ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 03 เป็นพี่เป็นน้อง Part ll Loading…100%

ชื่อตอน : EP 03 เป็นพี่เป็นน้อง Part ll Loading…100%

คำค้น : รักปีนเกลียว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 842

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2563 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 03 เป็นพี่เป็นน้อง Part ll Loading…100%
แบบอักษร

EP 03 

เป็นพี่เป็นน้อง Part ll Loading…100% 

“อ้าวน้องโอบ”

 

เสียงใครสักคนตะโกนเรียกชื่อผมดึงผมออกจากห้วงภวังค์ ต้องรีบเก็บเงินก้อนนั้นใส่กระเป๋าเป้เอาไว้ตามเดิมแล้วมองออกไป ซึ่งไม่ต้องมองไปไกลเจ้าของเสียงเรียกเมื่อครู่ก็เดินเข้ามายิ้มให้ผมเสียแล้ว

 

               “พี่ตังเม มาไงครับเนี่ย”

 

               “ก็มากันหมดนี่แหละ” พี่ต๊อดบอกยิ้มๆ หลังจากเดินมาปรากฏตัวตรงหน้าผมอีกคน และนอกจากพี่ตังเมกับพี่ต๊อดแล้ว ก็ยังมีพี่ไอติมกับหัวหน้าเผ่าอย่างพี่ศิลาด้วย

 

               “เสร็จงานแล้ว พี่ศิลาก็เลยพาพวกเรามาเลี้ยงน่ะ” พี่ตังเมรีบบอก เธอยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี และจากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับเธอมาแม้จะไม่กี่ชั่วโมงแต่ผมพอจะเดาได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โลกสดใสมากพอตัว

 

               ต่างจากใครอีกคนที่ตั้งแต่เขาเดินมาถึงตรงนี้ เขาก็ยังไม่ยิ้มให้ผมเลย

 

               “น่าน้อยใจจังนะครับ เมื่อกี้ไม่เห็นมีใครชวนผมเลย” ผมแสร้งงอนใส่เสียเลย

 

               “มึงอย่ามา ตังเมบอกว่าแฟนมึงไปรอรับไม่ใช่รึไง” พี่ไอติมแย้งขึ้นมาเสียงเข้ม และคำว่าแฟนก็ทำให้ผมถึงกับต้องเลิกคิ้วสูงขึ้นทันทีเลยทีเดียว

 

               “แฟนน้องโอบโคตรหล่อเลยค่ะ” ยังไม่ทันปะติดปะต่อเรื่องได้ พี่ตังเมก็รีบก้มลงมากระซิบบอก ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจได้นั่นแหละ

 

               “อ้อ ครับ ไว้ผมจะบอกพี่เขาให้ก็แล้วกัน” ผมบอกยิ้มๆ ก่อนจะลอยหน้าลอยตามองกลับไปที่พี่ศิลาที่จนป่านนี้แล้วเขาก็ยังเอาแต่เสมองไปทางอื่นเหมือนไม่อยากจะเห็นหน้าผมยังไงชอบกล

 

               “จะไปกันได้รึยัง ตกลงพวกมึงจะกินอะไรกัน เลือกสักทีเถอะ”

 

               แหม ทำเป็นเข้ม

 

               “ปิ้งย่างดีมั้ยพี่”

 

               “เออ แล้วตอนแรกใครมันบอกว่าอยากกินสเต็ก”

 

               “ของมันเปลี่ยนใจกันได้นี่ครับพี่ ป่ะ ไอ้โอบ กินอะไรรึยังล่ะ จะไปด้วยกันมั้ย หรือว่ารอแฟนอยู่ เขาไปไหนแล้วอ่ะ เข้าห้องน้ำเหรอ ชวนไปกินด้วยกันมั้ย”

 

               “ไอ้เชี่ยต๊อด พูดมากเดี๋ยวกูให้มึงจ่ายนะ” พี่ศิลาทักท้วงเสียงเข้ม แต่พี่ต็อดก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเกรงกลัวเขาสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับยิ้มกว้างเหมือนดีใจที่ยั่วโมโหพี่ศิลาได้สำเร็จ

 

