email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่สี่ นิ่งเป็นจับ...ขยับเป็นจูบ

ชื่อตอน : บทเรียนที่สี่ นิ่งเป็นจับ...ขยับเป็นจูบ

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.5k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 23:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่สี่ นิ่งเป็นจับ...ขยับเป็นจูบ
แบบอักษร

 

 บทเรียนที่สี่  

นิ่งเป็นจับ...ขยับเป็นจูบ 

[Music Yotin]  

  

  

ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหา’ลัยเผลอแป๊บเดียวก็ผ่านมาเป็นเดือนเสียแล้ว ตั้งแต่วันที่มีพิธีบายศรีผมกับพี่พรายก็ยังแอบเจอกันอยู่เสมอ ยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ยิ่งแล้วใหญ่มันไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลงเลยพี่พรายพร้อมจะมีอะไรกับผมตลอดเวลาที่อยู่กันสองคนแต่พอเป็นต่อหน้าคนอื่นบางครั้งกลับทำเป็นไม่รู้จักผมเสียด้วยซ้ำ

 

ที่ติดใจที่สุดคือคำพูดของพี่พรายที่บอกว่า...ไม่ต้องมาชอบเพราะความสงสาร...มันหมายความว่ายังไงกันน้า

 

วันนั้นคืนที่อยู่หลังร้านเหล้าผมเลยถามหินเกี่ยวกับคำพูดนี้ไอ้หินมันก็ไม่ได้ตอบอะไรที่พอจะเป็นรูปธรรมหรอกครับ มันแค่ตอบตามความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

 

“งั้นมึงก็ลองพยายามทำให้เขามีความสุขไปเรื่อย ๆ สิ ค่อย ๆ ทำไป มึงอาจจะต้องมีบาดแผลบ้างในบางครั้ง อาจจะมีบ้างที่ความสุขของเขาทำให้มึงเจ็บปวดแต่ถ้ามึงรักเขาจริง ๆ มึงจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่านะ”  

 

คำพูดของไอ้หินเหมือนเป็นเครื่องตอกย้ำที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรและจะรักษาสิ่งที่ผมรักได้ยังไงผมไม่ได้ต้องการรีบร้อนอยากเอาพี่พรายมาเป็นเจ้าของ ผมอยากจะให้พี่พรายรู้สึกชอบผมด้วยหัวใจของตัวเองมากกว่าแค่ความรู้สึกใกล้ชิดหรือแค่การที่ผมทำดีด้วย

 

ทุกวันในตอนเช้าผมมักจะแอบมาเฝ้ามองพี่พรายที่ตึกเล็กเสมอ ภาคเรียนของพี่พรายถูกแยกออกมาจากตึกใหญ่เนื่องจากเนื้อหาที่เรียนค่อนข้างพิเศษและบางครั้งก็ต้องไปเรียนที่ตึกแพทยศาสตร์แค่ได้เห็นหน้าก็มีความสุขขนาดนี้แล้ว

 

...แต่จะดีกว่านี้...

 

ถ้าไอ้พี่พรายมันไม่มีผู้ชายเปลี่ยนหน้ามาส่งทุกวันขนาดนี้ มีทุกคณะทุกภาคเลยโว้ยยยยย! 30 วัน 30 คนขนาดนี้ กูเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะไอ้หิน! ที่มึงบอกว่าความสุขของพี่พรายอาจจะทำให้กูมีบาดแผลในบางครั้งตอนนี้กูเหวอะไปหมดทั้งตัวแล้วโว้ย

 

ในเมื่อเป็นคนดีแล้วมันไม่ได้หัวใจผมก็ขอลองใช้วิธีของไอ้เซฟสุดหล่อผู้เป็นตัวเต็งประกวดเฟรซซี่ปีนี้อันเป็นเพื่อนไอ้หินมันกับแนวคิดที่ว่า ดิ้นให้ตบหลบให้จูบ ยัดเยียดความเป็นผัวไปจนกว่าจะถอนตัวไม่ขึ้น

 

แต่ถ้าพี่พรายมันไม่อินไปกับผมเนี่ยคือนรกเลยนะครับกลัวมากว่าไอ้พี่พรายจะส่งคนมาเก็บผมแทนเผลอ ๆ อาจจะถูกจับขึงฟืดแล้วโดนพวกเด็กกล้ามโตทะลวงประตูชัยเอาได้ ยิ่งชื่อเสียงพี่มันเจ้าคิดเจ้าแค้นซะด้วยถึงแม้บางครั้งหน้าพี่มันจะมีรอยฟกช้ำมาบ้างแต่พี่พรามมันก็ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ดี

 

…พระพุทธเจ้าบอกว่าให้เดินทางสายกลางอย่าตึงเกินไปเหมือนไอ้เซฟและก็อย่าหย่อนเกินไปแบบไอ้หินที่น่าจะตกหลุมพรางของพี่รหัสผมไปซะแล้ว ยังไงตอนนี้ดาวทองก็ยังเหลืออีกเพรียบเคยคิดว่าจะเอาไว้ใช้เป็นไม้เด็ดให้พี่พรายมันยอมผมแต่ไป ๆ มา ๆ พี่พรายนั่นแหละที่เครื่องติดก่อนตลอด

 

ได้แต่หอบหัวใจช้ำ ๆ กลับมานั่งที่ซุ้มหน้าภาคโต๊ะประจำของเหล่าเด็กวิศวะที่มีเอาไว้เหล่หนุ่มสาวต่างคณะที่ชอบมาวนเวียนดูหนุ่ม ๆ อยู่ไม่ขาด

 

“เพลงมึงเป็นอะไรรึเปล่า?”

