facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 45 เดิมพันครั้งสำคัญ

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 เดิมพันครั้งสำคัญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 322

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 เดิมพันครั้งสำคัญ
แบบอักษร

ตอนที่ 45 

 

หานเต้าหยี หรี่ตาแคบลงในทันที... 

“นี่เจ้า?!” 

 

ไม่เพียงแค่ หานเต้าหยี ที่เต็มไปด้วยความฉงน แม้แต่สมาชิกตระกูลซ่งเอง ก็ยังใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เช่นกัน ที่จู่ ๆ ซุน เอาสถานะของตระกูลเข้าไปเดิมพันเช่นนั้น!! 

 

“จะ...เจ้าบ้า เหยาซุน นี่เจ้า!!” ซุนหยวนเจ๋อ เป็นคนแรกที่เอ่ยทักขึ้น... ซุน ได้แต่หันมายิ้มแห้ง ๆ แต่ทุกอย่างล้วนไหลตามสถานการณ์ ซุน เองก็ไม่ได้วางแผนลักษณะนี้เช่นกัน หากแต่เห็นถึงโอกาสบางอย่างที่สมควรไขว้คว้า จึงลั่นวาจาออกไปเช่นนั้น  

 

หานเต้าหยี เพ่งมองไปยัง ซ่งไห่เฟิง... 

“ซ่งไห่เฟิง... ดูเหมือนว่าศิษย์เอกสำนักเจ้า จะพ่นวาจาไร้สาระออกมา จนเริ่มเป็นที่ระคายหูข้าอยู่บ้างแล้วนะ...” 

 

ซ่งไห่เฟิง เหลียวมองมา ซุน เล็กน้อย เห็นถึงประกายความมั่นใจที่เปี่ยมล้นผ่านดวงตา... ชายชราอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะจับจ้องกลับมายัง หานเต้าหยี... 

“อะไรคือวาจาไร้สาระ?! หากเรื่องที่ เหยาซุน เอ่ยถึงการเดิมพันนั่นล่ะก็ ตระกูลซ่ง ไม่มีปัญหาอันใด... ข้าเชื่อมั่นในศิษย์เอกของสำนักขวานวายุ ตระกูลซ่ง!!” 

 

ตึง!!  

 

เสียงป้ายเหล็กประจำตระกูลในมือของ ซ่งไห่เฟิง กระแทกลงที่โต๊ะเจ้าหน้าที่... ประหนึ่งเป็นการการันตีว่า หากทาง ตระกูลหาน กล้าร่วมเดิมพัน ตระกูลซ่งก็พร้อมจะลดสถานะของตระกูลลง เมื่อ เหมาซุน พ่ายแพ้ในการประลอง... 

 

หานเต้าหยี เบิกตากว้างขึ้นทันที... 

“เจ้ามันบ้าไปแล้ว!!” 

 

ช่วงเวลานั้นเอง กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่งก้าวเดินมา ทั้งยังได้ยินเรื่องราวที่กล่าวท้าทายกันเมื่อครู่ด้วยความบังเอิญ... 

ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ช่างน่าสนใจจริง ๆ 

 

ฉีเฟยเทียน เจ้าเมืองผู้ครั่นคร้าม สืบเท้าเข้ามาพร้อมยอดฝีมือผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง... การมาของผู้ที่มีสถานะสูงสุดในเมืองนี้ ทำให้ทั้ง หานเต้าหยี และ ซ่งไห่เฟิง ล้วนแล้วแต่ต้องประสานมือโค้งตัวอย่างสุภาพ เป็นการให้เกียรติ... 

 

เจ้าเมืองฉี เดินตรงเข้าไปหยิบเอาป้ายเหล็กตระกูลซ่ง ที่ ซ่งไห่เฟิง วางลงเมื่อครู่มาพิจารณา... 

