ทาสแมวดำ

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนน้าา~ รัก reader ทุกคนเลยย

ระวังครั้งที่ 13

ชื่อตอน : ระวังครั้งที่ 13

คำค้น : นิยายกวนตีน , นิยายตลก , นิยายคอมเมดี้ , นิยาย y , yaoi ,boy's love , เจxฉ่อย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2559 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระวังครั้งที่ 13
แบบอักษร

 

ระวังครั้งที่ 13

 

::เจ::

หลังจากพากันนั่งนินทาไอ้คนที่ชื่อยูพักใหญ่ ไอ้ฉ่อยก็ต้องไปเรียน ส่วนผมก็ต้องรอจนกว่ามันจะเรียนเสร็จเป็นเวลาอีก 2 ชั่วโมง ถ้าให้นั่งรอเฉยๆคงรากงอกออกดอกออกผลและเฉาตายในที่สุด ผมเลยตัดสินใจที่จะไปเดินสำรวจรอบๆมหาลัยของมันด้วยตัวคนเดียว

            “เอ๋ เจใช่ป่ะ”

จู่ๆก็มีผู้ชายตัวเล็กๆเดินเข้ามาทักผม

            “ครับ”

            “ไม่ต้องทำหน้างั้นก็ได้ พี่ชื่อขุนทองเพื่อนไอ้ฉ่อยมัน มาหาไอ้ฉ่อยมันหรอ”

มีขุนทอง จะมีขุนช้าง ขุนแผน ขุนศึก หรือนางวันทองโผล่มาอีกไหม กลุ่มนี้มันรวบรวมคนชื่อโบราณกันหรือยังไงนะ

            “อ๋อ เปล่าๆ ผมมาเดินสำรวจอยากรู้เขาเรียนอะไรยังไงกะว่าจะมาเรียนที่นี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี”

            “งั้นดีเลย เดี๋ยวพาไปคณะที่ผู้ชายอยากเข้ามากที่สุดแล้วกัน~”

สงสัยจะเป็นวิศวะแน่เลย มีคนนำทัวร์ก็ไม่เลวแฮะ~

            “พี่มีเพื่อนเรียนอยู่นั่นด้วย ขอคำแนะนำจากมันได้ ถึงภายนอกจะดูไม่เอาถ่านก็เถอะ แต่มันเก่งมากเลยนา~”

ผมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีความสุขกับการยอเพื่อนตัวเองแฮะ

            “โย่วเดือนดับ!”

คนที่พามาเจอนี่ผมจำหน้าได้ว่าเป็นคนเดียวกับคนที่แบกไอ้ฉ่อยมาส่งที่บ้านแน่ๆ ชื่อพิลึกกึกกืออีกแล้ว

            “ว่าไงคนแคระ ตามหาสโนวไวท์กับเพื่อนๆทั้งหกอยู่หรอ~”

สองคนนี้จะตีกันหรือเปล่าเนี่ย เฮ้ยๆ

            “หาเท่าไรยังหาไม่เจอเลยว่ะ แย่จัง~ เออมึงแนะนำคณะมึงหน่อย เผื่อเจจะสนใจ”

แล้วผู้ชายสูงๆที่เป็นเพื่อนกับคนแคระ...ไม่สิ พี่ขุนทองก็หันมามองผม พี่คนนี้น่าจะชื่อสมชายนะ จะได้เข้ากับกลุ่มได้ ถึงหน้าจะออกแนวลูกครึ่งก็เถอะ

            “สนใจจริงหรอ~ พี่เรียนอิเล็กฯนะ เอาใบชี้แจงรายละเอียดไหม~”

เขาไม่รอคำตอบจากผมแล้วเดินไปหยิบแผ่นกระดาษมายื่นให้ผมทันที

            “อา ขอบคุณครับ”

ผมพูดขอบคุณแล้วก็หยิบมาเก็บไว้ คิดว่าคงยังไม่อ่านทันทีหรอก ว่าแต่ไอ้ฉ่อยมันเรียนอะไรผมก็ไม่เคยถามซะด้วยสิ ขนาดเบอร์โทรมันผมยังไม่มีเลย อาภัพจริงๆชีวิตผม

            “ซื้อขนมไข่เต่ามาเยอะเลย มากินด้วยกันไหม”

พี่ขุนทองพูดขึ้นพลางยกถุงขนมโชว์ให้ดู

            “โห เห็นแล้วนึกถึงไอ้กันต์เลยนะเนี่ย ของโปรดมันเลยนี่นา”

พี่สมชาย(ตั้งชื่อเอาเอง) พูดขึ้น จะว่าไปก็เห็นไอ้ฉ่อยพูดถึงคนชื่อกันต์ด้วยนี่นา ว่าไปฆ่าเขาเป็นความผิดตัวเองอะไรทำนองนั้น

            “นี่พี่ๆ ผมขอถามเรื่องเกี่ยวกับคนชื่อกันต์ได้ไหมครับ?”