 

“เปล่านี่ทำไมวะ หน้ากูมีอะไรเหรอ?” ผมหันไปมองไอ้กราฟที่ยังนั่งเกาหัว จ้องมาที่ผม

 

“ก็ไม่หลอกกูเห็นมึงดูหงุดหงิดมาตั้งแต่เช้าน่ะเลยลองถามดู เผื่อพวกกูช่วยอะไรได้บ้างไง”

 

“เพลงนี่มึงคงไม่ได้เครียดเรื่องประกวดดาวเดือนใช่ไหม?” ก้อยมันเงยหน้าจากการบ้านตอนนี้จะบอกว่าไอ้พุฒเป็นหัวเรือใหญ่สำหรับการลอกก็คงไม่ผิด

 

“ไม่เครียดหรอกยังไงกูก็ไม่ได้กะจะเอาชนะอยู่แล้ว แถมไอ้พี่พายุมันก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วยบอกให้ทำตัวสบาย ๆ ว่างก็ไปซ้อมเบื่อก็พัก” พี่พายุเห็นมันดูเกรี้ยวกราดกับไอ้หินขนาดนั้นแต่พอเป็นกับผมเหมือนคนละคนเลยครับแสนดีไปอีก ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ไอ้หินกับพี่พายุมันไปถึงกันขั้นไหนแล้วแต่ถ้าดูจากการกระทำของพี่พายุมันที่คอยตามไอ้หินอยู่ห่าง ๆ ตลอดก็เดาได้เลยว่าพี่มันโคตรรักไอ้หินเลย เสียอย่างเดียวคือเรื่องที่ในใจหินมันยังติดเรื่องพี่ยูอยู่ไม่งั้นพี่รหัสผมคงรุกหนักกว่านี้แน่นอน

 

“ว่าแต่พวกมึงจะรีบลอกการบ้านทำไมวะ เขาให้ส่งวันมะรืนไม่ใช่รึไงแล้ววันนี้ก็ต้องไปไล่หาชมรมเข้าด้วยเห็นว่าตั้งแต่ปีนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมบังคับไม่เข้าไม่จบนะ อย่างน้อยแค่มีรายชื่ออยู่ในชมรมก็ได้” ออดี้มึงมันช่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเสียแล้วอาจารย์จิตตราคือโคตรของโคตรโหดอะ ห้ามเล่นมือถือในคลาสเรียน ห้ามมาเข้าสาย ห้ามส่งงานเลทกว่าที่กำหนดถือเป็นอาจารย์ประจำภาคตัวอย่างที่แท้จริง

 

“พวกมึงจะลอกน่ะกูไม่ว่านะแต่ช่วยตีโจทย์ให้แตกและทำความเข้าใจด้วย แคลคูลัสเบื้องต้นถึงจะไม่ยากมากแต่ข้อสอบไม่มีปรนัยในพวกมึงเดากากบาทนะ ต้องแสดงวิธีทำและเขียนคำตอบเองเท่านั้นโดยเฉพาะมึงออดี้บทประยุกต์ของทฤษฎีบีบอนุพันธ์และปฏิกิริยานุพันธ์ เทคนิคการอินทิเกรตเนี่ยมึงอ่อนสุดแล้วยังจะทำเป็นเล่นอีก” พุฒมันเงยหน้าขึ้นมาจากนิยายอะไรสักอย่างแล้วสวดไอ้ออดี้เหมือนทุกครั้ง เห็นแบบนี้ไอ้พุฒน่ะกับเพื่อนที่มันคิดว่าสนิทดันพูดคุยเก่งแต่พอมีสาวมาขอเบอร์ดันกลับอายม้วนเป็นลูกหมา

 

“สรุปเรื่องที่มีหงุดหงิดเนี่ยเป็นเรื่องของพี่พรายใช่ไหม?”  

 

เฮือก!

 

ทั้งผมและพุฒถึงกับสะดุ้งตัวออกมาแทบจะพร้อมกันเมื่อไอ้ออดี้มันส่งยิ้มหวานมาให้ที่สำคัญคนอื่นมันก็กำลังปรายตามองมาที่ผมทั้งคู่

 

“มะ...มึงรู้อะไร?”

 

“ก็รู้ว่ามึงแอบรักพี่พรายไง” เพชรมันถอนหายใจแล้วตอบออกมาแทนส่วนสองสาวก้อยกับวิวก็พยักหน้าเห็นด้วย “มึงน่ะไม่เคยเก็บอาการอยู่เลยสักครั้งเวลาเจอพี่พรายน่ะ ทำไมพวกกูจะดูไม่ออกเพียงแต่ที่ไม่พูดเพราะกลัวมึงจะอายนั่นแหละแล้วอีกอย่างมึงก็ไม่ได้เป็นเกย์เหมือนไอ้ตุ๊ดนี่มาตั้งแต่แรกแล้วด้วย”

 

“เป็นตุ๊ดแล้วหนักหัวมึงเหรอ?” ออดี้มันบ่นแล้วตีไปที่แขนไอ้เพชรทีหนึ่ง

 

“ผ่านมาตั้งเป็นเดือนแล้วกูยังไม่เห็นมึงกับพี่พรายจะคืบหน้าไปไหนเลยว่ะ ที่มึงไปตามตื๊อเขาทุกเช้าพี่มันไม่ใจอ่อนเลยรึไงวะ” นั่นสิ! ตกกลางคืนทีไรไอ้พี่พรายมันลากผมไปปล้ำเหมือนคนเก็บกดแต่พอตอนสว่างทำเหมือนกับไม่รู้จักตลอด

