อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

E-Book ที่ Meb ราคา 219 บาท อ่านเป็นตอนและซื้อเหมาเรื่องผ่านเว็บราคาถูกได้ที่ niyayrak, readawrite, bannniyay หนังสือทำมือ 290 บาทสั่งได้ที่แพนเพจ "อติญา"

ชื่อตอน : 2 (1/3)

คำค้น : นายพราน กระต่ายป่า มีนา หนูบัว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2559 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 (1/3)
แบบอักษร

                ชีวิตนักศึกษาปริญญาโทในประเทศอังกฤษของนันท์นลินผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับจากวันที่เธอตัดสินใจโบกมืออำลาชีวิตคู่แสนสั้นของตัวเองและจัดการขอหย่าขาดจากสามีรูปหล่อ พ่อรวยแถมหมัดมวยก็เชี่ยวชาญอย่างแทนทัพ  เกริกเกรียงไกร

มาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าสองปีมาแล้ว หญิงสาวจงใจตัดขาดจากทุกอย่างที่เมืองไทยโดยบุคคลที่เธอยังคงติดต่ออยู่สม่ำเสมอก็คงจะมีเพียงแค่มารดาและเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

                เสียงเตือนจากโปรแกรมแชทยอดนิยมทำให้หญิงสาวเจ้าของดวงหน้าคมเข้มหลุดออกจากภวังค์ เมื่อหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องเก่งของตนเองขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นสเตซี เพื่อนสาวที่เรียนคลาสเดียวกันส่งข้อความมาบอกให้รู้ว่ากำลังจะออกเดินทางไปรอที่จุดนัดพบคือสถานีรถไฟใต้ดิน วันนี้หนูบัวและเพื่อนๆ นัดกันไปฉลองที่การสอบประมวลความรู้ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการสอบครั้งนี้นักศึกษาทุกคนต้องฟื้นความรู้ทั้งหมดที่เคยเรียนมาตลอดสองปีให้กลับมาอยู่ในสมองให้ได้ ซึ่งถึงมันจะยากและเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใดหญิงสาวและเพื่อนๆ ก็ผ่านมันมาแล้วเรียบร้อยเมื่อเย็นวานนี้

                สเตซี : ฉันกำลังจะออกไปแล้วนะบี

                นันท์นลิน : โอเค ฉันกำลังจะออกไปเหมือนกัน

                สเตซี : อีก 15 นาทีเจออกันนะ บาย

                ที่มหาวิทยาลัยเพื่อนๆ มักเรียกชื่อแทนตัวของหนูบัวว่า “บี” เนื่องจากชื่อจริงของเธอเรียกยากมิหนำซ้ำชื่อเล่นยังออกเสียงยากยิ่งกว่าชื่อจริง เพื่อนชาวต่างชาติจึงเรียกชื่อเธอสั้นๆ ว่า บีซึ่งเป็นตัวอักษรตัวแรกของชื่อเล่นเมื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และบางครั้งเพื่อนๆ ก็เรียกสาวเอเชียร่างบอบบางคนนี้ว่า “มิสบีซี่” ด้วยเหตุเพราะนันท์นลินไม่เคยปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่าง เธอมักจะหากิจกรรมทำเสมอๆ

                มือเรียวบอบบางเก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าใบเล็กรวมกับกระเป๋าสตางค์ที่ใส่เอาไว้ก่อนหน้า จากนั้นก็คว้าเสื้อโค้ทมาสวม หยิบกุญแจจัดการล็อกอพาร์ทเม้นท์ตรวจสอบจนแน่ใจดีว่าแน่นหนา ร่างเล็กบอบบางจึงเดินเรื่อยๆ ไม่รีบเร่งมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟใต้ดินที่ห่างจากที่พักแห่งนี้เพียงสิบกว่านาที

                พี่พักของนันท์นลินนั้นอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยซิตี้ ยูนิเวอร์ซิตี้, ลอนดอน เพียงแค่เดินสิบห้านาที เหตุผลที่หญิงสาว

เลือกพักที่นี่นอกจากเหตุผลที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางแล้ว อพาร์ทเม้นแห่งนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างรัดกุม รวมทั้งราคาก็ไม่สูงเกินไปจนต้องหารูมเมทเพราะหนูบัวเป็นหญิงสาวที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เธอชอบใช้เวลาส่วนตัวตามลำพังซึ่งหากจะต้องแชร์ห้องพักกับคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดจนเกินไป

                ถึงแม้คุณอมราภรณ์ผู้เป็นมารดาจะแนะนำให้ไปเช่าเพนท์เฮาส์ราคาสูงและจ้างคนขับรถเพื่อความสะดวกสบายและนางยังยืนยันที่จะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ แต่หนูบัวก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุเธออยากมาหาประสบการณ์ชีวิตที่ต่างแดนไม่ใช่มาเปลี่ยนสถานที่ในการดำรงชีวิตแบบคุณหนูตามเดิม

                “ไฮ! บี ทางนี้ๆ” สาวฝรั่งผมสีทองที่เหยียดยาวถึงกลางหลังโบกไม้โบกมือเมื่อเห็นเพื่อนสาวชาวเอเชียหุ่นกะทัดรัดเดินเข้ามายังสถานีรถไฟใต้ดิน

                “หวัดดีสเตซี, แซมมี่ เป็นไงกันบ้าง” หญิงสาวเอ่ยทักสเตซีเพื่อนสาวคนสนิท สเตซีเป็นสาวอเมริกันที่ครอบครัวมาทำธุรกิจที่ประเทศอังกฤษ บิดาของเธอจึงย้ายมาตั้งรกรากอยู่ในประเทศนี้เป็นการถาวร

                “ฉันยังรู้สึกว่าข้อสอบสัมภาษณ์เมื่อวานมันยังวิ่งอยู่ในหัวฉันอยู่เลยนะบี” แซม, แซมมี่ หรือซาแมนธาสาวอังกฤษใช้มือขาวซีดของเธอขยี้ผมฟูฟ่องของตัวเองแล้วเริ่มทำท่าเหมือนจะทึ้งมันออกมา

                “เฮ้แซม! อย่าทำแบบนั้นน่ามันผ่านไปแล้ว เราทุกคนทำมันเต็มที่” หนูบัวคว้ามือของเพื่อนสาวออกจากผมสีแดงเพลิงเพื่อให้เธอหยุดทารุณกรรมหนังศีรษะตัวเอง

                “บีพูดถูกนะแซมมี่น้อยพวกเราเต็มที่กับการสอบไปแล้ว วันนี้เราก็ต้องพักผ่อนกันให้เต็มที่... ไปกันเถอะเดี๋ยวพวกของเจสอีกสองสามคนจะไปรอเราที่ร้านอาหาร” เป็นสเตซีที่ตัดบทก่อนจะจูงมือทั้งนันท์นลินและซาแมนธามารอขึ้นรถไฟใต้ดินขบวนถัดไป

                ใช้เวลาไม่นานสามสาวก็มาถึงย่านเวสต์เอนด์ ตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำวันนี้หนูบัวและเพื่อนๆ ตั้งใจจะหาร้านอาหารอร่อยๆ สำหรับดินเนอร์ก่อนจะไปผ่อนคลายที่บาร์เจ๋งๆ สักที่หนึ่ง ปกติแล้วนันท์นลินจะมาที่ย่านนี้ค่อนข้างบ่อยแต่ไม่ได้มาเพื่อเที่ยวสถานบันเทิงเช่นในวันนี้

                ย่านเวสต์เอนด์เป็นย่านธุรกิจพลาซ่าที่มีครบทั้งร้านอาหาร ร้านค้า สถานบันเทิง พิพิธภัณฑ์ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ มากมาย หญิงสาวมาที่ย่านนี้ค่อนข้างบ่อยเพราะมีทุกอย่างที่ต้องการครบในที่เดียว บ่อยครั้งที่มาเดินเล่นใน

หอสมุดแห่งชาติ หรือแวะไปที่พิพิธภัณฑ์หนูบัวมักจะมานั่งทานอาหารเย็นไม่ก็แวะจิบชาก่อนกลับที่พักในร้านแถวนี้อยู่เสมอ

                “วันนี้เราจะลองอาหารอะไรดี” แซมมี่ถามขึ้นหลังจากที่ทั้งสามคนเดินมารอเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง

                “เอาอะไรที่เราคุ้นเคยดีกว่าแซม ไม่อยากเสี่ยงปวดท้องอย่าลืมสิคืนนี้เราต้องไปดื่มต่อ” สเตซีพูดขึ้นระหว่างที่กวาดสายตามองหาเจสแฟนสาวที่นัดกันไว้

