ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2563 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
25
แบบอักษร

“โอ๊ย! ....” เกวลินร้องเสียงดังคับครัวพร้อมกับเขย่งเท้า กระโดดเหยง ๆ มีดทำครัวเล่มเบ้อเร่อ ตกลงมาหันคมเข้าใส่หลังเท้าบอบบางพอดิบพอดี เลือดสด ๆ ซึมออกมาทันตา 

“เป็นอะไร เกว...” อนาวินวิ่งพรวดพราดเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับกวาดตาสำรวจเรือนร่างบาง หาร่องรอยที่ทำให้หญิงสาวร้องลั่นบ้าน 

“คุณ....เท้าฉันขาดหรือเปล่าก็ไม่รู้” เกวลิน บอกพร้อมกับชี้ขาข้างที่ยกงอค้างอยู่อย่างนั้น น้ำตาเอ่อคลอเบ้าเริ่มรับรู้ความเจ็บปวด หลังจากหายตกใจ ความรีบร้อนบวกกับความใจลอยด้วยส่วนหนึ่ง เข้ามาในครัว พยายามจะขยับของไม่ทันระวังก็โดนมีดเล่มใหญ่หล่นใส่เท้าพอดิบพอดี ถึงแม้จะชักเท้าหนีอย่างรวดเร็วแต่ก็รู้สึกเจ็บจนน้ำตาแทบร่วง....อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนอย่างนี้ก็ไม่รู้...ยัยเกวเอ้ย.....เมื่อเช้าไม่รู้ว่าก้าวเท้าไหนออกจากห้องสิน่า...... 

“นึกยังไงถึงได้ฟันเท้าตัวเองเล่นน่ะ..ฮึ...”  

“คุณวิน! คนเจ็บจะตายยังจะมาพูดเล่นอีก” หญิงสาวค้อนให้ 

“เลือด....คุณวินเลือด” เกวลินหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด สายตามองมาทางชายหนุ่มนั้นดูอ่อนแสงเต็มที ไม่หลงเหลือแววดื้อดึงแม้แต่น้อย เพราะหล่อนกลัวเลือดจับจิตมาแต่ไหนแต่ไร 

อนาวิน รู้ทันทีว่ายัยตัวแสบกลัวเลือด ไม่อย่างนั้นคงยังต้องถกเถียงกันอีกนาน เขาก็แค่พูดเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดให้ก็เท่านั้น ชายหนุ่มพยุงตัวคนเจ็บมานั่งเก้าอี้ก่อนจะนั่งยอง ๆ จับเท้าข้างที่เจ็บ มาพลิกดูเห็นเลือดสด ๆ สีแดงฉานเริ่มไหลออกมาจนไม่เห็นบาดแผลว่าใหญ่แค่ไหน เขารีบกลับไปเอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาพันกดไว้ ก่อนจะอุ้มหญิงสาวไปที่รถ รีบบึ่งไปโรงพยาบาลทันที 

 

“คุณ ฉันไม่ฉีดยานะ” เกวลิน บอกในสิ่งที่กังวล ตอนนี้ความเจ็บมีไม่เท่าความกลัวที่คิดไปล่วงหน้า หล่อนนั่งหน้าซีดมาในรถ ขณะเดินทางไปโรงพยาบาลซึ่งอยู่ห่างจากไร่ราว ๆ สี่สิบกิโลเมตร 

“ทำไม...อย่าบอกนะว่า นอกจากเลือดแล้วยังกลัวเข็มฉีดยาอีกด้วยน่ะ” อนาวินหันมาเห็นหน้าซีด ๆ ของคนที่เก่งสารพัดแต่กลัวเข็ม แล้วกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม 

“เปล๊า...ไม่กลัว...ใครกลัว” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง แล้วก็กลับมานั่งตัวตรง ทำเป็นคอแข็งดุจนางพญาตามองตรงไปข้างหน้า ทั้งที่ในใจเหลือนิดเดียว.....ยัยเกวเอ้ย....จะรอดไหมเนี่ย...ฉันไม่ฉีดยา...ฉันไม่ฉีดยา...แม่สาวคนเก่งได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจ 

“แล้วแต่หมอก็แล้วกัน อย่างเรื่องมาก มันใช่เวลามาอ้อนเป็นเด็ก ๆ ไหม...” สายตาดุเบนกลับไปมองถนนข้างหน้า และขับรถต่อไปอย่างระมัดระวัง 