 

“กูก็ไม่รู้ว่ะว่าพี่พรายเขาคิดยังไงกับกู บางครั้งเขาก็ทำเหมือนจะห่วงกูแต่บางครั้งเขาก็ทำให้กูอดน้อยใจไม่ได้เหมือนกันไอ้กราฟ”

 

“เฮ้อ ไอ้เพลงถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ไม่มีทางที่มึงจะคว้าหัวใจพี่พรายได้เลย ทั้ง ๆ ที่มึงเองก็มีตัวช่วยที่สำคัญที่สุดอยู่ใกล้ ๆ แท้ ๆ” ก้อยมันพ่นลมออกจากปากแล้วทำหน้าหงุดหงิดใส่ผมเหมือนกับผมไม่รู้อะไรเลยอย่างนั้นแหละ

 

“พวกมึงหมายความว่ายังไงวะ” คราวนี้ทุกคนมันเงยหน้ามาจ้องผมหมดเลยครับยกเว้นไอ้พุฒคนเดียวที่ทำเป็นเก็บหนังสือแล้วเตรียมจะลุกออกไปแล้ว

 

หมับ!

 

“นั่งลงเลยค่ะ ไอ้พุฒทำไมแกไม่ยอมบอกเพลงมันไปสักทีล่ะ เรื่องแกกับพี่พรายน่ะ” วิวมันดึงขาพุฒให้นั่งลงที่เดิม

 

“เฮ้ย! พวกมึงก็อย่าไปกดดันพุฒมันดิ พุฒกับพี่พรายถึงจะเป็นพี่รหัสน้องรหัสกันแต่ไม่ใช่ว่ากูจะเอาเรื่องส่วนตัวไปทำให้เพื่อนลำบากใจนะโว้ย”

 

“โง่! / ลำไย / ปัญญาอ่อน! / สมองหมา” สารพัดคำสบถด่าออกจากปากจนผมเองก็งงไปหมด

 

“กูกับพี่พรายไม่ใช่แค่พี่รหัสน้องรหัสนะเพลง ขอโทษที่กูไม่ได้เล่าให้มึงฟังคนที่มึงเจออยู่กับพี่พรายที่คาเฟ่ตึกศิลปศาสตร์วันนั้นก็เป็นกูเอง” พุฒมันช้อนตามองผมแบบรู้สึกผิด ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ของพุฒกับพี่พรายคืออะไรแต่ผมเชื่อใจพุฒ มันเคยบอกว่าจะช่วยผมเรื่องพี่พรายมันไม่มีทางหักหลังผมแน่

 

“ไม่เป็นไรพุฒ กูไม่ได้โกรธอะไรมึงตลอดเดือนที่ผ่านมามึงเองก็ช่วยกูทุกอย่างถ้ามึงลำบากใจไม่อยากเล่าให้กูฟังก็ไม่ต้องเล่า” ผมคงจะติดนิสัยของไอ้หินมาด้วยล่ะมั้ง การคาดคั้นเอาคำตอบจากคนที่ไม่อยากพูดมันมีแต่จะสร้างบาดแผลให้กันซะเปล่า ๆ บางทีการไม่รู้อาจจะดีกว่า

 

...พุฒมันดูแปลกใจกับคำพูดของผมแล้วยิ้มออกมา

 

“อันที่จริงกูก็ไม่ได้อยากจะปิดมึงหรอกนะเพลงแต่เป็นพี่พรายมากกว่าที่ผลักไสกูออกทั้งที่กูเป็นน้อง...” ดวงตามันแดงขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกำลังกลั้นน้ำตาจนผมเองก็ไม่สามารถอดใจเอื้อมมือไปลูบแขนมัน

 

“เพลงตกลงมึงรู้รึยังว่าพุฒกับพี่พรายเป็นอะไรกัน” คำถามของไอ้เพชรทำให้ผมได้แต่ส่ายหน้าออกมา

 

“มึงรู้ไหมว่าพี่พรายนามสกุลอะไร?” คราวนี้ก้อยมันย้ำถามออกมาอีกครั้งและเป็นผมเองที่ยังส่ายหน้าไม่รู้

 

“กูกับพี่พรายนามสกุลเดียวกันคราวนี้มึงเข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่ามันคืออะไร”

 

“นะ...น้องชาย?”

 

“อืมอย่างที่กูเคยบอกไปนั่นแหละว่ากูมีพี่ชายอยู่คนหนึ่งถึงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่เราทั้งคู่ก็โตมาด้วยกันตั้งแต่...” พุฒมันหยุดชะงักไปพักนึง “เรื่องระหว่างกูกับพี่พรายมันไม่ค่อยจะดีแบบที่พวกมึงคิดหรอกนะเอาเป็นว่ามึงรอให้พี่กูเป็นคนเล่าเองก่อนดีกว่าแล้วกูค่อยเล่าให้มึงฟังว่าความจริงเป็นยังไงแต่คนที่มึงควรจะต้องกังวลตอนนี้คือคนที่ชื่อคิงมากกว่า มันเคยเป็นแฟนเก่าพี่พรายและทำร้ายพี่เขาสารพัดเลยที่สำคัญมันยังตามรังควานพี่พรายไม่เลิกด้วย”

 

“ยังไงวะ!” พวกตัวเสือกทั้งหลายมันรีบถามแทนผมอย่างพร้อมเพรียง

 

