห้องที่ตัวเองเปิดประตูเดินออกมา นาคินทร์ไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องนอน

          “รุจน์!!!

          สภาพของเพื่อนรักในตอนนี้ทำให้คนมองต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

วิรุจน์ยันกายลุกจากเตียง เสื้อที่หลุดลุ่ยถูกมือของเขาจับกระชับให้มันเข้าหากัน

          “นี่มันอะไรกัน! แกทำอะไรเพื่อนฉัน!

          นาคินทร์หันไปกระชากคอเสื้อของพอล พอลหรี่ตามอง

          “ปล่อย

          “แกก็บอกฉันมาสิ ว่าแกทำอะไรกับเพื่อนฉัน

          “คิน!  ปล่อยเขาซะ แล้วรีบพาเขาไปหาพี่ใหญ่

          “อะไรนะ?”

          “หมอนี่จะช่วยพี่ใหญ่ นายต้องรีบพาเขาไป เร็วสิ!

          “แต่ว่านาย…”

           “ไม่ต้องห่วงฉัน รีบพาหมอนี่ไปเดี๋ยวนี้! ถือว่าฉันขอ

          นาคินทร์ค่อยลดมือจากคอเสื้อของพอล พยายามข่มความโมโห  แล้วหันหลังให้อีกฝ่าย ยังไงตอนนี้ชีวิตของพยัคฆ์ก็คงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของวิรุจน์

          “ตามมา

 

-------+++++-------

 

          ประตูบานใหญ่ที่ถูกปิดไว้นานหลายชั่วโมงถูกเปิดออกด้วยแรงที่มีของพอล เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าการที่ต้องมาช่วยพยัคฆ์แล้วจะทำให้ร่างกายของเขาอ่อนล้ามากถึงเพียงนี้

          เปลือกตาแทบจะปิดลง ร่างกายโอนเอนจนแทบล้ม ไอรีนตกใจกับสภาพพี่ชายของตนเอง แต่พอลไม่ใช่ที่คนชอบแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น  แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าร่างกายตัวเองในตอนนี้ย่ำแย่มากแค่ไหน

          อยู่กับฉัน…”

           น้ำเสียงที่อ่อนแรงดังขึ้น พร้อมกับมือใหญ่ที่จับบีบหัวไหล่ของวิรุจน์ ดวงตาที่เย็นชาแต่ในยามนี้กลับอ่อนแรง

          “นายต้องอยู่กับฉัน

           น้ำเสียงที่เหมือนจะขาดห้วงในลำคอ ทำให้วิรุจน์รู้สึกสงสารแต่อีกใจก็หมั่นไส้ เพราะท่าทางการพูดของคนที่เหมือนกำลังจะตายนั้น ยังเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและแสดงอำนาจ

          “ภูนายไปดูพี่ใหญ่นะ เดี๋ยวพี่จะดูแลหมอนี่เอง

           “เอ่อ ครับ

          ภูมินทร์ยอมรับอย่างเสียไม่ได้ เพราะว่าเขาก็เป็นห่วงพี่ชายไม่แพ้กัน วิรุจน์ขยับตัวไปช่วยประครองร่างของใหญ่โตที่ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะยืนแถมยังเทแรงร่างทั้งหมดมาใส่ร่างของวิรุจน์

          …หนักชะมัด

          “พี่พอลเป็นยังไงบ้างคะ?”

          คนเป็นน้องได้แต่มองอย่างเป็นห่วง พอลตวัดสายตามองน้องสาว

          “ไม่เป็นไร หมอนี่จะดูแลพี่เองเธอไปช่วยเจ้าพวกนั้นเถอะ

          “แต่ว่า…”

           ยังไงเสีย เธอก็ยังเป็นห่วงพี่ชาย แต่สายตาดุๆ ก็ส่งมาอีกครั้ง

          “บอกให้ไปก็ไปสิ

          สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจหันหลังให้พี่ชาย เดินเข้าไปช่วยดูแลกรณัฐ วิรุจน์ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ ไม่คิดว่าจะมีพี่ชายนิสัยแย่ขนาดนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย

          “เสียใจมากหรือไงที่ฉันยังไม่ตาย

           พอลเอ่ยขึ้น เมื่อวิรุจน์กำลังพยุงเข้าขึ้นมาด้านบน ด้วยท่าทางที่ดูหงุดหงิดเสียเหลือเกิน วิรุจน์เบ้ปาก แล้วเหล่ตามองพอล

