email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 เรื่องน่าปวดหัว ( 100% )

ชื่อตอน : บทที่ 4 เรื่องน่าปวดหัว ( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 124

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เรื่องน่าปวดหัว ( 100% )
แบบอักษร

 

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของไรท์ที่เขียนขึ้นมาเป็นครั้งแรก เป็นการเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มสองคน

 

 

................

 

- 4 -

 

"หมดเวลาทำข้อสอบแล้วค่ะนักศึกษา ช่วยนำข้อสอบมาวางที่โต๊ะอาจาร์ด้วยค่ะ แล้วรายงานสำหรับคนที่ยังไม่ส่ง อาจารย์ให้เวลาถึงศุกร์นี้เท่านั้นนะคะ ไม่มีเลื่อนอีกแล้ว ใครไม่ส่งก็แล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วนะคะ ใครบุญมีคะแนนสอบก็จะช่วย แต่ถ้าใครบุญหมดก็ควรทำบุญเพิ่มนะคะนักศึกษา" เสียงพูดของอาจารย์กอหญ้า อาจารย์ประจำวิชาการจัดการบริหาร ของคณะบริหาร พูดขึ้น

 

 

.....

 

 

 

 

.....

 

 

"เฮ้ย! พฤกษ์ ทำข้อสอบได้ป่ะวะ กูเดามั่วซิบหายเลยว่ะ กูเชื่อมั่นกูเอฟแน่นอน " เสียงพูดของไอ้เจมส์ เจมส์เป็นลูกครึ่งเกาหลี สูง 180 หล่อ คิ้วเข้ม ตาตี๋ จมูกโด่งได้รูป หล่อแบบคนเกาหลี

 

"ระดับกู ท็อปแน่นอน" พฤกษ์พูด

 

"ก็ใช่สิ มึงมันเรียนเก่งไม่เหมือนพวกกูนี่ แค่จามความรู้ก็หายหมดละป่ะวะ" ไอ้บอลพูด บอลเด็กกนุ่มจากจังหวัดเชียงใหม่ หนุ่มเมืองเหนือหล่อหน้าตาดี แบบเด็กเหนือ สูง 178 แถมยังเป็นนักบอลมหา'ลัย

 

"แต่สำหรับกู ผู้หญิงที่สวย ที่สุดในคณะบริหาร เอฟแดกแน่นอนว่ะมึง เศร้าว่ะ ทำไมคนสวยๆอย่างกูต้องมาเจอไรแบบนี้ ไม่เข้าใจ" เพื่อนสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม ส้มมันเป็นสวยเพราะส้มเป็นถึง ดาวคณะบริหาร และเป็น ดาวมหา'ลัย สูง 170 ส้มเป็นเด็กกรุงเทพฯแต่กำเนิด บ้านรวย พ่อทำธุระกิจขนาดใหญ่

 

"เอาน่ามึง ถ้าพวกมึงเอฟมาจริงๆ กูจะเป็นคนติวให้พวกมึงเองโอเครมะ" พฤกษ์พูดหันไปหาเพื่อนที่ทำหน้างอหน้าหย่น เดินอยู่ด้านหลัง

 

"มึงพูดแล้วนะ!!" เจม บอล ส้ม พูดพร้อมกัน

 

"เออดิ"

 

"พวกมึงกูหิวแล้วอ่ะ ไปหาไรแดกเถอะเดี๋ยวคาบบาย สอบวิชาการเงินอีก ให้กูไปเล่นไพ่กูยังเบาสมองกว่าอีก" บอลพูด

 

"จะรับประแดกร้านไหนดีล่ะคะ คุณท่าน" ส้มพูด

 

"กูอยากกินตำถาด ไปกินกันนะๆ" บอลพูด

 

"เออ...ไปดิรอพ่อมึงมาอัญเชิญไปร้านรึไง" พฤกษ์พูด

 

"แหมคำพูดคำจากมึงนี่ก็คงที่ดีเนอะ" บอลพูด

 

"อะไรคงที่ว้าาาาา" เจมส์พูดต่อ

 

"ปากหมามันไงคะ จะอะไรอีกล่ะ" ส้มพูดขึ้นทันที

 

"เดะปากหมากู ก็จะไม่ช่วยพวกมึงติวแล้ว" พกฤษ์พูด

 

"ไอ้เวรเพราะมึงเลยไอ้บอล" ส้มหันไปดุไอ้บอลทันที

 