ความน่ากลัวแต่ไม่น่ากลัวของพี่ศิลานี่เหมือนกับพี่จอมทัพไม่มีผิด ไม่ผมจะทำงานให้ใคร เพื่อนร่วมงานของผมก็ดูจะไม่เคารพหัวหน้างานสักเท่าไหร่ ฮ่าๆ

 

               “ว่าไงคะน้องโอบ ตกลงว่าจะไปกับพวกเรารึเปล่า พี่ศิลาเลี้ยงนะ” พี่ตังเมถามอีกรอบ เพราะเธอคงเห็นว่าผมยืนอยู่คนเดียวตั้งแต่ที่พวกเราเจอกัน

 

               “เอ่อคือ…”

 

               “ถ้ามึงมีนัดแล้วไปก็เหอะ ไว้เจอกันวันกลังก็ได้ไอ้โอบ อย่ามายืนทำหน้าเหมือนตังเมบีบคอบังคับให้มึงไปด้วยกันหน่อยเลย” พี่ศิลานี่ก็ปากร้ายอยู่เหมือนกันนะ

 

               “เปล่าครับ ผมแยกกับพี่เขาแล้ว แค่อยากจะรู้ว่าค่าอาหารมื้อนี้ไม่ได้นับรวมกับค่าตัวผมใช่รึเปล่า” ผมรีบถาม และก็เห็นทันทีว่าพี่ศิลาถึงกับกลอกตามองบน

 

               “ถามอะไรแบบนั้นวะไอ้โอบ กูทำงานแลกเงินเดือน ไม่ได้แลกข้าว มื้อนี้มันพิเศษโว้ย ไม่เกี่ยวกับค่าแรง” พี่ต็อดรีบตอบแทน

 

               “งั้นถ้าไม่นับว่าเป็นค่าตัว ผมไปด้วยครับ”

 

               “กูว่าแล้ว”

 

               ผมแยกไม่ออกเหมือนกันว่าพี่ไอติมเขาดีใจหรือว่าเสียใจที่ผมตัดสินใจไปด้วย แต่พูดจบแล้วเขาก็เดินมาล็อคคอผมแล้วพาเดินตรงไปที่ร้านปิ้งย่างด้วยกันซะอย่างนั้น

 

เอาเถอะ อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินเหงาคิดไม่ตกอยู่คนเดียวแหละน่า

 

ABC ปิ้งย่าง 

 

               พวกเราเลือกนั่งโต๊ะด้านในสุด เป็นโซฟาชุดใหญ่ล้อมรอบโต๊ะกลมซึ่งดวงผมน่าจะสมพงษ์กับพี่ศิลาเขาอยู่บ้างเพราะเราได้นั่งติดกันพอดีแบบที่ผมไม่ได้วางแผนเอาไว้ เขานั่งอยู่ขวามือของผมส่วนด้านซ้ายคือพี่ไอ้ติม พี่ต็อดกับพี่ตังเมนั่งปิดหัวท้ายอยู่อีกที

 

               ทุกคนรับเมนูมาจากพนักงานแล้วสั่งกันอย่างบ้าคลั่งราวกับหิวโหยกันมานมนาน มีเพียงผมที่ยังไม่นึกอยากอาหารสักนิดเพราะเพิ่งจะกินอิ่ม แต่เพื่อรักษามารยาทก็เลยต้องสั่งไปสองอย่างกับเครื่องดื่มเป็นน้ำอัดลมแบบที่อย่างกินให้ชื่นใจมาตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน

 

               “มึงเป็นอะไรรึเปล่าไอ้โอบ หรือว่าทะเลาะกับแฟน” อยู่ๆ พี่ศิลาก็หันมาถาม เขาคงเห็นว่าคนอื่นกำลังตั้งอกตั้งใจสั่งอาหารกันอยู่น่ะ ก็เลยถือโอกาสถามเบาๆ

 

               “เราทะเลาะกันตอนไหนรเหรอครับ ผมจำไม่เห็นได้” ผมย้อนถามพลางช้อนตามองเขาแล้วส่งยิ้มให้ ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาก็คือเสียงถอนหายใจและสายตาเอือมระอาของเขาเหมือนทุกทีนั่นแหละ

