facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เดิมพันแค้น 38 END

ชื่อตอน : เดิมพันแค้น 38 END

คำค้น : เดิมพันแค้น 38

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.2k

ความคิดเห็น : 88

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2563 12:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
เดิมพันแค้น 38 END
แบบอักษร

ตอนที่38 END 

#เดิมพันแค้น 

 

 

 

เมื่อถึงวันที่ภูจะต้องไปเป็นอย่างที่ได้คิดเอาไว้ว่าเหล่าเด็กน้อยทั้งสองจะต้องเข้าใจส่วนคนที่นั่งซึมคงหนีไม่พ้นกับคนที่บอกว่าตัวเองคือผู้ใหญ่ ศรันย์นั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง มองภูและลูกทั้งสองคนที่กำลังช่วยกันจัดกระเป๋าเดินทางกันอยู่ด้วยเสียงหัวเราะ แพรวาเป็นคนช่วยพับเสื้อผ้าส่วนแทนคุณเดินหยิบของที่จำเป็นมายื่นให้ภูยัดใส่กระเป๋า 

 

“หนูก็เรียน คุณพ่อก็เรียน” แพรวาหัวเราะคิกคัก เธอเดินเข้าไปกอดภูด้วยท่าทางแป้นแล้น 

“ วิดีโอคอลทุกวัน” คราวนี้แทนคุณพูดขึ้นบ้าง 

“ได้สิ แต่อย่าลืมนะว่าต้องโทรมาตอนไหน” เพราะช่วงเวลาที่ไม่ตรงกันดังนั้นเลยมีการกำหนดว่าช่วงไหนบ้างที่แทนคุณกับแพรวาจะสามารถโทรหาภูได้ เด็กทั้งสองคนตื่นเต้นเพราะจะได้ไปส่งภูที่สนามบิน ภูยิ้มให้ลูกแต่สายตากลับเหลือบมองคนบนเตียงที่ยังคงนั่งเงียบ แต่ก็ต้องยิ้มออกมาอีกเมื่อแพรวากับแทนคุณชวนคุย 

 

“ดึกมากแล้ว ไปนอนกันไหมเดี๋ยวพ่อเดินไปส่ง” 

“ครับ/ค่ะ” ทั้งสองคนไม่ดื้อ รู้ส่าถึงเวลานอนก็ต้องนอนเพราะศรันย์มักสอนเสมอว่าเด็กไม่ควรนอนดึก เดินจับมือภูกันไปคนละข้าง ตรงไปยังห้องนอนซึ่งอยู่ตรงข้าม มีเตียงสองเตียงสำหรับพี่กับน้องว฿งตัวของภูนอนลงบนเตียงของแพรวา ส่วนแทนคุณไม่งอแง คนเป็นพี่ที่ต่อให้เกิดห่างกันเพียงไม่กี่นาทีแต่ดูโตกว่ามาก 

 

“คุณพ่อไปเรียน” แพรวาพูดขึ้นอีก เธอยังคงนอนกอดพ่อของเธอแน่น 

“ครับ...หนูอยู่กับแม่อย่าดื้อนะ” 

“หนูไม่ดื้อค่ะ ถ้าดื้อ...คุณแม่ตี” ได้ยินแบบนี้ภูหัวเราะ เขาก้มลงหอมกลุ่มผมนุ่มของลูกสาวจนเมื่อหันไปมองที่แทนคุณถึงได้พบว่ารายนั้นหลับไปแล้วเรียบร้อย ทำเอาภูต้องเผยรอยยิ้ม คราวนี้เหลือเพียงยัตัวแสบที่ยุงคุยเจื้อยแจ้ว 

 

“แพรวา นอนได้แล้ว...ไม่งั้นพรุ่งนี้ตื่นสายจะไม่ทันไปส่งพ่อนะ” 

“งื้อออ” 

“ไม่ดื้อค่ะ” ภูเริ่มออกคำสั่ง ฝ่ายเด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้ารับ เธอปิดเปลือกตาลงซึ่งค่อนข้างจะใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่เจ้าหญิงตัวแสบจะหลับใหล ภูขยับตัวออกจากเตียงนอนเล็ก ก้มลงหอมหน้าผากของแพรวาและหันมาหอมหน้าผากของแทนคุณด้วย ไม่ได้รู้สึกเศร้าเท่าไหร่เพราะรู้ว่าไปก็ต้องได้กลับมา แถมเดี๋ยวนี้ยุคสมัยใหม่ คิดถึงก็แค่โทรหา 

 

..กึก.. เดินออกมาจากห้องของพวกเจ้าตัวเล็ก ห้องของภูอยู่เพียงถัดไปแต่คนตัวสูงกลับหันไปมองยังห้องตรงข้าม 

ลังเลอยู่กับตัวเองในใจ เปิดเข้าไปในห้องของศรันย์ตอนนี้จะโดนด่าสวนมาไหม 

แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว พรุ่งนี้ก็จะต้องไป... 

