ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22: คลางแคลงใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22: คลางแคลงใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 20:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22: คลางแคลงใจ
แบบอักษร

คลางแคลงใจ 

 

"คุณอัคคี" 

ผมยังคงมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่อีกฟากฝั่งของถนน คุณอัคคีเองก็หันมามองทางผมเช่นกัน เนิ่นนานจนไฟสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นอีกสี รถยนต์ที่จอดอยู่เริ่มขับผ่านหน้าของผมไป มันทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัว 

"แอ้ แอ้" 

"ขอโทษครับลูก" 

นอกจากเสียงของรถยนต์แล้ว เสียงของวารินที่อยู่ภายในรถเข็นเด็กก็ดังเตือนสติผม ผมได้แต่มองเขาสลับกับมองลูกเพราะขาของผมมันไม่มีแม้แต่แรงก้าวเดินไปข้างหน้า ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมรู้สึกอย่างไรยามได้เจอกับเขา ทั้งดีใจและเสียใจปะปนรวนเรกันไปหมด ดีใจที่ได้พบเขาอีกครั้งและเสียใจที่ผมแอบคิดเกินเลยกับเขา ทั้งที่ผมมีลูกคล้องใจถึงสองคน 

"วาริน เราคงไม่ได้ไปทางนั้นแล้วนะ" ผมไม่รู้ว่าควรจะทำตัวเช่นไรดีต่อหน้าชายหนุ่ม ขาที่จะก้าวไปข้างหน้าถึงได้ถอยหลังกลับไป แม้เสียงของลูกจะดังขึ้นประท้วงที่ผมไม่พาไปเดินเล่นยังสวนสาธารณะก็ตามที 

แต่เพียงก้าวเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ต้นแขนของผมก็ถูกใครบางคนคว้าจับเอาไว้ 

ใครบางคนที่ผมกำลังหนีเขาอยู่ตอนนี้ 

"เดี๋ยว" 

"คุณอัคคี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ" ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย เพราะเริ่มทำตัวไม่ถูกยามอยู่ต่อหน้าเขา คุณอัคคีไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนที่พบเจอครั้งล่าสุดเมื่อหนึ่งปีก่อนเลย ชายหนุ่มที่สั่นคลอนภายในใจของผม 

"ทำไมถึงหนี" คุณอัคคีหรี่ตาลงเล็กน้อย เป็นผมที่เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก แต่ก่อนจะได้ตอบคำถามของเขาออกไป เสียงของลูกที่ร้องดังขึ้นมาก็ทำให้ผมรีบหันไปให้ความสนใจ 

"เป็นอะไรครับ วาริน" วารินเอาแต่งอแงไม่ยอมหยุด ผมตกใจมากรีบอุ้มลูกขึ้นแนบอกแล้วตบลงบนสะโพกแผ่วเบาเพื่อกล่อมให้เธอหยุดร้อง ทั้งที่เจ้าตัวน้อยมักจะเป็นเด็กดีเสมอ ทำไมวันนี้ถึงได้งอแงต่างจากทุกที 

"แอ้ แอ้"  

"เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับลูก" ผมเริ่มใจเสียเมื่อวารินเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด เดินปลอบไปมาหวังให้เธอหยุดร้อง จนหลงลืมใครบางคนไปชั่วขณะ ใครบางคนที่ผมเผลอสบตาเข้าอย่างไม่รู้ตัว ในช่วงที่หันลำตัวไปอีกทาง 

คุณอัคคีเองก็มองมาที่ผมไม่วางตา ก่อนจะมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนของผม 

"ลูก?" 

