อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

E-Book ที่ Meb ราคา 219 บาท อ่านเป็นตอนและซื้อเหมาเรื่องผ่านเว็บราคาถูกได้ที่ niyayrak, readawrite, bannniyay หนังสือทำมือ 290 บาทสั่งได้ที่แพนเพจ "อติญา"

ชื่อตอน : 2 (3/3)

คำค้น : นายพราน กระต่ายป่า มีนา หนูบัว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2559 17:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 (3/3)
แบบอักษร

เธอไม่มีโอกาสจะอธิบายเหตุผลที่แท้จริงในการแต่งงานให้ชายคนรักได้เข้าใจ ไม่มีโอกาสได้กล่าวคำขอโทษหรือ

แม้แต่จะบอกลาเขาเลยสักคำ ยิ่งเกิดวิกฤติชีวิตคู่เธอหย่าขาดจากสามีทั้งๆ ที่อยู่กินกันยังไม่ถึงสามเดือนยิ่งทำให้หนูบัวไม่อาจแบกหน้ากลับไปหาเขา เพราะหญิงสาวเฝ้าคิดอยู่เสมอว่าร่างกายเธอแปดเปื้อนจนไม่อาจพามันกลับไปทำลายความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่เขามีให้เธอได้

ด้วยเหตุนี้นันท์นลินจึงตัดสินใจหนีความรัก หนีความต้องการของหัวใจตัวเองให้ออกมาจากชายหนุ่มผู้แสนดีคนนั้น

ถ้าเลือกได้เธอไม่อยากจะทำร้ายจิตใจชายคนรักเลยแม้แต่น้อย เธออยากให้เขาจำภาพที่เธอเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา เป็นหญิงคนรักที่แสนบริสุทธ์สดใส แทนที่จะเป็นหญิงหม้ายร่างกายแปดเปื้อนราคีเช่นนี้ เธอไม่อาจจะเดาได้ว่าเขาจะโกรธและเกลียดเธอมากเพียงใดแต่ในเมื่อนันท์นลินเลือกแล้วที่จะทำเช่นนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้เพียงคนเดียว หากชายคนที่เธอรักหมดใจกับชายที่เกลียดเธอจะเป็นคนๆ เดียวกัน... หญิงสาวก็ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้

                เพราะความรู้สึกผิดที่เกาะกุมจิตใจดวงน้อยมันคอยจะบีบคั้นความรู้สึกอยู่แบบนี้ นันท์นลินจึงมักจะหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อให้ตัวเองไม่มีเวลาว่างไปคิดฟุ้งซ่าน ฉายามิสบีซี่ที่เพื่อนๆ ใช้เรียกเธอนั้นไม่ได้มาง่ายๆ ตลอดเวลาเจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์ สาวไทยผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างบอบบางสมส่วน เจ้าของนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลสดใสกับทรงผมสั้นที่ตัดซอยทันสมัยส่งเสริมให้บุคลิกของเธอดูปราดเปรียวคล่องแคล่วมักจะไปปรากฏตัวอยู่ตามชมรมต่างๆ เพื่อทำกิจกรรม แถมบางครั้งยังรับเป็นแนนนี่พี่เลี้ยงเด็กให้กับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันอีกต่างหาก

แต่ไม่ว่าหญิงสาวจะพยายามหางานให้ตัวเองทำมากเพียงใดแต่ช่วงเวลาอ่อนไหวก็ยังคงแวะเวียนมาทักทายเธออยู่เสมอๆ อย่างเช่นตอนนี้หยดน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยหนูบัวจะรู้สึกอ่อนแอและเปราะบางทุกครั้งยามเผลอไผล หรือไม่ก็ในคราวที่หวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต หญิงสาวอยากรู้ข่าวคราวของชายผู้เป็นที่รักเหลือเกินสองปีที่ผ่านมามันไม่เคยทำให้ความรู้สึกในใจดวงน้อยๆ ลบเลือนไป เธอเคยรักเขามากเช่นไรทุกวันนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่เช่นเดิม จะมีเพียงแค่ความรู้สึกผิดและละอายใจเท่านั้นที่มันทับถมเพิ่มมากขึ้นทุกที... ทุกที