“ไอ้คิงมันเป็นพวกติดยาน่ะ เป็นมิจฉาชีพตัวร้ายที่มีชีวิตอยู่ด้วยการพนัน ข่มขู่ทำร้ายร่างกายแต่มันเคยช่วยพี่พรายเอาไว้เลยทำให้พี่เขาติดหนี้มันและมันยังแบล็กเมล์ด้วยความลับบางอย่างถึงกูจะรู้ว่าพี่พายุกำลังจัดการเรื่องนี้อยู่และพี่ป้องเองก็ค่อยปกป้องพี่พรายตอนนี้ก็เถอะ”

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ!” ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าพี่พรายจะมีปัญหาในชีวิตขนาดนี้

 

“ทั้งเรื่องของที่บ้านกูเรื่องของไอ้คิงเลยทำให้พี่พรายไม่ยอมเชื่อใจใครอีกเลย ถ้ามึงชอบพี่กูจริงมึงต้องสัญญานะเพลงว่าจะดูแลพี่กูและเอาความไว้ใจของพี่พรายกลับคืนมาให้ได้”

 

“อืม...กูก็ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่าพุฒแต่กูสัญญาว่าจะพยายามนะ”

 

“แค่มึงลองพยายามก็ดีมากแล้วล่ะ กูเชื่อว่ามึงทำได้แน่ ๆ เพลง” รอยยิ้มของไอ้พุฒปรากฏบนใบหน้า ตอนนี้คนอื่นก็ดูจะอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแต่กลับไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคนนอกจากกำลังใจของเพื่อนในกลุ่มที่ยังคงลูบไปที่หลังของไอ้พุฒ

 

“งั้นพวกกูจะช่วยมึงเองไอ้เพลง ไอ้พุฒ เรื่องพี่พรายก็ต้องอยู่ที่ไอ้เพลงนั่นแหละว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน ส่วนเรื่องที่พี่พรายโดนไอ้คนที่ชื่อคิงตามราวี กูจะลองคุยกับพ่อให้แล้วกันว่าพอจะทำอะไรได้รึเปล่า” เพชรมันพูดขึ้นแล้วจับมือไปที่ก้อย

 

“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยเลยพวกมึงน่ะ พ่อของเพชรมันเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจน่ะ” ก้อยมันตอบออกมาแทน

 

“ขอบใจนะพวกมึงแต่เรื่องนี้กูว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกพี่พายุจัดการกันเองก่อนดีกว่าแต่ถ้ามีปัญหาจริง ๆ อาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากพ่อของมึงอีกทีเพชร”

 

“ไม่เป็นไรพุฒเพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิวะแค่ให้พวกกูลอกการบ้านจนกว่าจะเรียนจบก็พอ” โคตรเชี้ย! ไอ้กราฟ

 

“เออ กูก็กะไว้แล้วล่ะว่าพวกมึงจะต้องขอลอกกูไปจนกว่าจะเรียนจบ” พูดจบพุฒมันก็หัวเราะออกมาน้อยครั้งที่จะเห็นมันสดใสได้ขนาดนี้ ปกติขี้อายจะตายนี่หว่า

 

“แล้ววันนี้มึงต้องไปซ้อมประกวดดาวเดือนรึเปล่าวะเพลง”

 

“ไม่อะ อาทิตย์นี้พี่ที่กองประกวดให้พวกกูฝึกซ้อมความสามารถพิเศษกันเองตอนนี้กูกับไอ้เซฟก็ไปฝึกกันที่โรงละครคณะศิลปกรรมน่ะ”

 

“อ้อ แล้วมึงล่ะไอ้พุฒ” ออดี้มันพยักหน้าเข้าใจที่ผมพูดแล้วหันไปจ้องหน้าไอ้พุฒต่อ “ตกลงมึงยังไงกันแน่กูเห็นพวกมึงนะที่โรงเรียนกวดวิชากับไอ้เกื้อหนุนภาคโยธาและไอ้กลอนภาคเครื่องกลแล้วก็ลูกมันอีก แถมมีพากันไปแดกไอติมสี่คนพ่อแม่ลูกด้วย โอ๊ะ ๆ ๆ” พุฒมันถึงกับอ้ำอึ้งอ้าปากค้างพะงาบ ๆ

 

“เฮ้ย! นี่มึงอย่าบอกนะว่ามึงก็ด้วยอีกคนไอ้พุฒ”

 

“ไอ้เชี้ยกราฟบางเรื่องรู้แล้วก็เหยียบไว้ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ไหม แล้วมึงก็ด้วยอีกคนออดี้เสือกแต่เรื่องของคนอื่นการบ้านมึงน่ะเอาให้เสร็จก่อน...อย่าไปสนใจมันสองตัวเลยนะพุฒไม่ว่าแกจะชอบอะไรหรือจะเป็นยังไงพวกเราก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมหรอก” เห็นก้อยมันตัวติดกับไอ้เพชรมาตลอดตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมสองคนนี้ถึงคบกันมาได้นานขนาดนี้ ผู้หญิงคนที่นั่งตรงหน้าผมเป็นคนที่ใจกว้างและเปิดใจยอมรับตัวตนของคนอื่นได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย

 

“พวกเราไปเลือกชมรมกันเถอะ เผลอ ๆ อาจจะได้รู้ด้วยว่าพี่พรายอยู่ชมรมไหนจะได้ให้เพลงมันตามไปอยู่ใกล้ ๆ” ส่งเสริมกูดีมากครับวิวถึงจะรู้สึกแปลก ๆ ที่ถูกพวกมันจับได้เรื่องพี่พรายก็เถอะแต่ทำไมตอนนี้มันถึงรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกแบบนี้น้า ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสังคมของนักศึกษาในมหา’ลัยมันจะเปิดกว้างและเจอเพื่อนดี ๆ แบบนี้

 

“กูว่าคนอย่างพี่พรายไม่น่าจะชอบเล่นกีฬาหรอก ดูแล้วน่าจะเป็นพวกสายใช้สมองมากกว่าพวกใช้กำลังหรือไม่ก็อาจอยู่ในชมรมที่บ้า ๆ บอ ๆ ไปเลยมึงคิดว่าไงวะพุฒมึงว่าพี่มึงน่าจะอยู่ชมรมไหน?”

