แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 25

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 25
แบบอักษร

 

 ไม่รู้ว่าไอ้อาการปวดหลังนี้นอกจากมนุษย์เงินเดือนกับคุณแม่ท้องใกล้คลอดใครจะเป็นมากกว่ากัน สภาพผมตอนนี้คือท้องโย่เดินเหินก็ลำบากคุณน่านฟ้าต้องคอยประคองตลอด บางครั้งก็ต้องมาทำหน้าที่นวดให้ผมบ้างซึ่งหมอก็แนะนำวิธีนวดที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ให้ 

"ค่อยๆ เดิน" แขนแกร่งยื่นเข้ามาโอบรอบเอวผมเป็นอัตโนมัติเมื่อเห็น ว่าผมกำลังแบกท้องโตๆ ของตัวเองเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน "ทำไมไม่เรียกล่ะพี่จะได้ไปช่วย" 

"ให้เดินเองบ้างเถอะครับแค่นี้เอง" 

"ได้ยังไง ถ้าเกิดว่าก้าวพลาดตกบันไดพี่จะทำยังไงครับ" 

"ไม่เป็นไรหรอกน่ะ ผมชินแล้ว" 

ผมได้ยินร่างสูงถอนหายใจช่วงที่กำลังช่วยประคองผมนั่งที่โซฟา ผมรั้งเขาเอาไว้ก่อนที่จะเดินจากไปอีกผมรู้ว่าเขาคงเก็บอะไรไปคิดอีกแน่ๆ 

"นั่งคุยกันก่อนสิครับ" 

"แต่..." 

"นะครับ คุยกับหนูก่อน" 

"ก็ได้ครับ ว่าแต่หนูอ้อนพี่แบบนี้จะขออะไรครับ" เขายอมนั่งลงข้าง ๆ กันแต่ผมก็ไม่ยอมที่จะปล่อยมือเขาออก 

"คิดมากอีกแล้วหรอครับ" 

"อืม พี่ขอโทษนะครับ แค่รู้สึกแย่ที่ตอนท้องสกายพี่ไม่ได้อยู่ดูแล" 

ผมยิ้มบางๆ แล้วเข้าไปกอดร่างสูงเอาไว้ เรื่องมันผ่านมานานแล้วทำไมเขายังเก็บมันมาคิดอีกนะแต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มันอาจจะเป็นแผลในใจของเขาก็ได้ ถึงจะบอกหลายครั้งแล้วว่าตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนั้นเขาไม่รู้ตัวซ้ำว่าผมกำลังท้องและผมเองก็เลือกที่จะไม่บอกเขา มันไม่มีใครที่จะต้องมารู้สึกผิดกับเรื่องนี้เลย 

"อย่าคิดมากเลยครับเรื่องมันนานแล้ว อีกอย่างผมก็ไม่ได้คิดอะไร" 

"แต่พี่หยุดคิดไม่ได้จริงๆ " 

"โอ๋ๆ นะ ตัวน้อยปลอบคุณพ่อช่วยหม่ามี๊หน่อยค่ะ" ผมบอกแล้วจับมือเขามาวางที่หน้าท้องกลมๆ ราวกับว่าตัวน้อยที่อยู่ในท้องฟังบทสนทนาของเราสองคนรู้เรื่องจึงเตะที่ท้องผมเบาๆ ตรงที่มือของคุณน่านฟ้าวางทับ คนเป็นพ่อก็ยิ้มออกมาและรั้งผมเข้าไปกอดแทน 

ฟอด!! 

