Jessie_jj

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หวั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2559 23:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หวั่นไหว
แบบอักษร

หวั่นไหว

 
ตอนนี้ผมกำลังยื่นอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่รั้วที่ทำด้วยไม้สีน้ำตาลเข้ม นักรบดึงมือผมเข้าไปในบ้านผ่านทางประตูเล็ก เลื่อนบานประตูเข้าไป พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องลายหินเคลือบเงาสวย มีโซฟาโค้งสีขาวสะอาดตาอยู่กลางตัวบ้าน ผมเดินตามแรงดึงเข้าไปจนถึงประตูไม้สีขาว นักรบบิดประตูเข้าไป เจอเข้ากับราชาคนอื่นๆกำลังติวหนังสืออย่างหนัก 
 
"มาแล้วๆ โทษทีพอดีกูตื่นสาย"
นักรบบ่นอุบก่อนจะวางกระเป๋าสะพายใบใหญ่ลงพื้นเป็นเสื้อผ้าของนักรบ ส่วนผมวางกระเป๋าสะพายที่ใบเล็กกว่าของนักรบลงพื้นและนั่งลงข้างๆ
 
"ถึงไหนแล้ว"
นักรบถามพลางเดินไปหยิบชีทในตู้มา 
 
"กำลังเถียงกันเรื่องอิพิเนฟฟรินอยู่"
ราชันย์เป็นคนตอบก่อนจะแยกออกไปอยู่อีกฝั่งของห้อง ตามด้วยวาโยที่เดินออกไปด้านนอก ซีตาร์ที่เปิดประตูบานเลื่อนของระเบียงออกไปนั่งนิ่งอ่านชีท พรีเมียมที่วางชีทลงก่อนจะสะบัดตูดไปยังห้องที่ผมคิดว่าคงจะเป็นห้องน้ำ 
 
"พวกเขาทะเลาะกันหรอ"
ผมสะกิดนักรบและหยิบชีทของนักรบขึ้นมาอ่าน
 
"เปล่าหรอกพี่..ช่วงพักพอดี พวกมันแค่กำลังหาข้อสรุปของสิ่งที่กำลังถกเถียงกัน...ส่วนไอ้พรี..มันปวดท้องขี้นะอย่าใส่ใจ...แล้วพี่ละ ได้อะไรจากชีทผมบ้าง"
 
นักรบบอกอย่างไม่ใส่ใจพลางชะเง้อหน้าเข้ามาใกล้ผม ผมเพียงมองชีทปราดเดียวก่อนจะอธิบายเรื่องก่อนที่นักรบจะมาถึงให้ฟังคร่าวๆช้าๆง่ายๆ แต่โชคดีตรงที่นักรบหัวไวอยู่แล้วผมจึงไม่ต้องพูดมากก่อนจะหยุดที่อิพิเนฟฟรินที่พวกเขากำลังทะเลาะกันอยู่เพราะนักรบเองก็ต้องการอ่านเองเพื่อหาคำตอบเหมือนกัน 
 
"มึงพาพี่ไทล์ไปอีกห้องก็ได้นะ"
ราชันย์พูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน ผมเงยหน้าขึ้นมามองตาดุๆนั่นก่อนจะหันกลับมามองหน้านักรบแทน
 
"อืม เอางั้นก็ได้ตามผมมาสิ"
นักรบดึงมือผมให้ตามเขาไปยังอีกห้องที่อยู่ตรงข้ามกันเป็นประตูไม้เหมือนกับห้องแรก นักรบพลักประตูเข้าไปพบว่ามันเป็นห้องหนังสือ
 
"ปกติพวกผมไม่ค่อยได้ใช้ห้องนี้เท่าไหร่ ตำรามันมีเยอะเกินไปบางเรื่องหาข้อสรุปไม่ได้ มีครั้งหนึ่ง ราชันย์กับวาโยไม่คุยกันเกือบอาทิตย์พวกผมเลยตกลงกันว่ารู้เท่าที่ควรรู้ก็พอ"
นักรบอธิบายไปด้วยพาผมเดินเข้าไปยังโซนอีกโซนหนึ่งก่อนจะผลักผมลงบนโซฟายาวสีดำ
 
