Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Special เมื่อโมเดลกำลังโตเป็นหนุ่ม

ชื่อตอน : Special เมื่อโมเดลกำลังโตเป็นหนุ่ม

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2563 11:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Special เมื่อโมเดลกำลังโตเป็นหนุ่ม
แบบอักษร

 

 

 

Special เมื่อโมเดลกำลังโตเป็นหนุ่ม 

 

 

โมเดลที่กำลังอยู่ในช่วงมัธยมปลายปีที่หนึ่ง ก็มีความเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายไม่น้อย ไม่ว่าจะส่วนสูงที่ไม่ค่อยขยับและน้ำหนักที่ลดลงไปเยอะทำให้ตอนนี้ตนเองมีรูปร่างผอมบางเหมือนคุณแม่ ยิ่งพอใส่ชุดนักเรียนที่บ่งบอกว่าตนเองนั้นเรียนโรงเรียนเอกชนที่ค่าเทอมแพงมากๆก็ยิ่งทำให้เวลาเดินไปไหนมาไหนข้างนอกด้วยชุดนักเรียนยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นไปอีก 

“กันยา เราบอกแล้วไงว่าเวลาไปเล่นบอลเสร็จอย่ามากอดเรา” และยิ่งโตขึ้นเท่าไรกันยาก็ยิ่งทำตัวติดกับโมเดลมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะเวลาอยู่ในโรงเรียน ถึงแม้โมเดลจะโตแล้วและไม่ได้ใช้ขนมมาหลอกล่อได้แต่กันยาก็หน้าทนชอบตื้อให้โมเดลมานั่งเฝ้าเวลามาเล่นบอล  

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิครับ มันน่ารัก” 

“ไม่ต้องเอาหน้ามาใกล้ๆเลย เดี๋ยวติณเลิกเรียนมาเห็นก็เป็นเรื่องอีก” เพราะยิ่งน้องชายของโมเดลโตขึ้นเท่าไรนิสัยยิ่งร้ายกาจมากขึ้นเท่านั้น ชอบฟ้องพ่อกับแม่เวลากันยาเข้ามาใกล้ชิดโมเดลมากๆ ไหนจะชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโมเดลอีก ถ้าใครไม่รู้ว่าพี่น้องคงบอกว่าเป็นแฟน เพราะน้องชายนั้นสูงกว่าเด็กวัยเดียวกันมากไหนจะหน้าตาหล่อเหลาที่ได้จากคุณพ่ออีก ทำให้น้องชายดูโตกว่าอายุจริงไปเยอะเลย 

เป็นน้องชายที่ทำแต่เรื่องเหมือนที่คุณแม่ชอบบอกว่าเป็นคุณพ่อสองนั่นแหละ! 

“ไม่กลัวครับ น้องชายน้องแก้มนิ่มพี่รับมือได้ เด็กนั่นก็เหมือนโกเด้นคันฟันนั่นแหละ” 

“กันยานั่นน้องชายเรานะ นิสัยไม่ดีเลยว่าน้องเราได้ไง” 

“ก็มันจริงนี่ครับ แล้วนี่นะโมไปไหนกลับบ้านแล้วเหรอ” 

“อื้อ คุณพ่อนะโมมารับ เราก็ต้องไปรับน้องชายเหมือนกัน” 

“งั้นพี่ไปด้วยดีกว่า เบื่อเตะบอลแล้วด้วย” 

“งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดออกเลยเหม็นเหงื่อจะแย่” 

“หึ๊ยยย หมั่นเขี้ยว มีคนบอกมั้ยครับว่าทำหน้าตาแบบนี้มันน่าฟัด” 

“ไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นจะไม่รอแล้ว” โมเดลบอกพร้อมผลักคนที่กอดไหล่ตนเองให้รีบไปเปลี่ยนชุดได้แล้วเพราะนี่ก็ใกล้เวลาที่เด็กประถมจะเลิกเรียนแล้วด้วย หากไปช้าเดี๋ยวน้องชายก็โกรธอีกแล้วก็จะไปฟ้องคุณแม่ว่าโมเดลไปรับช้า  

