email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 33. ไม่มีความผิดใดที่หักล้างได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 33. ไม่มีความผิดใดที่หักล้างได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33. ไม่มีความผิดใดที่หักล้างได้
แบบอักษร

“แซฮุน ท่านบาดเจ็บ!!”

“....!”

เวลาผ่านมานับชั่วโมงยูมีสังเกตเห็นสีหน้าของแซฮุนซีดเผือดลงรวมถึงเม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้น ภายใต้ชุดเกาะสำดำด้านข้างลำตัวมีเลือดไหลลงมาตลอดเวลา

แซฮุนรู้ดีว่าเขาประมาทพวกโจรเกินไปจึงพลาดท่าโดนคมดาบกรีดเป็นทางยาว เนื่องจากทหารหลวงที่มาพร้อมกับองค์รัชทายาทนั้นไม่อาจวางใจในความปลอดภัย เขาและพวกจึงต้องนั่งรวมกันอยู่จุดเดียว ส่วนพวกโจรที่หมดทางสู้ถูกทหารหลวงมัดมือมัดเท้าโยนกองรวมกันไว้อีกฝั่งหนึ่งโดยมีคนคุมอยู่ตลอด

“ข้าต้องทำแผลให้เจ้า”

“......”

“นั่นเจ้าจะทำอะไร?”

ทหารหลวงคนหนึ่งที่เฝ้าอยู่เอ่ยถามมียูกำลังจะเข้าไปใกล้แซฮุน

“ข้าเป็นหมอ ข้าจะต้องช่วยเขา”

“องค์รัชทายาทยังไม่ทรงอนุญาตให้พวกเจ้าทำอะไรทั้งสิน นั่งอยู่กับที่จะดีกว่า”

“ได้โปรด ให้ข้าช่วย เขาจะตายที่นี่ไม่ได้ แซฮุนเป็นถึงแม่ทะ..!!”

“ยูมี! ข้าไม่เป็นไร”

แซฮุนหันไปหาหญิงสาวด้วยใบหน้าซีด มียูจึงยอมสงบลงตามที่แซฮุนบอกแต่โดยดี แม้แต่ตัวเขาเองไม่รู้ว่าตนจะสามารถอดทนต่อความเจ็บปวดนี้ได้แค่ไหน แต่ตอนนี้เราทำได้แค่รอ

หลังจากเหตุการณ์โจรป่าบุกที่ตั้งค่ายของแซฮุน เขาและเหล่าทหารฝีมือดีใต้บังคับบัญชาของเขาอีกหลายคนแทบจะเอาตัวไม่รอดเพราะจำนวนคนที่เสียเปรียบ หากไม่ได้ทหารหลวงขององค์รัชทายาทเข้ามาช่วย เขาและคนอื่นๆ อาจต้องสู้จนตัวตาย

พรึบ!

“องค์ชาย!”

ผ้าคลุมของกระโจมหลังใหญ่ถูกคนด้านในเปิดออกร่างสูงทรงสง่าเดินออกมายืนอยู่เบื้องหน้าทหารหลวงทุกคนรวมถึงคนอื่นๆ ต้องรีบคุกเขาให้แก่เขา

เมื่อเห็นว่าด้านนอกเป็นไปด้วยความสงบซอลมินจึงหันกลับไปเปิดม้านขึ้นเพื่อให้อียูเดินออกมาด้วยกัน อียูหันมองไปรอบอย่างไม่เข้าใจนักว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

ราชองครักษ์อีแทที่ยืนอยู่ด้านหลังมองไปยังร่างเล็กของอียูคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ครั้งแรกที่องค์ชายพบนางเขาเองยังไม่เชื่อสายตาทั้งที่นางตายไปแล้ว แต่กลับยืนอยู่ตรงนี้ราวกับไม่มีอะไรบุบสลาย องครักษ์มินกล้าเล่าความเท็จเพราะหวังค่าตอบแทนจากพระมเหสีก็สมแล้วที่ตายไป

“ใครคือหัวหน้าของคนพวกนี้?”

“ทูลองค์ชาย กระหม่อมเองพะยะค่ะ”

เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้นท่ามกลางวงล้อมซอลมินและอียูหันไปตามเสียงจึงพบกับแซฮุน

“ข้าได้ยินว่าเจ้าคือ ทันแซฮุน แม่ทัพหลวงจากแผ่นดินใต้”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

“เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้?”

