ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

51/จมหายสู่ใต้มหาสมุทร

ชื่อตอน : 51/จมหายสู่ใต้มหาสมุทร

คำค้น : ตอนที่51

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
51/จมหายสู่ใต้มหาสมุทร
แบบอักษร

ขอบฟ้า Part  

ตั้งแต่รถคันนี้เคลื่อนออกจากหน้าบ้านผมมาร่วมชั่วโมง ทุกสรรพเสียงในรถก็ยังคงเงียบกริบไม่มีใครยอมเป็นคนเอ่ยปากขึ้นมาก่อน ทัศนียภาพข้างทางเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จากที่สองข้างทางเป็นสวนผลไม้กลับกลายเป็นถนนใหญ่ ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กซอยน้อยที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกร้าง  

สุดท้ายเมื่อขับมาจนถึงทางตันรถคันนี้จึงจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีทัศนียภาพความวังเวงของทะเลยามเย็นให้ได้เห็น ถามว่าผมรู้สึกหวาดกลัวกับความนิ่งเงียบของคู่กรณีไหม บอกได้เต็มปากเลยว่าวินาทีนี้ผมไม่มีความเกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย ไม่กลัวแม้กระทั่งการคาดเดาที่ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าอาจจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่กับตัวเองก็ได้  

ใจผมตอนนี้มันสงบนิ่งไม่มีแม้แต่ความอ่อนไหวตามสายลมของทะเลเลยสักนิด ไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญพอก้าวลงจากรถได้ผมก็เดินเอื่อย ๆ ตามหลังชายผู้เป็นนายใหญ่ของที่นี่ ทุกก้าวที่เดินสายตาก็กวาดมองไปรอบ ๆ บ้าน ทำให้รู้ว่าตอนนี้บริเวณบ้านมีชายฉกรรจ์ในชุดซาฟารีสีดำกับชุดสูทสีดำยืนประจำตำแหน่งอยู่รอบบ้านเป็นสิบกว่าชีวิต อันนี้แค่คาดคะเนด้วยสายตานะ อืม สงสัยผมจะเป็นบุคคลสำคัญพอสมควรแฮะเขาถึงต้องใช้ผู้คุมขนาดนี้น่ะ 

“ขอโทษที่ต้องพามาคุยกันไกลหน่อย ฉันอยากจะเคลียร์ทุกเรื่องของแกกับไอ้น้ำที่มันค้างคาอยู่ให้เสร็จ ๆ ไปโดยไม่มีไอ้ลูกเนรคุณคนนั้นมาขวางหูขวางตา” 

“ถ้าเขาคือลูกเนรคุณจนไม่เป็นที่ต้องการของคุณคุณก็ควรปล่อยเขาไปไม่ใช่เหรอ หึหึ คำก็ลูกเนรคุณสองคำก็ลูกทรพีแต่ผมก็เห็นคุณขยันตามล้างตามผลาญเขาอยู่ฝ่ายเดียวนี่นาน่าขำชะมัด เอ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งหน้าตึงครับท่านเสธนี่แค่เริ่มต้นเองจะรีบอารมณ์เสียไปไหนล่ะ เพราะถึงยังไงเราก็ต้องจบเรื่องนี้อยู่แล้วนี่” ภายในตัวบ้านปูนชั้นเดียวขนาดกลางถูกตบแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังดีที่มีแอร์เปิดอยู่จนเย็นเฉียบ ไม่งั้นตลอดการถกเถียงครั้งนี้คงมีความร้อนจากอากาศเป็นปัจจัยทำให้แตกหักไวกว่าที่ควรจะเป็น  

“เลิกยุ่งเกี่ยวกับไอ้น้ำซะนี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย” คำพูดไร้อารมณ์จากชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้าดันเข้ามาสะกิดต่อมกวนตีนของผมซะได้ ยิ่งเห็นท่าทางหยิ่งยโสของคนใจคอโหดเหี้ยมคนนี้ ความดื้อรั้นอยากเป็นผู้ชนะของผมก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นจนยั้งไม่อยู่ 

“ผมจะเลิกได้ยังไงในเมื่อพี่น้ำตามมาออดอ้อนทุกเช้าเย็นอย่างนี้ อีกอย่างผมคิดว่าตัวเองอยู่กับความเกลียดชังที่มีให้พี่น้ำมานานเกินไปแล้ว อคติทิฐิที่ผมมีให้คนที่รักผมมากกว่าใครในโลกนี้มันทำให้ผมยิ่งสงสารพี่น้ำมากกว่าเดิม สงสารที่พี่เขาต้องถูกความเกลียดชังของผมโจมตีเพราะสาเหตุเกิดจากความโหดเหี้ยมของคนที่เรียกตัวเองว่าพ่อ  

“ไม่เอาสิเสธถึงจะทำหน้าบึ้งตึงกำมือแน่นเหมือนเด็กโดนขัดใจไปก็เท่านั้น เพราะในบ้านตอนนี้มีแค่ผมกับเสธสองคนเอง แต่ถ้าเสธอยากงอแงใส่ใครสักคนก็ได้นะ ผมจะเดินไปเรียกคนของเสธให้รีบเข้ามาทำตัวเป็นพี่เลี้ยงไงโอเคไหมครับ” ฟิ้วว เพล้ง! สิ้นคำพูดของผมแก้วน้ำก็ถูกชายหน้าตาถมึงทึงคว้ามาเขวี้ยงใส่หัวผมเต็ม ๆ และการประทุษร้ายของเขาก็ได้ผลเพราะผมไม่แม้แต่จะหลบหลีกสักนิด แก้วน้ำใสถึงปะทะเข้ากับหน้าผากจัง ๆ ก่อนจะหล่นแตกกระจายไปทั่วบริเวณนี้ 

