ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 1 Intro 100%

คำค้น : ธัญล่าฝันซีซั่น3 ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์ ละอองอาย เรื่องเล่าบนดาวเคราะห์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 302

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2563 09:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 1 Intro 100%
แบบอักษร

เวลานั่งทำงานต่อจนถึงเย็น และเธอต้องตรวจงานของ ‘สาวปริศนา’ ที่พูดถึงเธอลับหลังอย่างสนุกปาก แต่ถึงจะไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว งานของเจ้าหล่อนก็ต้องแก้อยู่ดี และเวลาไม่กังวลสักนิดว่าอีกฝ่ายจะเอาเธอไปพูดถึงในทางไม่ดีอย่างไร เพราะในโลกของการทำงาน เธอมีหน้าที่ทำงานออกมาให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่ทำงานเพื่อให้ใครมานิยมชมชอบ 

ติ๊ง!  

เสียงโทรศัพท์ดังมาจากในกระเป๋า เป็นข้อความที่เข้ามาในเวลาเลิกงานได้อย่างพอดิบพอดี 

หญิงสาวไม่เสียเวลาเปิดอ่าน เธอปิดโน้ตบุ๊คก่อนจะยัดใส่กระเป๋าสะพายใบเขื่อง รวบเอกสารบนโต๊ะรวมกองเอาไว้เป็นตั้ง ก่อนจะคว้าสายสะพายกระเป๋ามาพาดบ่าแล้วลุกจากโต๊ะทำงานอย่างแคล่วคล่อง 

“พี่กลับก่อนนะแก้ม ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับได้เลย” เวลากล่าวลาผู้ช่วยของเธอขณะเดินออกจากห้องทำงาน 

“พี่เวคะ แล้ว...”  

“พี่ขอเวลาอีกหน่อย เดี๋ยวบอกอีกทีนะ แต่ลองดูคิวของนักแสดงในช่องเอาไว้หน่อยก็ได้” บอสสาวกล่าวราวกับรู้ประโยคคำถามของผู้ช่วย กระนั้นก็ทำหน้ายู่เพราะตั้งใจเอาไว้แท้ๆว่าจะไม่วนเข้าวงการบันเทิง แต่หากไม่ได้รับการตอบกลับก็ต้องจนด้วยเวลาที่กระชั้นชิด  อย่างไรเสียนักแสดงในค่ายก็มีเบื้องหลังไม่ธรรมดาพอให้ถูไถไปได้อย่างไม่น่าเกลียดนัก 

เกวลินพยักหน้าและยิ้มตอบรับ พลางยกมือขึ้นมาโบกลาบอสสาวคนสวยของเธอ และอดจะเป็นห่วงด้วยรับรู้ถึงความเครียดที่เวลาแบกรับเอาไว้  

ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เกวลินไม่เคยเห็นโปรดิวเซอร์ของเธอกลับบ้านก่อนเวลามาก่อน มีแต่กลับช้า กลับช้ามาก และไม่กลับบ้าน แต่หลังจากมี ‘เรื่องวุ่นวายที่ไม่อาจเลี่ยง’ เวลาจึงต้องหอบงานกลับไปทำที่บ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้  

“เวลาครับ... อ้าว กลับไปแล้วเหรอ?” จู่ๆก็มีร่างสูงของชายคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของทีม ก่อนจะหันซ้ายมองขวาหมายจะหาคนที่ตนเพิ่งเอ่ยเรียก 

“ค่ะคุณนิรุจ พี่เวเพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่นี้เอง” เกวลินรับบทเป็นเพื่อนนางเอก บอกปัดชายผู้พยายามจะมาพัวพันกับเวลา ตามประสาคนสวยมักมีผู้ชายหมายตา แต่ผู้ชายคนนี้ดันเป็นหลานชายเจ้าของช่อง การจะบอกปัดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย 

“เพิ่งไปเหรอ?” ถามแค่นั้นแต่ไม่อยู่รอเอาคำตอบ ร่างสูงของนิรุจวิ่งแล่นออกไปเหมือนลมกรด ไม่สนใจสักนิดว่าคนอื่นจะมองอย่างไร 

ตอนแรกเกวลินก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเวลาถึงได้ไม่ชอบหนุ่มนักเรียนนอกสุดโก้อย่างคุณนิรุจ แถมอีกฝ่ายยังเป็นหลานชายคนโตของ ‘เจ้าของช่อง’ อย่างคุณถกลเกียรติ เชาวกรกุล เพียงเท่านี้ก็ทำให้บรรดาสาวๆ ทั้งตึกแทบจะปลดกระดุมเปิดไหล่ทอดสะพานให้ชายหนุ่ม ถึงแม้หน้าตาของเขาจะไม่ได้หล่อเข้าขั้นอย่างพวกนักแสดงในช่อง แต่ราศีของคนมีสตางค์ก็จับเสียจนชวนมอง 