นิ้วมือเรียวยาวพิมพ์ข้อความถึงเพื่อนๆ ว่าขอโทษที่กลับมาโดยไม่ได้บอกเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตอนนี้เธอกลับมาถึงห้องเรียบร้อยแล้วและกำลังจะพักผ่อน จากนั้นก็จัดการอาบน้ำเรียกความกระชุ่มกระชวยกลับคืนให้ร่างกายที่เริ่มจะอ่อนล้าจากนั้นจึงมาซุกตัวลงบนเตียงอุ่นที่เป็นเสมือนเกราะกันภัย ความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจทำให้

หนูบัวจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดายแค่ชั่วระยะเวลาหัวถึงหมอนเท่านั้นเอง

                ปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง!

                เสียงกริ่งหน้าประตูปลุกร่างเล็กที่กำลังนอนหลับอุตุสบายอุราอยู่บนที่นอนให้ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก สายตาคมตวัดมองที่นาฬิกาหัวเตียงมันบอกเวลาว่าตอนนี้เพิ่งจะแปดโมงเช้าเท่านั้นเอง

                “ใครจะมาแต่เช้าขนาดนี้กันนะ” นันท์นลินเดินบ่นอุบอิบระหว่างที่คว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินลากขาอย่างเกียจคร้านออกไปยังหน้าประตูห้อง

                คนตัวเล็กส่องดูที่ช่องตาแมวเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู เขาสวมเสื้อผ้าเหมือนชุดฟอร์มของบริษัทอะไรสักอย่างที่ค่อนข้างคุ้นตาแต่หญิงสาวคิดไม่ออกเหมือนกันวว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน มือเล็กๆ ค่อยๆ ปลดล็อกกลอนแล้วแง้มประตูออกอย่างช้าๆ               

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณผู้หญิง ผมมาพบมิสบีไม่ทราบว่าเธออยู่หรือไม่ครับ” และทันทีที่มีคนเปิดประตู ชายหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็ร้องทักด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะน่าฟัง

“สวัสดีค่ะ ดิฉันคือมิสบีไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านั้นเรียกชื่อที่น้อยคนนักจะรู้จัก หญิงสาวจึงเปิดประตูกว้างขึ้น และเธอก็เห็นว่าชายหนุ่มในชุดฟอร์มปักโลโก้ของร้านจัดดอกไม้ชื่อดังแห่งหนึ่งนั้นยืนหอบดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโตไว้ในอ้อมแขน

“ดอกกุหลาบสีแดงนี้แทนคำขอโทษจากสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง รบกวนเซ็นรับด้วยครับ” เขาส่งเอกสารรับสินค้าให้เธอเซ็น เมื่อเธอส่งกระดาษนั้นกลับเขาก็ยื่นดอกกุหลาบในอ้อมแขนส่งให้เธอแล้วเอ่ยลา

นันท์นลินเดินกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูลงกลอนแน่นหนาตามเดิม เธอยืนมองดอกกุหลาบช่อยักษ์ในอ้อมแขนแล้วส่ายศีรษะช้าๆ ไม่ต้องอ่านการ์ดที่แนบมาก็รู้ว่าใครเป็นคนส่งของดอกไม้ช่อนี้มาให้ เรื่องตบหัวแล้วลูบหลังเป็นงานถนัดอีกอย่างหนึ่งของคาสโนวาตัวร้ายอย่าง โรเจอร์ แมคควิน ฝรั่งหน้าหล่อตาสีเขียวที่เจ้าเล่ห์เกินกว่าจะสรรหาถ้อยคำมาบรรยายสรรพคุณของเจ้าตัว

ถึงเธอจะไม่เคยคิดจะรับไมตรีใดๆ จากชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่เจ้าดอกกุหลาบสีแดงดอกโตที่หอมกรุ่นพวกนี้มันก็สวยงามเกินกว่าที่เธอจะใจร้ายเหวี่ยงทิ้งให้มันไปนอนเหี่ยวแห้งไร้ค่าอยู่ก้นถังขยะ

