OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

ชื่อตอน : EP.04 ค้างคืน [1/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 682

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.04 ค้างคืน [1/2]
แบบอักษร

EP.04 

ค้างคืน 

[1/2] 

 

 

                ไนน์ทำให้วันธรรมดาที่แสนน่าเบื่อของผมกลายเป็นวันที่พิเศษขึ้นมาเพียงเพราะเย็นนี้เราจะได้เจอกัน ไม่รู้ว่าไนน์จะตื่นเต้นไหม แต่ผมตื่นเต้นที่จะได้ไปหาเขา ได้นั่งกินข้าวเย็นกับไนน์ มองรอยยิ้มไนน์ แค่นี้ผมก็แทบอดทนรอให้ถึงเย็นไม่ไหว อยากกระพริบตาทีหนึ่งแล้วเวลาผ่านไปจนถึงตอนเลิกเรียนเลยได้ไหมเนี่ย

                “ไอ้พีช พี่ชมรมบาสฝากใบสมัครมาให้”

                “เมื่อวานก็มีพี่ชมรมฟุตบอลมาถาม มึงเลือกสักอันเถอะ ไม่งั้นเขาก็ตามตื๊อมึงไม่เลิก”

                ผมรับใบสมัครชมรมบาสจาก ‘การันต์’ มาเก็บใส่กระเป๋าไว้เงียบ ๆ ก่อนจะหันไปตอบ ‘ภูมิ’ ที่ทิ้งตัวนั่งบนโต๊ะเรียน

                “เขาขอให้กูกลับไปเล่นให้ทีมโรงเรียน แต่ปีนี้กูไม่อยากเล่นกีฬาแล้วว่ะ เหนื่อย อยากพัก”

                “ก็เลยเลือกชมรมศิลปะ?”

                พวกมันสองคนถึงกับถอนหายใจยาวพรืด เรื่องนี้เราคุยกันทุกวันเพราะในกลุ่มเหลือแค่ผมที่มีชมรมไม่ครบ ทุกคนต้องมีสองชมรมไว้ทำกิจกรรม การันต์ลงดนตรีกับแบตมินตัน ภูมิลงดนตรีกับเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกมันถนัดทั้งสองคนนั่นแหละ แต่ผมน่ะลงชมรมศิลปะไปแล้วเพราะผมชอบวาดรูป แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้และให้เวลามันอย่างจริงจัง ผมเลยอยากทำ

                ส่วนอีกชมรมยังไม่ได้คิดเลย พอผมจะเลิกเล่นกีฬาพวกพี่เขาก็มาตื๊อ อาจารย์ก็เหมือนกัน พวกเขาไม่อยากให้ผมออกจากการเตะฟุตบอลเพราะผมพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง เคยเป็นตัวจริงของทีมโรงเรียนมาสองปี ช่วงม.3 และ ม.4 แต่ปีนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่เล่นกีฬาเพราะผมเหนื่อยที่ต้องคอยมาซ้อมตอนเย็นและวันหยุด

                บาสเก็ตบอลก็เหมือนกัน ผมเล่นเป็น เคยลงแข่งตอนกีฬาสีมาสามปี และทีมผมก็ชนะทั้งสามปีเลย พี่ชมรมบาสเลยอยากให้ผมไปช่วยเล่นทีมโรงเรียนอย่างจริงจัง แต่ก็นั่นแหละ ผมไม่อยากเล่นด้วยเหตุผลเดียวกัน ผมเหนื่อย ขี้เกียจด้วย

                หลังจากนั่งเล่นได้เพียงครู่เดียวอาจารย์ที่สอนวิชาถัดไปก็เข้ามาพอดี พวกเพื่อนผมเลยลงจากโต๊ะมานั่งบนเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นความสนใจทั้งหมดก็มุ่งไปที่เนื้อหาของวิชาดังกล่าวทันที เห็นผมแบบนี้ผมก็เรียนพอใช้ได้นะ ผมหัวไวแต่ติดนิสัยขี้เกียจมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

                ครืด

                No.9 : ส่งรูปภาพถึงคุณ

                No.9 : ออกไปตลาดมา ซื้อของไว้ทำมื้อเย็นให้พีชเต็มเลย

                ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวสินะที่ตื่นเต้นสำหรับเย็นนี้ ไนน์เองคงตื่นเต้นไม่ต่างจากผม เมื่อคืนที่เราคุยกันอีกครั้งตอนก่อนนอน ไนน์บอกผมว่าไนน์ไม่เคยให้คนคุยคนไหนเข้ามาในห้องเลยสักคน เขาไม่อยากให้ใครเข้ามาเห็นงานอดิเรกของเขาที่เขาชอบประดิษฐ์ของใช้ เขาไม่อยากโดนตั้งคำถามและไม่อยากตอบคำถาม

                ผมฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าการที่เขาชอบทำโน่นทำนี่มันจะมีปัญหาตรงไหน ผมทึ่งมากกว่าที่ไนน์สามารถทำของใช้ของตัวเองแบบที่ไม่เหมือนใครได้ แล้วเขาทำสวยด้วยนะ ผมเห็นกระเป๋าผ้าที่เขาสะพาย เคสโทรศัพท์ที่เขาใช้ กำไลข้อมือลูกปัดที่เขาใส่ ทุกอย่างมันดูดีออก

                ไนน์บอกว่าเขาเคยโดนใครสักคนบอกว่าการทำแบบนี้มันเสียเวลา ไร้สาระ ทั้งที่ซื้อมาใช้ยังจะง่ายกว่า เขาคงเสียความมั่นใจพอสมควรเลยกังวลว่าผมจะชอบไม่เหมือนเขา

                ซึ่งผมเน้นย้ำไปแล้วเมื่อคืนว่าไม่ต้องอาย ไม่ต้องพยายามทำอะไรเอาใจผมหรอก ผมมันคนง่าย ๆ อยู่แล้ว ไนน์ชอบอะไรก็ทำไปเลย ผมไม่ก้าวก่าย แล้วผมก็ชอบในสิ่งที่เขาทำด้วย ชื่นชมจากใจเลยเพราะผมใจไม่เย็นพอที่จะมานั่งทำอะไรแบบนี้ได้ และไม่ใช่ทุกคนจะมีความสามารถในการคิด ประดิษฐ์สิ่งของออกมาใช้เองได้อย่างเขา

                พอผมพูดไปเท่านั้นแหละ ไนน์เบนกล้องกวาดไปรอบห้องแล้วบอกผมว่าที่ผมเห็นน่ะเขาทำเองเกือบทั้งหมด อวดผมใหญ่ว่าเย็บผ้าปูที่นอนเอง ออกแบบผ้าห่มเอง ไหนจะที่คั่นหนังสือที่ทำจากดอกไม้แห้งของเขาอีกหลายชิ้น อ้อ มีเสื้อยืดด้วยนะ เขาวาดเองหลายลายเลย รวมถึงรองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบอีกที่ไนน์ซื้อมาแล้ววาดลวดลายลงไปเพื่อให้ไม่เหมือนคนอื่น

                ว้าว เก่งจังเลยตัวแค่เนี้ย...

                ไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่าอายตรงไหนเลย สิ่งที่เขาชอบน่ะไม่แปลกหรอก จะแปลกก็คนที่ไนน์เคยคุยแต่ละคนน่ะมีปัญหาอะไรกับความชอบคนอื่นเอ่ย? การใช้ของที่ทำเองมันน่าอายตรงไหน น่าภูมิใจออก มันคือของแรร์ไอเทมที่ไม่ได้มีขายทั่วไปนะเว้ย ผมถือโอกาสขอให้เขาทำเคสโทรศัพท์มือถือให้ผมเลย ผมอยากใช้แบบไม่เหมือนใครบ้าง

               

                15.00 น.

                เมื่อวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลง ผมคว้ากระเป๋าขึ้นหลังเลยทันที สมุดกับหนังสือเก็บเรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่หมดคาบ พร้อมเลิกเรียนมากเลยวันนี้

                “เดี๋ยว ๆ มึงรีบไปไหนเนี่ยไอ้พีช นัดเด็กที่ไหนไว้อีกวะ”

                “คนนี้ไม่เด็ก”

                ผมตอบไอ้รันต์ไปส่ง ๆ ก่อนจะหันไปร่ำลาไอ้ภูมิอีกสองสามคำ จากนั้นก็เดินไปหยิบรองเท้าหน้าห้องแล้ววิ่งลงไปยังชั้นล่าง ที่รีบขนาดนี้ไม่ใช่อะไรหรอก ผมกดเรียกแกร็บแท็กซี่เอาไว้น่ะแล้วเขาใกล้ถึงเต็มทีผมจึงต้องรีบหน่อย ไม่อยากเสียเวลานั่งรถเมล์ วันนี้อยากเจอไนน์เร็ว ๆ

                ไม่กี่อึดใจผมก็พาตัวเองขึ้นรถแท็กซี่ได้สำเร็จ จุดหมายปลายทางคือหอของไนน์ ผมจำได้แม่นแม้จะเคยไปแค่ครั้งเดียว

                Peachhhhh : ออกไปแล้ว

                No.9 : ใกล้ถึงแล้วทักมาอีกทีนะ

                No.9 : ส่งรูปภาพถึงคุณ

                ไนน์ส่งรูปตัวเองมาให้ผม เขายิ้มหวานอีกแล้ว โหยยยย จะน่ารักไปถึงไหนวะคนเรา!! รู้ว่าผมชอบก็ส่งยิ้มมาให้บ่อยเลยนะ

                ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าผมจะมาถึงหอของไนน์ ค่าแท็กซี่สองร้อยกว่าบาทแน่ะ เยอะกว่าค่าขนมที่พ่อให้แต่ละวันอีก ผมว่าผมคงนั่งแท็กซี่มาหาเขาได้ไม่บ่อยนักหรอก วันไหนไม่มีเงินคงต้องนั่งรถเมล์แทน ประหยัดค่าใช้จ่ายแต่เสียเวลาเป็นบ้า กว่าจะถึงที่นี่ผมต้องนั่งรถเมล์สองสายเลยนะ ต่อด้วยรถตู้เข้ามาอีก

                Peachhhhh : ถึงแล้ว อยู่หน้าหอ

                ไนน์กดอ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมา และเพียงชั่วอึดใจคนที่ผมอยากเจอก็ปรากฏตัวขึ้น ไนน์เปิดประตูให้ผมด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม วันนี้เขาแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวลายยีราฟพร้อมกับกางเกงสามส่วนสีดำ อ่า ถ้าให้ผมเดาเสื้อที่เขาใส่เขาคงจะวาดเองแน่เลย

                “นั่งรถเหนื่อยไหมเด็กกกก”

                “ไม่เหนื่อย จะขึ้นไปข้างบนได้ยัง?”

                “เป็นเด็กใจแตกเหรอ อยากจะเข้าห้องคนอื่นจังเลย”

                “ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย หิวข้าวต่างหาก”

                “สายตาพีชน่ะนะ แพรวพราวมาก ไอ้เด็กเจ้าเล่ห์”

                “โห่ ไม่ทำอะไรหรอกกก สัญญาเลยเอ้า!!”

                ผมยื่นนิ้วก้อยของผมไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเขาไว้เพื่อเชื่อมสัญญา เมื่อคืนผมหยอกไปนิดเดียวเองว่าจะไม่ทำอะไรถ้าไนน์ไม่เผลอ วันนี้เขาระแวงผมเฉยเลย โธ่ เพิ่งรู้จักกันไม่นานเองจะให้ผมทำอะไรล่ะ ในสายตาไนน์มองผมแพรวพราวขนาดนั้นเลยเหรอ แบบนี้ถ้าไนน์รู้ความจริงว่าผมยังสดยังซิงไนน์จะผิดหวังไหม?

                เราเดินเกี่ยวก้อยกันแบบนั้นจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งของชั้นสอง ดีจังเลยเนอะได้ห้องชั้นสองจะได้ไม่ต้องลำบากขึ้นบันไดหลายชั้น หอไนน์ไม่มีลิฟท์ด้วย

                ประตูห้องถูกเปิดเข้าไป ไนน์ดันหลังผมให้เดินเข้าห้องก่อนที่เขาจะตามเข้ามา เราจัดการถอดรองเท้าไว้บนชั้นรองเท้าให้เรียบร้อย จากนั้นผมก็ทิ้งกระเป๋านักเรียนแล้วตรงดิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าของไนน์ทันที

                “เห้ย พีช! ทำอะไร?!”

                เสื้อของไนน์ที่แขวนอยู่ถูกผมหยิบออกมาดูทีละตัว ไนน์วาดเสื้อยืดเองทุกตัวเลย! บางลายน่ารัก บางลายเท่มาก ผมชอบงานศิลปะแบบนี้

                “เสื้อมัดย้อมนี่ไนน์ทำเองไหม? สีหวานมาก สวยดี”

                “ทำเองหมดเลย พีชชอบเหรอ เอาไปสิเราให้”

                ไนน์เดินเข้ามาประชิดตัวผมแล้วหยิบข้าวของในตู้เสื้อผ้าอวดผมใหญ่เลย อวดตรงนี้เสร็จก็พาไปดูสีที่เขาใช้วาด อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เขาต้องใช้ ผมนี่ฟังเพลินเลย เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เราอยู่ใกล้ชิดกันแล้วไนน์ดูเป็นกันเองขนาดนี้

ตอนนี้ไนน์น่ารักมากเลย ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ตัวไหม เขาพูดเก่งมาก พูดจาน่าฟังไปหมด

“วันนี้ไนน์ยิ้มเก่งจัง ดีใจที่เรามาเหรอ?”