“ซ่งไห่เฟิง... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ากล้านำสถานะของตระกูลซ่งมาเดิมพัน?! อย่าลืมว่าสถานะของตระกูลซ่งในเวลานี้ อยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกถอดถอน เพียงแต่ข้าปฏิเสธที่จะยื่นเรื่องเสนอราชวงศ์ไป๋หู่มาโดยตลอด เพราะเห็นแก่ความดีความชอบของ ซ่งหยุนไห่ สหายเก่าข้าที่ตายไป...” 

 

ซ่งไห่เฟิง ยกแขนเทียมขึ้นประสานมืออีกครั้ง... 

“ขึ้นอยู่กับว่า ตระกูลหาน มีเงื่อนไขที่สมควรแก่การเดิมพันหรือไม่” 

 

ฉีเฟยเทียน หรี่ตาแคบเล็กน้อย... 

“อย่าลืมว่าสถานะของตระกูลซ่ง และตระกูลหานในเวลานี้แตกต่างกันมาก... มิใช่ว่าตระกูลซ่งยื่นเสนอลดสถานะตระกูลตนเอง แล้วตระกูลหานจะต้องใช้เงื่อนไขเดียวกัน... ตระกูลหานไม่อาจถูกถอดถอนได้ด้วยการเดิมพันเช่นนี้...” 

 

ซ่งไห่เฟิง พยักหน้าตอบรับ... 

“เรื่องนั้นข้าย่อมทราบดี...” 

 

ก่อนที่ ซ่งไห่เฟิง จะเหลือบมองไปยัง เด็กหนุ่ม...  

แน่นอนว่า เจ้าเมืองฉี ก็มองตามเช่นกัน... 

 

“ไอหนู... เจ้าเป็นคนเอ่ยปากเดิมพัน ซึ่งข้าก็ตอบรับให้เจ้าแล้ว แปลว่าเจ้ามีสิ่งที่ต้องการอยู่ในใจใช่หรือไม่?!” ซ่งไห่เฟิง เอ่ยถามขึ้น 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปกระซิบข้างหูชายชรา... 

“หากชนะ... ข้าขอส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของเดิมพัน ตกลงหรือไม่?!” 

 

ซ่งไห่เฟิง พยักหน้าตอบรับเบา ๆ 

 

ซุน ส่งเสียง หึหึ ในลำคอ... ก่อนจะตวัดสายตามองไปยัง หานเต้าหยี 

“ห้าล้านเหรียญทอง... นั่นคือข้อเสนอเดิมพัน!! หากข้าชนะเลิศได้พวกท่านต้องจ่ายตามนั้น!!” 

 

“!!!!!!!!!!!” หานเต้าหยี เบิกตากว้างขึ้นทันที 

“อะไรนะ!! ห้าล้านเหรียญทอง งั้นหรือ!!” 

 

ซุน สวมกอดอก เผยรอยยิ้ม... 

“นั่นเป็นราคาที่ต่ำมาก หากเทียบกับสถานะชนชั้นตระกูลที่ถือครองป้ายเหล็ก... ได้ยินว่าตระกูลหาน ประกอบกิจการหลายอย่าง ทั้งยังมีสาขาที่เปิดขึ้นในเมืองหลวงร่วมกับตระกูลเกา กิจการรุ่งเรืองอยู่ไม่น้อย ห้าล้านเหรียญทอง จะนับเป็นอย่างไร?! 

 

อย่าบอกนะว่าพวกท่านคิดอยากจะถอดถอน ตระกูลซ่ง โดยไม่คิดจะแบกรับความเสี่ยงใด ๆ เอาไว้เลย หมายจับพยัคฆ์โดยใช้กับดักล่ากระต่ายเนี่ยนะ?! ช่างน่าขันยิ่ง...จิตใจพวกท่านยังหนักแน่นได้ไม่เท่าตระกูลซ่งของเราเลย!! ตระกูลใดกันแน่ที่ไม่เหมาะสมกับป้ายเหล็ก!!” 