"พี่รักหนูกับลูกมากนะครับ พี่จะพยายามไม่คิดมากเรื่องที่ผ่านมาแล้วหนูจะได้สบายใจ" 

"ดีแล้วครับ" ผมบอกและหอมแก้มกลับไปข้างหนึ่ง 

ตลอดทั้งวันคุณน่านฟ้าแทบจะไม่ออกไปไหนเลยแม้ว่าจะมีงานเข้ามาบ้างแต่เขาก็ไม่ยอมไปไหนเอาแต่เฝ้าผมอยู่ที่บ้านบริษัทก็เข้าไปนับครั้งได้ อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เข้าไปประชุมผู้ถือหุ้นแค่ครั้งเดียวเห็นจะได้ ส่วนงานอะไรที่ไม่ด่วนมากจะให้คุณเลขาเอามาให้ที่บ้าน ทุกวันหลังเลิกงาน 

"วันนี้ก็ไม่เข้าบริษัทหรอครับ" 

"ไม่ ไม่มีประชุมอะไรสำคัญอยู่ล้านเป็นเพื่อนหนูกับลูกดีกว่า" เขาบอกแล้วเอาหูแนบลงกับท้องของผม 

ผมนั่งเอนหลังมองสามีที่กำลังแนบหูกับท้องตัวเองคุยกับลูกสาวด้วยเสียงสองก็ได้แต่อมยิ้มไม่คิดว่าจะได้เห็นมุมนี้ของเขาเลยจริงๆ คุณน่านฟ้าคุยกับลูกอยู่พักใหญ่ก็มีคนมาขอพบเลยต้องผละออกไปคุยธุระเสียก่อน ผมจึงเดินประคองท้องโตๆ ของตัวเองเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมให้แขก 

"คุณแสงจะทำอะไรคะ วางเลยค่ะ" 

"แค่เตรียมขนมเองครับ" 

"ไม่ได้ค่ะ คราวหลังเรียกพวกพี่นะคะ" พี่แม่บ้านคนหนึ่งเอ็ดเข้าเมื่อเห็นผมกำลังจะเปิดตู้หยิบของว่างบนชั้น "ท้องแก่แล้วต้องระวังให้มากๆ นะคะ" 

"ครับ เข้าใจแล้ว" 

"ดีค่ะ งั้นไปนั่งที่ห้องดูหนังกับพี่นะคะพี่พาไป" 

"ก็ได้ครับ" 

เธอหันไปสั่งงานแม่บ้านอีกคนก่อนที่จะช่วยประคองผมไปยังห้องดูหนังที่ตอนนี้จะเป็นห้องนอนของผมอีกห้องไปแล้วเพราะไอ้อาการปวดหลังทำให้ผมชอบมานั่งห่มผ้าดูซีรี่ส์ที่ห้องนี้บ่อยๆ ไม่แปลกที่ตอนนี้จะมีพวกหมอนและผ้าห่มอยู่ในห้องนี้ตลอด 

“ดูเรื่องอะไรดีคะคุณแสง” 

“เดี๋ยวผมต่อจากมือถือเองครับ” 

“ได้ค่ะ นี่รีโมทนะคะ” พี่แม่บ้านนำรีโมททีวีกับโฮมเทียร์เตอร์มาวางไว้ให้ข้างตัวเพื่อหยิบได้ง่าย “เดี๋ยวพี่ยกขนมมาให้นะคะ” 

“ขอบคุณครับ” 

ผมเปิดแอพดูซีรี่ย์ในมือถือเชื่อมกับจอทีวีเลือกเรื่องที่ดูค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานก็กดเล่นต่อ นั่งดูไปสักหน่อยก็ง่วงเอนหลังไปกับหมอนที่วางอยู่รอบๆ หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกทีก็พบว่าคุณน่านฟ้านั่งอยู่ข้างๆ แล้ว แต่ละครบนทีวีถูกกดหยุดเอาไว้ 

“แขกกลับแล้วหรอครับ” 

“อืม” 

“เข้ามาทำไมครับ” ผมถามพยายามที่จะลุกเขาก็ช่วยประคอง 

“มาคุยเรื่องงานแหละ พอดีมีคนเทขายหุ้นของสายการบิน” 

“ที่คุณเคยทำงานหรอครับ” 

“ใช่ น่าจะเจอปัญหาแหละถึงเอาหุ้นออกมาเทขายขนาดนั้น เขามาถามว่าพี่สนใจจะซื้อหรือเปล่า” 

“แล้วคุณคิดว่ายังไงครับ ยังไงก็เป็นธุรกิจของบ้านคุณเสาวรส ถ้าไม่...” 