“ทูลองค์ชาย กระหม่อมมีเหตุผลที่จะจับกุมกลุ่มโจรเหล่านี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่กระหม่อมกระมาทเกินไปจนทำให้เสียคนไปมาก”

“ในความประมาทของเจ้า ทำให้พระชายาของข้าตกอยู่ในอันตรายโดยไร้คนคุ้มกัน เรื่องนี้เจ้าจะอธิบายอย่างไร?”

“...!!!”

ทุกคนที่ได้ยินองค์ชายพูดแบบนั้นก็ต่างตกใจมองหน้ากันไปมาเพราะตลอดเวลาที่หญิงสาวแปลกหน้าอย่างอียูเข้ามาอยู่ร่วมกันพวกเขาไม่เคยรู้เลยว่านางคือพระชายา แม้แต่ยูมีเองก็แปลกใจหันไปมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของแซฮุน

ร่างสูงที่ก้มหน้าค่อยๆเงยหน้าขึ้นหันไปทางอียูที่ยืนอยู่ด้านหลังขององค์ชายไร้ความตกใจหรือแปลกใจนั่นเป็นเพราะเขารู้อยู่ก่อนจะเกิดเรื่องเพียงไม่กี่นาทีว่าอียูคือใคร

“อภัยด้วยองค์ชาย กระหม่อมไม่อาจละทิ้งคนของกระหม่อมให้ต่อสู้เพียงลำพัง นั่นคือหน้าที่ที่กระหม่อมต้องทำ”

“การเป็นขุนพลของเจ้าหน้าที่ที่เจ้าอ้างถึง เจ้าต่อสู้เพื่อใครกัน เพื่อปกป้องคนของเจ้า หรือเพื่อกษัตริย์?”

“....!!”

ซอลมินถามแม่ทัพหนุ่มเสียงเรียบราวกับกำลังหยั่งเชิง แซฮุนต้องกลืนทุกคำพูดของตัวเองลงคออย่างยากลำบาก เพราะหน้าที่ของเขาชีวิตของเขาย่อมเป็นของกษัตริย์

แซฮุนหมดหนทางที่จะตอบคำถามของซอลมินเพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่าต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจะเลือกที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนของเขามากกว่าที่จะพาอียูหนีไป

ยุกยิกๆ

ท่ามกลางความเงียบอียูค่อยๆย้ายตัวเองเข้าใกล้ร่างสูงเอื้อมือเล็กกระตุกชายแขนเสื้อของซอลมินให้เขารู้ตัว

“หืม?”

“เอ่ออ ขออภัยเพคะ องค์ชายจะทรงฟังที่หม่อมฉันจะอธิบายบ้างได้ไหมเพคะ?”

“เข้าไปรอข้าก่อน ไว้ข้าจะฟังเจ้าทีหลัง”

“.....”

ซอลมินกันมาตอบอียูด้วยสีหน้าราบเรียบราวกับคนที่กำลังจริงจังอยู่กับงานและไม่ได้สนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องตรงหน้า

“อั๊ก!!”

“แซฮุน!!”

จู่ๆแซฮุนที่นั่งอยู่ก็กระอักเลือดออกเพราะทนบาดเจ็บไม่ไหวทุกคนต่างก็ตกใจรวมทั้งอียู ยูมีรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงเขาไว้โดยไม่สนว่าทหารจะเข้ามาขัดขวาง

เมื่อเห็นว่าเลือดสีแดงนองอยู่เต็มพื้นเพราะคนตัวใหญ่นั่งทับเอาไว้ไม่ขยับยิ่งทำให้อียูอยู่นิ่งไม่ได้ ทหารหลวงสองคนกำลังยื้อยุดให้มียูออกห่างจากแซฮุนเพราะแซฮุนยังตอบคำถามขององค์ชายไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีคำสั่งใดๆ ให้ใครขยับไปไหน

“ได้โปรด องค์ชาย”

“.....!”

