แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 24

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2563 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 24
แบบอักษร

 

 “สกาย อาทิตย์หน้าสอบใช่มั้ยลูก”  

“ใช่ครับ หนูจะปิดเทอมแล้ว” สกายหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มกว้างอย่างดีใจ ผมเองก็ยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน  

ผมนั่งเฝ้าเจ้าอ้วนทำการบ้านคอยสอนบ้างในตรงที่ไม่เข้าใจ ผมไม่รู้ว่าระบบศึกษาสมัยนี้มันยังไงแต่การบ้านเจ้าอ้วนมันยากเกินไปสำหรับเด็กหกขวบหรือเปล่า ขนาดผมยังคิดว่ายากเลย  

“ได้เวลาดื่มนมแล้วทั้งแม่ทั้งลูกเลย”  

“นม!!”  

สกายรีบวิ่งลงจากเตียงไปรับแก้วนมอุ่น ๆ ที่พ่อของเขาถือเข้ามา อีกแล้วคุณน่านฟ้ายื่นให้ผม เป็นนมเสริมแคลเซียมที่หมอมุ่ยบอกให้กินเสริมระหว่างตั้งครรภ์ ตอนแรกผมก็กินคนเดียวแต่ไม่กี่วันก่อนเจ้าอ้วนได้ชิมด้วยอร่อยติดใจตอนนี้เลยกลายเป็นว่าจะต้องชงมาให้เขาดื่มก่อนนอนด้วย  

“คุณไม่ดื่มหรอครับ”  

“ไม่อยากแย่งหนูกับลูกกิน” ร่างสูงบอกแล้วขยับไปนอนที่ว่างบนเตียงลูก  

“มานี่ครับหม่าม๊าเช็ดปากให้”  

“หม่าม๊าคืนนี้นอนด้วยกันได้ไหมครับ” เจ้าอ้วนเข้ามาอ้อนใกล้ๆ เดี๋ยวนี้อยากนอนกับผมบ่อยคงเพราะอยากอยู่ใกล้น้อง ผมลูบหัวทุยของลูกชายแล้วพยักหน้า  

ในคืนนี้เป็นอีกคืนที่เราสี่คนพ่อแม่ลูกนอนด้วยกัน โดยมีสกายนอนอยู่ตรงกลางด้วยอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้นกับสรีระที่เปลี่ยนไปทำให้นอนค่อนข้างลำบาก เจ้าสกายกอดท้องกลม ๆ ของผมไว้หลวม ๆ จนหลับ คุณน่านฟ้าจึงค่อย ๆ แกะลูกลิงออกให้เปลี่ยนไปนอนเกาะตัวเองแล้ว 

 

ในตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาเตรียมของไปโรงเรียนให้ลูกตามปกติ คุณน่านฟ้าก็ตื่นแต่เช้ามาช่วยด้วยเหมือนกัน โดยปลุกสกายให้ไปอาบน้ำและเข้าจะมาแต่งตัวให้ ส่วนผมเหนื่อยง่ายหลังจากเตรียมทุกอย่างแล้วก็กลับไปนอนตามเดิม ให้พ่อลูกเขาจัดการกันเอาเอง 

ฟอด!  

“ตื่นได้แล้วแสงสายแล้ว”  

“อื้อ...” ผมพลิกตัวหนีอย่างรำคาญ แต่อีกคนก็ตามกวนไม่เลิก “อือออ...ผมง่วง”  

“ไม่ได้ครับสายแล้วตื่นไปกินข้าวก่อน "เสียงทุ้มกระซิบใกล้ ๆ หูลมหายใจอุ่นร้อนเปล่ารดที่ใบหูและลำคอจนขนเกลียว “ลุกครับคนดีกินข้าวก่อนตัวน้อยหิว”  