 

               “กูไม่น่าถาม”

 

               “ถามเถอะครับ ผมจะได้รู้ว่าพี่ใส่ใจ”

 

               “ไอ้…”

 

               “เป็นห่วงผมแบบนี้ มีใจให้ผมรึยังน้า”

 

               “พอเลยมึง กูจะคิดเสียว่ากูพลาดเองก็แล้วกัน” พี่ศิลาตัดจบเสียงเข้มจนผมต้องกลั้นขำ สีหน้าเวลาเขากระอักกระอ่วนใจนี่ดูไม่จืดเหมือนกัน จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสาร แต่จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้

 

ผู้ชายอะไร ขนาดหงุดหงิดยังน่ารัก

 

“น้องโอบคะน้องโอบ ไหนๆ เราก็คนกันเองแล้ว พี่ขอถามอะไรน้องโอบหน่อยสิ” พี่ตังเมที่เพิ่งจะส่งเมนูในมือคืนให้พนักงานหันมาถามเบาๆ

 

ผมงงๆ อยู่นิดหน่อยกับคำว่าเราคนกันเอง แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะยังไงซะผมก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรกับใครอยู่แล้ว ดีเสียอีกที่เธอบอกแบบนั้นเพราะผมเองก็จะได้สบายใจที่เราเข้ากันได้ดี

 

“เรื่องแฟนน้องโอบน่ะค่ะ”

 

ว่าแล้วเชียว

 

“แฟนผมทำไมเหรอครับ” ผมแกล้งถาม

 

“พี่อยากรู้ว่าเขาชื่ออะไรเหรอคะ บอกได้รึเปล่า อยากรู้เฉยๆ นะ ไม่ได้คิดจะแย่งน้องโอบเลยนะคะ แบบว่าตื่นเต้นเพราะนานๆ จะได้เห็นคนหล่อๆ พอดีที่ออฟฟิตมีแต่…”

 

“อ่ะแฮ่ม”

 

“อุ้ย เว้นพี่ศิลาไว้คนหนึ่งค่ะ พี่หล่อมากแบบไม่คิดจะเอาไปเทียบกับใครเล้ย”

 

“อยู่เป็นนักนะยัยตังเม”

 

ผมได้ยินพี่ต็อดว่าพี่ตังเมแล้วอดจะขำไม่ได้

 

“ผมบอกไม่ได้หรอกครับ มันเป็นความลับ” ผมแกล้งว่า ใจจริงคือไม่อยากจะแนะนำให้ใครรู้จักกับเขาทั้งนั้น ไม่ได้หยิ่งหรือว่าหวงอะไร เพียงแต่ไม่อยากจะพูดถึงเขาไม่ว่าจะกับใครก็เท่านั้นเอง

 

“หูย หวงเสียด้วย”

 

“เปล่าครับพี่ ผมไม่ได้หวง ผมจะมีสิทธิ์อะไรไปหวงพี่เขาล่ะ เขาไม่ใช่แฟนผม” ผมเฉลย พูดจบสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป จากที่กำลังแซวๆ ผมกันอยู่ก็กลับกลายเป็นอึ้งไปกันหมด ไม่เว้นแม้แต่พี่ศิลาที่แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงออกชัดเจนว่าตกใจหรือแปลกใจ แต่การที่เขามองผมนิ่งๆ แบบนั้นก็เหมือนจะกำลังแบ่งรับแบ่งสู้ คล้ายจะเชื่อคำพูดของผมครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง

 

“ไม่ใช่แฟนน้องโอบหรอกเหรอคะ”

 

“ครับ ผมคงน่ารักน่าเอ็นดูมาก ใครๆ ก็เลยชอบบอกว่าผมเป็นน้องชาย” ผมทำทีเป็นเหลือบมองไปที่พี่ศิลานิดหน่อย พอเขาสบตาด้วยผมก็รีบยิ้มกว้างใส่เสียเลย

 

“อูยยย เกมพลิกซะงั้น”

 

“ครับ วันนี้เขาแวะมาบอกว่ากำลังจะแต่งงานเดือนหน้าน่ะครับ ขอร้องให้ผมช่วยเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้”