"เอ่อ..." มาถึงคราวนี้ ผมก็ไม่รู้จะตอบเขากลับไปอย่างไรดีเช่นกัน จนวารินร้องออกมาอีกครั้งผมจึงหันเหความสนใจมายังคนในอ้อมแขน ร้องโดยที่มองไปยังคุณอัคคี ร้องจนใบหน้าเปอะเลอะไปด้วยหยาดน้ำตาที่ผมเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ไม่เพียงแค่วาริน วายุที่แทบไม่ร้องไห้ก็ร้องออกมาตามพี่สาวเช่นกัน ผมลนลานไปหมดเพราะไม่รู้จะจัดการกับปัญหาตรงหน้าอย่างไรดี 

"แอ้ แอ้" 

"วาริน" ผมเกือบจะร้องไห้ตามลูกไปแล้ว ถ้าหากคุณอัคคีไม่ช่วยรับวารินในมือของผมไปอุ้มแทน เจ้าตัวน้อยร้องต่ออีกสักพักก็เริ่มหยุดร้องยามชายหนุ่มลูบแผ่นหลังคล้ายขับกล่อม ผมรีบกลับมาสนใจวายุบ้างเมื่อวารินคุณอัคคีช่วยดูแลให้ วายุร้องเพียงครู่เดียวก็หยุดร้อง ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่ของผมอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ 

"ขอบคุณมากนะครับ" เมื่อเสียงร้องของทั้งสองคนหยุดลง ผมจึงยิ้มขอบคุณคุณอัคคีที่ช่วยดูแลวารินให้ผม ตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดลงแล้ว อีกทั้งเด็กๆ ก็หลับในอ้อมแขนของผมกับคุณอัคคี ผมรู้สึกเกรงใจเขาแต่ผมก็อุ้มลูกทั้งสองคนพร้อมกันไม่ได้  

"เธอเดินนำฉันไป" 

"อ่า...ครับ" คุณอัคคีที่เห็นผมคิดหนักก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำหน้าเขากลับไปยังที่พักที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลพร้อมกับรถเข็นเด็กที่คุณอัคคีช่วยผมเข็นตามทางเดินไปด้านหน้าพร้อมกัน 

วารินที่อยู่ในอ้อมแขนของคุณอัคคี เจ้าตัวน้อยหลับตาพริ้มด้วยรอยยิ้มมันทำให้ผมเผลอยิ้มตามกับใบหน้ายามมีความสุข ทั้งที่เด็กๆ จะไม่ชอบให้ใครแตะตัวนอกจากผม 

"ถึงแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยผมดูแลวาริน" เมื่อเดินทางมาถึงหน้าห้องพักที่ติดกับร้านคาเฟ่ที่ผมทำงาน ผมก็วางวายุเข้าไปในรถเข็น ก่อนจะหันลำตัวไปหาคุณอัคคีให้เขาส่งลูกมาให้ผม 

แต่ชายหนุ่มกลับไม่ส่งลูกคืนให้ผม แล้วเดินนำหน้าผมเข้าไปด้านใน 

"คุณอัคคี" ผมรีบเข็นรถเด็กตามหลังเขาไป คุณอัคคีเปิดประตูเข้าไปด้านในแล้วหันมาถามผม 

"ห้องของเธอ" 

"ห้องนี้ครับ" ผมชี้ห้องที่อยู่ติดกับประตู คุณอัคคีจึงถอยหลังให้ผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน แล้วพาเด็กๆ เข้าไปในห้องด้วยกัน  

"ห้องอาจจะรกหน่อยนะครับ" ทั้งอุปกรณ์วาดรูปและของใช้จำเป็นสำหรับเด็กๆ อัดแน่นอยู่ภายในห้อง คุณอัคคีจึงเดินไปนั่งลงบนเตียงของผมทั้งที่ยังอุ้มวารินแนบอก ก่อนที่ผมจะขออนุญาตเขาอุ้มทั้งวารินและวายุให้นอนอยู่บนเตียงนอนด้วยกัน เจ้าตัวน้อยยามนี้ต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ เริ่มยิ้มหัวเราะยามผมก้มหน้าลงฟัดแก้มกลมๆ 

"เดี๋ยวไปเตรียมน้ำก่อนนะครับ" ผมที่เห็นว่าด้านนอกเริ่มเย็นมากแล้วก็เดินเข้าไปเตรียมน้ำอุ่นในห้องน้ำให้กับสองแฝด และจับวารินอุ้มอาบเป็นคนแรก ยามร่างกายของเจ้าตัวน้อยสัมผัสกับน้ำ ยิ่งร้องอย่างสนุกเลยครับ มันทำให้ผมยิ้ม ขัดเนื้อตัวของลูกจนสะอาดดีแล้วก็จับห่อผ้าสีขาวเหมือนดักแด้ให้ไปนอนรอบนเตียง ก่อนจะจับวายุเข้ามาอาบบ้างสับเปลี่ยนกันไป 