 

“กูไม่รู้หรอกเพชรปกติพี่กูคุยกับกูที่ไหนล่ะ ยิ่งเรื่องส่วนตัวแบบนี้ยิ่งไม่เคยบอกเข้าไปใหญ่”

 

“อย่างนี้แม่งยิ่งกว่างมเข็มในมหาสุมทรอีกนะมึง แค่ชมรมในมหา’ลัยเราเนี่ยก็เกินร้อยแล้วแถมบางชมรมนี่ยิ่งแล้วใหญ่ไม่เปิดรับน้องปีนี้ด้วยอย่างพวกชมรมถ่ายภาพเนี่ยพวกพี่มันจะคัดเด็กเข้ากันเอง” อ้อชมรมของไอ้พี่แมงป่องสินะ อินดี้ขนาดบังคับไอ้หินเป็นสมาชิกไปแบบงง ๆ

 

“กูว่านะเพลงมึงเลือกเอาชมรมที่มึงอยากเข้าดีกว่าไหม? ไม่ต้องไปตามคนอื่นหรอกยังไงซะตอนนี้มึงก็ได้เจอพี่พรายที่หออยู่แล้วเกือบทุกวันนี่” ก็จริงอย่างที่ไอ้พุฒว่า “เอ๊ะ! นั่นมันพี่ป้องกับพี่พายุนี่หว่า” โอ้โห ไอ้พี่พายุกับพี่ป้องมันมาในชุดทักซิโด้เลยครับแถมในมือก็ยังมีผ้ากันเปื้อนลูกไม้สีชมพูถือติดมาด้วย

 

เหมือนวาสนาของผมกับไอ้พี่พายุมันจะเชื่อมถึงกันไม่ต่างกับกองขี้และแมลงวันหัวเขียว ไอ้พี่พายุมันเดินตรงรี่มาทางผมด้วยรอยยิ้มที่สุดแสนจะคาดเดาได้ ผมละกลัวจริง ๆ เวลาพี่มันทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบนี้เหมือนพี่รหัสสุดหล่อมันกำลังวางแผนการร้ายอะไรสักอย่างอีกแล้ว

 

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะพี่พายุพี่ป้อง” หูย ๆ เรียบร้อยกันขึ้นมาเชียวนะพวกมึง!

 

“อืม หวัดดี ๆ” ถ้าไม่นับเรื่องที่ไอ้พี่ป้องเตะผมจนม้ามเกือบแตกวันนั้นพี่มันก็ถือว่าเฟรนลี่มากอะ ในขณะที่พี่พายุมันเอาแต่หัวเราะ หึ ๆ ในลำคอแล้วจ้องมองมาที่ผม

 

สยองสัด! รู้สึกได้ถึงลางร้ายกำลังจะเข้ามาประชิดตัวในไม่ช้าเลยว่ะ

 

“เพลง...”

 

เฮือก!

 

“ตกใจอะไรของมึงไอ้เพลงกูแค่จะบอกว่าปีนี้มึงไม่ต้องหาชมรมอยู่นะ กูเอาชื่อมึงและก็ไอ้พุฒเข้าชมรมกูกับไอ้ป้องเรียบร้อยแล้ว” เดี๋ยวสิโว้ย! ถามความสมัครใจกูด้วยครับ “อ้อหรือถ้าพวกมึงอยากจะเคว้งคว้างไม่มีชมรมอยู่ก็ตามใจมึงละกันแต่คงไม่มีใครกล้ารับมึงเข้าชมรมหรอกเพราะกูส่งอีเมลพร้อมรูปถ่ายมึงสองคนไปทุกชมรมแล้วว่าห้ามรับเด็ดขาด” โอ๊ยยยยย! แบบนี้ก็ได้เหรอวะหันไปมองหน้ากับไอ้พุฒด้วยความงงงวย

 

“เอาน่าไอ้เพลง ปีนี้ชมรมกูกับไอ้พายุโดนบังคับมาว่าต้องมีสมาชิกอย่างน้อยห้าคน ข้อดีของชมรมไอ้พายุคือมึงไม่ต้องเข้าชมรมเลยมึงจะได้มีเวลาว่างเอาไปทุ่มเทกับการซ้อมความสามารถพิเศษไง” โฮ่...พี่มึงคิดถึงกูขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยซาบซึ้งโคตร ๆ

 

“ว่าแต่ชมรมของพวกพี่มีสมาชิกกี่คนแล้วเหรอครับ” ออดี้มึงอย่าบอกนะว่าอยากจะตามพวกกูมาลงนรกด้วยน่ะ

 

“ตอนนี้มีแค่สองคนคือกูที่เป็นรองประธานและพายุที่เป็นประธานชมรมและตอนนี้ก็มีมึงอีกสองคนเป็นสมาชิกใหม่ไง ส่วนอีกสองคนที่เหลือน่ะพายุมันล็อกเอาไว้แล้วล่ะมึงอยากรู้ไหมว่าเป็นใคร?” อยู่ ๆ พี่ป้องมันก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วส่งกระดาษรายชื่อให้ผมกับพุฒดู

 

...!

