ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
17
แบบอักษร

       ตะวันพาม้าค่อย ๆ ย่างเหยาะ ๆ ไปตามแนวไร่กาแฟ อราบิก้าที่ปลูกด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ ของที่นี่เน้นการส่งออกเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ทั้งแถบยุโรปและเอเชีย 

            “ที่เห็นเป็นชั้น ๆ ไกล ๆ นั่นเป็นไร่กาแฟด้วยหรือเปล่าคะ” ใบหม่อนมองเห็นอยู่ลิบ ๆ 

            “แถบนั้นเป็นไร่ชา ความจริงแถวนี้ปลูกชามากกว่ากาแฟเสียอีก แต่ไร่เราปลูกกาแฟอย่างเดียว วันหลังจะพาไปดูกรรมวิธี ขั้นตอนก่อนจะมาเป็นกาแฟหอม ๆ ให้ดื่ม” 

            “ทำไมไม่ไปวันนี้เลยล่ะคะ” ใบหม่อนสงสัย 

            “วันนี้ไปดูอะไรสวย ๆ งาม ๆ ก่อน” ตะวันโฆษณาชวนเชื่อ 

            “ที่ไหนคะ” คนขี้สงสัยเอียงคอถาม 

            “เอาเถอะ ถึงก็รู้เองแหละ ปิดตาด้วย”ชายหนุ่มล้วงผ้าสีดำจากกระเป๋ากางเกงมาคาดปิดตาให้กับใบหม่อน ที่หัวเราะคิกคัก สนุกไปกับการทำ เซอร์ไพรส์ของเขา 

            “ทำขนาดนี้ถ้าไม่สมราคา ล่ะก็ น่าดู” หญิงสาวบ่น 

            ตะวันควบม้าเร็วขึ้น เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ใช้เวลาไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงท้ายไร่  ใบหม่อนได้ยินเสียงน้ำ ประกอบกับอากาศที่เย็นลง เมื่อเข้าเขตป่าชื้น ชายหนุ่มแก้ผ้าปิดตาออก 

 

            “โอ้โห ! สวยจังค่ะ” ใบหม่อนไม่ได้พูดเกินจริง สิ่งที่เห็นคือธารน้ำใสแจ๋ว ลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ข้าง ๆ มีต้นไม่ใหญ่ขนาดหลายคนโอบ กล้วยไม้ป่า ขึ้นเกาะอย่างเป็นธรรมชาติ คงไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ที่ตรงนี้จึงยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มาก ตรงที่ยืนอยู่นั้น เป็นแอ่งกว้าง มองเห็นปลาตัวเล็ก ๆใส ๆ แหวกว่ายกันเป็นฝูงน่ารัก จนใบหม่อนอดใจไม่ไหว ถอดรองเท้า จะลงเล่นน้ำ 

 

            “ไม่ได้นะใบหม่อน เดี๋ยวเปียก” ตะวันร้องห้าม แต่ช้าไป ใบหม่อนลงไปครึ่งตัวแล้ว 

            “พี่ตะวัน ลงมาเล่นน้ำด้วยกันสิคะ น้ำเย็น ชื่นใจ” หญิงสาวลงไปแช่ทั้งตัวแล้ว  เหมือนเด็กเจอของถูกใจ น้ำไม่ลึก แต่ก็เพียงพอให้ร่างเล็ก ๆ นั้นดำผุดดำว่าย 

 

            ตะวันยืนอยู่บนโขดหิน มองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ถึงแม้จะเป็นถิ่นของเขา แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยประมาทป่า 

            “ชะ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ” เสียงใบหม่อนร้อง 

            ชายหนุ่มตกใจ แค่ละสายตาจากหล่อนไปเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก็เกิดเรื่องจนได้ เขารีบสลัดแจ็คเก็ตกับรองเท้ากระโจนเข้าหาใบหม่อนอย่างรวดเร็ว อ้อมแขนแกร่ง รัดเอวหญิงสาว แต่หล่อนดิ้นรนว่ายน้ำหนี ก่อนจะโผล่ขึ้นมาหัวเราะคิกคัก 