          “ฉันเคยพูดตอนไหนว่าเสียใจ? อย่ามัวแต่พูดมาก เดี๋ยวก็ได้ตายจริงๆ

           ปกติพอลก็เป็นคนผิวขาวมากอยู่แล้ว  แต่ในสภาพนี้มันขาวซีดไม่ต่างกับศพจนวิรุจน์เริ่มใจคอไม่ดี เพราะอย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ได้ช่วยพี่ชายของเขา

          “หึ

          ร่างสูงใหญ่หัวเราะเบาๆในลำคอ ปล่อยให้วิรุจน์พยุงตัวเองขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน พร้อมกับเปลือกตาที่หนักอึ้งและพร้อมจะปิดลงทุกเวลา

           ตุบ!

          “นอนพักอยู่ในนี้ล่ะ ฉันจะลงไปดูพี่ใหญ่

           หลังจากที่ปล่อยกึ่งโยนร่างพอลลงเตียงของตัวเองด้วยความยากลำบากแล้ว วิรุจน์ก็หมุนกายจะเดินออกจากห้อง แต่ทว่าข้อมือใหญ่ก็เคลื่อนมารั้งข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้วิรุจน์ต้องหยุดชะงัก

           “อยู่กับฉัน…”

          “ห๊า! จะเอาอะไรอีก ฉันก็พานายมาพักแล้วไง!

          “นายต้องอยู่ข้างๆฉัน…”

          น้ำเสียงนั้นแทบจะหมดแรง แต่แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจและคนชอบออกคำสั่ง วิรุจน์พรูลมหายใจ

          “ฉันเป็นห่วงพี่ใหญ่

          “แต่ฉันต้องการนาย

          “!!”

          คำพูดของพอลทำให้วิรุจน์ชะงักไป ดวงตาคมที่อ่อนแรงมองหน้าของวิรุจน์ มันไม่ได้แฝงไปด้วยความเสน่หาแต่อย่างใด

          “นายต้องช่วยฉันก่อนที่ฉันจะตาย

          …ตาย

          สภาพของพอลตอนนี้ถ้าจะบอกว่าเหมือนคนใกล้ตาย มันก็คงจะไม่ผิดนัก

วิรุจน์เองก็ไม่ใช่คนใจดำจนไม่คิดจะฟังคำกล่าวของพอล เขาเข้ามาใกล้พอล

          “ฉันจะช่วยอะไรนายได้? ขนาดพี่ใหญ่ ฉันยังช่วยไม่ได้เลย”

          เขาไม่อาจจะยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าเขาไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับพอล ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น ทำไมพอลถึงได้รั้งเขาให้อยู่อีก

          “มาบนนี้”

          “หมายความว่ายังไง?

          วิรุจน์เลิกคิ้ว เขาไม่เข้าใจพอลเลยแม้แต่น้อย พอลออกแรงที่เหลืออยู่กระชากร่างของวิรุจน์ลงมา จนอีกฝ่ายล้มไปบนอกแกร่ง วิรุจน์พยายามดิ้น พอลเองก็ออกแรงผลักให้วิรุจน์ล้มนอนลงข้างๆแทน

          “ทำอะไรของนายฮะ! ป่วยอยู่ก็นอนพักไปสิ”

          แทนที่จะได้รับคำตอบ พอลกลับรั้งร่างของวิรุจน์มากอดแน่น ร่างกายของพอลเย็นเฉียบ จนคนโดนกอดเริ่มใจคอไม่ดี

          “นะ นี่นาย คงไม่ได้จะตายใช่ไหม”

          ใบหน้างดงามฟุบเข้าที่ซอกคอขาว วิรุจน์หายใจติดขัด เขาไม่ได้เขินอาย เพียงแต่กำลังกังวลใจเป็นอย่างมาก ถึงเขาอยากจะให้พี่ชายกลับมามากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดอยากจะให้ใครมาตายแทนพี่ชายเขา

          “นายจะไม่ตายใช่ไหม

          “นายก็อย่าปล่อยให้ฉันตายสิ”

          “จะบ้าหรือไง ฉันไม่ใช่เทพเจ้านะ จะได้กำหนดได้ว่าใครจะตายหรือไม่ตาย”

          “งี่เง่า”

          “ห๊ะ! ไอ้เสือเผือกนี่ แกว่าใครงี่เง่า”

