email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 พบเจอ ( 100% )

ชื่อตอน : บทที่ 1 พบเจอ ( 100% )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 198

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 16:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 พบเจอ ( 100% )
แบบอักษร

 

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของไรท์ที่เขียนขึ้นมาเป็นครั้งแรก เป็นการเล่าเรื่องของเด็กหนุ่มสองคน

 

 

................

 

- 1 -

 

กริ๊ง ~ เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในยามเช้าตรู่ พฤกษ์ เอื้อมมือออกจากผ้าห่ม ไปกดหยุดนาฬิกาปลุกให้หยุดดัง แล้วกลับไปนอนมุดในกองผ้าห่ม อยู่ๆพฤกษ์ก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...

 

“เฮ้อ...ทำไมไม่ถามชื่อเค้านะ โกรธตัวเองได้ป่ะเนี่ย” พฤกษ์บ่นพรึมพรำกับตัวเองสักพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพร้อมกับยกยิ้มมุมปากที่ดูมีความสุข ก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน

 

พฤกษ์ในชุดนิสิตเรียบร้อยถูกต้องตามกฎของมหา'ลัย “เอาล่ะวันนี้ไปดักเจอเค้าดีกว่า เผื่อจะได้รู้ชื่อรู้อะไรอีกบ้าง ไหนจะเรียนคณะเรียน ยังมีเวลาอีกตั้ง 2 ชั่วโมงกกว่าจะเข้าเรียน” พฤกษ์เดินมานั่งรอเค้าคนนั้นใต้อาคารเรียนใกล้ลานจอดรถ เพราะเพราะคงหวังว่าจะได้เจอเค้าอีก ก่อนจะหยิบหนังสือ นั่งเขียนรายงานที่กำหนดส่งวันนี้ แต่ดันลืมทำเพราะมั่วแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวานจนลืมทำ รถเก๋งบีเอ็มคันสีขาวขับเข้ามาในลานจอดรถอาคารเรียน

 

จะรวยไปไหนวะเนี่ย!!

 

เจ้าของรถคันนั้นได้ลงจากรถ พร้อมหอบกองหนังสือมากมายลงจากรถ พฤกษ์เห็นดังนั้นจึงรีบเก็บของแล้ววิ่งไปหาเด็กหนุ่มคนนั้น

 

“หวัดดี! ให้ผมช่วยถือป่ะ” พฤกษ์เอื้อมมือไปหยิบหนังสือโดยไม่รอคำคอบของเจ้าของ

 

“ไม่ต้องมายุ่งถือเองได้... เอามานี่!” เมฆพูดพร้อมเอื้อมมือไปแย่งหนังสือคืน

 

แต่พฤกษ์หลบทันแล้วพูดกลับว่า “ถือซะว่าผมตอบแทนเรื่องเมื่อวานละกัน นะ นะ นะ” พฤกษ์พูดพร้อมทำหน้าตาออดอ้อน

 

“เออๆ งั้นเดินตามมา” เมฆพูดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเบาๆ

 

ห้องสมุดที่เงียบราวกับป่าช้า ไม่มีแม้กระทั่งเด็กนักศึกษาที่จะเข้ามาหาความรู้แม้สักคน อันที่จริงก็ไม่แปลกที่ห้องสมุดจะเงียบแบบนี้นักหรอก

“คุณๆ จะให้วางไว้ไหน” พฤกษ์พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ ทำท่าทีเหมือนจะเมื่อย

 

“ไม่ต้องบ่นตามเถอะน่า แค่ชั้น 4 เอง อย่าบ่นเยอะเป็นคนอาสาจะแบกให้ไม่ใช่หรอ บ่นไรนักหนา” เมฆตอบกลับ

 

ใจร้ายชะมัด!

 

พฤกษ์ได้ยินได้แต่ทำหน้าเซ็ง พร้อมหอบกองหนังสือและสังขารเดิมตามเมฆอย่างปฎิเสธไม่ได้ แล้วไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะ อ่านหนังสือกลางชั้น 4 ที่ดูเงียบกว่าชั้นอื่น

 

“วางตรงนี้แหละ ไงก็ขอบคุณ หวังว่าจะไม่เจอกันอีก!” เสียงพูดเรียบเฉย เย็นชาจนทำให้อีกฝ่านรู้สึกไม่อยากจะสานมนุษย์สัมพันธ์ต่อกับอีกฝ่าย

 

เอาแต่ใจชะมัด!

 

ทำให้อีกฝ่ายเผยสีหน้าหงุดหงิดออกมาพอสมควร แต่พฤกษ์กลับยิ้มตอบพร้อมพูดกลับว่า “ทำไมเป็นคนใจร้าย ขอพักสักหน่อยนะ เหนื่อยนะเนี่ย น่านะ สัญญาจะไม่กวน"

 

“แล้วแต่จะทำไรก็ทำไปเถอะ” เมฆพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆอีกตามเคย

 

ดูท่าทางสิโคตรน่าหมันไส้!

 

เมฆในชุดช็อปวิศวะสีแดงเลือดหมูกางเกงยีนขายาวสีดำไม่มีรอยขาดรองเท้าสีแดง นั่งเขียนหนังสืออย่างขะมักเขม้น พลางอ่านแชทกลุ่มไปด้วย

 

พอตั้งใจมองดีๆ ก็ไม่ได้แย่ แต่นิสัยการคุยแย่!