จะพลาดก็ตรงที่... เรื่องลับๆที่บรรดาสาวๆเอามาเล่ากันอย่างกระซิบๆ ถึง ‘ความเก่ง’ ของพ่อหลานชายคนโปรดของเจ้าของช่อง ทว่าไม่ใช่การทำงานที่เก่ง แต่เป็นเรื่องบนเตียงที่เด็ดดวงไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า  

พ่อเจ้าประคุณกินตลอดทุกแผนกตั้งแต่แม่บ้านไปถึงกรรมการบริหาร แถมบางทียังมีคนเห็นกินกันในที่แจ้งให้เห็นแบบจะๆ อย่างไม่อายผีสางเทวดาอารักษ์ในตึก 

และก็คงจะเป็นความสวยที่สะดุดตาของโปรดิวเซอร์รายการทอล์คโชว์อย่างเวลา นิรุจถึงได้มาตามตื๊อเช้าตื๊อเย็นไม่ยอมเลิกรา... 

เกวลินส่ายศีรษะไปมาพลางทอดถอนใจอย่างคิดไม่ตก ลำบากก็แต่บอสสาวแสนสวยของเธอนั่นแหละ ต้องรับทั้งศึกนอกศึกใน เห็นทีคราวนี้จะต้องชวนเวลาไปไหว้พระสะเดาะเคราะห์กันสักเก้าวัดให้หายซวย  

 

ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที เวลาก็เดินทางกลับมาถึงคอนโดที่พัก โครงการใหญ่สูงระฟ้าใจกลางกรุง อยู่ห่างตึกของช่องที่เธอทำงานแค่สองสถานีรถไฟฟ้า ทว่าราคาที่แพงลิบของมันก็ทำให้เธอเป็นได้แค่ ‘ผู้เช่า’ ซึ่งผู้ให้เช่าก็ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นรัชนก พิธีกรประจำรายการและเพื่อนสมัยเรียนนิเทศที่มหา’ลัยแถวสามย่านด้วยกัน 

ห้องนี้เป็นห้องแรกที่รัชนกซื้อหลังจากได้เข้าทำงานใหม่ๆ ขนาดของห้องจึงไม่ได้ใหญ่มากนัก และหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ ให้ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวเช้า ทั้งๆที่ทำงานได้ยังไม่ถึงสองปีดี กลายเป็นเรื่องซุบซิบกันไปทั่ว ว่าผู้ประกาศข่าวสาว ‘เต้าไต่’ จนได้รับตำแหน่ง 

แต่ถึงจะอย่างนั้น คำครหาไม่เคยแผ้วพานชีวิตของรัชนก เธอประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด นานวันเข้าทุกคนก็ประจักษ์ถึงความสามารถของเจ้าหล่อน และลืมไปจนสิ้นว่าจุดเริ่มต้นของเธอเป็นอย่างไร 

เวลาไม่คิดโทษโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิต ในขณะที่เพื่อนเริ่มสร้างหลักปักฐาน เธอยังต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดเพื่อชำระหนี้ของครอบครัว ด้วยหวังว่าครอบครัวจะได้อยู่กันอย่างเป็นสุขเมื่อหลุดจากภาระหนี้ 

คงจะมีสักวัน... 

เวลาทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มสีครีมอ่อนด้วยความอ่อนล้า วูบหนึ่งที่ประโยคติฉินจากลูกน้องดังแว่วเข้ามาในหู 

‘เป็นแบบนี้ไงเลยไม่ค่อยมีเพื่อน ไม่มีใครอยากจะพูดด้วย’ ประโยคนี้วนกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง... 

ตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอไม่ค่อยมีเพื่อน จะมีก็แต่... 

ตืด... ตืด... ตืด... 

มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ที่โทรเข้า ครั้นเห็นว่าเป็นแม่ก็กดรับอย่างไม่รีรอ 

“ค่ะ แม่” เวลาพยายามกลบเสียงอ่อนล้า ทว่าความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจมันเอ่อล้นจนยากจะระงับ 

‘น้องเวอยู่คอนโดเหรอลูก กินอะไรรึยัง?’ เสียงของแม่สดใสเหมือนทุกที ไม่ว่าจะมีเรื่องหนักหนาอย่างไรแม่ก็มักจะฉีกยิ้มได้กว้างเสมอ พร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไร... ทุกที 

“น้องเพิ่งถึงคอนโดค่ะแม่ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ไม่ค่อยหิวด้วย แม่ล่ะกินอะไรหรือยัง” เวลาที่ต่อให้ตอนนี้อายุยี่สิบแปด แต่เธอยังแทนตัวว่าน้องกับครอบครัวเสมอ  

‘เรียบร้อยแล้วจ๊ะ วันนี้พี่ทีเค้าพาออกมากินข้าวข้างนอก แม่ว่าจะโทรชวนน้องแล้วเชียว แต่จำได้ว่าวันนี้มีถ่ายรายการ กลัวน้องจะเหนื่อยเลยไม่อยากกวน แต่ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม งั้นเดี๋ยวแม่ซื้อเข้าไปฝากนะ’ 