อียูที่อดทนต่อภาพตรงหน้าไม่ไหวได้แต่พูดด้วยเสียงที่เบาเหมือนกระซิบเพื่อให้ซอลมินหยุดไต่สวนแซฮุนเสียทีเขาบาดเจ็บจนแทบจะทรงตัวไม่ได้อยู่แล้ว หากไม่ใช่ว่าตนอยู่ต่อหน้าราชองครักษ์และทหารที่จับตามองอยู่อียูก็คงไม่ยอมอยู่นิ่งแบบนี้แน่

ซอลมินเองเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำมือแน่นมองไปยังแม่ทัพหนุ่มเขาเองก็คงต้องหยุดเพียงเท่านี้ แม้อยากจะสั่งลงโทษแซฮุนเสียตรงนี้เต็มทนแต่คงไม่ถูกใจอียูเป็นแน่

“พอเท่านี้ ข้าจะไต่สวนเจ้าอีกครั้งในพายหลัง”

“ขอบพระทัยเพคะองค์ชาย!!”

ได้ยินอย่างนั้นทหารทั้งสองจึงปล่อยให้แซฮุนและยูมีเป็นอิสระนางก้มหัวเพื่อเคารพซอลมินน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มแล้วจึงรีบเข้าไปพยุงร่างหนาของแทซันขึ้นอีกครั้ง

พรึบ!

ซอลมินหมุนตัวกลับเข้าไปยังกระโจมแต่อียูยังคงยืนมองไปยังแซฮุนและยูมี

‘เกิดอะไรขึ้น ท่านจะพาข้าไปไหน?!’

‘ทำไมถึงไม่บอกอะไรกับข้าเลย เจ้าคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยของเจ้าเองคนเดียวอย่างนั้นหรือ?’

‘อะไรกัน! ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด?’

ภาพเหตุการณ์คราวก่อนฉายย้อนขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมเมื่อรู้ว่าข้าคือพระชายาแซฮุนถึงไม่ได้มีท่าทีตกใจเหมือนกับคนอื่นๆ

‘ข้ารับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ไหว ไม่ใช่เพราะหน้าที่หรือเรื่องภายในวัง แต่เป็นเพราะที่นี่ไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า....’

‘...!!’

‘คนของข้า คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรอีกมากมาย รวมถึงตัวข้าเองอาจต้องตายอย่างไม่มีทางเลี่ยง ข้ายอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้’

นี่คือสิ่งที่แซฮุนพยายามจะปกป้อง แต่ข้ากลับไม่รู้อะไรเลย ข้าเองที่ทำร้ายทุกคนที่นี่

“ท่านจะทำอะไร?”

“เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม?!”

ยูมีถามอียูด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวมากกว่าครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิงจนอียูทำตัวไม่ถูก

อียูเดินเข้าไปหาทั้งสองพร้อมกับนั่งลงข้างๆ โดยมีสายตาของทหารหลวงรวมถึงราชองครักษ์มองตามทุกอิริยาบถ ยูมีเองเมื่อเห็นว่าเป็นอียูแม้จะโกรธที่นางไม่เคยบอกกับพวกเราว่านางเป็นใคร พอเรื่องแดงขึ้นคนที่ต้องนับศพกลับไม่รู้อะไรเลย

“ข้าขอโทษที่ไม่เคยบอกอะไรเกี่ยวกับตัวข้า ข้าไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น”

“ข้าน่าจะเชื่อแซฮุน ว่าไม่ควรช่วยพวกเจ้าเอาไว้ตั้งแต่แรก”

“....!!”

แม้เป็นแค่คำพูดลอยๆ ก็ทำให้อียูสะอึกจนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก นางคงโกรธข้ามากจริงๆ จะอธิบายอะไรไปนางก็คงไม่พร้อมจะยอมฟัง ข้าไม่โกรธที่นางพูดแบบนั้นเพราะนางเป็นคนช่วยชีวิตข้าเอาไว้

“หากเจ้าต้องการสิ่งใดข้าจะจัดหามาให้”

“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันเป็นหมอหม่อมฉันจัดการทุกอย่างได้ พระชายาอย่าทรงลำบาก”

“......”

ยูมีไม่ได้สนใจว่าอียูจะทำอะไรจะพูดอะไรนางรีบจัดแจงค่อยๆถอดชุดเกราะของแซฮุนที่หมดสติออกทีละชิ้นเพื่อนเริ่มทำแผล

อียูเห็นอย่างนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเจือนๆ เดินคอตกกลับไปยังกระโจม

พรึบ

“เจ้าบอกว่าอยากอธิบายอะไรกับข้า แล้วทำไมจึงมาช้านัก?”