ผมหรี่ตัวขึ้นมองใบหน้าหล่อที่อยู่ไม่ไกลใช้มือทั้งสองข้างประคองดึงเข้ามาใกล้จนคุณน่านฟ้าเสียหลักล้มลงคร่อมร่างผอมไว้ ใบหน้าเราห่างกันแค่คืบเดียวลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดลงบนริมฝีปากให้ความรู้สึกวาบหวามเป็นอย่างมาก  

“ส่งลูกแล้วหรอครับ”  

“อืม” เราสองคนประสานสายตากันและกัน อยู่ครู่หนึ่งและเป็นผมที่รู้สึกต้องการอีกคนขึ้นมา 

“คุณครับจูบหน่อย” ผมอ้อนส่งสายตาเว้าวอนให้ร่างสูงแต่อีกคนส่ายหน้า “จูบหน่อยสิครับ”  

“หนูอย่ายั่วสิครับ หืม ถ้าพี่อดใจไม่ไหวจะทำยังไง”  

ผมเข้าใจความหมายของเขาแต่ตอนนี้อายุครรภ์ผมมันเลยจุดเสี่ยงมาแล้ว ส่วนเรื่องอย่างว่า...หมอบอกว่าทำได้แต่ต้องเป็นท่าที่ถูกต้อง อีกอย่างเราไม่ได้ทำกันนานแล้ว  

“ก็ทำสิครับ ทำได้แล้วแต่อย่าแรงนะ” 

ผมเป็นฝ่ายดึงใบหน้าหล่อของสามีเข้ามาจูบบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันเผยอปากเล็กน้อยรับเรียวลิ้นอุ่นชื้นเข้ามาเกี่ยวพันดูดดันจนเกิดเสียงน่าอาย 

พรึ่บ!  

“หนูจะทำอะไรครับ”  

ผมนั่งคร่อมร่างสูงไว้ทำให้กางเกงร่นขึ้นมาถึงขาอ่อนมือทั้งสองข้างกดลงบนหน้าอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น คุณน่านฟ้ามองอย่างอึ้ง ๆ คงไม่คิดว่าผมจะอยู่ข้างบน  

“เดี๋ยวหนูทำเอง” ผมพูดเสียงอ้อมแอ้มไม่บ่อยนักที่ผมจะแทนตัวเองว่าหนู 

มุมปากของคนอายุเยอะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเขาพยักหน้าเข้าใจและใช้แขนทั้งสองข้างไปหนุนรองที่รอเพื่อดูว่าผมจะทำอะไรต่อไป เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงไปกับกิจกรรมบนเตียงที่ผมเป็นฝ่ายคุมเกมก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว  

“เข้าบริษัทหรอครับ”  

“จ้ะ หนูไปด้วยไหมพนักงานถามหาเยอะเลย” คุณน่านฟ้าบอกในตอนที่กำลังยืนให้ผมช่วยผูกเนกไท  

“จริงหรอครับ ไม่เอาดีกว่า”  

“จริงสิ พวกเขารักหนูมากเลยนะเขาบอกว่าเพราะหนูทำให้พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดทั้งยังเพิ่มสวัสดิการให้อีก”  

“พวกเขาควรได้ครับ” ผมตอบไปแบบนั้น “แต่คงไม่ให้ดีกว่าไม่อยากกวนคุณเวลาทำงาน”  

“กวนอะไร? ไม่หรอก” วงแขนแกร่งรั้งตัวผมเข้าไปกอดและกดจมูกลงกลางกระหม่อม “สระผมด้วยนะ”  

เพี๊ยะ!!  

“เดี๋ยวเถอะพึ่งสระไปเมื่อวาน”  

“หยอกไงครับ”  

“ไปทำงานได้แล้วครับสายมากแล้วนะ”  

คุณน่านฟ้ายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มผมฟอดใหญ่ก่อนออกไปจากห้อง ส่วนผมก็ตามเก็บพวกเสื้อผ้าจัดระเบียบในห้องให้ดีขึ้นหน่อยอายแม่บ้านเวลาเขาเข้ามาทำความสะอาด  

“ตายแล้ว!!”  