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ เดี๋ยวน้องหากินแถวนี้ง่ายกว่า เข้ามาเดี๋ยวก็เจอรถติด กว่าจะถึงบ้านก็ดึกดื่นพอดี” เวลาบอกปัด ก่อนจะเริ่มถอดเครื่องประดับด้วยมืออีกข้างที่ยังว่าง 

‘นั่นสิ แถวคอนโดน้องรถติดจนต้องดับเครื่องรอ แถมตอนนี้มีคนท้องอยู่ด้วย ไปนั่งรถนานๆคงไม่ค่อยดี’ 

“คะ? ใครท้องคะแม่?” มือที่กำลังถอดต่างหูชะงัก หัวคิ้วดกหนาขมวดเป็นปมแน่น ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาคู่คมจดจ้องมองใบหน้าตัวเองในกระจกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับคู่สนทนา 

‘ถามแปลกจริงน้องเว จะใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่แฟนพี่ที’ น้ำเสียงของแม่ฟังดูสดใส ออกจะดีใจอยู่ไม่น้อยยามพูดถึง และมันทำให้คนฟังอย่างเวลาถึงกลับเซถอยหย่อนก้นลงกับเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง 

ท้อง... 

‘น้องเว เป็นอะไรลูก?’ เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ แม่จึงเอ่ยทักอีกรอบ 

“ไม่มีอะไรค่ะแม่ น้องแค่เหนื่อย เดี๋ยวน้องขออาบน้ำก่อนนะคะ ไว้ค่อยคุยกันอีกที” เวลาไม่อยากคุยกับแม่ตอนที่ความรู้สึกเชิงลบของตัวเองกำลังพวยพุ่งเช่นนี้ 

‘ได้จ๊ะ น้องอย่าลืมหาอะไรกินนะลูก รักลูกจ๊ะ’ 

“รักแม่เหมือนกันค่ะ” มือเล็กค่อยๆ วางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับทั้งสองข้าง ทอดถอนใจอย่างหนักอก 

ปลายนิ้วกลางและนางทั้งสองข้างยกขึ้นปิดเปลือกตาที่กำลังร้อนผล่าว เธอไม่ใช่คนอ่อนแอและไม่อยากถูกมองว่าอ่อนแอ แต่กลับต้องเสียน้ำตาให้กับเรื่องครอบครัวครั้งแล้วครั้งเล่า 

เธอพยายามข่มใจไม่ให้รู้สึกไม่ดีต่อพี่ชาย เพราะอย่างไรแล้วเธอก็ต้องรักษาความเป็นครอบครัวเอาไว้ ต่อให้จะถูกพ่อแม่มองข้ามอีกสักกี่ครั้ง หรือจะต้องตัดใจจากโอกาสของตัวเองเพื่อสนับสนุนพี่ชายอีกสักกี่หน เธอไม่เคยคิดโทษว่าเป็นความผิดของเขาเลยสักครั้ง 

แต่ยิ่งนานวันเข้า คล้ายเขาจะลืมไปจนสิ้น ว่าหนี้สินที่พูนพะเนินของครอบครัว ยังรอการสะสาง จากฝันลมๆแล้งๆที่ว่า ‘เดี๋ยวพี่ทีเค้าเข้าที่เข้าทางก็ดีเอง’ ทว่ามันไม่เคยจะได้มีวันนั้น... 

ขณะน้ำตาค่อยๆ เออล้นและไหลปริ่มออกจากนัยน์เนตรคู่สวย เสียงแจ้งเตือนก็ร้องดังมาจากโทรศัพท์อีกครั้ง ฉุดหญิงสาวจากความเศร้าสร้อยให้ได้สติ เวลาปาดฝ่ามือกับสองข้างแก้มอย่างลวกๆ แล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจดูเหมือนความเศร้าเมื่อครู่ไม่เคยมีอยู่จริง 

[You have 1 e-mail]  

เธอกดเปิดอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนที่ดวงตาอ่อนล้าของเธอจะวาบวาวราวดวงดาวระยับบนฟากฟ้า ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืนมือจับโทรศัพท์แน่นด้วยความตื่นเต้น  

[จาก humanontheearth@gmail.com 

ถึง คุณ 

ตกลงครับ (: ] 

 

----------------------------------------- 

แวะมาส่งนิยายก่อนนอนค่ะ ฝันดีผีกัดตูดนะคะ 555 

ชื่นชอบนิยายเรื่องนี้ อย่าลืมกดใจกดไลค์ให้ไรท์หน่อยนะงับ สุมไฟร้อนในกาย!  

เช่นเดิมเหมือนทุกทีที่อัป หากส่วนหนึ่งส่วนใดมีข้อผิดพลาด ขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ไรท์ตั้งใจแต่งประกวด ฝากรีดจ๋าช่วยแนะนำด้วยนะคะ  

รัก ละอองอาย 

ความคิดเห็น