“.....”

อียูเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าเศร้า ซอลมินที่กำลังยืนรอเอามือไขว้หลังเห็นอย่างนั้นจึงเลิกคิ้วหนาขึ้นอย่างแปลกใจ

“ข้าผิดเอง”

“เรื่องอะไรกัน?!”

อียูสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ในใจออกก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงของซอลมินที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

“คนพวกนั้นไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครรู้ว่าหม่อมฉันเป็นไคร”

“ทำไมเจ้าแน่ใจนัก?!”

“แซฮุนพยายามจะพาหม่อมฉันหนีจากพวกโจรแล้ว แต่เป็นหม่อมฉันเองที่ไม่ยอมทำตามเขา เรื่องนี้เป็นเพราะหม่อมฉันที่เอาแต่ใจ”

“เหตุใดขุนพลนั่นต้องพาเจ้าหนี ทั้งที่เจ้าบอกว่าไม่มีใครรู้ว่าเจ้าเป็นใคร?”

“เรื่องนั้น....”

ซอลมินหลี่ตามองไปยังอียูอย่างจับผิด ไม่ใช่เพราะที่นางบอกว่านางเป็นคนผิด แต่เพราะนางกำลังปกป้องคนอื่นจากเขาเอง

ถึงคราวกระอักกระอ่วนเพราะซอลมินมองตนอย่างทะลุปรุโปร่งจนหมดหนทางจะแก้ตัว

“หม่อมฉันไม่ได้รู้ว่า ตัวเองเป็นพระชายาไปตอนไหน แล้วจะบอกอะไรกับใครได้”

“....”

“แม่ทัพแซฮุนจะพูดว่าเขาไม่เคยรู้ว่าหม่อมฉันเป็นใครก็ย่อมได้ แต่เขากลับเลือกที่จะไม่พูดอะไรและยอมรับผิดทุกอย่าง”

“แม้ว่าเจ้าจะยกเหตุผลมากมายมากองไว้ ข้าก็ไม่สามารถปล่อยเขาไปได้ จะให้มีเหตุการณ์ละเลยต่อหน้าที่เช่นนี้อีกไม่ได้”

“จะเกิดอะไรขึ้นกับแม่ทัพและคนของเขาเพคะ”

“....”

ได้เพียงแค่ความเงียบเป็นคำตอบซึ่งก็พอเดาได้ไม่ยาก อียูก้มหน้านิ่งเพราะความอัดอั้นในอก ซอลมินในตอนนี้ช่างน่าเกรงขามจนน่ากลัว ท่าทีทีเย็นชานั่นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าต่อให้อ้อนวอนเท่าไรก็ไม่เป็นผล

“ทำไมเป็นอย่างนี้ไปได้”

“เจ้าจะพูดอะไรกันแน่?”

“หม่อมฉันกำลังจะบอกว่า หากไม่ใช่เพราะคนพวกนั้นหม่อมฉัน หม่อมฉันอาจตายไปแล้ว”

“นั่นคือทั้งหมดที่เจ้าจะบอกข้าอย่างนั้นหรือ ยังมีอะไรที่เจ้าอยากพูดอีกไหม?”

ซอลมินมองคนตัวเล็กอย่างยากลำบาก ไม่ใช้เขาไม่ฟังความคิดเห็นจากนาง เพียงแต่ความถูกต้องย่อมมาก่อน

“หม่อมฉัน แค่.....รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม”

“เหตุผลที่เจ้าพูดมาทั้งหมด เพียงพอที่ข้าจะลงโทษเขาได้แล้ว”

“เป็นเช่นนั้น เพคะ”

พูดจบอียูเพียงแค่ก้มหน้าเดินออกจากกระโจมไปเงียบๆ

ซอลมินยืนนิ่งมองตามร่างเล็กไปจนลับสายตา ร่างสูงถึงกับถอนหายใจเงยหน้าขึ้นมองด้านบนอย่างหนักใจ ผิดก็ย่อมได้รับโทษ มันไม่มีความยุติธรรมไหนหักล้างความผิดได้หรอก

ความคิดเห็น