 

เสียงของ เด็กหนุ่ม แผดก้องดังยิ่งกว่าตอนที่ หานเต้าหยี กล่าวย่ำยีตระกูลซ่ง!! ผู้คนนับพันในละแวกต่างล้วนจดจ้องมาเป็นทิศทางเดียว... เจ้าเมืองฉี ที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังแอบยิ้มย่องอยู่ในใจ ไม่แสดงตนว่ารู้จักกับ ซุน มาก่อน พยายามทำตัวเป็นกลางให้มากที่สุด... 

 

ใบหน้าของ หานเต้าหยี บิดงอทันที ตลอดชีวิตไม่เคยถูกผู้เยาว์มาโต้เถียงเช่นนี้ต่อหน้ามาก่อน!! หากเป็นพื้นที่ส่วนตัวแล้วล่ะก็ หานเต้าหยี คงไม่ลังเลที่จะตบหน้าเด็กหนุ่มผู้นี้ฉาดใหญ่เพื่อสั่งสอน... ทว่าตอนนี้เป็นท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก และอยู่ต่อหน้าเจ้าเมือง ฉีเฟยเทียน ไหนเลยที่ชายชราจะลงมือกล้ารังแกผู้เยาว์คนหนึ่ง ให้ชื่อเสียงของตนเป็นที่ครหา... 

 

“เจ้าจะว่ายังไง หานเต้าหยี?! แน่นอนว่าเจ้าสามารถปฏิเสธการเดิมพันครั้งนี้ได้ โดยไม่มีการบีบบังคับ... แต่หากเจ้าตอบรับ ข้าจะเป็นสักขีพยานในการเดิมกันครั้งนี้ให้เอง ขอใช้อำนาจแห่งเจ้าเมืองฉี ลงนามพวกท่านทั้งสองตระกูลเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษร ห้ามมิให้ผู้ใดผิดคำมั่น...” เจ้าเมือง ฉีเฟยเทียน เอ่ยถามเน้นย้ำ 

 

หานเต้าหยี แสดงสีหน้าครุ่นคิดหนัก เหลือบพิจารณามายังเด็กหนุ่ม... แววตาของชายชราค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ได้เห็นความมั่นใจของเด็กหนุ่มนาม เหยาซุน ที่เปี่ยมไปด้วยรัศมีความแน่นหนัก หลงนึกว่าจะเป็นชนชั้นอัจฉริยะผู้หนึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่ารัศมีที่แผ่ออกมา เป็นเพียงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นแรกสุดเท่านั้น!! 

 

หากเปรียบวัดในพื้นฐานลมปราณ ไม่ต้องกล่าวถึง หานเฉียง ที่เป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 9 และ ฉีลู่ชิง ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 7 ณ เมืองบุปผาแดงแห่งนี้ ยังมีผู้เยาว์อีกไม่ต่ำกว่า 20 คนภายในการประลอง ที่มีระดับขั้นพลังเหนือว่า เหยาซุน... 

 

‘อะไรกัน... ในเมื่อมันอ่อนแอเพียงนั้น?! แล้วความมั่นใจที่เห็นนั่นคืออะไร’ 

 

หานเต้าหยี มิใช่คนโง่เขลา ทั้งยังอุปนิสัยเจ้าเล่ห์เป็นพื้นฐาน ไม่มีทางถูกล่อลวงโดยง่าย... ทั้งที่เห็นความอ่อนแอจากพื้นฐานลมปราณของอีกฝ่าย ก็ยังชั่งใจอยู่อีกขั้นหนึ่ง... ซุน เห็นอีกฝ่ายยังมีความลังเลเด่นชัด จึงตัดสินใจเติมเชื้อไฟขึ้นอีกเล็กน้อย... 

 

เด็กหนุ่ม แผดเสียงหัวเราะขึ้นก้องดัง... 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ข้าขอแนะนำ ว่าท่านอย่าเสี่ยงจะดีกว่า... ข้านั้นถูกคนในหมู่บ้านตะวันอัสดง ยกย่องให้เป็นถึงอัจฉริยะไร้พ่าย เหล่าผู้เยาว์ทั้ง 7 หมู่บ้าน ล้วนต้องก้มหัวให้กับข้า ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่ข้าออกจากหมู่บ้านเพื่อสร้างชื่อเสียง แต่ดาราประกายแสงเช่น เหยาซุน อีกไม่นานจะต้องมีชื่อเสียงเจิดจรัสไปทั่วทวีปพยัคฆ์ขาว!!” 