ทันทีที่ผมพูดจบสีหน้าทุกคนก็เปลี่ยนทันที

            “พอดีเห็นฉ่อยมันพูดถึง ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไรครับ”

พูดขนาดนี้แล้วเล่าให้ฟังเถอะน่า

            “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง อาจจะรู้ไม่ค่อยเยอะเพราะเพิ่งมาเป็นเพื่อนกับพวกมันตอน ม.ปลาย เรื่องมันเกิดก่อนวันเกิดไอ้กันต์ วันนั้นพวกเราไปกินเหล้าฉลองสอบเสร็จ แล้วพี่ไปเห็นเข้าพอดีตอนที่พวกมันทะเลาะกันอยู่หน้าห้องน้ำ แต่ทะเลาะเรื่องอะไรไม่รู้ แล้วไอ้กันต์ก็หัวเสียเลยขับรถกลับบ้านไป ไม่นานก็มีโทรศัพท์เข้ามาว่าไอ้กันต์เกิดอุบัติเหตุอาการสาหัส พวกเราก็เลยไปเยี่ยมแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นยังนอนไม่ได้สติ แล้วหมอก็บอกว่ายื้อต่อไม่ไหวแล้วยิ่งยื้อยิ่งทรมานคนไข้ แม่ไอ้กันต์ตัดสินใจว่าให้หยุดยื้อชีวิตในวันเกิดของมัน ก่อนที่มันจะตายจู่ๆก็เหมือนมีปาฏิหาริย์ทำให้มันสามารถพูดออกมาได้ มันพูดว่ากูโกรธมึงไม่ลงหรอกกูขอโทษนะฉ่อย มันไม่ใช่ความผิดของมึงเลย กูรักพวกมึงมากนะ จากนั้นไอ้ฉ่อยก็เอาแต่ร้องไห้แล้วก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง”

เรื่องมันเป็นมาอย่างนี้นี่เอง ทุกอย่างล้วนมีเงี่ยน...เงื่อนงำ

            “แล้วพอจะช่วยอะไรมันได้บ้างไหม ผมไม่อยากให้มันจมอยู่กับความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”

            “คนที่จะช่วยมันได้หรอ...คนแบบนั้นจะมีไหมนะ”

พี่สมชายพูดพลางหันไปมองที่พี่ขุนทอง คนคนนี้คงจะเป็นคนที่รู้เรื่องมากที่สุดแหละนะ ถ้าให้ผมเดา

            “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าน้องไอ้หมอนั่นจะยอมช่วยหรือเปล่า เพราะเมื่อก่อนตอนขอให้ช่วยก็มักจะพูดตลอดเลยว่าไม่ใช่ธุระสักหน่อย”

คงจะต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมซะหน่อย อาจจะเกลี้ยกล่อมด้วยกำลังหรือข่มขู่ดี...

            “ลองโทรไปถามใหม่ไหม?”

ผมถามพี่แคระ พี่แกก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดแล้วแนบหู

            “ฮัลโหล .....อื้ม โอเคขอบคุณนะ”

หลังจากที่ฮัลโหลก็เว้นระยะเงียบแล้วก็จบบทสนทนาแต่เพียงเท่านั้น... ไอ้หมอนี่มันคุยโทรศัพท์แบบไหนกันแน่!

            “ว่าไงมั่ง” พี่สมชายถาม

            “พอฉันโทรไป มันก็บอกว่าโทรมาพอดีเลย ว่าจะโทรให้มาหาแล้วก็ช่วยพาไอ้ฉ่อยมาด้วย ถ้าอยากให้ช่วยก็พามา ว่างั้นน่ะ”

ไอ้ฉ่อยชอบโกหกเพื่อความสบายใจของคนอื่น เหมือนกับวันนี้ หมอนั่นก็โกหกผม ถ้ามันเมามันจะพูดความจริง

หลังจากที่คุยจนรู้เรื่องพวกเราก็กลับมารอไอ้ฉ่อยที่เดิม ได้แค่นั่งรอเวลาจนกว่ามันจะเรียนเสร็จ สำหรับผมแค่หนึ่งวิทาทีก็เหมือนหนึ่งชั่วโมง ทั้งช้าและยาวนาน ถ้าไอ้ฉ่อยมันไม่หักดีวีดีเกมผมก็คงจะไม่ได้มานั่งตรงนี้หรอก เพราะผมก็จะนั่งเล่นอยู่ในห้องของตัวเอง แต่นึกถึงแล้วก็เจ็บใจ จิตใจทำด้วยอะไรถึงได้ใจดำอัมหิตเหี้ยมโหดป่าเถื่อนอย่างนี้! คิดๆแล้วแค้นสุดขีด~

            “กูคิดว่าไอ้กันต์กับไอ้ฉ่อยน่าจะทะเลาะกันเพราะเรื่องผู้หญิงนะ เคยเห็นมันทะเลาะกันอยู่ครั้งนึง แต่รายละเอียดไม่รู้”

จู่ๆพี่ขุนทองก็พูดขึ้นมา เรื่องนี้มันยังไงกันแน่นะ! ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น! ถ้าผมยอมแพ้คดีก็จะยังคงเป็นปริศนาต่อไป! คดีนี้ผมจะต้องคลี่คลายให้จงได้~ (ขี้เสือก..)

ความคิดเห็น