 

...นายนที กรองกลิ่น ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์

 

...นายกัณติกา งานดี ศิลปกรรมศาสตร์ทัศนศิลป์

 

“นี่มัน!” ได้แต่เงยหน้ามองพี่พายุมันแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ถึงจะรู้ว่าพี่พายุจีบไอ้หินอยู่แต่ไม่คิดเลยว่าจะรุกหนักขนาดนี้ แถมคนที่ชื่อนที ยังมีนามสกุลเดียวกับไอ้พุฒด้วยแปลว่านอกจากพี่พายุมันอยากจะช่วยผมแล้วยังช่วยไอ้พุฒอีกต่างหาก เห็นพี่มันไม่ค่อยพูดใครจะไปคิดว่าใส่ใจน้องขนาดนี้วะ

 

“เออ ตามนั้นแหละตอนนี้ไอ้หมอนั่นมันไม่มีชมรมอยู่หรอกนะ ส่วนมันจะยอมเข้ารึเปล่าก็อยู่ที่มึงแล้วล่ะไอ้เพลงแต่ยังไงซะเพื่อนมึงก็หนีกูไม่พ้นแน่นอน” ไอ้พี่พายุมันชี้ไปทางพี่พรายที่กำลังเดินลงจากตึกตรงมาทางโต๊ะที่พวกเรานั่งกันอยู่

 

“ตอนนี้กูยังไม่รับพวกมึงเข้าชมรมอย่างเป็นทางการหรอกนะจนกว่ามึงจะทำภารกิจบางอย่างให้กูก่อน” โฮล่กกก! นอกจากจะบังคับแล้วยังจะเสือกตั้งเงื่อนไขไปอี๊กกก...ไม่เข้าได้ไหมวะชมรมพี่มันเนี่ย “ภารกิจที่กูจะส่งมึงไปทำคือให้มึงกับไอ้พรายเอาของในชมรมไปขายให้กับอาจารย์ตามคณะต่าง ๆ และบรรดาเด็กนักเรียนที่เข้ามาชมงาน Open house ทั่วทั้งมหา’ลัย ส่วนภารกิจของมึงพุฒคือไปทำยังไงก็ได้เพื่อดึงคนเข้ามาในชมรมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

“วะ ว่าแต่ชมรมของพี่มันคืออะไรครับ” ไอ้พุฒมึงถึงขั้นเหงื่อตกเลยเหรอวะ สาธุขออย่าให้พวกผมต้องออกไปเร่ขายของแปลก ๆ เลยนะ

 

“อ้าวนี่มึงยังไม่รู้อีกเหรอกูว่ากูเคยใบ้ไปทีหนึ่งแล้วนะ ชมรมที่พวกมึงกำลังจะต้องเข้าคือชมรมขนมตะวันตกและศิลปะการแต่งหน้าเค้ก

 

“ห่ะ!” เดี๋ยวนะนี่กูฟังผิดไปรึเปล่าครับ มองมุมไหนไอ้พี่รหัสผมคนนี้ก็ไม่น่าจะมีมุมหวานแหว๋วขนาดนี้เปล่าวะแต่เอ๊ะ! ถ้าผมจำไม่ผิดครั้งแรกที่เจอพี่มันก็กำลังทำคัพเค้กนี่หว่าแถมยังอร่อยซะด้วยสิ

 

“เอาตามนั้นแหละคราวนี้พวกมึงทุกคนก็ต้องมาช่วยกูจัดร้านกันก่อนเลย” ไอ้พี่พายุมันชี้มาที่พวกเราทุกตัวเลยครับ แม่งโคตรเผด็จการอะแล้วปฏิเสธพี่มันได้ไหม? ไม่ได้หรอกเดี๋ยวเกิดพี่มันองค์ประทับแปลงร่างเป็นซาตานจะพานตายห่ากันหมด

 

สุดท้ายพวกผมก็ต้องเดินตามพี่มันมาแถวตึกคหกรรมจนได้ รถหกล้อมาจอดรอแรงงานทาสอย่างพวกเราก่อนแล้วครับ แค่เห็นโต๊ะเก้าอี้ที่พี่มันเอามานี่ชมรมอื่นตายห่าไปเลย จะหรูไปไหนวะโดยเฉพาะ**ดอกกุหลาบหินในกระถางเล็ก ๆ ไม่ต่ำกว่าร้อยอันได้มั้งนี่อย่าบอกนะครับว่าพี่มันเอามาเพื่อสื่อความหมายถึงไอ้หินมัน อะไรจะทุ่มเทขนาดนี้วะเนี่ย ป๋ามาก!

 

“เดี๋ยวพวกมึงช่วยกันจัดโต๊ะเก้าอี้ลงบนลานเลยนะ” ว่าจบพี่พายุมันก็เดินเข้าไปจัดข้าวของตู้อบขนมภายในซุ้มอย่างเร็วรี่ ส่วนพี่ป้องกับพี่พรายมันก็กำลังช่วยกันแกะกล่องอะไรสักอย่างที่แพ็กมาอย่างดีเพียงแค่หยิบออกมาที่ตู้โชว์เท่านั้นแหละ ไอ้สองสาวมันถึงกับตาลุกวาวน้ำลายหยดแหมะ ๆ เลย

 

“เดี๋ยวถ้าจัดเสร็จแล้วใครอยากจะเอาอะไรไปกินก็หยิบไปเลยนะ ถือว่าพี่เลี้ยงขอบคุณที่มาช่วย”

 