“เรื่องแบบนี้เอาความสงสารมาตัดสินไม่ได้หรอกนะ พี่เองก็ต้องดูสภาพคล่องบริษัทนั้นก่อน ถ้าไม่ไหวก็เหมือนเอามาเพิ่มภาระ” 

ผมเองก็เห็นด้วยเมื่อกี้อาจจะด่วนตัดสินใจกันไปหน่อยเพราะคิดว่าเป็นธุรกิจของบ้านคุณเสาวรสที่เป็นอดีตภรรยาของคุณน่านฟ้าเขาน่าจะช่วย แต่มันก็จริงที่จะเอาความรู้สึกมาตัดสินไม่ได้ 

“แล้วคุณตอบเขาไปยังไงครับ” 

“บอกว่าขอปรึกษาภรรยาก่อนครับ” 

“ปรึกษาผม?” ผมเนี่ยนะ ผมจะไปช่วยอะไรเขาได้ “เป็นข้ออ้างปฏิเสธหรือเปล่า” 

“เปล่า พี่ปรึกษาจริง” 

“เรื่องนี้สำคัญนะครับ ผมไม่กล้าตัดสินใจเลยมันเป็นเหมือนเผือกร้อนที่โยนมาให้เรารับผิดชอบหรือเปล่า” 

พรึ่บ 

ร่างสูงขยับลงนอนหนุนตักจับมือของผมไปวางบนหัวตัวเอง “ตัวน้อยช่วยคุณพ่อคิดหน่อยสิคะ” 

“อะไรครับลูกยังเล็กอยู่เลยนะ” ผมก้มมองร่างสูงที่เริ่มไปขอความเห็นจากตัวน้อยในท้องที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ 

“ก็คิดไม่ออกนี่ครับ” 

“ลองปรึกษาคุณพ่อไหมครับ” 

“อืม ไว้คุยตอนกินข้าวเย็นนี้ก็ได้” 

  

  

 

  

  

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หลังจากที่ปรึกษากับคุณพ่อแล้วก็ดูเหมือนว่าท่านเองก็สนใจอยู่ไม่น้อย เพราะสายการบินนี้ก็พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างแม้จะเป็นสายการบินโลว์คอสก็ตาม ดังนั้นหลังอาหารเย็นทั้งคุณน่านและคุณพ่อก็เข้าไปคุยเรื่องนี้กันในห้องทำงานส่วนผมต้องพาเจ้าอ้วนทำการบ้านก่อนเพราะวันนี้ทำเลขเจ้าอ้วนทำไม่ได้ 

"หม่าม๊า อันนี้ทำยังไง" 

เจ้าอ้วนเขียนเสร็จข้อต่อไปก็เอามาถามอีก เจ้าอ้วนนั่งลงข้างๆ เงยหน้ามองผมตาปริบๆ ผมหยิบสมุดการบ้านลูกขึ้นมา ขมวดคิ้วนิดหน่อยกับลายมือไก่เขี่ยของเจ้าลูกชาย 

"มานั่งข้างๆ ม๊า" 

เจ้าอ้วนรีบเข้ามานั่งข้างๆ ชะเง้อหน้าเข้ามามองผมที่อธิบายเลขให้ฟังอย่างตั้งใจ ตอนแรกที่เห็นโจทย์ก็แอบตกใจนิดหน่อยทำไมการบ้านเด็กถึงยากแบบนี้ เด็กสมัยนี้ต้องเรียนอะไรน่าปวดหัวแบบนี้ด้วยหรอ ผมพูดไปเจ้าอ้วนก็ถามแทรกบ้าง ผมดีใจนะที่สกายขยันละค่อนข้างใส่ใจกับสิ่งที่ทำเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันที่บางส่วนสมาธิสั้นและว่อกแว่กตลอดเวลา 

"แบบนี้ใช่ไหมครับ" เมื่อเขียนเสร็จก็ยื่นมาให้ผมดูว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า 