          วิรุจน์เริ่มเดือดกับผู้ชายปากเสีย แถมยังหน้าด้านมากอดเขาแน่นอีก เขาพ่นลมหายใจออกปากอย่าเซ็งจัด อยากจะผลักร่างสูงใหญ่นี้ให้ออกห่าง แต่สุดท้ายก็โอบกอดตอบแล้วลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

          ลมหายใจสม่ำเสมอของพอล พอจะทำให้เขารับรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะหลับไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นผู้ชายน่ากลัว แต่พอหลับแล้วก็คงเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้พิษสง

          “พี่รุจน์ครับ ผมเข้าไปนะครับ”

          วิรุจน์ก้มมองคนที่กอดเขาอยู่ เขาไม่อยากให้ภูมินทร์เข้ามาในห้องแล้วเห็นสภาพที่เขากับพอลกอดกัน

          “ตื่นได้แล้ว น้องชายฉันจะเข้ามา”

          พอลลืมตาขึ้น เท่านี้ก็รู้แล้วว่าพอลยังไม่ได้หลับไปจริงๆ เมื่อครู่คงเพียงแค่พักสายตาเท่านั้น วิรุจน์ยันกายลุกขึ้นนั่ง พอลไม่ได้โอบกอดรั้งเขาไว้แต่อย่างใด วิรุจน์หันไปมองประตูห้อง

          “เข้ามาเลยภู พี่ไม่ได้ล็อก”

          พอจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ก็เอ่ยบอกน้องชาย เพียงไม่นานภูมินทร์ก็เดินเข้ามาในห้อง

          “พี่ใหญ่เป็นยังไงบ้าง”

          คำถามที่วิรุจน์คิดไว้ในใจมาเนิ่นนานเกิดขึ้น เขาเป็นห่วงพี่ชายจนอยากจะไปเจอ ภูมินทร์หันไปมองพอลที่ยังหน้าซีดเหมือนคนไม่มีเลือดในร่าง

          “พี่ใหญ่ยังไม่ฟื้นเลยครับ”

          “อย่างนั้นเหรอ พี่ขอไปดูพี่ใหญ่หน่อยนะ”

          วิรุจน์ทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่เสียงของพอลก็ดังขึ้นอย่างน่ากลัว

          “นายต้องอยู่กับฉัน”

          “อ่า

          ภูมินทร์เองก็แปลกใจ ไอรีนเดินเข้ามา เธอเป็นห่วงพี่ชายมาก

          “พี่พอลเป็นยังไงบ้างคะ”

          “ไม่เป็นไร ทุกคนออกไปซะ ฉันจะพักผ่อน”

          ไม่มีทั้งความเมตตาและความเกรงใจใดๆ พอลเอ่ยเสียงเรียบ ไอรีนรับรู้คำสั่งของพี่ชาย ภูมินทร์หันไปมองวิรุจน์ อยากรู้ว่าพี่ชายของเขาจะให้ทำยังไง

          “ออกไปก่อนเถอะ พอลทำให้พี่ใหญ่กลับมาได้ พี่ต้องดูแลเขา”

          “พี่รุจน์ไม่เป็นไรนะครับ”

          วิรุจน์หัวเราะร่วน เขายกมือตบเข้าที่บ่าของภูมินทร์ รอยยิ้มที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ภูมินทร์สบายใจเท่าไหร่นัก แต่ก็พอคลายความกังวลไปได้บ้าง

          “พี่จะเป็นอะไรล่ะ? คิดมากน่า ไปได้แล้ว”

          “ครับ”

          เมื่อพี่ชายบอกแบบนั้น ภูมินทร์ก็ตัดสินใจเดินกลับไปพร้อมกับไอรีน วิรุจน์ปิดประตูห้องแล้วกดล็อก ก่อนจะเดินกลับมาหาพอล

          “พอใจหรือยัง?

          พอลมองหน้าอีกฝ่าย เขาไม่เอ่ยตอบอะไรทั้งนั้น ในขณะที่วิรุจน์รู้สึกหงุดหงิดมากพอสมควร

          “ไม่ต้องขึ้นมา”

          “ห๊ะ!

          ทันทีที่วิรุจน์จะก้าวขึ้นเตียง พอลก็เอ่ยดักขึ้นทันที ร่างสูงโปร่งมองพอลอย่างไม่พอใจ ไม่รู้ว่าพอลคิดอะไรกันแน่

          “เมื่อกี้นายยังบังคับให้ฉันขึ้นเตียงอยู่เลยไม่ใช่หรือไงฮะ!