เป็นคุณชายน้อยที่เอาแต่ใจประจำบ้านไปแล้วเถอะเดี๋ยวนี้ 

และก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พอมาถึงโซนเด็กประถมโมเดลก็เห็นน้องชายยืนกอดอกรอหน้าบึ้งตึงจนโมเดลต้องส่งยิ้มหวานไปให้พร้อมน้ำส้มคั้นเย็นๆที่แวะไปซื้อในมินิมาร์ทของโรงเรียนไว้ให้น้องชาย 

“ช้า” 

“ก็รีบแล้ว เอาน้ำส้มเย็นๆไปกินสิ เดี๋ยวคุณพ่อมารับจะได้ไม่หิว” 

“แล้วพาหมอนี่มาทำไม ไม่ชอบหน้า จะฟ้องพ่อ” ติณมองคนที่ยืนกอดไหล่พี่ชายของตนเองด้วยแววตาขวางๆพร้อมมีเรื่อง ตั้งแต่เด็กจนโตตนเองนั้นได้รับความรักจากคนในบ้านเสมอ แต่หมอนี่คิดจะมาแย่งพี่ชายแถมจะแบ่งความรักของพี่ชายของติณไปอีก  

ติณล่ะแสนเกลียดเด็กบ้านหัสบดินทร์จริงๆเลย! 

“ฟ้องเลยไม่กลัวหรอก” 

“กันยาห้ามหาเรื่องน้องชายเรานะ” 

“เลิกให้กอดได้มั้ย จะฟ้องพ่อนะว่าให้หมอนี่กอดอีกแล้ว ให้คุณแม่ลดค่าขนมด้วย” 

“กันยาปล่อยเรา เราไม่อยากถูกลดค่าขนม” กันยาที่เห็นน้องแก้มนิ่มบอกแบบนั้นก็ยอมปล่อย ก่อนจะมองหน้าเจ้าเด็กแสบด้วยความเหนือกว่า 

“ส่งเสร็จแล้วก็กลับไปเลย โมเดลไล่กลับไปเลยนะ” ติณบอกพี่ชายซึ่งโมเดลก็ต้องยอมทำตามเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน กันยาเองก็ยอมเดินจากไปแต่ก็ไม่ลืมหอมแก้มน้องแก้มนิ่มก่อนกลับและนั่นก็ทำให้ติณโมโหจนหน้าแดงแล้วก็รีบเอาทิชชู่เปียกมาเช็ดแก้มพี่ชายก่อนจะจุ๊บแก้มพี่ชายกลบรอยของกันยาอย่างขัดใจ 

พี่ชายติณ ติณหอมได้คนเดียว!! 

หลังจากที่คุณพ่อมารับและพาพี่ชายไปส่งเรียนวาดรูปต่อและรอคุณแม่นั่งรถไฟฟ้ามาหาหลังไปคุยงานกับลูกค้าระหว่างที่พี่ชายเรียนวาดรูปติณก็เล่าเรื่องวันนี้ให้คุณพ่อฟังอย่างหงุดหงิด เตชิตเองที่รู้เรื่องก็รู้สึกไม่ชอบใจเช่นเดียวกัน  

เจ้าเด็กบ้านหัสบดินทร์ชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน! 