“มีอะไร!”  

ผมขำสีหน้าคุณน่านฟ้าที่วิ่งหน้าตื่นมาหลังจากที่ได้ยินเสียงโวยวายของแม่บ้าน ก็เธอเห็นผมเดินหอบผ้าปูที่นอนลงมาน่ะสิเลยตกใจกลัวจะอันตราย ทั้งที่จริงไม่ได้เปิดอะไรเลยตื่นตูมกันทั้งนั้น  

“วางเลยพี่ทำเอง” ร่างสูงบอกทั้งยังส่งสายตาดุๆ จนต้องยอมวางตะกร้าในมือลง "เธอไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง" เขาหันไปบอกแม่บ้านเธอก็เดินยิ้มเล็กน้อยและเดินกลับลงไป 

"ไม่รีบไปทำงานหรือครับ" 

"บริษัทตัวเองไปตอนไหนก็ได้น่ะ ยังไงก็สายอยู่ดี" 

"งั้นรีบเลยครับ เดี๋ยวเที่ยงผมเอาปิ่นโตไปส่งนะ" 

คุณน่านฟ้าแทบจะหยุดเดินหันกลับมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็กที่ได้ของเล่น ไม่รู้ว่าชอบอาหารฝีมือผมหรือดีใจที่ผมจะแวะเข้าไปหาตอนกลางวันกันแน่ 

"ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้ครับ แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ต้องหวังอะไรที่มันยุ่งยากเลย" 

"แค่กะเพราหมูสับก็ดีใจจะตายแล้วครับ" 

"ค๊าบบบ รีบลงไปข้างว่างได้แล้ว" 

คุณน่านฟ้าดื่มแค่กาแฟดำแก้วเดียวกับขนมปังปิ้งที่ผมบังคับให้กิน ทำตัวเหมือนเด็ก ๆไปได้จะต้องบังคับให้กินข้าวตอนเช้าขนาดสกายยังบอกง่ายกว่าเขาอีก เมื่อกินแล้วเรียบร้อยผมก็เดินไปส่งเข้าขึ้นรถเหมือนปกติทุกวัน ร่างสูงก็ดึงผมเข้าไปหอมแก้มซ้ายทีขวาที ไม่อายแม่บ้านเลยหรือไงเนี่ย ผมเม้มปากจนเป็นเส้นตรงหันกลับไปรับกระเป๋าและสูทส่งให้กับสามี 

"ตั้งใจทำงานนะครับ แล้วเจอกันตอนกลางวัน" 

"พี่รอนะครับ" 

"อืม" 

ผมยืนส่งจนรถแล่นออกไปสุดสายตาแล้วจึงกลับเข้าไปข้างในบ้าน หลังจากอาบน้ำกินข้าวเช้าแล้วเรียบร้อยแล้วผมก็เข้าครัวลงมือทำอาหารง่าย ๆ เพื่อเอาไปให้คุณน่านฟ้าที่บริษัท โดยมีแม่บ้านคนหนึ่งอยู่ช่วยด้วย เมนูที่คิดไว้คือแกงจืดหมูสับ กับหมูสับผัดพริกหยวก แถมไข่ดาวให้ด้วยแล้วกัน 

"คุณแสงค่ะ นั่งพักก่อนไหมคะ" 

"ไม่เป็นไร พี่ช่วยหยิบพริกหยวกให้ผมหน่อยครับ"  

"โธ่เอ๊ย... พี่ต้องโดนคุณน่านเธอดุแน่ ๆ เลยค่ะ" พี่แม่บ้านบอกมือก็ยังหั่นผักสำหรับใส่ในแกงจืดไปด้วย  

ผมได้แต่ยิ้มอ่อนทำไมทุกคนต้องห่วงผมจนเกินเหตุด้วยนะ ตอนนั้นที่ผมท้องสกายก็ไม่เห็นจะต้องอะไรมากมายขนาดนี้ผมยังทำงานบ้าน ไปจ่ายตลาดได้เลย แค่นี้สบายมาก 