อึก! หึหึ เอะอะก็ชอบลงไม้ลงมือสมคำเล่าขานจริง ๆ ไอ้ผมมันคนนอกถึงจะได้เลือดเพราะฝีมือคุณหรือตายเพราะน้ำมือคุณก็คงไม่ซีเรียสอะไรเท่าไหร่หรอก แต่ได้ยินว่าความเถื่อนของคุณเคยเผื่อแผ่ไปถึงลูกชายตัวเองจนพี่น้ำนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเห็นท่าจะจริงแฮะ ถามหน่อยเถอะเป็นพ่อประสาอะไรวะถึงกล้าทำร้ายลูกตัวเองทุกวิถีทางแบบนี้” เพียะ ๆ !! หลังจากจบคำพูดของผม คนตรงหน้ายิ่งมีท่าทีราวกับว่าอยากจะฆ่าใครตายให้ได้ซะอย่างงั้น  

เขาลุกขึ้นเดินตรงดิ่งมาแค่สามก้าวจากนั้นฝ่ามือของผู้ชายที่เคยประจันหน้ากันเป็นครั้งแรกก็ฟาดใส่แก้มผมเต็มแรง ความรุนแรงมันมีมากพอจนทำให้ผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก 

ถุย! นี่ขนาดผมเพิ่งพูดไปหยก ๆ เสธก็ยังจะทำตัวระรานอีกเหรอครับ? ช่างเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเป็นเด็กซะเหลือเกิน” น้ำลายปนน้ำเลือดถูกผมถ่มทิ้งเฉียดปลายรองเท้าของเขา หลังมือตัวเองยกขึ้นมาปาดเช็ดมุมปากกับขมับที่มีเลือดไหลรินให้เรียบร้อย แต่ปากยังพูดถากถางจนชายคนนี้คงโกรธเกลียดผมมากขึ้นไปอีก ถึงเขาไม่พูดว่ามากแค่ไหนแต่สายตาที่มองมาเหมือนจะฆ่าแกงก็ยืนยันให้รู้ว่าตอนนี้ผมคงเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของเขาแล้วมั้ง 

“อย่ามาสะเออะยุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่นถ้าครอบครัวของมึงเองไม่ได้เพอร์เฟคไปทุกอย่าง เพราะครอบครัวเสื่อมทรามกับเด็กเหลวแหลกอย่างมึงนี่แหละที่ทำให้ไอ้น้ำมันวิปริตผิดเพศไปด้วย ไอ้เด็กเหลือขอกูไม่สงสัยเลยว่าทำไมพ่อแม่มึงถึงพร้อมใจกันตายจากมึงทั้งคู่ คงเป็นเพราะพ่อแม่มึงรู้เต็มอกว่าขืนอยู่ไปก็รังแต่จะอับอายขายขี้หน้าเพราะมีลูกชั่วๆ อย่างมึงนี่แหละ! ” 

พลั่ก! “อย่ามาลามปามถึงพ่อแม่ผม ถึงผมจะเลวจะเหี้ยยังไงผมก็มั่นใจว่าพ่อแม่ไม่มีวันทิ้งผมเพราะเหตุผลนั้นหรอก พ่อแม่ผมคือพ่อแม่ที่สมควรแก่การกราบไหว้ไม่เหมือนคุณขนาดลูกชายแท้ ๆ ของคุณยังไม่เคารพนับถือคุณเลย คิดดูก็แล้วกันว่าตัวเองมีคุณสมบัติดีกว่าพ่อแม่คนอื่นตรงไหนถึงได้มากล่าวร้ายใส่ครอบครัวคนอื่นแบบนี้! ” ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายคนแก่มาก่อนเลย  

แต่บัดนี้เมื่อถูกชายตรงหน้าพ่นวาจาสาดเสียเทเสียไปถึงคนบนฟ้าทั้งสองคน สองมือผมถึงได้ผลักเขาอย่างแรงและมันก็แรงพอที่จะทำให้เขาถึงกับเซไปชนโต๊ะกลาง ท่าทางซวนเซจวนจะล้มไม่ล้มแหล่ของเขาไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเห็นใจจนต้องยื่นมือไปช่วยเหลือ ตรงกันข้ามผมกลับยืนนิ่งเฉยและตั้งใจมองหาความเจ็บปวดของเขา แต่เจ้าตัวดันทรงตัวได้เสียก่อนนี่แหละขัดใจชะมัด!  

“พวกมึงที่อยู่ข้างนอกพากันเข้ามาเดี๋ยวนี้!”  

แกรก! “มีอะไรครับคุณท่าน” 

“มึงสั่งสอนไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ทีเอาให้หนักแต่อย่าเพิ่งให้ตาย เด็กอวดดีอย่างมันต้องมีชีวิตอยู่เพื่อรู้จักกับความโหดร้ายจริง ๆ ซะก่อน!” สิ้นสุดคำสั่งชายในชุดซาฟารีสามคนก็ปรี่เข้ามาประเคนมือตีนใส่ผมอย่างหนักหน่วง จนถึงกับทรุดตัวนอนกอดเข่าแต่เท้าหนักก็ยังประเคนเตะเข้ามาซ้ำ ๆ สายตาเลื่อนลอยของผมมองฝ่าประตูบ้านที่เปิดอ้าอยู่ รองเท้าเงาวับคู่ที่กำลังเดินออกจากบ้านไปคงไม่ใช่ของใครนอกจากเจ้านายของคนที่กำลังเตะผมซ้ำ ๆ  