"ใช่เพราะมึง ไอ้บอล" เจมส์หันไปพูดใส่บอลอีกคน

 

"กู ? กูผิดเฉยยยยยย เออกูผิด" เสียงพูดตัดพ้อของบอล พร้อมรีบวิ่งตามพฤกษ์ไปร้านส้มตำ

 

หลังกินข้าวเสร็จ เดินออกจากร้านส้มตำ มานั่งติวการเงินที่ หน้าตึกคณะ ใต้ต้นชมพูพันทิพย์

 

"เออไอ้พฤกษ์ ช่วงนี้กูเห็นมึงไปไหนมาไหนกับเด็กวิศวะ ...." บอลพูดยังไม่ทันจบ

 

"ผัวมึงหรอ!!" ส้มพูด

 

"ผัวพ่องมึงสิ! เพื่อนกูนี่แหละ" พฤกษ์กล่าว

 

"แน่ใจหรอว่าเพื่อน อืมมมมมม!!"ส้มพูด

 

"เออดิ แล้วมึงจะมายุ่งเรื่องส่วนตัวกูทำไม จะติวมั้ยการเงินรึจะแดกเอฟอีกตัว"พฤกษ์พูด

 

"เออ รอสอบเสร็จก่อนเถอะ"ส้มพูด

 

"อ่านๆพวกมึงอ่าน ไอ้เจมมึงจะแดกอีกนานไหม"พฤกษ์พูด

 

"คร๊าบคุณพ่อดุจังวะ"เจมพูด

 

หลังสอบการเงิน

 

"แล้วแต่เวรแล้วแต่กรรมแล้วว่ะมึงกูเศร้า"พฤกษ์พูด

 

"มึงทำไม่ได้ละพวกกูล่ะอีเวง"ส้มพูด

 

"แล้วไปไหนกันต่อเปล่า"เจมพูด

 

"กูว่าจะกลับบ้านนอนละง่วง มีสอบอีกทั้งอาทิตย์เบื่อ"พฤกษ์พูด

 

● "เอองั้นเจอกันพรุ่งนี้ บายพวกมึง"บอลพูด

 

เมฆเดินมานั่งใต้ต้นชมพูพันทิพย์ นั่งเอนตัวพิงต้นไม้นั่งราบกับพื้น หลับตาฟังเสียงรอบตัว เสียงที่เงียบสงบผสานเสียงนกร้อง เสียงสายลมพัดผ่าน สายลมที่อ่อนไหวได้พัดผ่านร่างกายของเมฆ บรรยากาศที่กำลังเย็นสบาย เมฆหยิบกีต้าดีด ร้องเพลงออกมาเบาๆ เพื่อที่จะเสพบรรยากาศรอบๆตัวไปด้วย

 

"ลมอ่อนพัดโชยมา น้ำตาก็ไหลริน เหลือเพียงกลิ่นหัวใจ คลุ้งไปกับความเหงา รักยังไม่จางไป ตรึงติดชิดดวงใจยังหอมรันจวนชวนให้ฝัน"เมฆร้องเพลงออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูสบาย

 

อยู่ๆก็มีเสียงร้องปริศนาร้องเพลงตอบเมฆ

 

"เคยแอบแนบเคียงกาย อิงแอบมิรู้คลาย ใต้เงาของแสงจันทร์ เย้ายวนไม่เลือนหาย ซ่อนเก็บไว้ข้างใน ตรงสุดลึกดวงใจถนอม เธออยู่ในนั้น" เมฆหันหาเจ้าของเสียงคนที่นั่งอยู่อีกด้านของต้นไม้คือพฤกษ์ พฤกษ์ร้องตอบ

 

แล้วทั้งคู่ก็ร้องเพลงพร้อมกัน

 

"คงไว้ได้แค่กลิ่นที่ไม่เคยเลือนลา ยังหอมดังวันเก่ายามเมื่อลมโชยมา ทิ้งไว้เพียงอดีตที่ไม่เคยหวนมา ซ่อนเธอไว้ใน ใจ"

 

ทั้งคู่นั่งเงียบไปสักพัก เสียงบรรยากาศรอบข้างกลับมาเงียบ ก่อนที่พฤกษ์จะพูดตอบกลับว่า

 

"อีก3วันเราจะต้องนอนโรงพยาบาล"

 

"ต้องนอนนานแค่ไหน?"เมฆกล่าว

 

"ไม่รู้สิคงสองสามวัน ก็แค่ตรวจอาการแหละ"พฤกษ์ตอบ

 