 

“พอๆๆ ไร้สาระ เมื่อกี้สั่งไปกี่อย่าง เอาเมนูมาสั่งเพิ่มสิ หิวชะมัด” พี่ศิลาตัดบท เขาโพล่งออกมาเหมือนจะรำคาญเรื่องเล่าของผมอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งพวกเราในที่นี้ก็ไม่มีใครกล้าขัดเขาหรอก พี่ต็อดต้องรีบหันกลับไปเรียกพนักงานเพื่อขอเมนูใหม่อีกรอบ

 

“พี่ขอโทษนะคะน้องโอบ ไม่น่าถามเลย”

 

“ไม่เป็นอะไรเลยครับ เรื่องแค่นี้สบายมาก ผมชินแล้ว” ผมยิ้มให้พี่ตังเมเพราะอยากให้เธอสบายใจขึ้น เหมือนว่าเธอจะรู้สึกผิดกับผมเพราะเธอเป็นคนถามเรื่องนี้ออกมา เพียงแต่ผมไม่ได้คิดจะโกรธเธอเลยจริงๆ ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกสบายใจที่ได้พูด เพราะอย่างน้อยๆ ผมก็ได้ใช้โอกาสนี้อธิบายให้พี่ศิลาเข้าใจด้วยว่าผมยังโสด

 

               “พี่ศิลาครับ”

 

               “อะไร”

 

               เมื่อไหร่ที่เขาขานผมเพราะๆ ท้องเขาจะอืดรึยังไงกันนะ

 

               “พี่…”

 

               Rrrr~

 

               ไม่ทันจะได้พูดอะไร โทรศัพท์มือถือของพี่ศิลาก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน เขาก็เลยต้องละสายตาจากผมไป

 

เฮ้อ เมื่อเช้านี้ผมก้าวเท้าอะไรออกจากห้องกันนะ วันนี้อะไรๆ ที่ดูเหมือนจะดีแต่ท้ายที่สุดกลับไม่ดีสักอย่างเลย

 

“กินกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวมา” พี่ศิลาขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก เหลือผม พี่ไอติม พี่ต็อดและพี่ตังเมที่ยังนั่งมองหน้ากันอยู่

 

เอายังไงดีนะ หรือว่าผมจะถามพวกพี่ๆ เขาดี จะถามยังไงให้ดูไม่เสียมารยาท และไม่ทำให้ทุกคนลำบากใจโดยเฉพาะพี่ศิลา ผมไม่อยากให้คำถามของผมทำให้เขาต้องอึดอัด

 

“อึกอักแบบนี้สงสัยแฟนโทรมาแหง” พี่ไอติมโพล่งออกมากลางโต๊ะ

 

ยังไม่ทันจะถามเลย อยู่ๆ จะมาได้คำตอบ แถมยังเป็นคำตอบที่ทำร้ายจิตใจของผมแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะ ผมไม่เชื่อหรอกนะ

 

“แฟนที่ไหน พี่ศิลาเขายังโสดไม่ใช่เหรอวะ ใช่มั้ยตังเม” พี่ต๊อดถามแทนผมเสร็จสรรพ ดีเหมือนกัน ผมจะได้ไม่ต้องมานั่งทบทวนคำถามเพราะไม่กล้าพอจะถามตงๆ ผมไม่อยากให้ใครมองพี่ศิลาไม่ดีน่ะ ไม่อยากให้เขาต้องลำบากใจกับสายตาของคนอื่นเพราะผมเป็นต้นเหตุ

 

“ไม่แน่ใจค่ะ แต่คิดว่ายัง ถ้ามีเขาคงพามาแนะนำให้รู้จักแล้ว หรือไม่ก็ต้องพูดถึงบ้าง”

 

เหตุผลของพี่ตังเมทำให้ผมใจเต้นแรงขึ้นมาทันที แถมยังหุบยิ้มไม่ได้อีกต่างหาก

 

“จริงค่ะพี่ ตั้งแต่ที่ตังเมทำงานกับพี่ศิลามา ก็ยังไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงแฟนเลย น่าเสียดาย”

 