 

“ปั่นงานอยู่หรอ?” พฤกษ์ถาม แต่ก็ได้ความเงียบตอบกลับมา...

 

หยิ่งได้อีก!!!!

 

“ชื่อไรหรอ? เรียนวิศวะหรอ? แล้วเพื่อนไปไหนทำไมอยู่คนเดียว?” พฤกษ์ถามรัวราวกับกลัวคนที่สนทนาจะเดินหายไป

 

เมฆหยุดเขียนงาน พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะหันมองตาขวางมาทางพฤกษ์ ที่พยายามเซ้าซี้ตัวเองอยู่

 

“เลิกวุ่นวายกับผมซักทีเถอะ ขอร้อง ผมรำคาญ”

 

“ก็นายบอกเองไม่ใช่หรอว่าจะทำไรก็ทำไปเถอะ? นี่ไงผมก็ทำตามที่คุณบอกไง ผมผิดตรงไหน คุณนี่ก็แปลกคนเป็นคนบอกผมเองแท้ๆทำเป็นลืม โถ่!” พฤกษ์บ่นร่ายยาว แต่แววตาเจ้าเล่ห์กลับปราฏกขึ้นมา

 

“เอางี้ผมจะตอบคำถามคุณ! แลกกับวันนี้คุณห้ามมายุ่งกับผม ตกลงนะ”

 

“รับทราบ” พฤกษ์ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่สามารถทำให้ผู้สนทนาตอบตนได้

 

“จะถามไรก็ว่ามา อย่าลีลา” เมฆตอบกลับ พร้อมเขียนงานไปด้วย

 

     “นายชื่อไรหรอ?”

 

     “ชื่อเมฆ”

 

     “เราชื่อพฤกษ์นะ”

 

     “เรียนวิศวะหรอ”

 

“เสื้อก็ใส่อยู่ ทำไมมองเป็นเสื้อหมอหรอ?”

 

กวนตีน!

 

“แหมมมม...คำพูดคำจา งั้นเพื่อนไปไหนรึไม่มีเพื่อนหรอ ไปไหนกันหมดอ่ะ?”

 

“มีสิคนบ้าไรจะไม่มีเพื่อนบ้าป่ะ แต่แค่ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ผิดหรอ”

 

“ไม่ผิดๆ...แล้วทำไมนายถึงชอบทำหน้าตาจริงจังตลอดเวลาล่ะ รู้ไหมมันทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้”

 

“ก็ไม่อยากให้ใครมาเข้าใกล้ เข้ามาวุ่นวายป่ะ ก็มีแต่นายนี่แหละรู้ทั้งรู้ ยังจะวุ่นวายอีก น่ารำคาญ” เมฆตอบกลับ พร้อมมองหน้าพฤกษ์ด้วยสายตาดุ แต่คู่สนทนากลับยิ้มตอบกลับ ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

 

“ทำไมนาย ... ถึงยังยิ้มได้ ทั้งที่ก็รู้ว่าตัวเอง...”เมฆถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“แล้วถ้าเป็นนายที่รู้ว่าตัวเองอาจมีชีวิตได้อีกไม่นาน เป็นนาย นายจะทำอย่างไรล่ะ” พฤกษ์ตอบกลับเมฆ น้ำเสียงของพฤกษ์กลายเป็นน้ำเสียงที่ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า พฤกษ์ในเวลานี้กำลังเศร้าหรือแค่กวนตีนเมฆอยู่กันแน่ แต่แววตาที่พฤกษ์จ้องมองเมฆกลับเป็นแววตาที่จริงจังจนไม่น่าเชื่อ

 

“ถ้ารู้ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานน่ะหรอ? ก็คงทำในสิ่งที่อยากทำมากๆ ในตอนที่ยังมีโอกาสได้ทำ พอถึงเวลาจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นว่า... เสียดายจังยังไม่ได้ทำอันนั้นเลย ยังไม่ได้ทำอันนี้เลย...” เมฆพูดด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 

“นายนี่ ก็มีด้านดีกับเค้าเหมือนกันเนอะ”

 

“พูดงี้หมายความว่ายังไง!” เมฆตอบหลับพร้อมหันหน้าไปหาพฤกษ์

 

“เฮ้ย! ใจเย็นๆนี่ชมนะ... ชม!” พฤกษ์พูดแก้ตัวหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลง

 

“นี่ผมแนะนำไรให้นะ ไปทำอะไรที่ยังไม่ได้ทำซะ ก่อนตายน่ะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายผมอีก”

 

“คร๊าบ...คุณก้อนเมฆผมจะปฏิบัติตามนะครับ งั้นผมไปเรียนแล้วนะคร๊าบ” พฤกษ์พูดด้วยสีหน้าที่ดูทะเล้น พูดจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินลงบันไดออกจากห้องสมุดไปเข้าห้องเรียนทันที แทบจะไม่รอฟังคำตอบกลับของเมฆ

 

เมฆได้แต่มองตาม แล้วเผลอยกยิ้มมุมปากขึ้นมา วันนี้เมฆมีเรียนตอนบ่ายเลยยังมีเวลาปั่นงานต่อจนถึงเที่ยง

 

วันนี้ทั้งวันเมฆก็ไม่เห็นพฤกษ์มาวุ่นวายอีกเลยทั้งวัน เมฆหวังว่าคำพูดเค้าจะทำให้พฤกษ์คิดได้เกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้...คือตัวของเค้าเอง ไม่ใช่สิ่งรอบข้าง

 

.................

               

         

 

ความคิดเห็น