รอยยิ้มของพ่อกับแม่พัดผ่านเข้ามาให้ผมมีรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้าง อย่างน้อยผมก็ปกป้องศักดิ์ศรีของพ่อกับแม่ไว้เต็มที่แล้ว อีกไม่นานผมก็คงจะได้พบกับเขาทั้งสองตามที่ใจต้องการแล้วล่ะ 

 

“เฮ้ยพวกมึงหยุดก่อนพอแล้วเดี๋ยวแม่งก็ตายจริง ๆ หรอกพวกมึงสามคนออกไปกินข้าวข้างนอกเถอะเมื่อกี้กูเพิ่งไปซื้อมาเดี๋ยวกูเฝ้าเด็กนี่เอง” 

แฮก ๆ ๆ เออก็ดีกระทืบมันจนกูหิวแล้วเนี่ย คนอะไรวะอึดฉิบหายเห็นเอวบางหน้าหวานแบบนี้แต่แม่งไม่อ้าปากโอดโอยสักคำ ดูไปแล้วกูเสียดายหน้าหวาน ๆ ของมันว่ะ ต่อให้เป็นผู้ชายแต่ถ้าคุณท่านยกให้กูก็ไม่ปฏิเสธ พ่อจะเลียทั้งตัวเอาให้ลืมรสชาติดุ้นทองคำของคุณน้ำไปเลย ฮ่า ๆ ๆ” ไม่รู้ว่าผมนอนให้ชายทั้งสามคนเตะตีนานแค่ไหน แต่ในความรางเลือนนั้นผมได้ยินเสียงของผู้มาใหม่เอ่ยปากเบรกความป่าเถื่อนครั้งนี้  

เสียงหัวเราะกับวาจาน่าสะอิดสะเอียนห่างไปเรื่อย ๆ สุดท้ายผมก็ได้อยู่กับความเงียบสงบโดยไม่ต้องรับแรงกระแทกมือตีนจากใครอีก 

“คุณฟ้าอย่าเพิ่งหลับนะครับ คุณฟ้าได้ยินที่ผมพูดไหม” 

“อือได้ยิน” 

“ผมโทรไปบอกคุณน้ำกับคุณทะเลแล้วนะครับ คุณฟ้าอดทนอีกนิดนะเดี๋ยวคุณทั้งสองก็มาช่วยแล้ว” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู ทำให้ผมต้องใช้ความพยายามทั้งหมดปรือตาขึ้นมามองคนที่พยุงให้ผมไปนั่งพิงกับผนังห้อง ถึงแม้จะอยู่ในความรางเลือนแต่ผมก็รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้าของผู้ชายคนนี้นะ ไหนจะชุดสูทสีดำที่เขาใส่อยู่อีกบุคลิกแบบนี้มันเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักที่ 

“คราย ฮึก เป็นคราย” 

“ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณทะเลตอนที่คุณฟ้ามาอยู่กับคุณทะเลที่คอนโดตอนคุณฟ้าเรียนปีสามไงจำได้ไหมครับ เอ่อ ตอนที่คุณทะเลสั่งให้ทำร้ายคุณน้ำที่สระว่ายน้ำผมก็อยู่ที่นั่นด้วย คุณฟ้าไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนะตอนนี้นอนหลับเอาแรงก่อนเถอะเดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้ว ผมส่งพิกัดให้คุณทั้งสองแล้วครับ” ไม่รู้ว่าชายคนนี้พูดจาอะไรอีกนานแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินชื่อสายน้ำทั้งสองสายดวงตาผมก็พร้อมจะปิดสนิท เหมือนที่สติเริ่มเลื่อนลอยปล่อยให้ตัวเองได้หลุดพ้นจากทุกความห่าเหวที่เกิดขึ้นกับชีวิต ความเลวร้ายมันถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนผมไม่รู้ว่าจะตั้งรับกับมันได้อีกนานแค่ไหนกัน 

 

แปะ ๆ “ตื่นก่อน ซ่าา ไอ้น้องตื่นได้แล้ว!” เฮือก! เพราะรู้สึกถึงความเย็นเฉียบของสายน้ำปะทะเข้ากับหน้าของตัวเองผมถึงเผลอสะดุ้งสุดตัวแล้วผลุนผลันลุกขึ้นนั่ง ถึงจะรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวแม้จะรับรู้ว่าตอนนี้ดวงตาคงปูดบวมเพราะฝืนลืมตาแทบไม่ไหว ในความพร่ามัวนั้นผมก็ได้แต่กัดฟันตั้งสติเพ่งมองชายสูงวัยที่นั่งโซฟาอีกครั้ง 

“ตอนนี้คิดได้หรือยังว่าแกควรจัดการเรื่องไอ้น้ำยังไง” 

“ผมไม่เลิก ไม่ใช่แค่ไม่เลิกแต่ถ้าคุณเผอเรอปล่อยให้ผมได้เจอกับเขาอีกครั้ง ผมสาบานว่าผมจะสั่งให้เขาเกลียดคุณไปตลอดชีวิต ต่อให้คุณตายต่อหน้าเขาเขาก็จะไม่มีวันคุกเข่าร้องไห้ให้คุณเด็ดขาด” ผลัวะ! สังขารผมน่าจะโรยรามากพอดู เพราะแค่โดนหมัดหนักจากผู้ชายในชุดซาฟารีที่เป็นคนปลุก ผมก็ถึงกับทรุดตัวนอนหงายมันตรงนั้น  