 

...ก็อกๆๆ!... เขามารยาทดีมากพอที่จะเคาะก่อน ซึ่งเสียงตะโกนจากคนด้านในที่บอกว่าให้เปิดเข้ามาได้ทำให้ภูรีบทำตาม ไม่พอเท่านั้นเพราะไม่ลืมที่จะกดล็อค เพียงเขาเดินเข้ามาที่ใบหน้าของศรันย์บึ้งตึงใส่ คนบนเตียงเบือนหน้าหนี นั่งเล่นโทรศัพท์ทำเหมือนไม่สนใจจนภูต้องเข้าไปนั่งลงบนพื้นที่ว่างของเตียงกว้าง 

 

“ไม่อยากคุยด้วยกันหน่อยเหรอ” เมื่อภูถามศรันย์ส่ายหน้ามาเป็นคำตอบ 

“ทำไมถึงไม่อยากคุย” 

“.........” นอกจากจะไม่ตอบแล้วศรันย์ยังทำหน้ารำคาญ พลิกตัวหนี คว่ำหน้านอนเล่นโทรศัพท์ต่อเหมือนว่าภูเป็นแค่อากาศ เจอแบบนี้ภูยิ้มนิดหน่อย คนที่งอแงมากกว่าลูกคือศรันย์เสียเอง ส่งลูกเข้านอนแล้วก็ยังต้องมาส่งเมียเขานอนอีก 

 

“กูไปตั้งปีนึงเลยนะ จะไม่บอกลาอะไรกันหน่อยหรือไง” 

“เรื่องของมึงสิ” 

“ลูกยังจะเข้าใจง่ายกว่ามึงตั้งเยอะ” เมื่อภูพูดประโยคนี้ขึ้นมาทางด้านศรันย์รีบหันขวับ 

“แล้วโอกาสที่มึงจะมีลูกใหม่ กับโอกาสที่จะมีแฟนใหม่อันไหนมันง่ายกว่ากันหละ!แค่นี้ก็คิดไม่ได้ โง่” ด่าเขาจบศรันย์หันหน้าหนีไปอีกครั้ง ภูนิ่งไปเลย เขานึกไม่ถึงว่าคนแบบศรันย์จะคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ด้วย แต่ก็คงไม่แปลกเพราะถ้าไม่ได้มีความละเอียดอ่อนเพิ่มมาในชีวิต การดูแลลูกแฝดถึงสองคนก็คงจะต้องออกมาไม่ดีแน่ 

 

“หมายถึงว่า...การที่กูจะนอกใจมึงไปมีคนอื่น มันง่ายมากกว่าการที่กูจะนอกใจลูกแล้วไปมีลูกใหม่?” 

“ใช่ มึงเองก็เคยทำแล้วนี่” ประโยคนี้ที่ทำภูซี้ดปากเล็กน้อย โดนมาอีกดอกเข้าเต็มเปา 

 

..หมับ.. ก่อนจะพูดอะไรเลยขอนอนลงข้างศรันย์แล้วกอดอีกคนไว้เสียก่อน เลยจำเป็นที่จะต้องสบตา 

“ก็พ่อกูเขาบังคับให้แต่งงานกับเลล่า” 

“แล้วเขาได้บังคับให้มึงต้องเอากันด้วยหรือไง?” 

“มึงรู้ได้ยังไงว่ากูนอนกับเธอ” 

“สันดานแบบมึงมันเดายากมากมั้ง เห็นใครแก้ผ้าใส่ก็พร้อมแข็งตลอด” สิ่งที่ศรันย์ยังคงไม่เปลี่ยนไปก็คือคำด่าทอตรงไปตรงมา ใบหน้าหยิ่งผยองและสายตาที่ใช้มองเหยียด ท่าทางแบบนี้ที่ภูเคยเกลียดนักหนาแต่ในเวลานี้เขาแสนหมั่นเขี้ยว แขนแกร่งที่กระชับกอดอีกฝ่ายแน่นเสียจนศรันย์ต้องชักสีหน้า 

 

“ต่อไปจะไม่มีแบบนี้แล้ว กูกล้าสาบาน” 

“เดี๋ยวได้ตายฟรี” ศรันย์สวนมาด้วยหน้าตาจริงจังซึ่งทำภูต้องหัวเราะ 

“ไม่ตาย เพราะไม่ทำแล้วจริงๆ”  

“.........” 

