OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

ชื่อตอน : EP.03 ชอบยิ้ม [1/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 666

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2563 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.03 ชอบยิ้ม [1/2]
แบบอักษร

EP.03 

ชอบยิ้ม 

[1/2] 

 

 

                PEACH TALK

                ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมเบื่อมาก ไม่มีอะไรทำนอกจากไปโรงเรียน กลับบ้าน เจอพี่ไทม์กับไอ้น้องเวรมันนั่งออดอ้อนกัน ทำไมพี่ไทม์ต้องมาหามันบ่อย ๆ ตอนที่ผมอยู่บ้านด้วยวะ ผมไม่ชอบที่เขามอบรอยยิ้มอบอุ่นนั่นกับน้ำตาลแค่คนเดียว เฮ้อ แล้วผมจะทำอะไรได้มากไปกว่าการแสร้งทำเป็นเมินเฉยทั้งที่ในใจมีคำถามอยู่มากมาย

                เข้าใจได้นะว่าพี่ไทม์คงจะไม่ชอบขี้หน้าผมเพราะเมื่อก่อนผมแกล้งน้ำตาลหนักมาก ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ตอนนี้ผมเบื่อจะแกล้งมันแรง ๆ แล้ว แต่พี่ไทม์ก็ใช่จะดีกับผมเสียหน่อย ผมในสายตาเขาก็แค่คนอื่น น้องชายที่น่ารักของเขามีคนเดียวเท่านั้นแหละ ทั้งที่ผมก็อยากจะมีพี่ชายแสนดีอย่างนี้บ้า งแต่กลับไม่เคยได้รับโอกาสนั้นเลย

                ต่อให้ผมไม่ได้รับความใจดีจากพี่เขาอีก ผมก็ยังคงชอบรอยยิ้มของเขาอยู่เหมือนเดิม ทุกครั้งที่เขายิ้มให้คนอื่นผมก็ยังชอบนะ รอยยิ้มที่ผมเคยได้รับมันแค่ครั้งเดียว แต่ตราตรึงใจผมมาตั้งหลายปี ซึ่งตอนนี้มีคนยิ้มให้ผมแทนพี่ไทม์แล้ว

                ไนน์...

                คนที่ผมอาจมีสิทธิ์ได้เป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้น...

                แค่ผมนึกถึงเขาริมฝีปากของผมก็คลี่ยิ้มออกมาเองอย่างห้ามไม่อยู่ ไนน์น่ารัก เขายิ้มเก่ง พูดเก่ง กินเก่ง ขนาดเรารู้จักกันไม่กี่วันกลับรู้สึกราวกับเรารู้จักกันมานาน กล้าพอที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวหลายเรื่องให้ฟังได้แล้วล่ะ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวผมทำไมถึงกล้าเล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟังตั้งแต่เราวีดีโอคอลกันครั้งแรก

                บอกไว้ตรงนี้เลยว่าแฟนเก่าของผมที่เคยคบมาผมไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังเลย ไม่ว่าจะเรื่องแม่เสีย พ่อมีแฟนใหม่ ผมมีน้องชายที่เป็นลูกติดของแฟนใหม่พ่อ เรื่องอะไรแบบนี้ผมไม่จำเป็นต้องเล่าให้ใครฟังใช่ไหมล่ะ แต่ไนน์น่ะ ผมบอกเขาทันทีที่เขาถามเลย

                พอพูดถึงไนน์หัวใจผมก็วูบโหวงประหลาด เราไม่ได้คุยกันมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม ผมไม่ได้ไปหาไนน์ ไนน์เองก็ไม่ได้ทักทายอะไรผมมาเลย ครั้งสุดท้ายที่คุยกันคือคืนที่เราไปกินหมูกระทะกันมา คืนนั้นไนน์บอกผมว่าเขาต้องสอบ ช่วงสอบเขาจะคร่ำอ่านหนังสือเป็นพิเศษ ไม่มีเวลาคุย ถ้าเขาสอบเสร็จจะทักมาเอง

                ถือว่าเป็นช่วงเวลาวัดใจได้ไหมนะว่าเขาจะทักมาคุยกับผมต่อไหมหรือจะหยุดอยู่แค่นั้น ทั้งผมและไนน์เราต่างรู้กันว่าระหว่างเรามันมีนัยยะบางอย่างแฝงอยู่ในความสัมพันธ์ ผมไม่ได้เข้าหาเขาเพื่อคืนกระเป๋าเก็บบัตรแล้วจบ ผมอยากไปต่อ อยากมองรอยยิ้มเขาไปแบบนี้อีกนาน ๆ ผมชอบรอยยิ้มของเขามาก

                ตอนที่ไนน์ถามผมว่าผมจีบเขาหรือเปล่า ผมไม่รู้จะตอบยังไงเลย สารภาพตรงนี้ว่าไม่เคยจีบใครมาก่อน สิ่งที่ผมพูดหรือทำกับไนน์คือสิ่งที่ผมอยากทำ สบายใจที่จะทำด้วย ถ้าไนน์คิดว่านี่คือการจีบผมว่าเขาอาจคิดถูก แต่มันเพิ่งเริ่ม ผมมีอะไรให้เขาค้นหาอีกมากมาย บางทีคนที่จะตกหลุมรักใครสักคนก่อนอาจเป็นตัวไนน์เองก็ได้