"ถูกครับ ทำข้อต่อไปเลยทำได้ไหม" ผมถาม เจ้าอ้วนก็พยักหน้าเพราะจากโจทย์ที่เห็นก็เหมือนกับสองข้อข้างบนที่เคยทำ 

"หม่าม๊า หนูไม่ชอบวิชาเลขเลย" 

"ทำไมล่ะครับ หนูก็ทำได้นี่นา" 

"มันยาก ตอนอยู่ที่โรงเรียนคุณครูสอนอะไรก็ไม่รู้ไม่เหมือนที่หม่าม๊าสอนเลย" เจ้าสกายเขียนไปก็บ่นเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังบอกว่าคุณครูสอนยากเกินไป แต่ผมก็พอเข้าใจนะก็ครูเขาคนเดียว จะสอนให้ทั่วถึงก็คงยาก 

"แต่หนูใช่ไหมครับว่าชอบหรือไม่ชอบก็ต้องได้เรียน" 

"ครับ" 

"งั้นตั้งใจทำให้ดีเท่าที่เราทำได้ดีไหม" 

"แต่หนูไม่ชอบ" เจ้าอ้วนทำเสร็จแล้วส่งสมุดมาให้ผมดู "หนูไม่อยากเรียน" 

ผมยิ้มแล้วส่งสมุดคืนให้ลูกทั้งยังยกนิ้วโป้งให้เพื่อให้กำลังใจ เจ้าอ้วนก็ยิ้มแล้วรีบคลานเข้ามาใกล้ๆ นอนลงและยกแขนขึ้นกอดท้องกลมๆ ของผมไว้ 

"หม่าม๊ามีเรื่องที่ไม่ชอบไหม" 

เจ้าเด็กคนนี้คำพูดคำจาเป็นผู้ใหญ่อะไรขนาดนี้ ผมยิ้มแล้วลูบหัวลูกไปด้วยทั้งยังเล่าเรื่องที่ตัวเองรู้สึกไม่ชอบให้ฟังเพื่อให้เจ้าอ้วนได้รู้ว่าความจริงแล้วทุกคนมีสิ่งที่ไม่ชอบเหมือนกัน คุยกับคนพี่อยู่ก็เหมือนว่าคนน้องจะอยากคุยด้วยเพราะเอาแต่ถีบท้องจนรู้สึกเจ็บ เจ้าอ้วนขยับมาใกล้แนบหน้าลงกับท้องผมและลูบเบาๆ เป็นการปลอบน้องสาวที่อยู่ด้านใน 

  

"อย่าดื้อนะ หม่าม๊าเจ็บร้องไห้ฮือๆ เลย" 

"ร้องไห้ฮือๆ เลยหรอ" 

"คุณพ่อ!! " 

ฮึบ! 

  

คุณน่านฟ้าเข้ามาเมื่อไหร่ไม่รู้แต่เจ้าอ้วนก็รีบเข้าไปกอดเลยถูกอุ้มขึ้นมานั่งบนตั้งของเขา หนังสือนิทานสองภาษาถูกหยิบมาหนึ่งเรื่องอ่านให้คนบนตักฟังก่อนนอน 

"Once a time there is an old man named Geppetto. He has no son and is alone. One day, he makes a puppet from wood." 

นิยายเรื่องพินอคคิโอเป็นเรื่องที่คุณน่านฟ้าเลือกมาอ่านให้ลูกฟัง เจ้าสกายก็นั่งดูภาพในหนังสืออย่างสนใจ ในบางครั้งเขาก็ให้สกายลองอ่านด้วยตัวเองเพื่อฝึกภาษาไปในตัว 

"Then surprisingly, the puppet starts moving. he said your name is Pinocchio. You will be my good son. And you must go to school. Will you promise me? Yes, I will. I will be a good boy and go to school, Pinocchio said" 

"คุณครับ ผมไปที่ห้องเรานะ" 

"อืม เดี๋ยวลูกหลับแล้วตามไปครับ" 

"ครับ" 