          “นั่งลง”

          “ได้”

          เมื่อสุดจะทน วิรุจน์ก็จะหย่อนกายนั่งลงบนเตียง แต่เสียงของพอลที่ดังขึ้น ก็ทำให้ก้นของวิรุจน์ไม่ได้แตะพื้นเตียง

          “ที่พื้น”

          “ห๊ะ”

          คิ้วของวิรุจน์กระตุกไม่หยุด เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างพยายามข่มอารมณ์ที่หงุดหงิดของตน

          “ได้”

          เหมือนฝืนใจที่จะทำ แต่วิรุจน์ก็ทำตาม เขาหย่อนกายนั่งลงบนพื้น เงยหน้ามองพอลที่พลิกกายนอนตะแคงหันหน้ามาหาเขา

          “ส่งมือมา”

          “ห๊ะ” 

          “ส่งมือมา”

          เขาไม่ค่อยเข้าใจที่พอลบอก แต่วิรุจน์ก็ยื่นมือไปหาพอล เริ่มคิดในแง่ลบ ว่าพอลจะทำอะไรกับมือเขาหรือเปล่า คงไม่ได้คิดจะกัดจนมืดขาดเพราะฉุนเขาหรอกนะ

          “อ่า

          พอลเลื่อนมือมาจับมือของวิรุจน์ ทั้งคู่สบตากันเพียงครู่ ก่อนที่วิรุจน์เองจะเป็นฝ่ายหลบสายตาที่เหมือนไม่มีความรู้สึก

          “นายคิดจะทำอะไรกันแน่”

          เขาถามโดยที่ไม่หันกลับมามองพอล พอลเอ่ยตอบเสียงเรียบ

          “ก็แค่เชื่อมต่อพลังกันเท่านั้น”

          “อ่อ

          วิรุจน์พอจะเข้าใจ เขาเองก็ทำพันธะวิญญาณกับพอลไปแล้ว การที่ร่างกายสัมผัสกันก็คงจะทำให้พลังเชื่อมถึงกันได้สินะ

          “แล้วต้องทำนานแค่ไหน”

          ชายหนุ่มหันกลับมาถามคนที่นอนอยู่บนเตียง แต่พอลก็หลับตาลงเสียแล้ว

วิรุจน์พยายามจะถามต่อ แต่พอลก็ชิงหลับไปอย่างรวดเร็ว

          “เฮ้อ”

          สุดท้ายวิรุจน์ก็ยอมนั่งเป็นหุ่นที่พื้น ปล่อยให้พอลนั่งจับมือเขาอยู่หลายชั่วโมง จนกระทั่งพอลลืมตา วิรุจน์จึงได้หมดความอดทน

          นี่นายจับมาหลายชั่วโมงแล้วนะ

          วิรุจน์กรอกตาไปมา ชันเข่าขึ้นหนึ่งข้าง ยกมือขยี้ผมตัวเอง แต่ร่างสูงก็ยังนอนนิ่ง

          “นายไม่ตายหรอกน่า เชื่อฉันเหอะ

          พอลปรายตามองร่างสูงโปร่งที่ดูลุกลี้ลุกลน เขาถอนหายใจ แล้วยอมปล่อยมือจากวิรุจน์

พอลไม่ได้รั้งวิรุจน์เอาไว้ เขาปล่อยให้ร่างสูงโปร่งได้ออกจากห้องไปอย่างที่ใจต้องการ

          สัมผัสร้อนผ่าวยังคงติดอยู่ที่ฝ่ามือหนา พอลหลุบตามองมือตัวเองเพียงครู่ แล้ววางมือลงบนแผ่นอกแกร่ง ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลง

 

100%

17/4/59

ตามที่เคยแจ้งไว้ที่บทนำค่ะ

เนื้อหาบางส่วนในภาค 2 จะมีช่วงเวลาของภาคหนึ่ง

ไม่ได้ยกมาทุกคำพูด แต่มาบางส่วน และเติมเข้าไปในส่วนที่ไม่ปรากฎ

ใครสงสัยส่วนไหน ก็ย้อนอ่านที่ภาค 1 นะคะ

 

ปล. นิยายเรื่องนี้ อากิจะอัพทุกวันเสาร์นะคะ

ติดตามการอัพได้ที่ https://www.facebook.com/akikoneko17fiction/notifications/

         

         

         

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}