“พ่อควรส่งพี่ชายลูกไปเรียนต่างประเทศดีมั้ย จะได้ห่างเจ้าเด็กนั่น” 

“พ่อไม่กลัวโมเดลหาแฟนฝรั่งเหรอ” 

“พ่อกลัวเจ้าเด็กกันยาจะจับพี่ชายลูกกินตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมากกว่า”  

“งั้นติณจะไปด้วย” 

“แล้วเราจะบอกแม่ของเรายังไง พ่อว่าแม่เราไม่น่าจะเห็นด้วย” เพราะภรรยาคงบอกว่าเตชิตหนะคิดมากไปเองและคงตบท้ายว่าตนเองกับลูกชายคนเล็กช่างไร้สาระ… 

และก็เป็นอย่างที่เตชิตคิดไว้ไม่มีผิดเมื่อก่อนเข้านอนเตชิตพูดคุยกับภรรยาถึงเรื่องที่พูดคุยกับลูกชายคนเล็กไว้ ภรรยาที่รักนั้นปฏิเสธทันทีเพราะลูกๆยังเด็กเกินไป โมเดลยังไม่จบมัธยมปลายเลยไหนจะติณน้อยที่ยังไม่จบประถม คนเป็นแม่อย่างเขมินท์ย่อมกังวลเป็นธรรมดาที่จะให้ลูกๆไปเผชิญโลกกว้างมากขนาดนั้นตอนนี้ 

“แต่พี่ว่าจะดีต่อชีวิตเด็กๆนะครับ ที่ไทยเองเรื่องศิลปะก็ไม่เด่น ลูกเราไปได้อีกไกล พี่อยากส่งเสริมลูกให้ถึงที่สุด ติณน้อยเองก็เหมือนกันนิสัยลูกเราอยู่ที่นี่คงกลายเป็นหัวโจกนักเลงแน่ๆ ขนาดตอนนี้ยังมีลูกน้องเลย พี่ว่าให้ไปเรียนที่ต่างประเทศน่าจะดี ถ้าเขมกังวลพี่ว่าเราลองพาลูกไปอยู่ช่วงปิดเทอมเป็นครอสสั้นๆก่อนดีมั้ยครับ ถ้าลูกชอบก็ให้เรียนต่อที่นั่นได้เลย อีกอย่างก็มียัยตาดูแลหลานๆอยู่ด้วย” 

“งั้นไว้ช่วงปิดเทอมเราค่อยพาลูกๆไปนะครับ หากลูกไม่ชอบพี่เตห้ามบังคับใจลูกเด็ดขาด” 

“ได้สิครับ พี่ไม่บังคับลูกหรอก” เพราะเตชิตมั่นใจว่าโมเดลจะต้องชอบแน่ๆ  

ระยะหลังๆมานี้กันยาสังเกตได้ว่าเจ้าเด็กตัวแสบน้องชายของน้องแก้มนิ่มมักจะแสยะยิ้มให้ตนเองหรือแม้แต่หัวเราะใส่แบบไร้เหตุผล ตนเองนั้นก็ไม่แน่ใจว่าลืมรูดซิบกางเกงหรือเปล่าแต่พอเช็คดูก็พบว่าปกติ ไหนจะเรื่องแปลกๆมากกว่าทุกครั้งอย่างการไม่หวงน้องแก้มนิ่มเท่าไร ซึ่งเหตุการณ์นี้นั้นเป็นเกิดขึ้นจนจะปิดเทอมกันยาถึงรู้ว่าไอ้เด็กนี่ช่างเป็นเด็กร้ายกาจนัก เพราะน้องแก้มนิ่มต้องไปอยู่ต่างประเทศเพื่อทดลองเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้าหากชอบก็จะเรียนอยู่ที่นู้นเลย กันยามารู้ตอนโทรไปหาน้องแก้มนิ่มกำลังจะขึ้นเครื่องบินทำให้กันยานั้นไม่สามารถเจอน้องแก้มนิ่มเป็นวันสุดท้ายได้ 

แสบนักนะทั้งพ่อตาและน้องเขย อย่าให้น้องแก้มนิ่มเป็นของกันยาแล้วกัน ถึงตอนนั้นเดี๋ยวรู้เลย! 