“พี่ตังเมเสียดายอะไรเหรอครับ” ผมแกล้งถาม

 

โชคดีที่นิสัยของผมเป็นคนช่างพูดอยู่แล้วดังนั้นผมจึงไม่ได้หนักใจอะไรที่จะแสดงความคิดเห็นหรือถามออกไป เพราะยังไงเสียผมก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มประเด็นนี้ขึ้นมา ผมแค่อภิปรายร่วมเฉยๆ

 

“ก็เสียดายความเพอร์เฟ็กต์ของพี่ศิลาไงคะน้องโอบ พี่ศิลาทั้งหล่อทั้งรวย โปรไฟล์ดีเว่อร์ สมัยเรียนนี่ฮ็อตมากนะคะ พี่ยังเคยแอบกรี๊ดเลย แต่ก็ไม่เคยเห็นควงกับผู้หญิงคนไหน ช่วงแรกที่พี่เขาเรียนจบไปแล้วพี่ก็คิดว่าเขาจะมีแฟนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ตั้งแต่ที่ชวนพี่มาทำงานด้วยจนถึงตอนนี้ก็หลายปีแล้ว พี่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ศิลาจะถูกใจใครเป็นพิเศษเลยสักคน” พี่ตังเมอธิบายด้วยน้ำเสียงเสียดายจริงๆ เพียงแต่ไม่น่าจะเจือปนความรู้สึกอื่นมาด้วยเพราะผมพอจะมองออกว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับพี่ศิลา

 

เธอคงจะแค่เสียดายความเพอร์เฟ็กต์ของเขาแบบที่เธอบอกนั่นแหละ ตรงกันข้ามกับผมที่กำลังคิดจะฉวยโอกาสคว้าความเพอร์เฟ็กต์ของเขามาครอง ตอนนี้มั่นใจได้แล้วว่าทางสะดวก เพราะขอเพียงมั่นใจว่าพี่ศิลาเขายังโสดอยู่จริงๆ นั่นก็เท่ากับว่าประตูความหวังของผมยังคงเปิดอยู่เต็มบาน จากที่ก่อนหน้านี้มันเปิดครึ่งๆ กลางๆ มาตลอด

 

“หรือว่าพี่เขาจะเป็นเกย์วะ”

 

“แค่กๆๆ”

 

บ้าจริง ผมถึงกับสำลักเป๊บซี่

 

“โทษๆๆ กูขอโทษเว้ยไอ้โอบ ไม่ได้ตั้งใจ กู…”

 

“มะ ไม่เป็นไรครับพี่” ผมรีบบอกเมื่อสีหน้าของพี่ไอติมดูตกใจมากเมื่อผมสำลักตอนที่เขาสงสัยว่าพี่ศิลาจะเป็นเกย์

 

“กูไม่ได้จะเหยียดนะ กูเคารพในตัวมึง แค่ถามเพราะสงสัยเฉยๆ มึงโอเคนะเว้ย”

 

“ผมรู้น่าพี่ คิดมากไปได้ แต่ทำไมอยู่ๆ พี่ถึงคิดว่าพี่ศิลาเขาจะชอบผู้ชายอ่ะ” ผมรีบเปลี่ยนคำถาม จากที่พุ่งมาที่ผมก็ปรับเสียหน่อยให้กลายเป็นคำถามอ้อมๆ แต่ก็ยังเป็นคำถามที่เขาทางผมอยู่ดี

 

“แล้วมันจะมีกี่เหตุผลที่ทำให้ผู้ชายที่มีพร้อมทุกอย่างๆ พี่ศิลายังไม่มีแฟนวะ อายุก็เลยสามแล้ว ต่อให้จะยังไม่จริงจังกับใครหรือว่าแต่งงานมีเมียมีลูก มันก็น่าจะมีแวบๆ เข้ามาบ้างดิ ใช่มั้ยไอ้ต๊อด”

 

“เกี่ยวไรกับกูวะ”

 

“ฮั่นแน่ คืนก่อนกูรู้นะว่ามึงควงเด็กดริ้งค์ขึ้นคอนโดอ่ะ”

 