แขนขาอ่อนแรงมีเพียงแค่คอเท่านั้นที่สามารถเบนหน้ามองฝ่าความมืดมิดจากหน้าต่างบ้าน ตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้ววะสงสัยผมจะหลับไปนานป่านนี้ส้มโอจะกินข้าวอาบน้ำหรือยัง คืนนี้ผมสัญญาว่าจะอ่านนิทานให้ตัวประหลาดนั่นฟังเสียด้วยสิ  

“ถือว่าแกเป็นคนเลือกเองงั้นก็รอรับผลการตัดสินใจของตัวเองเถอะ มึงสองคนจะทำอะไรกับไอ้เด็กนี่ก็ได้แต่อย่าให้มันตาย เพราะกูอยากให้มันตายทั้งเป็น” ถ้อยคำเนิบนาบฟังดูไม่น่าเกรงกลัวมากไปกว่าเสียงซี้ดปากจากผู้ชายอีกสองคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันสองคนจะทำอะไร ผมถึงได้แต่ปิดเปลือกตาปล่อยให้น้ำใสไหลเป็นทาง  

ในขณะที่รับรู้ว่ามีสัมผัสน่าขยะแขยงเข้ามาลูบไล้ร่างกาย ฟันคมกัดลงที่ลิ้นตัวเองโดยมีเจตนาปลิดชีพเป็นที่ตั้ง แต่ในชั่วแวบหนึ่งอัญมณีอความารีนสีฟ้ากลับเจิดจ้าเรียกร้องให้ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ในนาทีนั้นหูตัวเองถึงได้ยินเสียงโวยวายเสียงต่อยตี แม้กระทั่งเสียงปืนจากด้านนอกให้หัวใจของผมได้เต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง  

โครม!! “ไอ้เหี้ยมึงตายแน่!” ผลัวะ ๆ! ตุ๊บ!! เสียงประตูบ้านถูกถีบอย่างแรงไม่ชวนให้น่าติดใจเท่าเสียงคำรามคุ้นหู จากนั้นสัมผัสน่าขยะแขยงถึงปลิดปลิวไปตามแรงถีบของฝ่าเท้าใหญ่ จนคนที่ยุ่มย่ามกับเนื้อตัวผมถึงกับกระเด็นไปไกล ไม่เพียงแค่นั้นสายตาผมยังเลื่อนมองตามการกระทำของชายที่มาใหม่และนั่นทำให้ได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นจากเขา 

ปัง! “มือมึงข้างนี้ใช่ไหมที่แตะต้องตัวเมียกู ปัง ๆ !! แล้วมือสองข้างของมึงนี่ใช่ไหมที่จับแขนเมียกูไว้เพื่อให้มึงเพื่อนมึงแตะต้องเมียกู!” 

“ไอ้น้ำหยุดเดี๋ยวนี้ กูสั่งให้มึงหยุดมึงก็ต้องหยุดไอ้ลูกชั่ว!!”  

“แล้วทำไมกูต้องฟังคำสั่งจากพ่อชั่ว ๆ ด้วยล่ะ? ” วาจาร้ายกาจจากพ่อลูกสองคนไม่ได้ทำให้ตัวผมสั่นเทาด้วยความเกรงกลัว แต่เป็นเพราะสายตาไร้ทุกความรู้สึกของผู้ชายตัวใหญ่ ในขณะที่มอบลูกปืนให้ชายทั้งสองคนที่กำลังย่ำยีศักดิ์ศรีผม กับน้ำเสียงที่ตอบโต้พ่อเขาต่างหากที่ทำให้ผมสั่นด้วยความกลัวขึ้นมา กลัวในความเย็นชาจนแปรเปลี่ยนเป็นความอำมหิตสืบเนื่องมาจากความพิโรธของมหาสมุทรในครั้งนี้  

“ฟ้าเป็นไงบ้างวะค่อย ๆ ลุกนะ ไอ้เขื่อนมึงไปอยู่กับพี่น้ำเถอะกูดูแลไอ้ฟ้าเอง” 

“ฟ้ากูขอโทษที่มาช้านะเพื่อน ฮึ่ม! คราวนี้กูไม่ยกโทษให้ลุงแน่! ลุงทำไมทำแบบนี้หา! ไอ้ฟ้ามันเป็นเพื่อนผมเป็นเมียเฮียน้ำแล้วก็เป็นสะใภ้ของลุงนะ ทำไมถึงได้กล้าทำเรื่องแบบนี้กับคนในครอบครัวตัวเอง!!” 

เพียะ! “มึงเงียบไปเลยไอ้เขื่อนกูยังไม่ได้คิดบัญชีที่มึงเห็นดีเห็นงามกับเรื่องเหี้ย ๆ พวกนี้เลยนะ มึงได้โดนคิดบัญชีย้อนหลังแน่ ส่วนมึงไอ้น้ำกูสั่งให้เลิกกับมันกี่ครั้งแล้วแต่ทำไมมึงยังทำตัวเป็นลูกเนรคุณแบบนี้ไอ้ลูกชั่ว!” ผลัวะ! เพียะ ๆ!! แม้จะถูกคนเป็นพ่อทั้งตบทั้งตีมากแค่ไหน แต่ภาพที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้านั่นก็คือภาพชายร่างกายสูงใหญ่ใบหน้านิ่งเฉย ขาทั้งสองข้างของเขายังยืนหยัดเพื่อรับการกระทำทารุณกรรมจากพ่อของเขาเอง 