 

“!!!!!!!!!!” เป็นอีกครั้งที่ หานเต้าหยี แสดงสีหน้างุนงงหนักยิ่งขึ้นไปอีก ฉงนใจว่าใยเด็กผู้หนึ่งจึงมีความมั่นใจได้ถึงเพียงนั้น… จวบจนกระทั่ง ชายชราเรียบเคียงสอบถามกับผู้ติดตามด้านหลัง... 

 

“พวกเจ้ารู้จักหมู่บ้านที่เจ้าเด็กนี่มันกล่าวอ้างหรือไม่?!” 

 

หนึ่งในผู้ติดตามประสานมือสุภาพ... 

“เรียนท่านผู้นำหาน... หมู่บ้านตะวันอัสดง เป็นหมู่บ้านชนบทเล็ก ๆ อยู่ทิศเหนือขึ้นไปไม่กี่ร้อยลี้ หมู่บ้านแห่งนั้นนอกจากจะทุรกันดานแล้ว ยังไร้ซึ่งความเจริญ ผู้เยาว์ในชนบทละแวกนั้น เพียงชนชั้นลมปราณสีครามก็ถูกเรียกเป็นอัจฉริยะแล้ว ไม่อาจนำมาเปรียบวัดกับเมืองใหญ่เช่นเมืองบุปผาแดงได้... 

 

ตามความเห็นของข้า... เจ้าเด็กนั่นมันคงเติบโตอยู่ในบ่อบึงแคบ ๆ ที่เรียกว่าหมู่บ้านตะวันอัสดง ไม่เคยออกสู่โลกภายนอก จึงหลงนึกว่าตนเก่งกล้าสามารถเกินผู้ใด... หารู้ไม่ว่าโลกภายนอกยิ่งใหญ่กว่าที่มันคิดไว้ เมื่อครู่มันยังบอกเองว่า มันเพิ่งจะเคยออกจากหมู่บ้านเป็นครั้งแรก...” 

 

หานเต้าหยี ได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าจริง ๆ แล้ว เหยาซุน เป็นเพียงกบในบ่อที่โง่เขลาตัวหนึ่ง ไม่รู้เคยจักโลกภายนอก!! และยิ่งเห็นสภาพการแต่งกายอันซอมซ่อ แบกศิลารูปร่างประหลาดไว้บนหลัง ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของเด็กหนุ่มจากชนบท!! 

 

ชายชราเมื่อปักใจเช่นนั้น ก็แผดเสียงหัวเราะออกมาในทันที... 

ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ก็เอาสิ... ข้ารับเดิมพัน!! มีหรือที่ข้าจะเกรงกลัวคำท้าทายของ ตระกูลซ่ง!! 

 

ซุน ลอบยิ้มย่องในใจ... แน่นอนว่า ซ่งไห่เฟิง ก็ไม่ต่างไปจากกัน อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในตัวเด็กหนุ่ม ที่เลือกล่อลวงได้แนบเนียนเสียจนเฒ่าชราอย่าง หานเต้าหยี ตกหลุมพราง จากวาจาเพียงแค่ไม่กี่ประโยค... 

 

ทว่า... ลึก ๆ แล้ว ซุน ยังไม่สาแก่ใจเท่าใดกับกับยอดเดิมพัน!! ห้าล้านเหรียญทอง แม้จะเป็นจำนวนที่ไม่ใช่น้อย หลังจากหักส่วนแบ่งระหว่าง ซุน กับ ตระกูลซ่งแล้ว ก็เหลือเพียง สองล้านห้าแสนเหรียญทองเท่านั้น ไม่เพียงพอจะฟื้นฟูตระกูลซ่งในระยะยาว... 