 

โมเดลที่ชีวิตในต่างประเทศจนเริ่มคุ้นชินและตัดสินใจที่จะเรียนต่ออยู่ที่นี่ ซึ่งคุณแม่กับคุณพ่อก็อยู่เป็นเพื่อนอีกหลายเดือนก่อนจะบินกลับประเทศไทยไปแล้วเหลือเพียงน้องชายและตนเองเท่านั้นที่อยู่ที่ต่อกับคุณอาผู้ที่งานยุ่งที่สุดในสามโลก แต่ถึงแบบนั้นคุณอาก็มีเวลาว่างพาพวกเราไปดินเล่น ซื้อของ หรือหาร้านอาหารอร่อยๆกิน วันไหนคุณอาว่างก็ไปรับไปส่งที่โรงเรียน หรือในวันหยุดยาวคุณแม่กับคุณพ่อและคุณย่าก็บินมาหา ทำให้โมเดลเริ่มชินกับชีวิตแบบนี้บางครั้งมีเวลาว่างก็โทรคุยกับนะโน ซึ่งนะโมก็บอกว่าจะขอคุณพ่อของนะโมมาเรียนต่อที่เดียวกับโมเดลในช่วงเรียนมหาลัยนั่นก็ทำให้โมเดลรู้สึกดีใจมากๆที่เพื่อนสนิทจะมาเรียนตาม แต่กับกันยารายนั้นชอบเงียบหายไปในช่วงหลังๆ นานๆเราสองคนจะได้คุยกันเป็นชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อน นั่นอาจเป็นเพราะเวลาไม่ตรงกันทำให้เราไม่สามารถแชทกันแบบปกติได้ แถมนะโมยังบอกอีกว่ากันยานั้นมีสาวๆมาชอบเยอะกว่าเดิมอีกตอนที่ไม่มีโมเดล น้องชายของโมเดลที่รู้เรื่องเข้าก็ยิ่งชอบเข้ามาพูดใส่ไฟว่าผู้ชายก็แบบนี้แหละ รักแท้อะไรไม่มีจริงหรอก ถ้ารักจริงกันยาคงตามมาเรียนกับโมเดลแล้ว และคำพูดของน้องชายในวันนั้นก็ทำเอาโมเดลรู้สึกไม่ดีไปอีกหลายวัน แม้ตนเองกับกันยาจะเด็กอยู่มากแต่กันยาก็พูดเสมอว่าโมเดลเป็นว่าที่เจ้าสาว โมเดลก็เชื่อแบบนั้นแต่ชีวิตคนเราจะไปยึดถือความรักแบบเด็กๆได้ยังไง โมเดลน่าจะเชื่อคุณพ่อว่าตระกลูหัสบดินทร์นั้นเชื่อถือไม่ได้ คนหลายใจ ไม่นักแน่นแบบนั้น โมเดลไม่สนแล้ว! 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ช่วงวันจบมัธยมปลายในการหลังจากการมาอยู่ต่างประเทศได้หลายปี ในช่วงที่กำลังถ่ายรูปจบการศึกษากับเพื่อนๆและครอบครัวที่มากันครบทั้งบ้าน จู่ๆก็มีใครบางคนถือช่อดอกไม้มาช่อใหญ่เดินตรงเข้ามาหาโมเดลก่อนจะยื่นช่อดอกไม้ให้พร้อมกับคุกเข่าลงและหยิบกล่องแหวนออกมาและเอ่ยประโยคที่ทำให้ครอบครัววินิชราชกุลตกใจรวมไปถึงคนรอบข้างที่กรีดร้องขึ้นมาอย่างอิจฉา เมื่อมีชายหนุ่มรูปหล่อมาคุกเข่าพร้อมแหวนตรงหน้าโมเดลแบบนี้ 

“พี่มาหาแล้วนะครับ น้องแก้มนิ่มพร้อมที่จะเป็นคู่หมั่นพี่หรือยัง” 

“กะ กันยา… มาได้ไง” 