“นี่พี่พายุทำเองหมดเลยเหรอคะ โดยเฉพาะตู้นี้แบบคือแบบน่ากินมาก” วิวกับก้อยมันชี้ไปตู้ที่มีพวกแพนเค้กและขนมที่ทำจากเนยถั่วเรียงรายโชว์อยู่

 

“อืม ทำเองทั้งหมดโดยเฉพาะตู้นั้นเป็นขนมที่คนพิเศษของพี่ชอบน่ะ” รอยยิ้มที่ไม่น่าเชื่อมันปรากฏบนใบหน้าของไอ้พี่พายุที่แทบจะไม่ยอมยิ้มให้ใครเห็นเลย แถมแค่มองดูก็รู้แล้วครับว่าพี่มันให้ใจกับคนนี้ไปหมดแล้ว

 

“กรี๊ดดดดดด! อ่อนโยนเวอร์!” กูล่ะอายแทนพวกมึงจริง ๆ

 

เดี๋ยวนะ! หรือว่าจริง ๆ แล้วไอ้พี่พายุมันคือ...มีคนเดียวในโลกนี้ที่รู้ว่าหินมันชอบกินอะไรและคนที่ไอ้หินมันรักก็กำลังซ่อนตัวอยู่ในมหา’ลัยนี้ด้วย

 

“ตรงนี้เสร็จแล้วล่ะ ที่เหลือก็แค่เพลงกับพรายพวกมึงสองคนต้องขายขนมให้มากที่สุดเลยเข้าใจไหม? วันนี้ยอดขายของชมรมเราต้องขึ้นอันดับหนึ่งให้ได้เพื่อตอกย้ำให้รู้ว่าถึงสมาชิกจะน้อยแต่คุณภาพสูงขนาดไหน” โห่ ทั้งหมดทั้งมวลคือพี่มันก็แค่อยากเอาชนะคนอื่นสินะ เอาเถอะอย่างน้อยผมก็ถือว่าได้กำไรที่ได้ไปไหนต่อไหนกับพี่พรายสองคนแบบนี้

 

แต่ความฉิบหายมันยังไม่จบเมื่อไอ้พี่พายุมันกวักมือเรียกผมกับพี่พรายให้เดินเข้าไปหาแล้วรื้อลงไปที่กระเป๋าใบใหญ่หยิบเสื้อออกมาสองตัวเป็นกั๊กเสื้อสูทแขนกุดสีแดงยังกับหลุดมาจากซีรี่ย์ รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ (Coffee Prince) ที่กงยูเป็นพระเอกเลยว่ะส่วนไอ้พี่พรายไม่รู้ไปโดนบังคับอีท่าไหน ไม่เถียงสักแอะผิดปกติวิสัยสุด ๆ และไม่ใช่แค่นั้นเมื่อไอ้พี่ป้องเหี้ย! มันเดินจูงจักรยานสามล้อถีบประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาชนิดแล้วยังติดป้ายชมรมไว้ที่ท้ายรถอีก

 

“กูถีบจักรยานไม่เป็นนะพายุ” พี่พรายมันหันไปพูดกับเพื่อนสนิทแบบหน้านี้ยับเชียวขมวดคิ้วซะจนแทบจะเป็นหมาพิบูลอยู่แล้วถ้าแยกเขี้ยวขย้ำคนตรงหน้าได้พี่มันคงทำไปแล้วล่ะ

 

“ใครให้มึงถีบไอ้พราย นู่นสารถีของมึงอยู่นั่นไงให้ไอ้เพลงมันเป็นคนถีบส่วนมึงก็นั่งสบาย ๆ ขายขนมไปนั่นแหละ” พี่พรายมันหันมามองหน้าผมแล้วถอนหายใจออกมานิดหน่อย

 

กูไม่อยากให้มันเหนื่อย...พายุ

 

What!! ขอแคะขี้หูแป๊บตกลงนี่ผมกำลังหูฝาดอยู่เปล่าวะที่พี่พรายพูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นแต่ที่น่าถีบที่สุดคือเหล่าบรรดาแรงงานที่หยุดกึกตัวแข็งเตรียมฟังสิ่งที่พี่มันกำลังจะพูดต่อ

 

แต่แดดมันร้อนนะพายุ” เชรดดดด! มีห่วงผัวไปอี๊กกกก!

 

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา” ไอ้พี่พายุมันก้มลงไปหยิบร่มผ้าแพรของดีอำเภอบ่อสร้างจังหวัดเชียงใหม่ขึ้นมายัดใส่มือพี่พราย “ถ้าห่วงมัน กลัวมันร้อนมึงก็กางร่มให้มันละกัน” สุดติ่งมากพี่รหัสกูวางแผนมาเพื่อกูโดยเฉพาะเลยสินะ

 

“ไม่เป็นไรครับถ้าเพื่อพี่พรายเหนื่อยกว่านี้ผมก็ยอม” ก็อยากจะมีมุมหวานกับพี่มันบ้างอะแต่ทำไมไอ้พวกตัวเสือกมาต้องหันควับมากันหมดเลยวะ

 

“เพลงพรายกูเอาขนมขึ้นรถไว้ให้หมดแล้ว เดี๋ยวพวกมึงออกไปทำงานกันได้เลย” ไอ้พี่ป้องมันเดินกลับมาบอกพวกผมทั้งคู่

 

“งั้นไปกันเลยไหมครับพี่พราย” ผมเอื้อมมือไปดึงร่มที่พี่พรายกำเอาไว้แน่น ไม่รู้ตอนนี้ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าหน้าพี่มันแดงผิดปกติแถมยืนตัวแข็งไม่ยอมก้าวตามมาสักทีจนต้องดึงข้อมือพี่มันให้เดินตามผมมา

 

“เฮ้ย ไอ้เพลงไปขายขนมเค้กนะโว้ย ไม่ใช่มัวแต่ไปขายขนมจีบ!” ไอ้กราฟไอ้เวร!