                ผมว่าผมก็มีดีอะไรบางอย่างนั่นแหละถึงได้มีคนเข้ามาจีบอยู่บ่อยครั้ง ทุกคนเข้ามาหาผมก่อนทั้งนั้น ผมไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองมีดีอะไร แต่ผมอยากให้ไนน์ได้รู้ว่าตัวผมน่ะมีดี

                แก่ก

                เสียงประตูรั้วถูกเปิดออกทำให้ผมละสายตาจากเกมมือถือที่กำลังเล่นแล้วมองออกไป พบกว่าเป็นไอ้น้องเวรของผมเอง วันนี้ทำไมกลับบ้านช้านัก ไม่มีเรียนพิเศษสักหน่อย

                น้ำตาลเดินลากขาเข้าบ้านอย่างหมดแรง วางกระเป๋านักเรียนไว้บนโซฟาก่อนจะทิ้งตัวนอนราบลงไป ผมนั่งมองมันจากโซฟาอีกตัวก็คันปากยุบยิบ

                “สกปรกฉิบหาย ถุงเท้าก็ไม่ถอด มึงไปอาบน้ำอาบท่าไป”

                “อย่าบ่นได้ไหม เหนื่อย ได้ยินเสียงพี่แล้วผมรำคาญ”

                “ทำไม มึงเหนื่อยอะไร วิชาเกษตรอาจารย์สั่งให้ไปล้มควายเหรอ”

                “เปล่า วันนี้ซ้อมรำวันแรก ปวดแขน”

                “เห็นกลับบ้านช้านึกว่าว่ารถโรงเรียนคว่ำตายห่าไปแล้ว”

                “ไอ้พี่พีช ปากหมา!!”

                กับมันผมไม่สามารถพูดดี ๆ ด้วยได้ไม่รู้ทำไม ผมสนุกเวลาได้เถียงกับมัน ไม่เหงาปากดี อย่างน้อยการมีมันก็ทำให้ผมมีอะไรทำ ไม่งั้นผมไม่มานั่งรอมันข้างล่างแบบนี้หรอก ก็... เป็นห่วงมั้ง... เลยมานั่งรอว่าเมื่อไหร่มันจะกลับบ้าน ไอ้ตาลมันเป็นเด็กกิจกรรมนะ เห็นมันแบบนี้มันเข้าชมรมนาฎศิลป์ด้วย ซึ่งก็เข้ากับมันดี นึกภาพมันใส่ชุดไทยไปรำออกงานก็น่าจะเหมาะกับมัน

                ส่วนผมน่ะเหรอ มีแต่กีฬาที่ชอบอยู่สองอย่างคือเล่นบาสกับเตะบอล กลับบ้านมาไม่มีบอลให้เตะผมก็ไล่เตะไอ้น้องเวรนี่แทน แกล้งหยอกเฉย ๆ แหละ บางวันมันเขี้ยวอยากเตะก็เตะ มันเป็นที่รองมือรองเท้าชั้นดีให้ผมเลย

                รู้นะว่าผมนิสัยไม่ดีน่ะ แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่ผมจะเข้าถึงมันได้

                หลังจากนั้นไม่นานน้ำตาลก็เดินขึ้นห้องนอน ผมเล่นเกมจบตานั้นก็ขึ้นไปอยู่บนห้องเหมือนกันเพราะนึกได้ว่าผมมียาทาคลายกล้ามเนื้อ รอบก่อนผมเล่นบาสแล้วปวดแขนเลยซื้อมาเก็บไว้ใช้ วันนี้จะแบ่งให้ไอ้ตาลสักหน่อยแล้วกันเห็นมันนอนนวดแขนตัวเองเหมือนแขนจะหลุด

                ไม่ได้ห่วงอะไรเท่าไหร่หรอก ถือว่าทำบุญทำทานให้หมาให้แมวเฉย ๆ น่ะ

                ขณะที่ผมถือยาไว้ในมือแล้วจะเดินเอาเข้าไปให้มันที่ห้อง ผมกลับได้ยินเสียงเจ้าของห้องดังแว่วออกมาพอดี น้ำเสียงที่มันเลือกใช้แค่กับคนพิเศษของมัน

                “พี่ไทม์ค้าบบบ วันนี้หนูซ้อมรำวันแรกเมื่อยแขนมากเลยครับ ต่อท่าได้ครึ่งเพลงเอง ฮือ”

                [โอ๋ ๆ คนเก่งของพี่เหนื่อยแย่เลยนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปหาดีไหม เลิกเรียนแล้วพาไปกินของอร่อย ๆ หนูจะได้หายเหนื่อย]

                “จริงน้า ได้เลยครับ หนูจะรอน้า”

                เปิดลำโพงคุยกันดังขนาดนี้ต่อให้ผมไม่ตั้งใจฟังก็ยังได้ยิน ผมไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่ ที่รู้คือผมทนฟังเวลาสองคนนี้คุยกันไม่ได้เลย มันจะอ้วก สาบานตรงนี้ว่าตอนผมคุยกับบรรดาแฟนเก่ายังไม่หวานเท่าพี่น้องคู่นี้คุยกันเลย แล้วทุกครั้งที่ผมได้ยินมันก็อดคิดไม่ได้ ว่าถ้าตรงนั้นไม่ใช่น้ำตาลแต่เป็นผมล่ะ พี่ไทม์จะมีสักเสี้ยววินาทีที่คุยกับผมด้วยถ้อยคำน่ารักแบบนั้นไหม?