“เปล่า ดีใจที่พีชชอบอะไรแบบนี้เหมือนเรา”

“ชอบสิ ไนน์ทำสวยออก”

“มันไม่ดูติงต๊องใช่ไหม? เราอยากภูมิใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีน่ะ เราเลยใส่ใจที่จะออกแบบทุกอย่าง ชีวิตเราได้อะไรมาง่ายเกินไป บางอย่างมันง่ายจนไร้ค่า”

“ไม่เอาไม่พูดเรื่องนี้แล้ว กินข้าวกันเถอะ เราหิว”

ผมรีบตัดบทเมื่อไนน์มีท่าทีนึกคิดถึงเรื่องที่อยู่ในใจของเขา ไนน์เล่าให้ผมฟังว่าที่เขาชอบทำของทุกอย่างรอบตัวให้มันยุ่งยากเพราะอยากมีส่วนร่วมไปกับทุกสิ่งรอบตัว อยากภูมิใจกับตัวเอง มันมีเรื่องลึกกว่านั้นอีกน่าจะเกี่ยวกับเรื่องพ่อของเขา ไนน์ไม่เล่าให้ผมฟังละเอียดหรอก

เขาบอกแค่ว่าพ่อเขาซื้อทุกอย่างที่มีราคาแพงให้เขา แบรนด์เนมทุกอย่าง แต่ไนน์กลับไม่ดีใจเลย ไม่เคยหยิบมาใช้ เพราะคนให้นั้นให้มาส่ง ๆ จนของเหล่านั้นมันไร้ค่าในสายตาไนน์ เขาเลือกที่จะใช้ของที่ตัวเองทำเองเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาก็มีความสามารถพอ เขาทำแล้วภูมิใจ ต่อให้ของจะมีราคาถูกแต่มันไม่ไร้ค่าเพราะไนน์ตั้งใจทำทุกชิ้นด้วยใจ

ส่วนเรื่องพ่อของเขานั้นผมขอไม่ถามต่อแล้วกัน ไนน์เองก็ไม่ได้สะดวกที่จะพูดถึง...

เมื่อบทสนทนาเกี่ยวกับงานศิลปะจบลง ไนน์เดินไปเอาโต๊ะญี่ปุ่นขนาดกำลังดีมากางไว้หน้าโซฟา คิดว่าคงเป็นที่กินข้าวประจำของเขา จากนั้นผมก็โดนกดไหล่ลงให้นั่งกับพื้น ไม่นานเมนูอาหารที่ไนน์ทำให้ก็ยกมาเสิร์ฟจนครบ

“กะเพราเต้าหู้หมูสับ ไข่เจียวแหนม ปีกไก่ทอด สามอย่างนี้ของพีชนะ ส่วนต้มจืดห้ามกิน เราทำครั้งแรกมันไม่อร่อยอะ เดี๋ยวเรากินเอง”

ได้ยินแบบนี้แล้วต่อมอยากรู้อยากลองของผมมันกระตุกยิก ๆ เลย ฉะนั้นอาหารอย่างแรกที่ผมจะตักเข้าปากก็คือต้มจืดนี่แหละ ผมใช้จังหวะที่ไนน์ตักไก่ทอดใส่จานให้ผมนั่นแหละเอื้อมมือใช้ช้อนตักน้ำต้มจืดมาชิม

อ่า เค็มจริงด้วย...

“ไม่เท่าไหร่หรอก กินได้”

“ไม่เอาดิพีช เราไม่มั่นใจอะ พีชอย่ากินเลยนะ”

“กินได้จริง ๆ ไนน์อุตส่าห์ทำให้ เราไม่กินได้ไง”

ผมรู้ว่าเขาตั้งใจทำอาหารมื้อนี้ให้ผมแค่ไหน จึงไม่อยากให้เขารู้สึกเสียน้ำใจ ต่อให้มันจะไม่ได้อร่อยมากแต่ผมกินได้จริง ๆ นะ แค่หันมองหน้าเขาแล้วเขายิ้มให้ผมน่ะ อาหารตรงหน้ามันก็อร่อยขึ้นมาทุกอย่างแหละ

“พีช...”

ไนน์มองผมอย่างไม่เชื่อสายตาว่าผมสามารถกินต้มจืดรสเค็มของเขาได้

“ไนน์ป้อนเราดิ เดี๋ยวก็หวานขึ้น”

“แน๊ พีชจีบเราอีกแล้วน้า”

“จีบตอนนี้ก็คิดว่าติดนะ”

“ก็คิดว่าติดเหมือนกัน”

ผมไม่ชอบตัวเองตอนปากไวเลยว่ะ พอผมพลั้งปากพูดอะไรแบบนี้ออกไปแล้วชอบเขินทีหลัง มือไม้มันเกะกะไปหมด หยิบจับอะไรก็ไม่ถนัดเลยเนี่ย เกือบใช้ส้อมตักต้มจืดมาซดน้ำแล้วเรา

___________________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

เขินนนนนนนนนนนนนนน โมเมนต์จีบกันนี่มันหนุบหนับหัวใจเหลือเกินนน 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

ความคิดเห็น