“ต่อไปนี้กูมีแค่มึงนะ” ประโยคหวานเลี่ยนจากภูที่ศรันย์ไม่ได้ทั้งตอบรับหรือปฏิเสธ มือหนาที่ยังคงวางลูบอยู่บนหัวและสายตาของภูที่ยังคงนอนมองหน้ากัน นานพอสมควรที่เหมือนศรันย์ตัดสินใจกับตัวเองว่าควรจะทำยังไงต่อ เขาละมือออกจากโทรศัพท์ก่อนจะซบหน้าลงบนต้นแขนของภู สัมผัสเปียกชื้นที่ได้รับทำให้ภูต้องเลิกคิ้วเล็กน้อย 

 

“ร้องไห้ทำไม?” เสียงทุ้มถามออกมา 

“เกลียดตัวเองมากที่ตัดมึงไม่ได้ เกลียดมึงด้วย”  

“..........” 

“ทำไมชีวิตกูต้องมาจมอยู่กับคนไม่เอาไหนแบบมึงด้วย” เสียงของศรันย์สั่นเครือ นึกโกรธตัวเองมากที่ไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ได้ กับคนอื่นในชีวิตเขาสามารถตัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย แต่ทำไมพอเป็นภู... 

 

“ไม่เป็นไรนะ มึงอยู่กับกูแบบเกลียดๆไปอย่างนี้ก็ได้” ภูพูดออกมาพร้อมกับมือที่ลูบเกลี่ยใบหน้าได้รูปของคนตรงหน้า 

“ตอนนี้กูอาจจะยังไม่เอาไหน แต่ถ้ากูเรียนจบ...ถึงตอนนั้นกูจะใช้เงินกูดูแลมึงกับลูกเอง” 

“...........” 

“ส่วนตอนนี้ก็ใช้เงินพ่อกับแม่กูไปก่อน...” คำนี้ที่ศรันย์ต้องหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา 

 

“มึงมันก็แค่เด็ก...เด็กโง่ๆ” ศรันย์ยังคิ้วขมวดมุ่น 

“เป็นผัวเด็กของมึงไง” 

“นี่...อย่ามาปากดี กูบอกตอนไหนว่าคืนดีกับมึงแล้ว” เจอสวนมาแบบนี้ภูทำหน้าหงอย เขาจับศรันย์พลิกให้นอนหงายก่อนออกแรงรั้งอีกฝ่ายเข้ามากอด ซุกหน้าลงกับแขนของศรันย์ อ้าปากงับเนื้อนิ่มซึ่งนั่นทำให้เจ้าของร่างกายต้องมองดุ 

 

“ทำก่อนไปไม่ได้เหรอ” 

“มึงก็คิดแต่เรื่องแบบนี้” ศรันย์ว่ามาเสียงนิ่ง 

“ก็กูคิดถึงมึง...แต่ถ้าไม่อยากทำก็ได้ แต่กูขอนอนกอดมึงนะ” ศรันย์ไม่ได้ตอบแต่ก็ยอมที่จะนอนนิ่งอยู่ภายในอ้อมแขนของคนตัวสูง นอนเม้มปาก เงยหน้ามองภูอีกครั้งก่อนจะขยับตัวซุกอ้อมอกแกร่ง แล้วเมื่อเขาเงยมองภูอีกคราวนี้คนตัวสูงยิ้มให้พร้อมกดจูบลงมา ก่อนที่ต่างฝ่ายจะต่างหลับตา 

 

มันคือความมั่นใจที่ยังไม่ได้มั่นใจ ศรันย์ไม่อยากจะปล่อยตัวเกินเลย 

เขายังอยากมีค่าอยู่ในสายตาของภู ไม่ใช่ให้ไปในสิ่งที่อีกคนต้องการแล้วก็ต้องจากกัน 

...หากอดทนได้มากพอ ถึงวันที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง มันคงช่วยยืนยันอะไรได้มากกว่านี้... 

 

................................................................ 

............................... 