กลิ่นฉุนของพริกของกระเทียมอบอวลอยู่ในห้องครัวผมยิ้มออกมาเมื่อเห็นผลงานของตัวเอง นานแล้วนะที่ไม่ได้ผมเข้าครัวทำอาหารแบบนี้ไม่รู้ว่าฝีมือจะตกไปบ้างหรือเปล่า  

"หอมจังเลยค่ะคุณแสง" 

"ไม่รู้จะอร่อยหรือเปล่าน่ะสิครับ"  

"อร่อยอยู่แล้วค่ะ คุณน่านต้องดีใจมากแน่ ๆ เลยพี่ว่า" 

"ก็ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะครับ" 

ผมหันไปคนแกงจืดในหม้อและตักขึ้นมาชิมเล็กน้อยก่อนที่จะปิดไฟเตา พี่แม่บ้านก็ช่างรู้ใจส่งกล่องสำหรับใส่อาหารมาให้ทันที ผมตักแกงใส่กล่องแล้วไปวางไว้ข้าง ๆ กับผัดพริกที่ยังมีควันสีขาวลอยฟุ้งอยู่ ผมเดินหาพวกถุงผ้าเอามาเตรียมไว้สำหรับใส่กล่องข้าว เมื่อทุกอย่างเตรียมเรียบร้อยผมก็ต้องกลับไปอาบน้ำอีกครั้งเพื่อนออกไปบริษัท 

 

แม้ว่าจะไม่ได้มาที่บริษัทนานหลายเดือนแล้วแต่ทุกคนก็ต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเดิม ผมเดินถือถุงอาหารเข้ามาด้านในพนักงานหลายคนก็เข้ามาทักทายผมก็เดินแจกยิ้มไปทั่วจนไปถึงห้องทำงานของคุณน่านฟ้านั่นแหละ แต่ผมอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าเลขาหน้าห้องหายใจไปไหนแต่ก็ช่างเถอะผม  

แกร๊ก!!  

“รุ้งลดาปล่อยผม!”  

ภาพที่ผมเห็นคือร่างเลขาคนสวยของสามีล้มลงไปกับพื้น และตามด้วยร่างสูงที่ลุกขึ้นพร้อมชี้หน้าด่ากราดราวกับลืมไปว่าเธอคือผู้ใหญ่  

“มีอะไรกันครับ” ผมเดินเข้าไปกอดแขนของร่างสูงใช้สายตามองยัยเลขาอย่างกดดัน  

“หนูได้เห็นอะไรหรือเปล่า อย่าเข้าใจผิดนะพี่อธิบาย...”  

“เห็นครับ เห็นว่าเลขาคนนี้คงไม่อยากจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อแล้ว”  

ผมไม่ได้ร้ายแต่สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ข้างมันบังคับให้ผมต้องร้าย คุณน่านฟ้าเป็นคนยังไงผมจะไม่รู้เลยหรอ นี่สามีผมนะ ผมหันมองเลขาสาวที่พยายามลุกขึ้นอย่างลำบากเพราะกระโปรงที่รัดรูปเกินไปจนต้องยื่นมือเข้าไปช่วย  

“คุณรุ้งลดาหวังว่าพรุ่งนี้ผมจะไม่ได้เห็นคุณที่บริษัทอีกนะครับ” คำพูดแบบนี้นึกว่ามีแต่ในละครแต่ผมก็พูดมันออกไปแล้ว ในระเบียบบริษัทก็บอกอยู่ว่าห้ามมีเรื่องชู้สาวในบริษัท และเธอก็ทำมันหลายครั้งแล้ว  

“คุณน่านขา”  

“ไม่มีประโยชน์ ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมมีภรรยาแล้ว”  

“คุณแสงเหนือขา”  

“พอเถอะครับ อย่าให้ผมพูดอะไรซ้ำอีกเลย”  

รุ้งลดามองผมกับคุณน่านฟ้าสลับกันแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป คุณน่านฟ้าประคองผมไปนั่งที่โซฟารับแขกแล้วโทรบอกคนข้างล่างขึ้นมาจัดการกับเลขาหน้าห้อง  

“แสงเหนือ หนูไม่คิดจะถามอะไรพี่เลยหรอ?”  