หญิงสาวนั่งเม้มปาก กอดอกเงียบ นั่งครุ่นคิดไปตลอดทาง สลับกับถอนหายใจเป็นระยะ จนกระทั่งมาถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอเพราะที่นี่ไม่มีโรงพยาบาลเอกชน จะมีก็แต่คลินิกเล็ก ๆ จึงคิดว่าไปที่โรงพยาบาลน่าจะพร้อมกว่า…อนาวินลอบ มองหน้ายุ่ง ๆ เหมือนยุงตีกันแล้วก็อดขำไม่ได้...อายุเท่าไหร่แล้วแม่คุณ...เหมือนเด็กกะโปโลไม่มีผิด 

 

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เกวลินยิ้มแป้น กระพุ่มมือไหว้หมอหนุ่ม ตี๋หล่อ กระชดกระช้อย หลังจากแหกปากร้องลั่นในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน โชคดีที่อนาวินไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้วย ไม่อย่างนั้นคงเสียหน้าแย่เลย 

“แน่ใจหรือครับคุณหมอ ว่าไม่ต้องฉีดยาอีกน่ะครับ” คนหน้าดุถามย้ำ อยากจะเห็นหน้ายัยคนอวดเก่งชัด ๆ ตอนโดนเข็มปัก ถ้าเป็นไปได้อยากจะถ่ายวิดีโอเอาไว้ด้วยซ้ำ 

“ฉีดเท่าที่จำเป็นครับ คนไข้ไม่ปวดมาก เอายาไปทานต่อก็ได้” หมอหนุ่มนึกถึงตอนที่พยาบาลสี่คนช่วยกันยึดคนไข้ ตอนที่ฉีดยาชา แล้วสยอง ไม่จำเป็นไม่อยากสั่งยาฉีดเด็ดขาด 

“อย่าโกหกคุณหมอนะ ถ้าปวดมากก็รีบบอก” อนาวินหันมาคาดคั้นคนที่นั่งยิ้มหน้าบาน 

“จริง...จริ๊ง...ไม่ปวด” เกวลินยืนยันเสียงสูงปรี๊ด…” เอ่อ....ก็ปวดนิดหน่อย” แก้ไขเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มแหย ๆ หลังจากโดนสายตาจ้องเขม็ง อย่างพร้อมจะเอาเรื่อง 

“แต่ถึงอย่างไรก็ต้องฉีดยากันบาดทะยักครับ”  

“อ้าว ! ไม่ฉีดไม่ได้หรือคะ” หน้าบาน ๆ เมื่อสักครู่หุบลงทันที 

“ไม่ได้หรอกครับ อันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ” หมอหนุ่มอธิบายอย่างใจเย็น 

“หึ...หึ...” เสียงคนนั่งข้าง ๆ หัวเราะในลำคออย่างสะใจ เมื่อเกวลินโดนพาตัวเข้าไปฉีดยาอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจนคับห้อง 

ก่อนกลับ คุณหมอผู้ใจดีไม่วายหันมากำชับ 

“ช่วงนี้ไม่ควรลงน้ำหนักที่เท้ามากนะครับ แผลไม่ลึกมากก็จริงแต่ก็เย็บไว้ถึงเจ็ดเข็ม ระวังอย่าให้โดนน้ำนะครับ ถึงแม้จะปิดแผลแบบกันน้ำไปแล้วก็ตาม แล้วอีกเจ็ดวันมาตัดไหมครับ” หมอหนุ่มอธิบายยิ้ม ๆ คนไข้สาวทั้งขอร้อง ทั้งอ้อนวอน ไม่ยอมฉีดยาตอนที่อยู่ในห้องตรวจตามลำพัง คงจะกลัวมาก ๆ ซึ่งเขาก็ตามใจคนไข้ เพราะถือว่าพออนุโลมกันได้ ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันแข็งขันว่าไม่ปวดมาก แต่ที่จำเป็นจริง ๆ อย่างวัคซีนป้องกันบาดทะยักก็ยากจะหลีกเลี่ยง.... 

“ขอบคุณนะคะ...คุณหมอใจดีที่สุดเลยค่ะ” ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปเมื่อเห็นหน้าเข้ม ๆ ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี....เฮอะ....ถึงจะเคยปลื้ม...แต่วันนี้ฉันปลื้มคุณหมอตี๋หล่อมากกว่าย่ะ...... 

ความคิดเห็น