หนูบัวจึงจัดการดอกกุหลาบพวกนั้นโดยแบ่งจัดใส่แจกันวางไว้ในครัว บนโต๊ะอาหารรวมถึงในห้องน้ำจากนั้นก็ย้ายร่างที่ยังคงสะลึมสะลือของตัวเองกลับไปที่เตียงกว้างซุกตัวลงในผ้านวมผืนหนาเพื่อหาความอบอุ่นอีกครั้ง นานทีปีหนเธอถึงอยากจะนอนขี้เกียจแบบนี้สักหน่อย สายๆ ค่อยตื่นมาอีกทีก็ได้ตอนนี้ขอนอนเอาแรงอีกสักตื่นก่อนก็แล้วกัน

นันท์นลินลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเวลาสายๆ เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ ตั้งใจจะไปหากาฟกับอาหารง่ายๆ ทาน ถ้าอากาศดีๆ ก็อาจจะแวะไปที่ร้านขายหนังสือที่แวะเมื่อวานอีกครั้งเพื่อซื้อหนังสือเล่มที่หมายตาเอาไว้ ไม่ทันที่จะแต่งตัวเสร็จดีเสียงโทรศัพท์มือถือของหนูบัวก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อของแซมเพื่อนสาวผมแดง

“สวัสดีบี เธอตื่นหรือยัง” ปลายสายยิงคำถามทันที่ที่เธอกดรับสาย ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะได้เอ่ยทักทายตามมารยาทเลยด้วยซ้ำ

“หวัดดีแซม มีอะไรหรือเปล่าเสียงเธอดูร้อนใจนะ”

“พี่สาวกับพี่เขยฉันมีธุระด่วนต้องบินไปธุระสองสามวัน แล้วเจ้าตัวเล็กสองคนก็พาไปด้วยไม่ได้ บีเธอมาอยู่เป็นเพื่อนช่วยฉันดูแลเด็กๆ หน่อยได้ไหม ฉันกลัวว่าถ้าอยู่คนเดียวจะดูแลไม่ไหวน่ะ” แซมมี่รัวประโยคใส่ด้วยน้ำเสียงร้อนรนเพราะต้องการความช่วยเหลือจริงๆ การดูแลเด็กชั่วระยะเวลาสั้นๆ นั้นซาแมนธาสามารถทำเองได้ไม่มีปัญหา แต่หากต้องดูแลเด็กวัยกำลังซนถึงสองคนเวลาถึงสามวัน แซมมี่ท่าจะไปไม่รอดจึงจำเป็นต้องโทรมาขอความช่วยเหลือจากมิสบี ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลเด็ก

“เรื่องแค่นี้เองแซม อีกนึ่งชั่วโมงเจอกันที่บ้านนะเดี๋ยวขอเก็บกระเป๋าก่อน” หนูบัวจำต้องยอมเปลี่ยนแผนเพราะเพื่อนสาวต้องการความช่วยเหลือ สาวน้อยผิวสีน้ำผึ้งเปลี่ยนเป้าหมายไปจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบเล็กก่อนที่จะเดินตรวจตราความเรียบร้อยในห้องพักแล้วออกเดินทาง ซึ่งระหว่างทางเธอก็แวะดื่มกาแฟและทานอาหารรองท้องนิดหน่อยที่คาเฟ่แถวๆ ที่พักจากนั้นจึงมุ่งหน้า ไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อไปหาแซมมี่และเด็กๆ ที่บ้าน

 

“ฉันดีใจจริงๆ ที่เธอมาได้บี ขอบคุณมากๆ” แซมมี่โผเข้ากอดเพื่อนสาวชาวเอเชียทันทีที่เธอมากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้าน พี่สาวของเธอออกเดินทางไปติดต่อธุรกิจกับสามีตั้งแต่เช้าแล้ว ทั้งบ้านจึงเหลือเพียงแค่สาวผมแดงกับหลานเล็กๆ อีกสองคน

“ไม่เป็นไรจ๊ะเรื่องแค่นี้เอง ตอนนี้เด็กๆ อยู่ไหนล่ะ” หนูบัวถามขณะที่เดินเข้าบ้านของเพื่อนสาวด้วยความคุ้นเคยบ่อยครั้งที่เธอมานอนค้างที่นี่และก็บ่อยครั้งอีกเช่นกันที่อีดิทพี่สาวของแซมไหว้วานให้เธอช่วยมาเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกน้อยทั้งสอง

ยามที่เธอต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจกับสามีที่ต่างเมือง