 

สภาพผมกับพี่พรายตอนนี้เหมือนกับเจ้าบ่าวกำลังถีบรถพาเจ้าสาวออกมาเที่ยวเลยว่ะ ตลอดระยะทางที่ปั่นกันมาก็มีน้องนักเรียนและนักศึกษาต่างคณะโบกมือเรียกอยู่ตลอด ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อขนมหรอกมาขอถ่ายรูปกันเสียมากกว่า

 

“ใครซื้อขนมตอนนี้เรามีบริการป้อนถึงปากเลยนะครับ” เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันทีที่พี่พรายพูดจบขนมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ส่วนใบปลิวแนะนำชมรมก็แทบจะหมดภายในพริบตา

 

ใจจริงอยากจะป้อนขนมให้พี่พรายกินมากกว่าสาว ๆ พวกนี้ซะอีกตั้งแต่ออกมาแทบจะนับคำที่พี่มันพูดกับผมได้เลย

 

“ขนมหมดแล้วว่ะพี่เดี๋ยววนกลับไปเอาที่ชมรมมาเพิ่มละกัน”

 

หมับ!

 

“ไปพักตรงนั้นก่อนเถอะเพลง”

 

มือของพี่พรายเอื้อมมาจับบ่าของผมแล้วชี้ไปที่สระน้ำหลังตึกเกษตร หลังจากจอดรถใต้เงาต้นไม้ใหญ่พี่มันก็ส่งน้ำมาให้ผมขวดหนึ่ง

 

“เหนื่อยรึเปล่าเพลง ยังไม่ต้องรีบกลับไปที่ชมรมหรอกมานั่งตรงนี้สิ” พี่พรายขยับตัวชิดไปที่เบาะด้านข้างเรียกให้ผมมานั่งด้วย วันนี้พี่พรายมาแปลกชะมัดยาดจนผมต้องลงแล้วขึ้นไปนั่งด้วย มือขาวหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาจากผิวหนังจากความร้อนและความล้าที่ถีบจักรยานมาเป็นชั่วโมงให้ผมอย่างที่ไม่คิดไม่ฝันว่าพี่มันจะทำ

 

สายตาของเราทั้งคู่กำลังจ้องมองกันอยู่ไม่ห่าง ผมจับไปที่มือพี่พรายที่กำลังเช็ดหน้าผมอยู่มากำเอาไว้แน่น ตอนนี้อยากจะบอกความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมีออกไปดัง ๆ ว่าชอบพี่พรายมากแต่ไหนแต่พอจะขยับปากก็เป็นพี่พรายที่โน้มหน้าเข้ามาจูบผมเอง

 

...!

 

“เพลงมึงอย่าเพิ่งหมดหวังกับกูนะ ต่อไปมึงอาจจะต้องเจ็บมากกว่านี้ถ้าได้รู้ว่ากูผ่านอะไรมา” น้ำตาของพี่พรายมันไหลลงมาที่แก้มจนต้องเอื้อมนิ้วไปปาดเอาไว้

 

“ต่อให้พี่จะผ่านอะไรมา มันก็เป็นแค่อดีตเท่านั้นแล้วเมื่อไหร่พี่จะเริ่มเปิดใจเริ่มต้นใหม่กลับผมซะทีละ”

 

“...” พี่พรายมันไม่ตอบอะไรเลยนอกจากซบหน้ามาบนไหล่ผมเงียบ ๆ เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

สามล้อถีบ 

 

 

 

 

(กุหลาบหินหรือกาลังโชเป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกง่ายปลูกทั้งในและนอกอาคาร แต่ปลูกได้ดีเมื่ออยู่ในกลางแจ้งเพราะเป็นพืชชอบแดดกุหลาบหินมีใบค่อนข้างกลมเป็นหยักมนซ้อนๆ กันคล้ายดอกกุหลาบแต่ไม่อ่อนช้อยจึงได้ชื่อว่ากุหลาบหิน กุหลาบหินเป็นไม้อวบน้ำมีอายุหลายปีพุ่มเตี้ยสูง 30 - 40 เซนติเมตร ใบเดี่ยว สีเขียวกลม ปลายมนขอบใบหยักเป็นมน ออกเวียนสลับซ้อนๆ กัน ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกชูสูงเหนือพุ่มใบเป็นดอกย่อยขนาดเล็ก ๆ จำนวนมาก สีแดงอมส้มสด ปัจุปันมีพันธุ์ที่เป็นพุ่มเตี้ยกะทัดรัด ใบขนาดเล็กและมีดอกสี ต่าง ๆ เช่น ชมพู ส้ม เหลือง ฯลฯ ออกดอกฤดูกาลเดียวคือช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย แตกหน่อไว ถ้าขยันแยกหน่อ กุหลาบหินจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสัน มีบางคนนิยมปลูกกุหลาบหินเป็นไม้มงคล เพื่อถือเคล็ดว่าปลูกแล้ว จะรำรวยเป็นเศรษฐี อย่างไรก็ตามกุหลาบหินเป็นไม้ประดับที่น่าสนใจที่รูปทรงดูสวยแปลกตาแตก ต่างจากไม้ชนิดอื่นถึงแม้มีความสามารถในการดูดสารพิษน้อย)  

 

ข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น