ผมเดินกลับมาที่ห้องผ่านทางประตูเชื่อมที่ทำไว้ ดูว่าเวลาก็ยังไม่ดึกมากเลยโทรไปเล่นกับป๊าม๊าก่อน พวกท่านทั้งสองคนก็สบายดีแม้ว่าจะติดขัดบ้างแต่ก็บางช่วงเท่านั้น ผมเคยคิดนะว่าอยากจะกลับไปอยู่บ้านดูแลพวกท่านที่อายุเพิ่มขึ้นทุกปีๆ แต่อีกทางอีกมีความรับผิดชอบในฐานะภรรยาและแม่ แต่ถึงจะอยู่ไกลกันแต่ผมก็พยายามที่จะติดต่อกับพวกท่านตลอดไม่อยากให้เหงาบางหรือถ้ามีโอกาสก็อยากจะชวนคุณน่านฟ้าไปเยี่ยมอยู่เหมือนกัน 

  

"คุยกับม๊าหรอ? " 

"ครับ แกกำลังบ่นเรื่องข้างบ้านเลย" 

"หนูคุยเสร็จแล้วมาอาบน้ำนะครับ" 

"อือ" 

ผมคุยต่อสักพักก็ถูกม๊าไล่ให้ไปอาบน้ำเพราะได้ยินที่คุยกับคุณน่านฟ้าเมื่อกี้ พอวางสายก็เดินอุ้มท้องใหญ่ๆ ไปที่ห้องน้ำร่างสูงเข้ามาโอบประคองในทันทีอย่างอัตโนมัติ ผมนั่งลงบนฝ่าชักโครกคุณน่านฟ้าก็ช่วยถอดเสื้อผ้าให้ ส่วนตัวเขาก็ถอดออกเช่นเดียวกันเหลือแค่กางเกงชั้นในแบบขาสั้นสีดำเพียงตัวเดียวที่สวมอยู่ 

ซ่า! 

น้ำอุ่นๆ ราดลงบนตัวผมตั้งแต่ไหล่ลงมาที่หน้าอกลงไปที่ขาและฝ่าเท้า คุณน่านฟ้าปิดน้ำและเอาใบขัดตัวใส่สบู่มาถูที่ตัวให้ผมเบาๆ เขาถูให้ผมทั้งตัวจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่หลังเท้าที่ผมก้มลงไปถูไม่ได้เขาก็ยอมนั่งลงถูให้จนสบาย 

"ขอบคุณนะครับ คุณดีกับผมมากเลย" 

"ก็พี่อยากดูแลนี่ครับ แสงเหนือกับลูกเป็นสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตของพี่เลยรู้ไหม" เขาจับมือผมไปจดริมฝีปากแล้วจูบลงไปเบาๆ พร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมอง "แสงเหนือครับ" 

"ครับ" 

"พี่รักหนูกับลูกมากนะครับ ที่พี่ทำทุกอย่างในวันนี้ก็เพื่อหนูกับลูกและอนาคตของเรานะครับ หนูต้องอยู่เป็นกำลังใจให้พี่นะ" 

ทำไมเขาต้องมาพูดอะไรเลี่ยนๆ แบบนี้ด้วยแต่ถึงอย่างนั้นแก้มผมทั้งสองข้างก็ร้อนมากเหมือนมีคนเอาเหล็กร้อนมาแนบแก้ม ร่างสูงยืนขึ้นผมก็ยื่นตามเข้าไปสวมกอดเขาเอาไว้หลวมๆแทนคำขอบคุณ 

"มาครับผมถูหลังให้" 

"ไว้แน่นะ จะปวดขาหรือเปล่า" เขาถามด้วยความเป็นห่วงมือยังคงโอบรอบเอวไม่ยอมปล่อย  

"ผมทำได้" 

"โอเค" 

ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้เตี้ยๆเพื่อให้ผมถูกหลังให้ ผมมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความอุ่นใจ ลูบไล้สบู่ลื่นมือไปทั่วทั้งแผ่นหลัง หัวไหล่และลำคอ แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมเล็กๆที่เราได้ทำร่วมกันแต่มันก็มีความหมายไม่น้อย ผมมีความสุขมากเวลาที่ได้ดูแลเขาหรือลูก ในวันที่เหนื่อยแค่เห็นรอยยิ้มของพวกเขาผมก็มีความสุขมากๆแล้ว  