“ถามอะไรล่ะครับ”  

“โกรธหรอ พี่บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร”  

ผมกลั้นยิ้มจนปวดแก้มไปหมดกับท่าทางร้อนใจของสามีที่ทำหน้าเจ็บปวดเหมือนจะร้องไห้ ผมคว้ามือหนามาจับไว้หลวมๆ เงยหน้าขึ้นสบตามองเข้าไปในนัยน์ตาของอีกคน  

“ผมเชื่อใจคุณ เพราะฉะนั้นอย่าคิดอะไรเลยนะครับ ผมไม่ได้โกรธ” ผมยิ้มและขยับหยิบกล่องข้าวในถุงผ้าออกมา “มากินข้าวดีกว่าครับ”  

“ทำไม...”  

“อยากให้ผมถามหรอครับ?”  

“อือ” เขาพยักหน้า  

ผมถอนหายใจและยิ้มอ่อนส่งให้ เห็นทีคงต้องกินข้าวเลยเวลาแน่ ๆ เพราะถ้าเกิดผมไม่ยอมถามอะไรเลยเขาก็คงไม่สบายใจ  

“ก็ได้ครับ” ผมยิ้มขำมองใบหน้าหล่ออย่างจับผิด “ผู้หญิงคนเมื่อกี้มันยังไงครับ อธิบายมาเลยนะ”  

“หนูอย่าทำตาดุแบบนั้นสิ พี่กลัว”  

“อ้าว?” ผมขำสนุกสนานที่สามารถแกล้งคนตัวใหญ่ได้แต่เหมือนว่าเขาจะไม่สนุกด้วยเลย “อ่า...งั้นจริงจังก็ได้ครับ”  

“...”  

“เรื่องมันเกิดขึ้นตอนไหนครับ”  

“ตอนที่หนูหยุดงานที่บริษัท รุ้งลดาเข้ามาวุ่นวายกับพี่มากขึ้น พี่พยายามออกห่างตลอดแต่เพราะหน้าที่การงานจองเราพี่เลยทำอะไรไม่ค่อยได้” สีหน้าคุณน่านฟ้าดูลำบากใจมากจริงๆ ผมขยับเข้าไปกอดเขาเพื่อบอกว่าผมไม่ได้โกรธเขาเลย  

“แล้วคุณทำรุนแรงแบบนั้นตลอดหรอ”  

“ถ้ามันเกินไปพี่ก็ต้องผลักออกบ้าง ก็อย่างที่เห็น”  

“ช่างเถอะๆ ผมไม่อยากฟังและเรามากินข้าวดีกว่า ตัวน้อยหิวข้าวแล้ว” ผมพูดและลูบท้องป่อง ๆ ของตัวเอง  

“โอเค แต่หนูไม่ได้คิดมากแน่นะ”  

“แน่สิครับถ้าผมคิดมากเธอคนนั้นไม่ได้เดินออกไปแบบนั้นหรอกนะ เห็นแบบนี้ผมก็หึงก็หวงเป็นเหมือนกัน” ผมพูดยิ้มแล้วเราก็เริ่มลงมือกินข้าวกัน  

ผมอยู่ที่บริษัทกับคุณน่านฟ้าจนถึงช่วงเวลาที่สกายเลิกเรียนผมกับคุณน่านฟ้าก็ออกจากบริษัทไปรับ ในตอนที่เดินออกมาผมได้ยินเรื่องซุบซิบของรุ้งลดาที่บังอาจจะเอาเต้าไต่จนโดนเด้งออกดังไปทั่วบริษัท พนักงานหลายคนก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสะใจเสียเหลือเกิน แต่บางคนก็มองผมที่เดินเกาะแขนคุณน่านฟ้าแล้วก็หันไปซุบซิบ  