“พอใจคุณรึยังถ้ายังไม่พอใจจะฆ่าผมตอนนี้เลยก็ได้นะ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าถึงตายผมก็จะไม่หยุดรักผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด” คำว่าผู้ชายคนนั้นถูกเอ่ยถึงในขณะที่เขาหันมาสบตากับผม ถึงภาพตรงหน้าจะไม่เด่นชัดเท่าไหร่แต่ผมก็เห็นความรักมากมายอยู่ในดวงตาของเขา ผมเห็นมันอย่างชัดเจนเลยแหละ 

ผลัวะ ๆ!! “แต่มึงต้องเลิกกูรังเกียจในสิ่งที่มึงเป็นกูรังเกียจในสิ่งที่มึงทำ ตราบใดที่เลือดในตัวของมึงมาจากเลือดของกูมึงก็ต้องเลิกกับมัน ทำตัวแบบนี้มึงคิดถึงหน้ากูบ้างไหมคิดบ้างไหมว่าสังคมจะตราหน้ากูยังไงที่มีลูกวิปริตอย่างมึง ผู้หญิงมันตายห่าหมดโลกแล้วรึไงมึงถึงไปคว้าผู้ชายมาเย็-แล้วยกย่องให้มันเป็นเมีย กูไม่น่าพลาดปล่อยให้มึงเกิดขึ้นมาเลยไอ้ลูกเนรคุณ!  

“ถึงมึงจะไม่ใช่ลูกที่กูเอาออกหน้าออกตาแต่ก็มีหลายคนรู้ว่ามึงเป็นลูกของกู กูจะปล่อยให้ชื่อเสียงกูถูกมึงทำร้ายจนยับเยินไม่ได้ ถ้ามึงไม่ยอมเลิกกับมันมันก็ต้องตาย จะตายทั้งเป็นหรือตายจากโลกนี้ก็ต้องตาย!” ปืนที่อยู่ในมือของคนเป็นลูกถูกคนพ่อแย่งชิงมาแล้วฟาดด้ามปืนลงกับหน้าผากลูกตัวเองอย่างแรง สีของเลือดไหลรินมาพร้อมกับน้ำตาของผมที่ร่วงหล่น น้ำตาที่เกิดจากความเวทนาผู้ชายที่รักผมมากกว่าชีวิตของเขา 

“ผมทำสิ่งผิดพลาดในชีวิตมามากมายแต่สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดคืออะไรรู้ไหมคือผมมีคุณเป็นพ่อไง เพราะผมมีพ่อแบบคุณผมถึงต้องผลักไสคนที่ผมรักที่สุดให้ออกไปจากชีวิต ต้องฝืนทำเพราะรู้ว่าถ้าผมไม่ทำคุณจะเป็นคนทำ และวิธีของคุณจะทำให้คนที่ผมรักเจ็บปวดมากกว่านี้ สิ่งที่หายไปพร้อมกับความโหดร้ายที่คุณยัดเยียดให้ผมนั่นก็คือสายใยของเรา  

“ในวันนี้ผมมั่นใจแล้วว่าเยื่อใยสุดท้ายที่ผมมีให้คุณมันขาดไปหมดแล้วเหมือนกัน” ถึงตาคู่นั้นจะดูเหมือนไม่มีความรู้สึกอะไรเลย แต่ผมเชื่อว่าทุกคนในนี้สัมผัสได้ถึงความบอบช้ำของเขาว่ามันมีมากแค่ไหน มันมีมหาศาลแม้ว่าเขาจะไม่เอ่ยออกมาสักคำ  

เพียะ! “อย่ามาทำเป็นอวดเก่งอย่าลืมสิว่าถึงยังไงครึ่งหนึ่งในตัวมึงก็เหมือนกู! ” 

“ไม่ครับผมไม่มีอะไรเหมือนพ่อ นอกจากสายเลือดแล้วเราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย พ่อครับผมขอร้องปล่อยให้ผมใช้ชีวิตตามทางเดินของผมเองเถอะ ผมสาบานว่าจะไม่ให้ทุกสิ่งที่ผมทำต้องเดือดร้อนไปถึงพ่อแน่นอน ต่อไปถึงแม้ว่าผมจะโชคดีหรือย่ำแย่ผมก็จะไม่นำเรื่องของตัวเองไปทำให้เกียรติยศของพ่อต้องเปรอะเปื้อนแน่ ผมขอร้องนะพ่อปล่อยเราสองคนไปเถอะครับ” สองขาที่ยืนหยัดอย่างทระนง ตอนนี้กลับทรุดนั่งคุกเข่าก้มกราบเท้าเพื่อขอความเห็นใจจากคนที่เขาเรียกว่าพ่อ  

ในคำว่าพ่อนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอยากเข้าไปโอบกอดปลอบโยนเขาเอาไว้ คำนี้เขาคงใฝ่ฝันอยากเอ่ยสักครั้งแต่ไม่น่าจะเป็นในสถานการณ์แบบนี้เลย 

“แต่ที่กูทำเพราะกูต้องการให้มึงเป็นคนที่สมบูรณ์แบบนะไอ้น้ำ เป็นคนที่ยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าตราหน้าด่ามึงในทุกเรื่องที่มึงทำ แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องผิดหรือถูกก็ช่าง” 

“แล้วผมจะสมบูรณ์แบบหรือเป็นราชาไปทำไมถ้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวน่ะ พ่อทำเพื่อผมสักครั้งได้ไหมปล่อยเราไปตามทางของเราเถอะครับ” ไม่มีคำตอบอะไรกลับมาแต่วัตถุสีดำที่คนเป็นพ่อถืออยู่กลับถูกยกขึ้นเล็งมาที่ผม ความเกลียดชังมันอบอวลไปหมดทั่วทั้งบ้าน แต่ผมก็ไม่คิดจะหลบลี้หนีสายตาเกลียดชังจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว 