"พี่เงยหน้าขึ้นไปสิ.."
ผมทำตามที่เด็กนั่นบอกอย่างว่าง่าย 
 
"ดาว.."
ผมเผลออุทานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เหมือนกับท้องฟ้าจำลองเลย
 
"สวยใช่มั้ยละ.. พอดี วาโยมันชอบนะ เอาละพี่ใช้ห้องนี้ตามสบายเลยนะเดี๋ยวพวกผมติวกันเสร็จจะเข้ามาเรียกไปกินข้าว"
 
นักรบพูดยิ้มๆก่อนจะนั่งยองๆเอามือคร่อมผมไว้ ผมพยักหน้านิดหน่อย พลางหลบตาคู่นั่นไปด้วย ถึงแม้มันจะมืด..แต่แววตาคู่นั่นกลับชัดเจน แววตาที่สะท้อนแค่ผม..แค่ผมเท่านั้น
 
นักรบผละออกไป เลื่อนปิดประตู กว่าผมจะปรับสายตาให้ชินก็ใช้เวลาสักหน่อย ผมนอนมองดาวจำลองนิ่งๆ แล้วค่อยลุกออกไปสำรวจด้านนอก ผมเลื่อนประตูกระจกที่นักรบเพิ่งออกไป ก่อนจะเจอชั้นวางหนังสือเยอะแยะไปหมด ผมเลือกอ่านเฉพาะที่สนใจและคิดว่าคงใช้ประโยชน์กับการสอบในพรุ่งนี้ได้ 
 
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นผมงัวเงียตื่นขึ้นมาจากการฟุบหลับตาหนังสือเรียน ผมค่อยๆเดินไปเปิดประตูพบกับหน้ายิ้มแย้มของวาโย
 
"ทานข้าวครับ นักรบอยู่ในครัวนะ"
วาโยพูดยิ้มๆ ผมพยักหน้ารับและเดินตามวาโยออกไป ข้างหลังบ้านเป็นสวนไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้เล็กมาก ติดกำแพงเป็นบ่อปลาคราฟขนาดใหญ่ และมีน้ำตกจำลองมีสายน้ำไหลไปเรื่อยๆ 
 
"นักรบ พี่ไทล์มาแล้ว!!"
เสียงวาโยตะโกนก่อนจะหอบหิ้วเอาถุงใส่ของแช่เย็นเดินไปยังที่ๆเหมือนห้องแต่ดันล้อมรอบด้วยกระจกใส ผมเดินตามร่างบางไปติดๆ เราเดินตามทางเดินที่ปูด้วยหินครับ วาโยเปิดประตูเข้าไปและวางของแช่แข็งลงบนเคาเตอร์ครัว ราชันย์กำลังทำอาหารอยู่สินะ วาโยเดินเข้าไปหาก่อนจะฉวยโอกาสตักชิม 
 
"อร่อย"
ราชันย์เพียงส่งยิ้มและยักคิ้วเท่านั้น ไม่นานพรีเมียมและซีตาร์ก็ตามเข้ามาสมทบ พร้อมกับโทรศัพท์คนละเครื่องในมือ 
 
"อย่านำกูนะเว้ย"
เสียงพรีเมียมคาดโทษซีตาร์ ร่างสูงเพียงหัวเราะแผ่วเบาและเล่นเกมต่อไป 
 
"พี่ไทล์ ช่วยเอานี่ไปวางให้หน่อย"
นักรบส่งชามซุปในมือมาให้ผม ผมรีบรับมาและพบว่ามันร้อนมาก ก่อนจะค่อยๆประคองไปยังโต๊ะยาวไม้ ที่ผมคิดว่าคงเอาไว้กินข้าว 
 
"เยส! ชนะวาโยแล้ว"
เสียงโห่ร้องของพรีเมียมดังขึ้น วาโยที่กำลังจะคนอาหารในหม้อ เป็นต้องหยุดชะงักลง และวิ่งไปหาพรีเมียมทันที
 
"เห้ยๆ มึงขี้โกง แม่งใส่เต็มแมกซ์แบบนี้ไม่ชนะก็ควายแล้ว"
วาโยโวยวายออกมาและแย่งโทรศัพท์พรีเมียมไป
 
"มันแพ้มาแล้วสองตา"
ซีตาร์วางโทรศัพท์ลงและชูสองนิ้วขึ้นมาก่อนจะเลี่ยงมาหาราชันย์ พรีเมียมเงียบไปนิดหน่อยส่วนวาโยกำลังกลั้นขำ
 
"มึงด่ากูเป็นควายหรอสัสซี!!"
พรีเมียมรีบวิ่งหมายจะไปแตะซีตาร์แต่เจอหน้าดุๆของราชันย์ก่อน
 
"อย่าแม้แต่จะคิดเชียว อาหารเสร็จแล้ว แดกๆแล้วจะได้กลับไปอ่านหนังสือต่อ...โย! วางโทรศัพท์แล้วมาเอาจานข้าว"
 
ราชันย์นี่มันราชันย์สมชื่อครับ วาโยสะดุ้งโหยงรีบวางโทรศัพท์และมาหยิบจานข้าวไป พวกนั้นก็ไปตักข้าวเอง ส่วนผมก็นั่งเฉยๆ เพราะนักรบตักมาให้แล้ว เราทานกันไปคุยกันไป จนเมื่ออิ่มก็พากันล้างจาน ก่อนจะแยกย้ายไปอ่านหนังสือ ตอนเย็นๆหน่อย นักรบเข้ามารียกให้ผมไปช่วยติว จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจะ 5 ทุ่มแล้ว
 
"ห้าวว ไม่ไหวว่ะ ขอไปนอนก่อนแล้วกัน"
พรีเมียมพูดและลุกออกไปทันที 
 
"อืม กูก็ไม่ไหวแล้ว ไปละนะ"
ราชันย์พูดก่อนสะกิดวาโยไปด้วย วาโยยีตานิดหน่อยและลุกตามไป 
 
"กูไปนะนักรบ ฝันดีครับพี่ไทล์"
ซีตาร์พูดและลุกออกไป เหลือผมและนักรบเพียงสองคน 
 
"พี่ไปนอนห้องผมแล้วกันเดี๋ยวผมนอนห้องดาวเอง"
นักรบอาสา ก่อนจะพาผมเดินออกมาจากห้อง ผมพยักหน้ารับและเดินตามนักรบขึ้นไป หยุดยืนที่หน้าห้องนักรบหมุนลูกบิดประตูเข้าไป ก่อนจะดึงมือผมให้เข้าไปตาม ร่างสูงกดเปิดไฟอย่างคุ้นชิน ผมเห็นเตียงคิงไซส์สีน้ำเงินเข้าอยู่กลางห้อง พร้อมกับห้องอีกสองห้องที่ฝั่งซ้ายมือ รวมถึงตู้โชว์ที่อยู่ข้างๆประตูฝั่งซ้าย ผมเดินเข้าไปมอง 
 
"พวกนายไปเที่ยวกันหลายที่เลยนิ"
ผมถามออกมาเพราะแถวแรกเป็นรูปนักรบและครอบครัว หลังจากนั้นก็เป็นรูปราชาทั้งนั้นเลย
 
"พี่อยากไปมั้ยละ พวกผมมีทริปกันตลอดแหละ"
นักรบพูดและเดินไปเปิดประตูที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องน้ำ
 
"น่าสนแหะ ไว้..เราไปด้วยกันนะ"
ผมยกยิ้มออกมาและสะดุดกับรูปหนึ่งที่อยู่แถวบนสุด รูปผู้ชายหน้าหวานคนหนึ่งกำลังหลับใหลอยู่ในผ้านวมผืนหน้าสีขาวสะอาดตา ผู้ชายคนนั้นกำลังหลับตาพริ้ม
 
"พี่ไทล์ไปอาบน้ำได้แล้ว ผมเตรียมน้ำอุ่นให้แล้ว และอีกห้องเป็นห้องแต่งตัวนะครับ วางอุปกรณ์ประทินโฉมได้"
นักรบเรียกผมออกจากภวังค์ เขาเดินมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะแตะไหล่ผมเบาๆ ผมสะดุ้งนิดหน่อยและพยักหน้ากลับไป 
 
"เป็นอะไรครับ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น"
เสียงนักรบถามออกมาก่อนจะเงียบไป ผมหันไปมองหน้าหล่อๆที่สูงกว่าผมอย่างเห็นได้ชัดสะดุดอยู่ที่รูปใบเดียวกัน
 
"เอ่อ..ไปอาบน้ำก่อนนะ"
ผมเลี่ยงที่จะคุยด้วยการเปลี่ยนประเด็น นักรบคว้าแขนผมไว้ ก่อนจะสวมกอดผมจากด้านหลัง
 
"พี่น่ารักจะตาย"
นักรบพูดและเอื้อมมือเข้าไปหยิบรูปถ่ายใบนั้นออกมา ก่อนจะให้ผมมองอย่างถนัด ผมใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
 
"แค่มุมกล้องนะ"
ผมแก้ต่างให้กับตัวเอง เพราะรูปที่นักรบถืออยู่มันดันเป็นรูปผม วันนั้นที่บางแสนแน่ๆ ผมเมาจนไม่ได้สติด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่านักรบไปแอบถ่ายไว้ตอนไหน
 
"น่ารักออก จริงๆรูปพี่อีกหลายๆรูปอยู่ที่คอนโดนะ แต่รูปนี้เป็นรูปแรกที่ผมได้มา ผมเลยเอามันมาไว้ที่นี่ ตื่นเช้ามาในช่วงที่มาอยู่ที่นี่ ผมบอกกับคนในรูปเสมอว่าผมจะพาเขามาที่นี่ให้ได้..."
 
เสียงนักรบเงียบไปพร้อมกับเสียงหัวใจผมที่เต้นแรงแทน ก่อนนักรบจะหันหน้าผมให้ไปเผชิญหน้ากับเขา และเชยคางผมขึ้น
 
"มาให้เขารู้...ว่าสำหรับผมแล้ว..เขา พิเศษ ขนาดไหน"
นักรบพูดและจ้องผมไม่วางตา ผมค่อยๆเฉตาหลบ นักรบโน้มหน้ามาลงให้ใบหน้าเราใกล้กันมากขึ้น ลมหายใจของเราแทบจะรวมกันเป็นลมหายใจเดียว ชั่ววินาทีที่ผมค่อยๆหลับตาลง เป็นจังหวะเดียวกับที่นักรบประทับริมฝีปากลงมา เขาค่อยๆละไมจูบผมอย่างอ่อนหวาน และค่อยๆสอดลิ้นร้อนเข้ามา ผมเผยอปากรับอย่างเคลิบเคลิ้ม 
 
"อื้มม"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของนักรบดังออกมา ทำเอาผมเขินเหมือนกัน ลิ้นของนักรบพันเกี่ยวอยู่ที่ลิ้นของผม กว่าผมจะรู้ตัวว่าเราควนหยุดก็ตอนที่หลังผมแนบชิดไปกับเตียงหนานุ่ม ผมลืมตาโพลงและพลักนักรบด้วยแรงน้อยนิดที่มี
 
"พอ.. อืออ พอก่อน"
นักรบมองผมด้วยสายตาอ้อยอิ่งและค่อยๆผละออกไป 
 
"พี่อาบน้ำนอนได้แล้วเดี๋ยวผมไปอาบที่ห้องซีตาร์เอง ฝันดีครับ"
นักรบพูดและกำลังมองหน้าผมด้วยสายตาเคร่งเครียด ผมมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆหายไปอย่างไม่เข้าใจ เหมือนผมเองก็อยากจะรั้งไว้..แต่ปากกลับไม่พูดอะไรออกไป ผมทิ้งตัวลงนอนนิ่งๆแบบนั้นสักพักก่อนจะลุกออกไปอาบน้ำบ้างเพื่อให้อารมณ์บางอย่างที่มันก่อตัวขึ้นมาได้หยุดลง
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}