"ถ้านายออกมาจากโรงพยาบาลแล้วเราไปเที่ยวกันนะ"เมฆถาม

 

"อืมเอาสิ นายจะรอเราใช่ไหม"พฤกษ์พูด

 

"รอดิ เราสัญญาออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ไลน์มานะเดี๋ยวไปรับ"เมฆตอบ

 

"อืมโอเค งั้นเรากลับบ้านก่อนนะ เราแวะมาบอกด้วยตัวเองน่ะ"พฤกษ์พูด

 

"โชคดีนะ"เมฆตอบ

 

"อืม"

 

พฤกษ์เดินขึ้นรถกลับบ้านไป

ทั้งสองคุยกันไม่เห็นหน้าโดยมีต้นไม้กั้นอยู่ตรงกลาง

 

โรงพยาบาล

 

แม่ของพฤกษ์นั่งคุยกับหมอในห้องตรวจของหมอ

 

"อาการของคนไข้ยังไม่ถึงวิกฤตนะครับ แต่ผมแนะนำให้รีบเข้ารักษาโดยเร็วจะดีกว่า โอกาสรักษาหายขาดจะมีเปอร์เซ็นที่สูงกว่านะครับ"คุณหมอกล่าว

 

"มีโอกาสที่จะหายใช่มั้ยคะ"

 

"มีครับ แต่ในช่วงนี้คุณหมอขอแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้ละเอียด อีก2วันนะครับ"

 

"อ่อ ค่ะ ได้ค่ะ"

 

พฤกษ์ในชุดคนไข้สีเขียวนอนอยู่บนที่นอนสีขาว มีสายน้ำเกลือติดที่หลังมือ ในห้องพักคนไข้เป็นห้องเดี่ยว พฤกษ์ได้แต่มองออกนอกหน้าต่าง รอวันเวลาให้ผ่านไปเร็ว เพราะเค้าสัญญากับคนๆนึ่งไว้ เค้าอยากออกไปหาเค้าคนนั้นเหลือเกิน

 

ในเวลาเดียวกัน 

 

เมฆก็สอบปฏิบัติพึ่งเสร็จ

 

"มึงแดกเหล้าป่ะ หลังจบสงครามการสอบ"ไอ้เอ็มพูด

 

"เออเอาดิ แล้วพวกมึงไปป่ะ"เมฆพูดแล่วหันไปถามพวกเพื่อนๆในกลุ่ม

 

"เออเอาดิที่ไหนว่ามา"

 

"เดะกูพาไปเอง"เอ็มพูด

 

หลังจากกลับจากร้านเหล้า เมฆก็กลับมาบ้านไม่ได้นอนค้างหอพัก เค้าเดินเข้าห้อง ในห้องที่มือสนิทมีเพียงแสงจากดวงจันทร์และแสงดาวที่ส่องผ่านหน้าต่างลอดเข้ามาในห้องพาดผ่านเตียงนอนและร่างขอเมฆ สายลมอ่อนๆพัดเข้ามาให้พอเย็นๆ ผ้าม่านที่ถูกลมพัดปลิวไสวตามสายลม จิ้งหรีดเรไรคลอเสียงประสานขับร้องเสนาะหู เมฆหลับตาฟังเสียเหล่านั้น พลางถอนหายใจเบาๆ มือขาวจับที่อกซ้าย "ทำไมใจเราเต้นแรงจัง ราวกับว่าจะเสียอะไรไป"เมฆพูดออกมาเบาๆ "อย่าเป็นอะไรไปนะพฤกษ์! นี่เรารักนายไปแล้วจริงๆใช่ไหม นายจะต้องไม่เป็นอะไรไปอีกคน ต้องไม่เป็นอะไร"ความคิดนับล้านที่กลัวการสูญเสียวิ่งเข้ามาในหัวอย่างฟยุดไม่ได้ น้ำตาที่เอ่อล้นในตาซ้ายไหลอาบแก้ม อยู่ๆรอยยิ้มของเมฆก็กลับมายิ้มทั้งน้ำตา "เราต้องเข้มแข็งเพื่อนายพฤกษ์ ขนาดนายยังเข้มแข็งได้แล้วทำไมคนอย่างเราจะเข้มแข็งบ้างไม่ได้ รออยู่ตรงนั้นนะ ทนอีกน่อยนะ เดี๋ยวเราไปรับ" แล้วเมฆก็เผลอหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตา

 

 

 

ความคิดเห็น