พรึ่บ! ปัง ๆ ๆ ๆ!! “พวกมึงสองคนรีบพาของขวัญไปส่งที่จุดนัดพบที่เหลืออยู่กับกู พวกคุณรีบตามคนของผมไปเถอะครับแล้วจะมีคนรอรับพวกคุณเอง รีบไปเดี๋ยวนี้ทหาร!” เกมจ้องตาระหว่างผมกับชายผู้เป็นใหญ่ที่สุดในที่นี้ต้องถูกพักยกอย่างกะทันหัน เพราะจู่ ๆ แสงสว่างในบ้านถูกดับพรึ่บจนเหลือแค่ความมืดสลัวจากแสงจันทร์ข้างนอก  

เสียงปืนดังสนั่นลั่นไปทั่วบริเวณนี้ความชุลมุนข้างนอกเป็นเหตุผลให้ทุกคนในบ้านถึงกับหยุดเคลื่อนไหว ยกเว้นลูกชายของคู่กรณีเขารีบปรี่เข้ามาประชิดตัวผมอย่างไว ก่อนที่ผมจะสะดุ้งเฮือกอยู่ในอ้อมแขนเขาเพราะถูกเสียงดุดันจากชายที่สวมชุดดำทั้งชุด แถมยังใส่หมวกไอ้โม่งปิดบังหน้าตาจนมองไม่เห็นว่าเป็นใครตวาดสั่งให้พวกเรารีบออกไปจากตรงนี้  

สองเท้าต้องรีบจ้ำอ้าวตามแรงฉุดดึงของคนที่กอดผมไว้เมื่อกี้ โดยมือข้างที่เหลือพยายามไขว่คว้าหาไอ้เขื่อนกับไอ้โฬมแต่คว้าเท่าไหร่ก็มีแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น 

“หยุด! ถ้าใครก้าวออกไปจากบ้านนี้กูจะไม่ละเว้นให้เด็ดขาด ไอ้น้ำกูสั่งให้มึงหยุด!! พวกมึงจัดการมันให้หมดโดยเฉพาะไอ้เด็กผิดเพศนั่น จับเป็นไม่ได้ก็จับตายมันไปเลยแล้วลากคอไอ้ลูกเนรคุณมากราบแทบตีนกูด้วย ถ้ามันยังอวดเก่งนักก็เก็บมันพร้อมกับเมียมันนั่นแหละ!” เสียงเย็นเยียบของชายผู้มีอำนาจที่อ้าปากสั่งฆ่าแม้แต่ลูกชายตัวเองทำให้ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฝ่ามือที่จับกันไว้ถูกผมบีบให้แน่นขึ้น สองเท้าตัดสินใจวิ่งตามเขาไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย  

ปัง ๆ ๆ ๆ!! ทั้งเสียงปืนทั้งเสียงโอดโอยลอยลิ่วมาตามสายลม อีกทั้งยังมีเสียงฝีเท้าอีกหลายคู่กับเสียงปืนที่ระดมยิงไล่ตามมานับไม่ถ้วน ชายในชุดดำสนิทปิดหน้าตาด้วยหมวกไอ้โม่งก็ไม่รีรอจะโต้ตอบกลับไปเช่นกัน ทุกสรรพสิ่งรอบตัวทำให้ผมเริ่มมองหาทางออกที่จะจบเรื่องนี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราวสักที  

“ลูกเรือเรียกกัปตันแมวน้อยกับหมาขี้เรื้อนกำลังเดินทางไปจุดนัดพบแล้ว จัดทีมออกมารับของเดี๋ยวนี้ย้ำว่าเดี๋ยวนี้! คุณน้ำพาคุณฟ้าวิ่งตรงไปข้างหน้าห้ามหยุดนะครับ อีกไม่เกินกิโลจะมีคนของเรารออยู่ที่นั่นเอานี่ไว้ป้องกันตัวครับ” 

“เดี๋ยว! แล้วคุณสองคนล่ะ” 

“เราสองคนจะสกัดพวกนี้ไว้เองครับคุณรีบไปเถอะไม่ต้องห่วงเราเดี๋ยวหัวหน้าก็ตามมาช่วยเราเอง รีบไปเดี๋ยวนี้ไป ๆ ๆ !!” ในความมืดสลัวของป่ารกร้างที่เราแฝงตัวหลบอยู่ใต้เงาพุ่มไม้เลื้อย หนึ่งในผู้ชายสองคนที่ช่วยเราออกมาเขาคุยวิทยุกับใครสักคน แม้จะไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายแต่ผมกลับเกิดความรู้สึกคิดถึงพี่ชายของผู้ชายที่จับมือผมแน่นโดยไม่มีเหตุผล  

“ส่องไฟให้ทั่วสิวะห้ามปล่อยไปแม้แต่คนเดียวไม่งั้นคุณท่านแจกลูกปืนให้เราแน่! ” 

“แต่เราจะฆ่าคุณน้ำตามคำสั่งคุณท่านจริงเหรอพี่ ถ้าคุณทะเลรู้เข้าพวกเรามีหวังได้กลายเป็นปุ๋ยแน่อีกอย่างยังไงคุณน้ำก็เป็นลูกชะ”  