แม้ครอบครัวของซาแมนธาจะเป็นนักธุรกิจที่ค่อนข้างมั่งคั่ง แต่ไม่นิยมจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงลูกหลานทั้งวันทั้งคืน พวกเขาชอบที่จะเลี้ยงดูบุตรหลานด้วยตัวเองและเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เห็นพัฒนาการและเพิ่มความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างครอบครัวได้ จะมีวุ่นวายเล็กน้อยยามที่เกิดมีงานเข้ากะทันหันที่ต้องวิ่งวุ่นหาคนมาช่วยดูซึ่งหากเข้าตาจนหาคนใกล้ตัวไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ อีดิทจะจัดการจ้างพี่เลี้ยงจากบริษัทที่น่าเชื่อถือได้แทน

“สวัสดีค่ะมิสบี”

“มิสบีมาแล้ว สวัสดีค่ะ” เสียงเล็กๆ ของสองเด็กหญิงร้องทักขึ้นมาทันทีเมื่อนันท์นลินปรากฏตัวขึ้นในห้องนั่งเล่น แมรี่โรส และอลิเซียเด็กน้อยวัยสี่ขวบและหกขวบกำลังนั่งเล่นตุ๊กตาและตัวต่ออยู่บนพื้นห้อง

“สวัสดีจ๊ะเด็กๆ เล่นอะไรกันอยู่หรือจ๊ะขอมิสบีเล่นด้วยคนนะ” หญิงสาวเข้าไปหาเด็กหญิงตัวน้อยทั้งสองด้วยความคุ้นเคยระหว่างที่แซมอาสานำกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บให้ในห้องพักแขก ใช้เวลาไม่นานเด็กน้อยสองคนกับหญิงสาวอีกสองคนก็นั่งเล่นเป็นเพื่อนซี้ต่างวัยอยู่ในห้องนั่งเล่น

สองสาวช่วยกันวางโปรแกรมทำกิจกรรมให้เด็กๆ เล็กน้อยเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อหากต้องนั่งเล่นอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน โชคดีที่เด็กหญิงทั้งสองคนเป็นเด็กเรียบร้อยน่ารักการพาออกไปเที่ยวนอกบ้านจึงไม่ค่อยเป็นปัญหาเว้นแต่แมรี่โรสที่ยังเด็กนักอาจจะมีโยเยบ้างตามประสาแต่ก็ไม่ยากเกินที่จะดูแล

กิจกรรมนอกบ้านของสองเด็กน้อยจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้ที่สวนสาธารณใกล้บ้าน แซมมี่และหนูบัวจะเตรียมตะกร้าปิกนิกให้เด็กๆ และหากมีเวลาเหลือและอากาศดีอาจจะแวะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดแถวมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นตลาดเล็กๆ สำหรับขายสินค้าแฮนด์เมด

 

แต่กว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ความสนุกของเด็กๆ กำลังจะเริ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงวันใหม่เพราะคุณน้าใจดีและพี่เลี้ยงจำเป็นแสนสวยจัดการแปลงโฉมสองเด็กน้อยให้กลายเป็นแม่ครัวตัวจ้อย ได้เลือกอาหารกลางวันและลงมือช่วยกันปรุงอาหารนั้นเอง ซึ่งแม้มันจะเลอะเทอะไปหน่อยแต่เด็กๆ ก็สนุกและผู้ใหญ่ก็มีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

 

สำหรับลวงรักพันธนาการร้อนจะเริ่มติดเหรียญและใช้กุญแจตั้งแต่ตอนที่ 6 เป็นต้นไป

ขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมานะคะ

 

 ตอนนี้ธันวากับวสาติดอันดับ E-Book ขายดีใน Meb Market เหมือนกับพี่สิงห์กับหนูขนมผิงแล้วนะคะ

หากใครอยากจับจองเป็นเจ้าของก็โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

 

#

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/11656855-member.jpg

E-BookMeb Market หนี้ร้ายพันธนาการรัก

E-Book OOK BEE หนี้ร้ายพันธนาการรัก

สิงหา + พิมพ์อุมา 

 

#

E-BookMeb Market ลวงรักพันธนาการร้อน

E-Book OOK BEE ลวงรักพันธนาการร้อน

ธันวา + วสา
 

อยากเม้าท์กะติญาไปหาที่เพจ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น