 

อีกทั้งจำนวน ห้าล้านเหรียญทอง ยังคล้ายว่าตระกูลหาน จะไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควร จากทรัพย์สินมหาศาลที่ตระกูลหานถือครอง... เด็กหนุ่ม กดหัวคิ้วลงต่ำแสดงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้ายขึ้นอีกครา... 

 

“น่าเสียดายจริง ๆ สำหรับข้า ยอดเดิมพันเท่านี้ ไม่อาจเรียกความตื่นเต้นได้ด้วยซ้ำ... ยิ่งยอดเดิมพันหวาดเสียวมากเท่าไหร่ ข้าจึงจะยิ่งมีกำลังใจฮึกเหิมตามความเสี่ยงนั้นด้วย... นี่ถ้าตระกูลหาน กล้าวางเดินพันสัก 50 ล้านเหรียญทอง สำนักขวานวายุตระกูลซ่งของเรา ก็คงกล้าที่จะนำ ขวานหมื่นโลหิต เข้าวางเดิมพันเช่นกัน...” ซุน กล่าวลอย ๆ ออกไป พลางถอนหายใจ 

 

“!!!!!!!!!!!!” แต่มันกลับทำให้ทุกคนเบิกตากลมโตเป็นไข่ห่าน ไม่ว่าจะตระกูลหาน ตระกูลซ่ง หรือแม้แต่เจ้าเมือง ฉีเฟยเทียน 

 

จะ...เจ้าว่าอะไรนะ ตระกูลซ่ง กล้าที่จะนำศาสตราอักขระชั้นสูงประจำตระกูลอย่าง ขวานหมื่นโลหิต เข้าเดิมพันงั้นหรือ!!” หานเต้าหยี แสดงน้ำเสียงตกตะลึงสุดกู่ จดจ้องมองไปยัง ซ่งไห่เฟิง ในทันที 

 

ทางด้าน ซ่งไห่เฟิง ถึงกับกลืนน้ำลายฝืดเคืองลำคอ ไม่คิดว่า ซุน จะเอ่ยออกไปเช่นนั้น... แต่ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว คงยากที่จะก้าวถอย... 

“กะ...กล้าสิ!! หากศิษย์เอกอย่าง เหยาซุน กล้าเสนอ... สำนักขวานวายุ ตระกูลซ่ง ก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน...” 

 

หานเต้าหยี ได้ยินเช่นนั้นก็พลันสั่นสะท้าน... ศาสตราอักขระชั้นสูงอย่าง ขวานหมื่นโลหิต นับเป็นศาสตราที่ดีที่สุดของเมืองบุปผาแดงแห่งนี้แล้ว มูลค่าของขวานดังกล่าวไม่อาจประเมินค่าได้... ไม่ต้องกล่าวถึง 50 ล้านเหรียญทอง หากถูกปล่อยลงสู่ตลาดมืด หรืองานประมูลระดับสูง แม้แต่ 500 ล้านเหรียญทอง ยังมีขุมอำนาจระดับสูงของยุทธภพ ที่พร้อมจะหยิบคว้า ขวานหมื่นโลหิต ในทันที!! 

 

“ตกลงตามนั้น!! ตระกูลหาน พร้อมลงเดิมพัน 50 ล้านเหรียญทอง!! ท่านเจ้าเมืองฉี โปรดเป็นสักขีพยานในการเดิมพันครั้งนี้ ระหว่าง ตระกูลหาน และ ตระกูลซ่ง ด้วย!!” หานเต้าหยี ประกาศกล้าขึ้นในทันที เพราะเจ้าตัวรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสสำคัญ ที่จะครอบครองทรัพย์สมบัติที่ทรงคุณค่าที่สุดของตระกูลซ่ง... 

 

เด็กหนุ่ม เผยอยิ้มมุมปากซ้าย ฟันเขี้ยวมีประกาย... เหนือศีรษะของเด็กหนุ่มขึ้นไป ยังมี เฒ่าชีเปลือย ที่แผดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจยิ่ง... 

 

................................................. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว