SHASHA.writer

Luv u all

ชื่อตอน : 55

คำค้น : อ่านนิยาย,ลงจบ,นิยายรัก,นิยายโรแมนติก,หวาน,ฟิน,จิกหมอน,พระเอกละมุน

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2563 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
55
แบบอักษร

 

 

“แม่เจ้า! ”

         “อะไร”

         “ดูนั่น”

         ทุกคนหันไปมองแทบพร้อมกัน จนเห็นเชอรีนในชุดเซ็กซี่รัดรึงเรือนร่างสีขาว เต้นอยู่กลางกลุ่มคน ดูโดดเด่น ล่อตาไม่น้อย ไม่นานมีกลุ่มผู้ชายเข้าไปห้อมล้อมเจ้าหล่อนไว้จนเหมือนแมลงเข้าไปรุมตอมอะไรสักอย่าง

         แซนยกมือถือได้กดบันทึกภาพทันที

         “ทำอะไรของเราน่ะแซน”

         “แซนจะไม่ยอมเห็นภาพนี้คนเดียวหรอกค่ะ เด็ด ๆ แบบนี้ ไม่เก็บภาพเอาไว้ได้หรือคะ”

         “ส่งให้พี่ด้วย”

         “พี่ด้วยนะแซน”

         เสียงคนอื่นร่วมโต๊ะร้องขอกันระงม พรรณวษาได้แต่มองดู ไม่ได้ร้องขอเหมือนใคร ๆ นั่งฟังเพลง มองบรรยากาศรอบร้านได้ครู่ใหญ่ สลับดื่มเป็นระยะ ๆ ก็รู้ตัวเองเลยว่าเริ่มจะไม่ไหว

         “แซน พี่ขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

         “ไปส่งไหมคะพี่พรรณ”

         “ไม่เป็นไร พี่ไปได้ ว่าแต่ห้องน้ำไปทางไหนนะ”

         “ทางนี้ค่ะ” แซนดึงมือพาไปส่งถึงหน้าห้อง พรรณวษาเลยไล่ให้สาวรุ่นน้องกลับไปสนุกต่อ ผลักประตูเข้าไปได้ ก็พบว่ามีห้องว่างพอดี จึงตรงเข้าไปแล้วล็อก ก่อนจะโก่งคออาเจียนออกมาจนหมด

         เธอดื่มไม่เยอะ แต่ดูเหมือนจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปหลากหลายเสียจนร่างกายรับไม่ไหว กำลังจะเปิดประตูออกไป ระลอกใหม่ก็ตีตื้นขึ้นมาอีก เลยก้มลงปล่อยทิ้งลงชักโครก พร้อมกับเสียงคุยกันของคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องน้ำ

         “ชุดแซบนะวันนี้”

         “เออนี่ เชอรีน แกเห็นพี่ธรณ์หรือยัง”

         “มาแล้วหรือ”

         “มาแล้วสิ หน้าตาฮีเหม็นเบื่อชอบกลนะวันนี้”

“ขนาดว่าเหม็นเบื่อนะยะ ยังหล่อออร่ากระจายเลยอะแก”

         “แล้วนี่ แผนเข้าประชิดตัวไปถึงไหนแล้วยะเชอรีน”

         “กลับจากเลี้ยงเด็กวันนั้นน่ะหรือ ก็แค่ไปดื่มอะไรนิดหน่อย แล้วเขาก็ไปส่งที่ห้อง”

         “คืบหน้าไหม”

         “ระดับไหนแล้ว”

         เสียงตอบมั่นอกมั่นใจนั้น ฟังดูคุ้นหูดีเหมือนกัน พรรณวษารออีกครู่ก็ไม่ได้ยินเสียงเชอรีนแล้ว แต่กลับได้ยินอีกเสียงคุยขึ้นว่า

         “ยัยเชอรีนขี้โม้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พี่ธรณ์น่ะหรือจะชอบชีง่ายดายขนาดนั้น อย่างยัยนางแบบลูกครึ่งอะไรนั่นเห็นไหม มานั่งเฝ้าพี่ธรณ์ ตามไปนั่งอ่อยฮีที่บริษัทเป็นเดือน ๆ ฮียังไม่เอาเลย”

         “อิจฉาผู้หญิงคนนั้นจังเลยเนอะ ไม่รู้ไปทำเสน่ห์มาจากไหน พี่ธรณ์ถึงยังลืมชีไม่ลง”

         เสียงคุยด้านนอกเงียบไปแล้ว พรรณวษานั่งอยู่แบบนั้นอีกเป็นนานหลายนาที ค่อยกดน้ำ แล้วแง้มประตูออกมาได้ ด้านนอกมีหญิงสาวสองคนกำลังแต่งหน้าที่กระจก เห็นว่าไม่มีใครนอกจากนั้นแล้ว ถึงได้เดินไปบ้วนปาก ในหัวขบคิดถึงคนกลุ่มเมื่อครู่

พวกนั้นพูดคุยถึงใคร ไม่รู้ว่าใช่คนเดียวกันกับที่เธอรู้จักหรือเปล่า ออกจากห้องน้ำก็ค่อยมองฝ่าฝูงคน เดินกลับไปยังโต๊ะ

         “ดีนะที่พี่พรรณออกมาช้า เมื่อกี้ชีเห็นพวกเรา แวะมาทักที่โต๊ะด้วยจ้า”

         พรรณวษาตาสว่างแล้ว เธอยกมือบอกว่าไม่รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขอน้ำเปล่าอย่างเดียว ถามอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก “ใคร”

         “ก็หัวหน้ายังไงล่ะคะ”

         “ไปไหนแล้ว”

         “นู่นค่ะ กลับไปที่โต๊ะแล้ว ชีเดินวางท่ายังกับเป็นเมียเจ้าของร้าน”

         พรรณวษามองตาม ก่อนจะถูกสะกิดจากใครสักคนที่ด้านหลัง พอหันไปมอง พบว่าเป็นชายหนุ่มจากโต๊ะข้าง ๆ นี่เอง แซนเลยรีบเข้ามาขวางไว้ พร้อมกับดันแก้วที่ทางนั้นส่งให้เธอดื่มไปอีกทาง แม่ตัวดีทั้งเขย่ง ทั้งบัง ไม่ให้ใครเข้ามาจีบเธอได้แม้แต่คนเดียว  

         

         ธรณ์มาถึงตอนค่อนดึก เขาเดินตัดร้านผ่านขึ้นไปที่โต๊ะด้านบนด้วยใบหน้าดูออกแหละว่าเซ็ง ท่าทางซังกะตาย แม้จะโดนคนรุมตื๊อให้ดื่ม แต่ก็บอกปัดไปว่าไม่ เอาจริง ๆ วันนี้ไม่อยากออกไปไหนเลย รวมถึงดื่มกินแบบนี้ด้วย แต่พอนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่ห้องก็ยิ่งเบื่อหนักกว่าเดิมเสียอีก เลยคว้ากุญแจรถ พาตัวเองออกมานั่งที่นี่ในที่สุด

มองไปรอบ ๆ ร้าน จนสะดุดเข้ากับโต๊ะหนึ่งเข้า

         “มองอะไรวะ ตั้งนานสองนาน”

แจ็คทัก ตามองตามสายตาของธรณ์ไปยังโต๊ะด้านล่าง ธรณ์เลิกมองเลี่ยงตอบไปว่า “กูก็มองไปเรื่อยไหมวะ”

         “ไม่เรื่อยล่ะครับ กูเห็นว่าเพื่อนมองแค่โต๊ะนั้นโต๊ะเดียวเลย ไหนครับ มีอะไร”

         แจ็คเถียงคอเป็นเอ็น ก่อนเพ่งสายตามองตาม แล้วก็ร้องขึ้นว่า “หน้าคุ้น ๆ ว่ะ ใช่เพื่อนด้าไหมวะ คนนั้นอะ”

         “ไหน” เป็นนพรัตน์ที่ถาม เพราะรู้สึกเหมือนกันถึงอาการน้องชายที่ดูแปลกไป แจ็คชี้มือไปยังโต๊ะที่เห็นธรณ์นั่งมองอยู่

         “นั่นครับเฮียนพ โต๊ะนั้นครับ”

         นิรันดร์ พี่ชายคนโตของบ้านที่ร่วมโต๊ะด้วย ไม่ได้มองตามแต่ถามจี้ว่า “แล้วทำไมน้องกูต้องมองเพื่อนด้าด้วย”

         “ผมไม่ได้มอง” ธรณ์เสียงแข็ง หันไปคุยกับน้องชายคนต่อจากเขา เรื่องที่ทางนั้นจะแบ่งหุ้นกิจการให้ครึ่งหนึ่ง เพราะขี้เกียจดูแลแล้ว

         กระนั้นสายตาก็มองไปทางโต๊ะกลุ่มสาว ๆ ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ และเสียงดังเป็นพัก ๆ แข่งกับเสียงเพลงในร้านอยู่เรื่อย ๆ ไม่ถึงห้านาทีดี พอเห็นว่ามีคนเข้าไปคุย ธรณ์ก็ขยับลุกโดยไม่บอกกล่าวแก่ใคร ตรงไปที่โต๊ะนั้นทันทีด้วยสีหน้าบึ้งตึง

         “เฮ้ย ๆ ไปไหน” นพรัตน์ร้องเรียกน้องชายที่หุนหันลุกออกไป

         “เพื่อนผมลงไปโต๊ะนั้นชัวร์” แจ็คบอกพร้อมกับดื่มเหล้าในแก้วตัวเองจนหมด มองตามหลังธรณ์ไป นิรันดร์หรี่ตาลง จ้องที่โต๊ะนั้น เรดาร์ของอดีตนายตำรวจสะดุดตากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าพอดี ถามแจ็คอย่างต้องการคนยืนยันคำตอบ “ใช่ชื่อพันอะไรสักอย่างไหม”

         “ไม่แน่ใจครับเฮียรันดร์ ผมเจอครั้งเดียวที่รีสอร์ตรอบนู้น แล้วธรณ์มันก็ไม่ได้แนะนำให้ผมรู้จักชื่อ แต่ผมว่าผมพอจำเค้าโครงหน้าได้นะครับ”

         “หวงก้าง” นักรบว่า พร้อมสายตาทั้งแปดคู่ก็พากันจับจ้องตามหลังธรณ์ไป เห็นเดินแหวกคนตรงไปยังโต๊ะด้านล่างจริง ๆ ด้วย

ความคิดเห็น