เมื่ออาบน้ำครบทั้งสองคนแล้ว ต่อไปก็จับใส่เสื้อผ้า ผมประแป้งเด็กบนตัวลูกจนกลิ่นหอมฟุ้งทั้งสองคนก็จับใส่ผ้าอ้อมและชุดสำหรับเด็ก ช่วงที่ผมทำอยู่นั้นผมก็รับรู้ถึงสายตาเคลือบแคลงใจจากชายหนุ่มข้างกายดี  

กระทั่งขับกล่อมเด็กๆ จนหลับนอนสนิท คราวนี้ความเงียบภายในห้องเริ่มทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและไม่กล้าหันไปมองคุณอัคคีที่จับจ้องมาทางผม 

"เธอมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า" แค่ประโยคแรกจากปากของเขา มันทำให้ผมอึกอักอยู่นานทีเดียวก่อนจะหันสายตาไปมองตอบชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายกัน 

"ผม..." 

"พวกเขาคือลูกของเธอจริงๆ ใช่ไหม" ผมนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนคุณอัคคีจะถามผมอีกครั้ง ดวงตากลมของผมมันสั่นไหวไปหมด แค่พูดออกไปว่าใช่ทำไมมันถึงได้ยากเย็นถึงเพียงนี้ ผมกำลังกลัว ถ้าหากผมพูดความจริงออกไปแล้วความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเราสองคนจะกลายเป็นเพียงแค่ความฝัน 

"น้ำหนึ่ง" และเสียงเข้มที่กดลงมายิ่งทำให้ร่างกายของผมสั่น ก่อนผมจะพยักหน้ารับว่าเด็กทั้งสองคนคือลูกของผม แล้วก้มหน้างุดมองมือตัวเองที่จับกันแน่นเหมือนกำลังสำนึกผิด คุณอัคคีเองก็เงียบไปนานเช่นกันก่อนเขาจะพูดออกมาอีกหนึ่งประโยค 

"ใครคือพ่อของเด็ก" ประโยคที่ทำให้ผมหลับตาลง 

"ผมไม่รู้" ผมตอบเขากลับไปเสียงแผ่ว ก่อนคุณอัคคีจะลุกจากที่นอนเดินผ่านหน้าของผมไป ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ผมเข้าใจเขาว่าผู้ชายที่ท้องได้อย่างผมมันเป็นตัวประหลาด เขาคงไม่ยอมรับผมอย่างที่ผมเป็นอยู่ ผมไม่ได้รู้สึกโกรธเขา แค่รู้สึกเสียใจเพราะตลอดเวลาที่เราสองคนได้ใกล้ชิดกัน เขาดีกับผมเสมอ 

แกร็ก 

"คุณอัคคี" ทั้งที่ผมคิดว่าเขาเดินกลับออกไปแล้ว แต่เปล่าเลยชายหนุ่มเดินไปล็อกประตูห้องก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของผมเช่นเดิม ดวงตาคมที่จ้องมองผมตอนนี้ทำเอาใจของผมสั่นไหวไปหมด แต่มันก็คงไม่เท่ากับมือของเขาที่จับปลายคางของผมยกขึ้นให้สบตากัน ดวงตาคมเย็นเหยียบที่จ้องลึกเข้ามาทำเอาร่างกายของผมนิ่งงันไม่แม้จะขยับตัว 

และก็ต้องตกใจที่ถูกชายหนุ่มก้มใบหน้าลงมาใกล้ จนรับรู้ถึงความนุ่มหยุ่นตรงริมฝีปาก 

คุณอัคคีจูบผม... 

