ทาสแมวดำ

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนน้าา~ รัก reader ทุกคนเลยย

ระวังครั้งที่ 14

ชื่อตอน : ระวังครั้งที่ 14

คำค้น : yaoi , boy's love , นิยาย y , นิยายกวนตีน , นิยายตลก , นิยายคอมเมดี้ , เจxฉ่อย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 17 เม.ย. 2559 00:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระวังครั้งที่ 14
แบบอักษร

 

ระวังครั้งที่ 14

 

หลังจากนั่งเรียนหลังแข็งมาตั้งนานในที่สุดก็เสร็จสิ้นเสียที เง้อ~ รู้สึกสดชื่นจริงจริ๊ง! เมื่อผมออกมาจากอาคารเรียนก็เห็นเพื่อนซี้กับไอ้เจนั่งรอกันพร้อมหน้าพร้อมตา เหมือนจะเห็นดอกไม้บานอยู่บนหัวพวกนั้นด้วยแฮะ คงรอจนรากงอกออกดอกกันแน่ๆเลย~

            “ว่าไงพวกหล่อน้อยกว่าฉัน~”

ผมทักแซวพวกมันเล่นๆ แต่เหมือนจะไม่มีใครเล่นกับผมเลย ทีกูไม่อยากเล่นนี่พวกมึงก็เล่นกันจัง ไอ้พวกไม่ได้หนังสือ! ไอ้พวกไม่รู้สถานการณ์!

            “มาซะทีพวกกูรอตั้งนาน ไปบ้านไอ้กันต์กันเถอะ”

เอ๊ะ! ออกมาปุ๊บก็จะลากกูปั๊บ ข้าวปลาก็ยังไม่ได้แตะเลย

            “ไปเร็วพวกกูรีบ!”

เอ้า! ผมยังไม่ทันตอบอะไรไอ้แมทก็รีบเดินนำโด่งโดยมีไอ้ขุนทองเดินตามต้อยๆราวกับขี้ข้าตามติดเป็นเงา ละก็ไม่มีใครอธิบายอะไรเลย

            “มึงจะยืนรอให้ขาเป็นอัมพาตก่อนหรือไงถึงจะเดินไปได้ซะที เขาบอกว่ารีบก็เร็วๆสิ มึงนี่เป็นคนหรือควายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง”

ไอ้เหี้ยเจอยู่ๆก็ด่าผมทันที คือผมยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ

            “อยากปากอัมพาตไหมล่ะมึง กูจะเอาตีนอัมพาตอันงดงามของกูเหยียบปากกลีบน้อยๆบางๆของมึง!

อะไรกันเนี่ยวันนี้! ไม่เข้าใจเลยให้ตายสิ!

            “ทำเป็นพูดเก่งนะมึง ตอนขย่มบนเตียงก็ขอให้พูดได้อย่างนี้ละกัน”

            “ขย่มแม่มึงสิ เด็กผี!”

            “ชักช้าจริงๆมึงนิ ทำอะไรไม่ทันใจกูสักอย่างให้ตายเถอะ!”

มันพูดพลางจับมือผมแล้วเดินนำทันที

            “มึงมาจับมือกูทำไม”

            “ก็มึงชักช้า คิดไรเยอะแยะ”

ไม่คิดได้ไงไอ้ห่า ก็เมื่อคืนมึงเพิ่งกำลังจะปล้ำกูนิเด็กผี!

            “จับแบบพี่น้องแหละอย่าคิดมาก”

มันพูดโดยไม่หันหน้ามามองผม

            “พี่น้องผู้ชายอายุขนาดนี้ไม่มีใครมาจับมือกันเดินหรอกไอ้ควาย! คิดจะพิศวาสกูล่ะสิท่า ทำมาเนียนจับไม้จับมือ อย่าคิดว่ากูรู้ไม่ทัน”

ผมพูดแหย่มันเล่นๆ

            “เออ”

มันตอบเพียงสั้นๆโดยไม่หันมาสบตาผมแต่กลับบีบมือผมแน่นขึ้นกว่าเดิม ปกติจะต้องสะบัดมือออกแล้วพูดว่า พิศวาสแม่มึงสิ มีสมองเท่าเยี่ยวมดหรือไงถึงคิดได้แค่นี้! คิดว่าน่าจะอะไรประมาณนี้มากกว่า มากกว่าที่มันจะมาตอบแค่ เออคำเดียว!

            “โดนกูสวนกลับจ๋อยเลยสิท่า”

คราวนี้มันหันมายิ้มแบบกวนตีนน่าจะโดนตบด้วยฝ่าตีนอันงดงามของกูสักครั้งนะคนอย่างมึงนี่ย!

            “จ๋อยแม่มึงสิ ปล่อยมือกูได้ละกูเดินเองได้ ไม่ได้ง่อย”

มันปล่อยมือผมแล้วเช็ดมือกับกางเกงมันยกใหญ่ราวกับผมเป็นเชื้อโรคหรือแบคทีเรีย ไอ้แด็กห่านี่วอนตีนซะแล้ว

            “มือกูจะเป็นอะไรไหมเนี่ย”

มันพูดพลางสำรวจมือยกใหญ่

            “กูสิต้องเป็นคนพูด!”