“พนักงานกลัวเมียท่านประธานกันหมดแล้ว” ร่างสูงกระซิบแกมหยอก  

“ให้รู้ซะบ้างว่าเล่นกับใคร” ผมพูดทีเล่นทีจริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นออกจากบริษัทไปขึ้นรถ  

  

 

  

เช้านี้เป็นวันหมอนัดตรวจครรภ์อีกแล้วรอบนี้เจ้าสกายตื่นสายเลยไม่ได้ไปด้วยดังนั้นในรถจึงมีแค่ผมกับคุณน่านฟ้า วันนี้เขาแต่งตัวแบบสบาย ๆ กางเกงสามส่วนสีเข้มกับเสื้อโปโลส่วนผมใส่พวกเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงเอวยืดที่ไม่รัดหน้าท้องเท้าตัวน้อยก็ดิ้นเก่งเหลือเกินแต่ไม่ได้แรงมาก  

เมื่อมาถึงห้องตรวจเราก็ต้องนั่งรอก่อนเพราะข้างในมีคนที่นัดไว้ก่อนหน้าผม ผมกับคุณน่านฟ้านั่งคุยกันไปเรื่องหรือมีบางครั้งที่เขาลุกไปคุยเรื่องงานบ้าง  

แกร๊ก  

เสียงประตูเปิดออกทำให้ผมกับคุณน่านฟ้าหันไปมองพร้อมกัน  

“เสาวรส/คุณเสาวรส” ผมกับคุณน่านพึมพำออกมาพร้อมกัน  

“น่านฟ้า มาทำอะไรคะหรือว่ามาหามุ่ย”  

“ผมพาภรรยามาตรวจครรภ์” 

คุณน่านฟ้าหันมาประคองผมลุกขึ้นยืนบรรยากาศตอนนี้กระอักกระอ่วนมาก ผมไม่กล้ามองหน้าเธอด้วยซ้ำ ถ้าเมื่อก่อนผมคงไม่กล้าที่จะอยู่ตรงนี้เสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ข้างกายผมมีร่างสูงที่ยืนโอบกอดกันไว้ข้างๆ  

“หรอคะ ดีใจด้วยนะ”  

“อืม เหมือนกัน”  

พวกเขายิ้มให้กันแล้วแยกไปคนละทางเหลือแต่ผมที่เอาแต่มองตามผู้หญิงคนนั้นกับสามีเธอ  

“แสงเหนือเข้าห้องตรวจได้แล้ว”  

“ครับๆ”  

เข้าไปห้องตรวจหมอก็ทำเหมือนทุกครั้งที่มาก่อนที่จะให้ผมขึ้นไปนอนบนเตียงเพื่ออัลตจะค่อยๆซาวด์ คุณน่านฟ้าเข้ามาอยู่ข้าง ๆ ด้วยหมอมุ่ยขยับเครื่องมือวนไปรอบ ๆ หน้าท้องกลม  

“ไหน~ขอคุณลุงดูเพศหนูหน่อยน๊า”  

ผมมองภาพขาวดำของในจอที่มีเจ้าตัวน้อยนอนตัวงออยู่ในท้องพลิกไปมา  

“ยินดีด้วยนะคุณแสงได้ลูกสาวน่ะ”  

“จริงหรอครับ”  

“นี่ไงครับ” หมอมุ่ยบอกและชี้ในจอให้ดูที่ตอนนี้ตัวน้อยนอนอ้าขาออกไม่อายคุณหมอเลยลูกเอ๊ย “เดี๋ยวก่อนๆ อย่างพึ่งหุบขาลูกให้คุณแม่เขาดูก่อน”  