“ถ้าจำเป็นก็ต้องฆ่ามึงไม่ได้ยินที่ท่านสั่งเมื่อกี้รึไง!” แต่แล้วเสียงเอะอะจากกลุ่มคนหลายคน แสงสาดส่องจากไฟฉายหลายกระบอก รวมถึงน้ำคำบางถ้อยคำก็เป็นเหตุผลให้ผมหันไปมองคนข้าง ๆ โดยอัตโนมัติ ในชั่วขณะที่แสงจันทร์เคลื่อนมายังทิศทางที่พวกเราแอบซ่อนอยู่ แม้จะเป็นเพียงแค่อึดใจเดียวแต่ผมกลับเห็นบางสิ่งได้ชัดเจน บางอย่างที่เรียกว่าน้ำตากำลังไหลรินเป็นทางเต็มสองแก้มของเขา นั่นยิ่งตอกย้ำในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจจะทำว่ามันถูกต้องแล้ว 

“พี่น้ำเราไปกันเถอะพี่ ๆ ครับขอบคุณนะครับที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยเราสองคน บุญคุณนี้ไว้เราตอบแทนให้ชาติหน้านะพี่” โดยไม่ต้องรอให้ใครทวงถามอะไร ผมก็รั้งมือคนที่กุมมือกันไว้แน่นให้เขาไปกับผมโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากใคร ไปยังทิศทางตรงข้ามกับจุดนัดหมาย ไปในที่ที่มีแค่เราเท่านั้น 

แฮก ๆ ๆ พี่น้ำเมื่อกี้น้องเห็นทะเลแวบ ๆ ทางนี้นี่นา เอ๊ะนั่นไงได้ยินเสียงคลื่นไหมกะแล้วว่าต้องมาทางนี้” 

“อืมได้ยินชัดเลยรีบไปกันเถอะพี่อยากอยู่กับน้องเร็ว ๆ แล้วล่ะ” ถึงจะไม่รู้ว่าเขารับรู้ในความคิดของผมได้ยังไง แต่ผมก็มั่นใจว่าคำพูดเป็นนัยนั้นยืนยันว่าเราสองคนจะไปด้วยกัน  

แฮก ๆ ๆ ถึงแล้วถึงที่ที่เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่น้ำรอก่อนนะอีกนิดเดียวเท่านั้น แป๊บนะพี่น้ำน้องขอบอกลาคนข้างหลังเราก่อน พี่เวย์ ป้าแวว เฮียทะเล น้องฟ้ามันดื้อเลยไม่อยากอยู่กวนพี่เวย์กับป้าแววแล้ว แต่น้องฟ้าจะรอทั้งคู่อยู่ในที่ของน้องฟ้านะครับ” ไม่ใช่แค่สามคนนี้แต่ยังมีรายชื่ออีกหลายคนที่ผมเอ่ยคำขอโทษออกไป ตามมาด้วยการคุกเข่าก้มลงกราบพื้นทรายที่ตัวเองเหยียบย่ำอยู่ ฝากผืนทรายสายลมให้ช่วยรักษาใจของคนที่ผมทิ้งเอาไว้ข้างหลังด้วยนะครับ 

“พี่น้ำไม่ลาใครบ้างเหรอคนที่เรารักและรักเราไง มีคนรักพี่น้ำตั้งเยอะแยะนะ”  

“หึหึ จะลาทำไมในเมื่อสักวันหนึ่งก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี เพียงแค่วันนี้พี่จะได้ไปกับคนที่พี่รักก่อนเท่านั้น” พอลุกขึ้นยืนได้ดวงตาทั้งคู่ของผมก็จ้องมองสบตากับดวงตาสีดำขลับ ไม่มีความลังเลหรืออาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งใดในแววตาของเขา จะมีก็เพียงแค่แววตาที่มองตอบมาด้วยความรักมากมาย มันยิ่งใหญ่กว่าแผ่นฟ้าและผืนน้ำรวมกันเสียอีก  

“งั้นเราก็ไปกันเถอะ ไปสู่มหาสมุทรที่เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป” ผมแค่เดินไปข้างหน้าสองก้าวสายตาเหม่อมองผืนน้ำกว้างใหญ่ ในความมืดมิดของท้องทะเลแห่งนี้คงไม่น่ากลัวหรือเหน็บหนาวอย่างที่คิดไว้หรอก เพราะถึงยังไงข้างกายผมก็มีจ้าวแห่งมหาสมุทรเคียงข้างอยู่นี่นาแต่เขาพร้อมจะไปกับผมจริงหรือเปล่านะ เพราะไม่มั่นใจว่าใครคนนี้จะยอมก้าวมาด้วยกัน แขนขวาตัวเองจึงยื่นไปทางด้านหลังเพื่อรอรับการไขว่คว้าจากเขาคนนั้น  

หมับ! “รู้ไหมว่าพี่หลงรักน้องตอนไหน” 

“ไม่รู้สิแต่ที่น้องรู้ดีก็คือน้องหลงรักพี่ตั้งแต่วันแรกแล้ว” 

“หืม วันไหนนะพี่จำไม่ได้แล้ว” 

“เฮ้อ เนี่ยนะที่บอกว่ารักน้องแต่ดันจำวันแรกที่เราเจอกันไม่ได้ซะงั้น มันน่าทิ้งให้อยู่บนบกคนเดียวจริง ๆ” 

“หึหึ พี่จำได้แค่ว่าพี่หลงรักเด็กชายหน้าหวานที่เอาแต่ยืนคุยโทรศัพท์ทั้งที่ยืนขวางตู้แช่นมต่างหาก อ้อ แล้วยังซุ่มซ่ามถอยมาชนพี่ ปากก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขอโทษทั้งที่ไม่เงยหน้ามามองกันสักนิดด้วยซ้ำ อืม ที่ร้านสะดวกซื้อแถวแหลมสิงห์ล่ะมั้ง” จังหวะการก้าวเท้าของผมหยุดชะงักลงแล้วหันไปมองคนที่ยืนเคียงข้าง  