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเราก็มานอนกอดกันบนเตียง คุณน่านฟ้านอนซ้อนอยู่ด้านหลังกอดผมและท้องกลมๆไว้จนชิดอกกระซิบบอกฝันดีและพรมจูบเบาๆที่หลังใบหูแล้วเข้าสู่นิทราในเวลาอันรวดเร็ว  

  

 

  

เช้านี้ที่บ้านคึกคักเป็นพิเศษผมเองก็แปลกใจเมื่อเดินลงมาจากชั้นบน ถามคนในบ้านเขาบอกว่ามีคนมาเจรจาธุรกิจที่บ้านเห็นว่าเป็นชาวต่างชาติมาขอร่วมหุ้นบริษัท ผมเดินเลี่ยงไม่ผ่านไปยังห้องรับแขกที่เขาน่าจะคุยเรื่องสำคัญไปอีกทางหนึ่ง  

“ทานข้าวไหมคะคุณแสงพี่ตั้งโต๊ะให้ค่ะ”  

“แล้วแขกที่มาล่ะครับ”  

“เขาไม่ทานน่ะค่ะ”  

“ครับงั้นเดี๋ยวผมกินในครัวเลยไม่ต้องยกไปหรอกครับ” 

อาหารวันนี้เป็นจองโปรดผมทั้งนั้นแม้ว่าจะตื่นสายไม่ทันมื้อเช้าแต่ในครัวก็จะมีอาการแบ่งไว้ให้ผมเสมอ ขาหมูเนื้อนุ่มหนังมันๆกับน้ำซุปรสชาติเข้มข้นเป็นจานโปรดของผมเลย แม้ว่าหมอมุ่ยจะห้ามไม่ให้กินมากเกินไปแต่ก็อดที่จะกินไม่ได้ เมื่อกินข้าวแล้วก็ตบท้ายด้วยฝอยทองกรอบที่ซื้อมาติดตู้เย็นไว้เต็มไปหมด 

"แสงเหนือล่ะ" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นที่ซุ้มประตูห้องครัวไม่นานร่างสูงๆของคุณน่านฟ้าก็เดินเข้ามา "กินข้าวอยู่หรอ อย่ากินเยอะนะมันไม่ดี มีแต่ของมันๆ" 

"รู้แล้วครับนี่ก็ไม่ได้คิดมันกินเนื้อๆเลย" 

"ดีแล้ว" เขาบอกแล้วเดินเข้ามาหอมหัวผมด้วยทีหนึ่ง "เดี๋ยวกินอิ่มแล้วเข้าไปเจอแขกที่ห้องนั่งเล่นด้วยนะ จะแนะนำให้รู้จัก" 

"จะดีหรอครับ...ผมไม่..." 

"ดีสิ เป็นภรรยาพี่ก็ต้องรู้จักกับลูกค้าหรือว่าคู่แข่งอะไรของพี่ไว้บ้าง" 

"ก็ได้ครับ เดี๋ยวกินน้ำแล้วจะตามไป" ผมบอก 

"งั้นพี่รอดีกว่า" 

  

 

  

มิสเตอร์ไซมอนเป็นนักธุรกิจชาวสก๊อตแลนด์ที่มาลงทุนในประเทศไทยทั้งยังเป็นคู่ค้าและเจ้าหนี้บริษัทสายการบินของครอบครัวคุณเสาวรสด้วย เขามาที่นี่เพื่อคุยเรื่องการซื้อขายหุ้นบริษัทกับคุณน่านฟ้า ผมนึกว่าเขาคุยกันแล้วเสียอีกแต่มารู้ทีหลังว่าเขารอถามความเห็นจากผมด้วย ตอนที่คุณน่านฟ้าแนะนำผมกับมิสเตอร์ไซมอนผมเขินมากไม่คิดว่าจะต้องมารู้จักคนใหญ่โตอะไรขนาดนั้น คุณไซมอนบอกว่าคุณน่านฟ้าอยากของแบ่งซื้อหุ้นแค่บางส่วนเท่านั้นแต่จะให้เปลี่ยนมือเลยเขาคงจะดูแลไม่ไหว และผมยังรู้อีกว่าเขาตั้งใจซื้อเอาไว้ให้ลูกๆ ผมค่อนข้างตกใจที่ได้ยินไม่คิดว่าเขาจะวางแผนอนาคตไว้ไกลขนาดนี้ถึงกับซื้อหุ้นไว้ให้ลูกๆแล้ว 