                เฮ้อ หมดอารมณ์แล้วว่ะ ผมว่าน้ำตาลคงไม่ต้องการยาทาคลายกล้ามเนื้อของผมแล้วล่ะ คิดว่าแค่ได้ยินเสียงพี่ไทม์มันคงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง สุดท้ายผมก็เดินคอตกเข้าห้อง เก็บยาไว้ที่เดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้รื้อค้นเพื่อจะนำไปให้ใคร

                ผมน่ะถ้าได้สู้กับน้ำตาลไม่ว่าจะการต่อปากต่อคำหรือการใช้กำลัง ยังไงผมก็ชนะ แต่เมื่อไหร่ที่มีพี่ไทม์เข้ามาผมแพ้หมดท่าว่ะ กับคนนี้ผมไม่สู้ แล้วผมอิจฉาน้ำตาลด้วยที่ได้รับความใจดีจากพี่ไทม์มานานขนาดนี้ อิจฉาทุกครั้งที่เขาใกล้กัน จนบางครั้งผมก็ถามตัวเองว่าสรุปแล้วผมชอบรอยยิ้มพี่ไทม์หรือผมชอบพี่ไทม์กันแน่วะเนี่ย

                ครืดดดด

                โทรศัพท์มือถือของผมสั่นผมจึงล้วงมันจากกระเป๋ากางเกงอย่างหงุดหงิด ทว่าเพียงแค่เห็นชื่อคนที่โทรมาก็ทำให้ผมทั้งดีใจและตกใจไปพร้อมกัน

                >> No.9 <<

                หึ ไอ้ห้องข้าง ๆ ผมมันคุยออเซาะกันแค่ไหนก็ช่างหัวมัน ผมเองก็มีคนให้ผมออเซาะเช่นกัน

                “ไนน์ สอบเสร็จแล้วเหรอ?”

                [เราสอบเสร็จแล้วววววว โคตรโล่งอกเลย เรานะอ่านหนังสือหนักมากแล้วก็ทำข้อสอบได้ด้วย มีไม่มั่นใจไม่กี่ข้อ คิดว่ารอบนี้ยังไงก็คะแนนติดท็อป]

                ไนน์ยังคงร่าเริงเหมือนเดิม ยิ้มเก่ง พูดเก่ง น่ารักเก่ง...

                “นึกว่าจะไม่โทรมาหาเราแล้ว”

                [ก็พีชบอกว่าสอบเสร็จให้โทรหา พีชจะรอ ว่าแต่พีชอารมณ์ไม่ดีเหรอทำไมคิ้วขมวดแบบนั้น มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?]

                ดูออกเลยเหรอว่าผมกำลังหงุดหงิด ถึงไนน์ถามผมก็ไม่บอกความจริงไปหรอกว่ากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรอยู่

                “ได้คุยกับไนน์อารมณ์ก็ดีขึ้นแล้ว ไม่มีอะไรหรอก”

                [ทะเลาะกับน้องอีกหรือเปล่า ใจเย็น ๆ น้า]

                ไนน์ยังอุตส่าห์รู้อีกว่าผมชอบหงุดหงิดเรื่องของน้ำตาล นี่ผมเล่าเรื่องส่วนตัวให้เขาฟังไปมากแค่ไหนวะเนี่ย

                “ยิ้มหวานให้เราหน่อย ไม่ได้เห็นหลายวันแล้ว”

                ยังพูดไม่ทันจบประโยคไนน์ก็คลี่ยิ้มหวานให้ผมทันที ยังคงเป็นยิ้มที่สดใสเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกเลย แต่คราวนี้ยิ้มจนตาหยี ยิ้มจนลักยิ้มขึ้น ผมอดที่จะแกล้งเขาไม่ได้ด้วยการบอกว่าอย่าเพิ่งหุบยิ้มนะ ยิ้มอีก ยิ้มกว้างอีกนิด จนเวลาผ่านไปนับนาทีที่ไนน์เกร็งหน้าอยู่แบบนั้น ผมแอบแคปหน้าจอไว้ตั้งหลายรูปแน่ะ

___________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

พบเด็กคลั่งรักหนึ่งอัตราค่ะ อยู่ในห้วงอารมณ์ตกหลุมรักขึ้นไม่ไหวเธอไนน์ใช่ไหมเป็นคนผลักฉัน ฮื่ออออ น่ารักกกก 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น