สมองของผมอื้ออึงไปหมด ไม่เข้าใจการกระทำของเขา ริมฝีปากที่บดขยี้ลงมามันทำให้ร่างกายของผมสั่นไหวหนักกว่าเดิม ไม่ผลักไสแต่ก็สั่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ 

"อึก" 

"อืม" 

รสจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของชายหนุ่ม ผมรับไม่ไหวแต่คุณอัคคีกลับจับมือของผมรวบเข้าไว้ด้วยกันไม่ให้ผมขัดขืน จูบแล้วจูบเล่าโดยเขาเป็นคนนำพา ผมทำตัวไม่ถูกได้แต่เพียงนั่งนิ่งโดยที่เขาจัดการเองแทบทั้งหมด ถูกชักนำพาจนสมองอื้ออึงโอนอ่อนไปตามความต้องการของเขา ดูดดึงจนเจ็บและอ่อนโยนในภายหลังคล้ายปลอบประโลม 

"อึก คุณอัคคี" ชายหนุ่มผละใบหน้าออกไปเล็กน้อยให้ผมพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะบดจูบลงมายังริมฝีปากของผมอีกครั้ง ทั้งที่ผมควรจะขัดขืนเขาแต่ร่างกายไม่รักดีกลับยอมเขาไปหมดทุกอย่าง 

"อย่า" เขาผละใบหน้าออกจากริมฝีปากของผมแล้วก็จริง แต่ปลายจมูกชื้นเริ่มเลื่อนลงไปยังลำคอของผม ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจการกระทำของเขาที่ทำกับผมในตอนนี้ 

"คุณอัคคีผมกลัว" ผมเริ่มดิ้นหนีจากเขา ภาพบางอย่างในอดีตเริ่มซ้อนทับเข้ามา คุณอัคคีที่เห็นผมขัดขืนก็ยอมหยุดการกระทำลงแล้วกลับมานั่งลงบนเตียงข้างกัน ตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่จะมองใบหน้าของเขาเพราะการกระทำของเขาที่ผ่านมา คุณอัคคีเองก็นั่งนิ่ง ก่อนจะปาดปลายนิ้วตรงปลายหางตาของผมที่มีหยาดน้ำสีใสเกาะอยู่ 

"คุณไม่ควรทำกับผมแบบนี้" ผมมองตอบเขาอย่างจริงจัง คุณอัคคีเองก็มองผมกลับมาเช่นกัน 

"ทำไม" 

"ผมมีลูกแล้ว มันไม่สมควร"  

"อะไรคือไม่สมควร" 

"สิ่งที่คุณทำอยู่ คุณกำลังทำให้ผมนึกถึงอดีตที่เจ็บปวด" เรื่องในคืนนั้นผมพยายามไม่นึกถึงมันแล้ว ตอนนี้ผมอยากจะมีความสุขกับปัจจุบันของผมที่มีลูกน่ารักถึงสองคน 

"..." 

"อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ" ผมพูดออกไปเสียงแผ่ว  

"ขอโทษที" 

ทั้งที่ผมคิดว่าเขาเข้าใจแล้ว แต่ทำไมช่วงค่ำคืนนี้ภายในห้องถึงได้มีชายหนุ่มอีกคนที่ร่วมหลับนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน คุณอัคคีที่นอนกอดผมอยู่ตอนนี้ โดยที่เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน จนใบหน้าของผมแนบชิดไปกับอกอุ่นของเขา 

"คุณอัคคี มันไม่ใช่แบบนี้นะครับ" ผมพูดอู้อี้ในอ้อมอกของเขา คุณอัคคีไม่แม้จะสนใจคำพูดของผมเลย  

"ฉันง่วงแล้วและเธอควรนอน" 

หลังจากจบประโยคของเขา ผมก็เผลอหลับไปจริงๆ เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานและเลี้ยงดูลูกมาตลอดทั้งวัน และการมีเขาอยู่ด้วยค่ำคืนนี้ ผมยังรู้สึกว่าผมนั้นได้หลับเต็มอิ่มไปจนถึงเช้าของอีกวันทั้งที่ผมมักจะเผลอตื่นในตอนกลางคืนเพื่อดูแลเจ้าตัวน้อย 

แต่คืนนี้เด็กๆ กลับนอนไปจนถึงเช้าของอีกวันไปพร้อมๆ กัน 

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

#กามเทพตัวน้อย วาริน วายุ 

ความคิดเห็น