"ผมหวังว่าจะได้พบคุณวันเซ็นสัญญานะครับ" 

"ยินดีครับ"  

เราออกไปส่งมิสเตอร์ไซมอนที่หน้าบ้านหลังจากตกลงซื้อหุ้น 10%จากเขา แขนหนายกขึ้นโอบรอบไหล่ผมเอาไว้มองรถของมิสเตอร์ไซมอนแล่นออกไปจนพ้นประตูบ้าน 

"ทำไมไม่ยอมบอกผมล่ะครับว่าจะซื้อให้ลูก" 

"เซอร์ไพรส์จ้ะ" 

"คุณเนี่ยจริงๆเลย" 

"เข้าบ้านไปดูหนังกันดีกว่า ตอนเย็นไปรับเจ้าอ้วนด้วยกัน" เขาบอกและประคองผมเข้าไปในบ้าน 

ในห้องดูหนังสือแอร์เย็นกว่าห้องอื่นๆผมกำลังนอนพิงตัวไปกับร่างหนาของคุณน่านฟ้าที่อยู่ข้างๆ เอาโอบกอดผมเอาไว้ตลอดไม่ยอมปล่อยเลย บางครั้งก็หันมาหอมแก้มบ้าง แถวหลังใบหูบ้างแล้วแต่ว่าเขาจะอยากหอมตรงไหน 

"ขอบคุณนะครับ ที่คิดถึงผมกับลูกตลอดเลย" 

"ทั้งชีวิตนี้นอกจากคุณพ่อ พี่ก็มีแค่หนูกับลูกนี่ครับ" เขาบอกและกระชับอ้อมกอดแน่นมากขึ้น "แสงเหนือครับสัญญากับพี่ได้ไหมว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า" 

"ไม่ครับ" ผมตอบทันควัน ร่างสูงเริ่มหน้าเสียแต่ผลกลับอมยิ้มที่ได้แกล้งเขา "ไม่ต้องสัญญาผมก็อยากอยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไป" 

  

  

TBC 

รักคุณน่านนะคะ TT ความจริงคุณน่านก็ไม่ใช่คนไม่ดีนะคะแรกอาจจะเพราะความไม่รู้แต่เขาเป็ฯคนดีรักครอบครัวจริงๆค่ะ 

ตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ก่อนจะเข้าช่วงรีไรท์อีกรอบก่อนส่งพิสูจน์อักษรและตีพิมพื เราต้องทำงานแข็งกับเวลามมากๆทั้งงานประจำที่แทบไม่ได้หยุดกับต้นฉบับที่ต้องรีบปั่นอาจจะมาดึกบ้างผิดพลาดบ้างขอโทษทุกคนด้วยนะคะ จะพยายามแก้ไขให้ได้มากที่สุด สำหรับใครที่อยากได้หนังสือสามารถจองได่ตั้งแต่วันนี้ - 10 พ.ย.63 ค่ะ หนังสือไม่ได้มีวางที่ร้านหนังสือนะคะ มีหลานร้านที่ขายออนไลน์เข้ามาถามเยอะแต่เราไม่ได้แพลนไว้ว่าจะมีร้านสนใจที่เอาไปขายเราเลยไม่ได้เผื่อส่วนนี้เลยค่ะ ใครที่อยากได้จริงก็ขอให้พรีภายในรอบนี้เลยนะคะเพราะคงไม่รีปริ้นอีกค่ะ แต่ถ้าใครมีปัญหาการเงินจริงๆสามารถคุยกับเราก่อนได้ค่ะ 

  

 

  

 

 

ความคิดเห็น