            “ชวนให้ลงมาดี ๆ แต่แรกก็ไม่ยอมนี่นา” ใบหม่อนแก้ตัว พลางวักน้ำใส่เขา หัวเราะชอบใจ 

            “โกหกใช่ไหม ยัยตัวแสบ” ตะวันโผเข้าคว้าเอวบางไว้ได้ ใบหม่อนดิ้นรน กอดรัดฟัดกันน้ำกระจาย  แต่พอทุกอย่างสงบลงกลับเห็นทั้งคู่กอดกันกลมท่ามกลางสายน้ำ  

            ฝ่ามือหนาของตะวัน ช้อนท้ายทอยสาวน้อยดันให้แหงนเงยรับสัมผัสจากริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาทำโทษคนโกหก จนหนำใจ 

 

            “วันหลังอย่าทำอย่างนี้อีก” ตะวันดุ ในขณะที่ยังกอดใบหม่อนแน่นอยู่   

            “แค่ล้อเล่น” หญิงสาวเถียงเสียงอ่อย 

            “ล้อเล่นก็ไม่ได้ ห้ามเอาความเป็นความตายมาล้อเล่นรู้ไหม” ตะวันยังตีหน้าดุ สั่งสอน 

            “...ฮึ....กลับดีกว่า” ใบหม่อนเถียงไม่ขึ้น ก็งอนผละจากอกแกร่งกลับขึ้นไปนั่งบนโขดหิน เอาขาตีน้ำเล่น หน้าตางอง้ำ 

            “ปกติก็หน้าตาพอดูได้อยู่หรอก แต่ทำหน้าแบบนี้ดูไม่จืดเลย...พับผ่าสิ” ตะวันยังตามมาตอแยไม่เลิก 

       “ชิ...ใครจะเหมือนนายล่ะ” หญิงสาวสะบัดหน้า สรรพนามที่เรียกขานก็เปลี่ยนไป 

 

            ชายหนุ่มหัวเราะ ขึ้นจากน้ำมายืนบนโขดหินใกล้ ๆ ในหม่อน เขาจัดแจงถอดเสื้อยืดออกเผยให้เห็นมัดกล้ามฟิตเปรี๊ยะ  ซิกแพ็คชัด ๆ ช่วงเอวสอบต่ำจากนั้นก็ถูกบดบังด้วยกางเกงยีนส์ตัวหนา แต่หล่อนยังจำภาพนั้นได้ดี ตะวันน้อย....อึ๊ย...หล่อนคิดซุกซนแล้วก็ต้องขนลุกกับสิ่งที่อยู่ในจินตนาการ    

 

          “มองอยู่นั่นแหละ เธอนี่มันไว้ใจไม่ได้เลยนะ ชอบลวนลามฉันด้วยสายตา” ตะวันต่อว่าหลังจาก บิดน้ำออกจากเสื้อพอหมาด แล้วจึงสวมกลับไปใหม่ แล้วหยิบแจ็คเก็ตมาสวมทับ 

“พูดบ้า ๆ โรคจิต ชอบโชว์" หญิงสาวแก้มร้อนซู่ ที่เผลอจ้องมองจนเขาจับได้ ก็ว่าเขากลับแก้เก้อ 

“กลับกันเถอะ เดี๋ยวมีคนปอดบวมตาย” ตะวันชวน 

ใบหม่อนยืนเชิดหน้า เพราะยังไม่หายงอน  หล่อนยืนอยู่ข้างเจ้าม้าน้ำตาล รอให้ตะวันอุ้มขึ้น แต่ชายหนุ่มยังนิ่งเฉย 

“ขอดี ๆ ก่อนสิ” 

“นายพาฉันขึ้นหลังม้าหน่อยนะ” ใบหม่อนพูดอย่างเสียไม่ได้ ประเมินดูแล้ว หล่อนคงไม่กล้าตะกายขึ้นไปเอง กลัวโดนดีดตกม้าเสียก่อน 

“นี่พูดดีแล้วเหรอ ยังไม่ผ่าน” ชายหนุ่มกอดอก มองนิ่ง 

“พี่ตะวันขา อุ้มใบหม่อนขึ้นหลังม้าหน่อยสิคะ” 

ไม่ทันขาดคำ ร่างบางก็ลอยหวือขึ้นไปอยู่บนหลังเจ้าน้ำตาล ตามมาด้วยผู้เป็นเจ้าของที่ขึ้นมานั่งซ้อนหลังจนแนบชิด 

ความคิดเห็น