                รอไม่นานสาวฝรั่งผมทองคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาหนูบัวและกลุ่มเพื่อนโดยคนที่มาใหม่คว้าคอของสเตซีแล้วประกบริมฝีปากบดขยี้แลกจุมพิตอย่างไม่มีใครยอมใคร ตอนทีรู้จักสเตซีและเจสสิกาใหม่ๆ หนูบัวมักจะเขินอายทุกครั้งที่สองสาวคู่รักทักทายกันแบบนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็เริ่มจะชินไปเองเพราะทั้งสองคนเป็นคู่รักที่หวานหยดย้อยชนิดน้ำตาลยังอาย

                สองสาวผมทองนี้เป็นคู่รักเลสเบี้ยนคู่แรกที่นันท์นลินรู้จัก ถึงแม้แรกๆ เธอออกจะงงๆ เล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเพื่อนสาวหน้าตาสวยเฉี่ยวมีแฟนเป็นผู้หญิงที่สวยบาดตาไม่แพ้กัน เจสสิกาย้ายมาจากเมืองลุงแซมเช่นเดียวกับสเตซี เธอยอมทิ้งงานมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศนี้อย่างไม่ลังเลเลยเมื่อทราบว่าครอบครัวของคนรักจะย้ายมาตั้งรกรากที่ประเทศอังกฤษ

                “เฮ้! ใจเย็นเพื่อนเกรงใจสาวโสดอย่างฉันกับบีบ้างเถอะนะ” แซมแกล้งหยอกขำๆ เมื่อเห็นว่าสาวสวยสองคนยังไม่ยอมละริมฝีปากออกจากกัน

                “ขอโทษทีนะ ไม่เจอแฟนหลายวันก็คิดถึงเป็นธรรมดา แล้วเธอสองคนสบายดีไหมได้ข่าวว่าสอบเมื่อวานเล่นเอาแทบแย่” เจสที่ยอมผละจุมพิตพิศวาสย้ายมือมาโอบเอวของสเตซีไว้หลวมๆ ก่อนที่จะหันมาทักทาย

                “พวกเราถึงต้องการผ่อนคลายไงเจส หิวแล้วจะไปร้านไหนกันดีล่ะ” แซมตอบพร้อมถามถึงอาหารค่ำในคืนนี้

                “เห็นว่ามีร้านอาหารอิตาเลียนเปิดใหม่เราจะลองกันไหมล่ะ” เจสสิก้าถามความเห็น

                “ก็น่าจะดีนะ ว่าไงล่ะแซม สเตซีแล้วไหนว่าจะมีเพื่อนมาด้วยไงเจส” หนูบัวถามความเห็นเพื่อนๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามถึงเพื่อนๆ ของเจสเพราะก่อนหน้านี้สเตซีบอกไว้ว่าจะมีเพื่อนของแฟนสาวมาเที่ยวด้วยสองสามคน

                “เดี๋ยวพวกนั้นจะตามไปเจอที่บาร์ สรุปร้านอาหารอิตาเลียนที่เปิดใหม่นะเดินตามมาเลยสาวๆ” เจสโอบเอวของสเตซีแล้วเดินนำเธอกับแซมไป เดินจากจุดนัดพบมาประมาณสองช่วงตึกถึงร้านอาหารอิตาเลียน แต่เนื่องจากร้านเปิดใหม่มีคนต้องการมาลองชิมจำนวนมากจึงจำเป็นต้องรอคิวอีกประมาณยี่สิบนาที หนูบัวและเพื่อนๆ ที่ไม่ได้รีบร้อนจะไปไหนจึงยินดีที่จะนั่งรอ คุยกันไปเรื่อยๆ เวลายี่สิบนาทีนั้นไม่นานเลยเพราะคุยกันยังไม่จบเรื่องบริกรของร้านก็มาเรียกคิว

 

สำหรับกลรักพันธนาการใจจะเริ่มติดเหรียญและใช้กุญแจตั้งแต่ตอนที่ 6 เป็นต้นไป

ขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมานะคะ

 

 ตอนนี้ธันวากับวสาติดอันดับ E-Book ขายดีใน Meb Market เหมือนกับพี่สิงห์กับหนูขนมผิงแล้วนะคะ

หากใครอยากจับจองเป็นเจ้าของก็โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

 

#

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/11656855-member.jpg

E-BookMeb Market หนี้ร้ายพันธนาการรัก

E-Book OOK BEE หนี้ร้ายพันธนาการรัก

สิงหา + พิมพ์อุมา 

 

#

E-BookMeb Market ลวงรักพันธนาการร้อน

E-Book OOK BEE ลวงรักพันธนาการร้อน

ธันวา + วสา
 

อยากเม้าท์กะติญาไปหาที่เพจ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น