“อ้าวไอ้เวร เรื่องของกูป่ะ ไม่เกี่ยวกันโว้ย มึงอย่าโยงมึงอย่าเทียบ เดี๋ยวได้ตกงานกันหมด” พี่ต๊อดโวยวายกลบเกลื่อน และยังไม่ทันที่พวกเราจะได้จบประเด็นการสนทนาในครั้งนี้แต่อย่างใด พี่ศิลาก็เดินกลับเข้ามาเสียก่อน ต่างคนก็เลยต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยการมองไปทางอื่นบ้าง ปิ้งหมูบ้าง ดูดน้ำบ้างไปตามๆ กัน

 

“นินทาก็อยู่สินะพวกมึง”

 

เบื่อคนรู้ทันจริงๆ

 

“ตังเม เมื่อกี้ไอ้ติมกับไอ้ต๊อดมันว่าอะไร หรือมึง ไอ้โอบ”

 

“เปล่าพี่ เมื่อกี้พี่ติมเขาแซวเรื่องพี่ต๊อดหิ้วเด็กดริ้งค์ขึ้นคอนโดเมื่อคืนก่อน”

 

“ไอ้โอบ!” พี่ต๊อดหันมาหาเรื่องผมในทันที แต่พอเห็นว่าผมขึงตาใส่เขาถึงได้ยอมที่จะไม่เอาเรื่อง

 

เอาน่า ให้ผมเผาเขาก็ดีกว่าให้พี่ศิลารู้ว่าเราเผาเขาจะดีกว่า ถูกมั้ยล่ะ

 

“เหอะ! จะอะไรก็ได้แต่หัดสวมถุงบ้างนะมึง โรคจะถามหาเอา”

 

“แหมพี่ก็ ผมรู้น่า เซฟเซ็กซ์ตลอด”

 

“ก็ดี คิดจะซื้อกินมึงต้องป้องกันตัวเองด้วย เดี๋ยวจะสนุกได้ไม่นาน” น้ำเสียงของพี่ศิลาจริงจังขึ้นมาเชียว หน้าตาเขาเองก็ดูซีเรียสเหมือนพี่กำลังสั่งสอนน้องไม่มีผิด

 

“ตังเมว่าเราข้ามๆ เรื่องนั้นไปดีมั้ยคะ”

 

“อย่ามาอาย แกเองก็ซื้อกินอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ย”

 

“พี่ต๊อด!”

 

“ดีแล้ว อย่าไปยึดติดมาก ผู้ชายดีๆ มันหายากนะน้อง พี่ขอเตือน”

 

“หนึ่งในผู้ชายเลวๆ นี่นับรวมพี่ต๊อดไว้แล้วมั้ยครับ”

 

“ไอ้โอบ”

 

“ฮ่าๆๆ น้องโอบพูดถูกใจ เอาผักไปเป็นรางวัลค่ะ” พี่ตังเมคีบผักกาดขาวในหม้อสุกี้ใส่ถ้วยให้ผมเสร็จสรรพ ทุกคนหัวเราะครืนไม่เว้นแม้แต่พี่ศิลาที่นั่งอมยิ้มจนแก้มตุ่ย

 

“พี่ศิลาครับ”

 

“อะไร”

 

ต่อให้เขาจะขานผมห้วนกว่านี้ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก

 

“ปกติพี่ซื้อกินบ่อยมั้ยครับ”

 

“แค่กๆๆๆ”

 

คำถามของผมทำให้ทุกคนพากันสำลัก บ้าจริง ตกใจอะไรกันเล่า ผมก็เนียนๆ ถามเรื่องที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ไม่ใช่หรือยังไง

 

“มึงนี่มัน…”

 

“กินดีกว่าครับ นี่ครับหมูติดมันนุ่มๆ ย่างสุกร้อนๆ เลยครับ พี่กินเถอะ เราข้ามๆ เรื่องนั้นไปก็แล้วกัน แต่ยังไงก็อย่าลืมถุงเนอะพี่เนอะ”

 

“ไอ้เด็กเวร”

 

หลังจากที่ด่าผมมาหนึ่งคำ พี่ศิลาก็ไม่พูดกับผมอีกเลยตลอดมื้ออาหาร…

ความคิดเห็น