“ก็น้องแก้มนิ่มไม่ยอมรับสายพี่ ไม่รู้ว่าโกรธพี่เรื่องอะไรไร พอพี่ไปถามนะโมพี่ถึงรู้ว่ามีคนบอกว่าพี่รักไม่จริง พี่เลยมาแสดงความจริงใจว่าพี่ยังรอน้องแก้มนิ่มเสมอ ที่พี่ไม่ว่างคุยด้วยเพราะเริ่มช่วยงานคุณพ่อ พี่ไม่ได้มีใคร รอน้องแก้มนิ่มมาเป็นเจ้าสาวพี่คนเดียว ว่าไงครับ จะตกลงยอมหมั่นหมายกับพี่รึเปล่า” 

“อะ อื้อ… เราตกลง” 

“ขอบคุณนะครับคนดีของพี่” กันยาสวมแหวนที่ตนเองนั้นอดทนไปช่วยงานคุณพ่อเพื่อจะเก็บเงินค่าแหวนที่ตนเองออกแบบเองเพื่อที่จะไว้ขอว่าที่เจ้าสาว และในที่สุดน้องแก้มนิ่มก็ยอมตกลง แม้ก่อนหน้านี้ตนเองจะถูกใส่ร้ายจากว่าที่พ่อตาและน้องเขยหาว่าไม่จริงใจก็เถอะ แต่น้องแก้มนิ่มยอมรับการหมั่นหมายกับตนเองแบบนี้ กันยาถือว่าชนะ! 

“คุณแม่ปล่อยติณนะครับ อย่าไปยอมให้โมเดลรับหมั่นสิ เพิ่งจะเรียนจบมัธยมปลายเอง ติณไม่ยอมมมมมมมม” 

“นั่นสิครับเขม ยัยตาปล่อยพี่นะ พี่จะไปจัดการเจ้าเด็กหัสบดินทร์นั่น!!!” 

“ห้ามไปขัดขวางลูกนะครับ ปล่อยให้ลูกเลือกทางเดินชีวิตเอง อีกอย่างกันยาก็ไม่ได้แย่สักหน่อย มั่นคงกับโมเดลตั้งแต่เด็กจนโตแบบนี้ อย่าหาว่าเขมไม่รู้นะครับว่าพี่เตกับติณรวมหัวทำอะไรกันบ้าง ถ้าไม่อยากถูกเขมหอบเสื้อผ้ามาอยู่กับลูกที่นี่และถ้าน้องติณไม่อยากถูกคุณแม่ลดค่าใช้จ่ายที่ลูกชอบเอาไปซื้อรถแล้วไปแอบจอดไว้บ้านเพื่อนก็อย่าไปยุ่งกับชีวิตพี่เขา ไม่งั้นสองพ่อลูกได้เห็นดีกันแน่ๆ” เมื่อเขมินท์พูดออกมาแบบเด็ดขาดแบบนั้นสองพ่อลูกจอมแสบก็ต้องยอมก้มหน้าทำตามแม้ภายในใจจะคิดแผนทำให้โมเดลถอนหมั้นเด็กบ้านหัสบดินทร์เป็นร้อยๆแผนการไปแล้วก็ตาม 

วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก เจ้าเด็กกันยาหน้าเหม็น!!! 

 

 

............................................................................................ 

ลงให้เป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ที่เหลือจะเป็นสำหรับคนที่ซื้อเล่มและอีบุ๊คค่ะ ส่วนหนังสือเปิดจองเดือนนี้นะคะ รอจัดการเรื่องปกให้เรียบร้อยก่อน >< 

ส่วนภาคต่อรุ่นลูกมีนะคะ แต่ว่าเป็นไปตามคิว ตอนนี้คิวบ้านฟัสบดินทร์รอจ่อมากกก ที่แต่งค้างไว้ตอนนี้มีตามนี้นะคะ  

เพียงใจรัก [ ธีร์ x อิมเมจ ] รุ่นลูกปฐวี 

ความเจ้าฟ้า [สายหมอก x เจ้าฟ้า ] รุ่นลูกพายุ และจอมจุ้นวุ่นรัก  

ความคิดเห็น