“ยังไม่ทันได้ดูเลยลูก” เสียงคุณน่านฟ้าพึมพำ ผมเองก็ไม่เห็นแต่คุณหมอบอกว่าผู้หญิง  

“แค่นี้ก็ได้ครับหมอ” ผมบอก  

"อดเห็นเลย แต่เป็นยัยหนูแน่นอนครับจากที่ดู" หมอมุ่ยบอกแล้วทำการเช็ดเจลและดึงเสื้อผมลงคลุมท้องให้ "เดี๋ยวเรามาคุยเรื่องการดูแลตัวน้อยกันดีกว่า ไอ้น่านจะได้ช่วยดูแลคุณด้วย" 

"ครับ" 

เราสองนั่งฟังคำแนะนำสำหรับการดูแลคุณแม่ และการดูแลตัวเล็กในท้องเดือนที่ 5 นี้ลูกเริ่มดิ้นแรงขึ้นทำให้รู้สึกเจ็บบางครั้งและรับรู้ถึงแรงถีบหมอจึงให้สมุดบันทึกการดิ้นของลูกมาหนึ่งเล่มแต่ความผมก็แอบจดไว้บ้างแล้วเพราะจากประสบการณ์ครั้งก่อนทำให้ผมพอจะรู้ว่าควรทำอะไรบ้าง จากนั้นหมอก็แนะนำเรื่องอาหารการกินและพัฒนาการของตัวน้อยอีกนิดหน่อยก็ให้เรากลับได้ ตลอดทางผมเอาแต่หลับเพราะเพลียมาทั้งวันจนกระทั่งรถจอด 

"แสงเหนือครับตื่นก่อน กินข้าวกัน" ร่างสูงปลุกเบาๆ ผมลืมตาตื่นขึ้นมามองไปรอบ ๆ พบว่าตอนนี้รถจอดอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ตรงไหนแต่ร้านนี้ผมไม่เคยมาแน่ๆ 

"ร้านนี้?" 

"อ๋อ ลูกค้าเคยแนะนำมาน่ะ พี่เห็นว่าเรากินข้าวที่บ้านบ่อยแล้วเลยพามาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง" 

"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มอ่อน ยกมือขึ้นขยี้ตาอย่างงัวเงีย 

"เช็ดหน้าหน่อยดีกว่า"  

คุณน่านฟ้าเปิดขวดน้ำเทใส่ผ้าเช็ดหน้าบิดจนหมาดแล้วส่งให้ ผมรับมาและขอบคุณก่อนที่จะค่อยๆ ซับไปตามใบหน้าเมื่อรู้สึกสดชื่นแล้วก็หิวขึ้นมาทันทีเราจึงเดินเข้าไปในร้าน มีพนักงานออกมาต้อนรับหนึ่งคนเมื่อคุณน่านฟ้าแจ้งชื่อไปเธอก็เดินนำไปยังห้องอาหารที่จองไว้ทันที 

"แอบมาจองตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ" 

"ตอนก่อนเข้าห้องตรวจจ้ะ"  

ที่เห็นเดินไปคุยโทรศัพท์ก็นึกว่าคุยเรื่องงานที่แท้ก็โทรมาจองร้านอาหารหรือเนี่ย ทำไมสามีผมถึงน่ารักแบบนี้นะ ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ตัวหรือเปล่าแต่เขาเป็นทั้งพ่อและสามีที่ดีมากๆ ผมว่าผมคิดถูกแล้วล่ะที่เลือกเขา 

  

  

TBC 

เดินทางมาไกลขนาดนี้ในที่สุดก็จะจบแล้ว TT 

ตอนนี้คือแบบฟีลลิ่งธรรมดามาก มีฉากหึงหวงของน้องด้วยใส่ไปเป็นน้ำจิ้มเล็กๆให้เห็นกันหลายๆมุม 

ส่วนเรื่องหนึ่งสือ เปิดพรีแล้วค๊าาาาา  

  

  

  

  

 

 

ความคิดเห็น