ถ้ารถอยู่ไกลกว่านี้ ผมว่าอีกสักหน่อยคงจะมีฉากนองเลือดแน่ๆ

            “อยากเดินจับมือกับกูแล้วทำเนียนนะมึง”

ผมเดินไปตบไหล่มันพลางแสยะยิ้มอย่างมีชัย

            “ความจริงกูอยากทำมากกว่าแค่จับมือด้วยนะ คิสมาร์ค เป็นไงล่ะ อยากให้ทำตรงไหนดีน้า”

มันกระซิบเบาๆที่ข้างหูผมพลางโอบเอวผมแล้วดึงเข้าไปหามัน ไอ้เด็กห่านี่เอะอะลวนลามตลอด!

            “โรคจิต! ไอ้เด็กผี!”

ผมผลักมันออกแล้วเดินไปที่รถทันที

            “มึงจะขับหรอ?” มันถามผม

            “เออ มีปัญหา?”

            “เปล่า จะขับก็ขับ อยากจะเป็นขี้ข้าต่อก็เชิญ ตามสบายนะ ไม่ห้าม”

มันพูดพลางยักไหล่อย่างสบายใจ แล้วเดินมานั่งซ้อนที่รถ

            “อย่าหวังว่ากูจะตายตาหลับถ้ากูยังไม่ได้เหยียบปากมึง!”

            “โอ๊ะๆ น่ากลัวจังเลย~”

มันพูดพลางกอดเอวผมแน่น! นี่มึงขาดความอบอุ่นขนาดนั้นเลยหรือไง! แดดที่ไทยยังร้อนไม่พอใช่ไหม! ตอบกู! ตอบสิ! ตอบ! ฮึ่ม! ให้ตายเถอะ!

            “หน้าด้าน ตอแหล แถเก่ง สะสมแต่เกมเส็งเคร็ง นอกจากมึงจะไม่เจ๋งแล้วยังเฮงซวย!”

            “โห ด่ามาเป็นกลอนเลย วันกวีแห่งชาติแล้วหรอถึงขนาดต้องแต่งกลอนด่าประจำปี”

            “ยัง”

            “ยังไม่ถึงวัน?”

            “ยังไม่เลิกกวนตีนกูอีกนะสัส! ถ้ายังไม่เลิกกวนตีนกูก็เดินกลับบ้านเองเลยไอ้ควาย! ดูด้วยว่าใครขับ นอกจากมึงจะโง่แล้วยังไม่มีสมองอีก! นี่มึงแดกหญ้าแทนข้าวเลยใช่ไหม! ตอบ!”

ผมจัดการด่ามันไปชุดใหญ่ นอกจากมันจะกวนตีนแล้วยังวอนตีนด้วย

            “กัดเจ็บใช่ย่อย มึงนี่หมาพันธุ์พิทบูลถูกไหม? อย่าไปเที่ยวกัดใครล่ะถ้าเขาตายขึ้นมาเดี๋ยวจะติดคุกเอา หรือจะให้กูหาตะกร้อครอบปากหมามาครอบปากมึงดี?”

            “เอาไว้ครอบปากมึงเองเถอะไอ้ควาย!”

ถ้ามึงกัดกูทุกวันนี่กูคงจะไม่เหลือแม้กระทั่งกระดูกแน่ๆ! เด็กพันธุ์เหี้ยอะไรกันเนี่ย! ผมล่ะอยากปาดคอมันทิ้งแล้วโยนลงบ่อพี่เข้แม่ง! เอาให้ไม่เหลือซากเอาให้หาศพไม่เจอเลยคอยดู!

            “พวกมึงจะกัดกันอีกนานไหม เป็นหมากันหรือไง เอาตะกร้อครอบปากกันเลยดีไหม?”

ไอ้แมทพูดขึ้นทำให้การกัดกัน(?)...เถียงกันจบลงอย่างชะงัก

            “คอมึงไปโดนอะไรมา”

ไอ้ขุนทองถามเพราะมันเห็นพลาสเตอร์ที่คอผมแล้ว

            “แมลง เหี้ย ไรไม่รู้กัด”

            “เออๆแค่นั้นก็แล้วไป งั้นไปกันเถอะ”

ไอ้แมทตอบแล้วขับรถนำไปทันทีโดยมีไอ้ขุนทองซ้อนท้าย รถคันนั้นเป็นของไอ้ขุนทองส่วนไอ้แมทมันมีรถยนต์แทนที่จะเอารถยนต์ไปแล้วนั่งด้วยกันให้หมด มันจะไม่ง่ายกว่าหรอ? นี่ผมมีเพื่อนเป็นคนถูกไหม? ไม่ใช่ควายที่ไหนใช่ไหม?

            “โดนแมลง เหี้ย กัดหรอกหรอเนี่ย~”

ไอ้เจพูดแล้วจูบที่หลังคอผมเบาๆ

            “มึงจะเลิกกวนตีนกูสักทีได้ไหมไอ้เหี้ย!”

ความคิดเห็น