ในระดับน้ำทะเลปะทะกับอกของเขาทำให้นึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนที่ตัวเองเคยชนกับอกแข็ง ๆ ของใครสักคนนั่นทำให้ผมยิ้มออกมาได้เต็มแก้มสักที ยิ้มที่ออกมาจากใจยิ้มที่ห่างหายไปจากผมมาเนิ่นนานเหลือเกิน  

“คนใจง่ายเห็นแค่แวบเดียวก็หลงรักน้องฟ้าแล้วเหรอพี่น้ำ” 

หมับ! “อึ๊บ! ก็เป็นอย่างที่น้องฟ้าว่านั่นแหละทำไงได้ล่ะน้องฟ้าเกิดมาเพื่อเป็นของพี่น้ำนี่นา” แขนแข็งแรงตวัดรั้งอุ้มผมเอาไว้ในขณะที่ขาสองขาของผมก็เกาะเกี่ยวรั้งเอวเขาไว้แน่น แขนทั้งสองของตัวเองยกขึ้นไปโอบรอบคอเขาไว้ ดวงตาสองข้างเอาแต่จ้องมองใบหน้าของเขา ต้องขอบคุณแสงนวลของดวงจันทร์ที่ทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของเขาอีกครั้ง ยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขใจ ยิ้มที่เขามักจะมีให้ผมเสมอมา 

“พี่กลัวความเยือกเย็นของทะเลที่โอบล้อมเราตอนนี้ไหม กลัวที่ภายใต้ท้องทะเลนี้เราสองคนอาจจะต้องผละมือจากกันรึเปล่า”  

“จะกลัวไปทำไมในเมื่อแผ่นน้ำตรงนี้คือส่วนหนึ่งของมหาสมุทร ถึงพลังมหาศาลของมหาสมุทรอาจจะแยกเราห่างกันชั่วคราว แต่พี่จะตามหาน้องจนเจอพี่สาบาน จุ๊บ ขอบฟ้าครับมหาสมุทรจะสิ้นสุดที่ขอบฟ้าเสมอนะ” แม้จะมีความเค็มของน้ำทะเลปะปนมากับจูบอันแสนหวานนี้ แม้เหม่อมองไปบนฝั่งจะเห็นเพียงแค่กลุ่มคนหลายคนกับแสงไฟวิบวับเกลื่อนกลาดทั่วชายหาด แม้ทั้งตาทั้งจมูกจะโดนน้ำทะเลสาดกระทบจนแสบไปหมด  

แต่ใจผมยังคงนิ่งสงบเหมือนกับคนที่เอาแต่มองตาผมอยู่อย่างนั้น มองราวกับว่าเขาจะเก็บทุกรายละเอียดของผมไปจดจำเผื่อในวันที่เรามองหากันไม่เจอ น้ำจากตาของเขาเชิญชวนให้น้ำจากตาของผมไหลรินมา ราวกับว่ามันคือสักขีพยานในการเป็นนิรันดร์ของเราสองคน  

“พี่รักฟ้านะ” 

“ครับฟ้ารู้” คำบอกรักของเราเกิดขึ้นก่อนที่เราทั้งสองคนจะใช้แก้มตัวเองเช็ดน้ำตาให้กันและกัน ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็ยังโอบอุ้มผมพาให้เราสองคนเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และวินาทีต่อมาคือช่วงเวลาที่เรากอดกันแน่นที่สุดแล้วปล่อยร่างกายให้จมหายสู่ใต้ท้องมหาสมุทร ที่ที่จะเป็นจุดสิ้นสุดของเราสองคนตลอดไป 

 

***คนเราจะสมบูรณ์แบบไปทำไม ถ้าข้างกายไร้คนเคียงข้าง 

มาแล้วนะคะ มาแล้วก็จะถามว่าตอนนี้ใครร้องไห้แบบฟางบ้างสารภาพมาซะดี ๆ ฟางนี่น้ำตาไหลตั้งแต่ตอนพ่อลูกตีกันแล้วนะ สำหรับฟางแล้วมักจะอ่อนไหวกับเรื่องครอบครัวมากกว่าเรื่องความรักในฐานะคนรัก  

ตอนหน้าจะออกแนวแฟนตาซีนะคะ จำได้ว่าในเล่มจะมีแนวแฟนตาซีไปด้วยนิดหนึ่งเอาแค่พอเหมาะพอควรเท่านั้น 

ตอนหน้าฟางมาได้วันศุกร์เลยนะคะ วันอังคารกับพฤหัสไปทำงานแถวนครชัยศรีถึงบ้านมืดทุกวัน วันพุธที่9/9นอกจากจะเป็นวันเกิดคุณโปรดแล้วยังเป็นวันเกิดครบ54ปีของพระเอกในชีวิตจริง ฟางจะพาสามีไปให้อาหารน้องมาจรจัดเลยไม่สะดวกลงวันพุธนะคะ เพราะงั้นขออนุญาตลงวันศุกร์เลยนะคะ 

ขอบคุณคุณแหม่มนะคะที่ทักคำผิดลูกชายลูกสาวมาขอบคุณมากๆ ค่ะ ฟางแก้แล้วนะคะ  

ขอบคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ คำทักทายทุกคอมเมนต์ ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันไปไหน ดูแลสุขภาพด้วยนะคะแล้วเจอกันวันศุกร์จ้าว #พี่น้ำน้องฟ้ายังเปิดจองอยู่นะคะ สอบถามได้ที่เพจ ฟาง นิยายวาย36 ค่ะ 

ความคิดเห็น