 

เช้าวันใหม่ที่ยืนอยู่ภายในอาคารขนาดใหญ่อย่างสนามบินนานาชาติ วันนี้ธาวินกับกานต์ก็มาส่งแถมยังมีมายเดียร์ลูกสาวตัวน้อยมาอีกด้วย เจ้าสองแฝดตื่นเต้นกับการเจอพี่สาวคนสวยมาก อย่าว่าแต่สองแฝดเลยเพราะตัวของศรันย์เองยังต้องยอมรับในความน่ารักของเธอ มายเดียร์ดูจะเรียบร้อยกว่าแพรวามาก ชุดกระโปรงสีชมพูหรือเครื่องประดับทั้งหมดที่ดูเหมือนเจ้าหญิง ผมยาวลอน ตากลมแป๋วเหมือนกับตุ๊กตา แพรวาดูกลายเป็นเด็กแก่นที่กำลังวิ่งตามพี่นางฟ้าไปเลยทันที 

“คิกคิก พี่เดียร์” ตอนนี้ธาวินตกกระป๋องไปแล้ว แพรวาติดมายเดียร์มาก กระโดดโหยงเหยงท่าทางตื่นเต้นที่ทำให้คนมองต่างต้องเผยรอยยิ้ม ศรันย์อธิบายไม่ถูก ต่อให้มายเดียร์อาจมีงอแงหรือซนแต่ทุกอย่างกลับยังดูเหมือนอยู่ในกรอบของคำว่าเรียบร้อย ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าคำว่าเด็กมักเติบโตขึ้นตามอิทธิพลรอบตัวด้วยเช่นกัน ถ้าให้เดามายเดียร์คงอยู่กับผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก แตกต่างจากเจ้าแฝดของเขาที่ชอบนั่งเล่นกับพวกเด็กๆในหมู่บ้าน ไม่ได้มีใครน่ารักไปกว่าใคร มันคือความลงตัวและความน่ารักในแต่และแบบที่แตกต่าง 

 

ภูเดินนำหน้า อุ้มมายเดียร์กับแพรวาด้วยแขนคนละข้าง 

ส่วนแทนคุณเดินตาม คอยใช้มือรองๆเผื่อกันมายเดียร์กับแพรวาหล่น 

 

“เมื่อคืนจัดหนักเลยดิ” เสียงจากธาวินดังลอยเข้ามา ศรันย์หันไปมอง ธาวินก็ยังปากหมากับเขาอยู่เหมือนเดิม 

“มึงนี่ขี้เสือกนะ” 

“จุกคอแน่เลย เจอของมันไปมีร้องนะมึง”  

“แน่นอน ไม่เล็กแบบของมึงหรอก”  

“อ้าวเดี๋ยวกูเปิดโชว์ตรงนี้หรอก” ธาวินคือผู้ชายที่หยาบคายมากถึงมากที่สุดคนหนึ่ง แต่พอหันไปคุยกับกานต์และลูกสาวจะคะขาและกลายเป็นสุภาพบุรุษอบอุ่นในทันที ศรันย์ไม่ได้ติดขัดใจอะไร เขากับธาวินคุยกันแบบนี้มานานมากแล้วซึ่งถ้าจะให้ธาวินต้องมาพูดเพราะด้วยเพียงเพราะตัวเขาได้ไปเป็นเมียของภู แบบนั้นศรันย์นี่แหละที่จะขนลุกเอง 

 

หลังจากไปทานข้าวอะไรด้วยกันในสนามบินจนเรียบร้อย 

ตัวของศรันย์ยังไม่ได้คุยกับภูเลย จนมาถึงในตอนสุดท้ายที่จะต้องส่งภูขึ้นเครื่องแล้ว 

“เดี๋ยวหนูโทรหานะคะ” แพรวากับแทนคุณกำลังกล่าวลาคนเป็นพ่อ ส่วนศรันย์ยังคงยืนเงียบแล้วมองจากตรงนี้ เห็นว่าหลายครั้งที่ภูหันมามองเหมือนว่าอยากจะคุยด้วย แต่ตัวของศรันย์หลบตา จนที่เสียงประกาศเรียกชื่อของภูดังขึ้นว่าให้เข้าไปด้านในของเกท หมดเวลาสำหรับการล่ำลา รอยยิ้มของภูส่งยิ้มให้ สองขายาวที่เตรียมจะก้าวหันหลัง 

 

แต่เพียงแค่ภูก้าวขาเดินออกมา 

เสียงฝีเท้าจากด้านหลังดังตามมา 

...หมับ!.. ก่อนจะเป็นแรงกอดรั้งที่ทำให้ภูยิ้มออกมาอีกครั้งเพราะจำสัมผัสได้ดี เขาหันกลับ แขนที่กอดตอบศรันย์ มือหนาลูบใบหน้าขาวของคนเบื้องหน้าที่อยู่ในอ้อมกอด กดจูบลงบนริมฝีปากนิ่ม ออกแรงดูดดึงผะแผ่วก่อนจะผละออกจากกัน 

 

“แล้วเจอกันนะ” ภูทิ้งประโยคนี้ไว้ซึ่งศรันย์พยักหน้ารับ 

ปล่อยมือออกจากกัน มองตามแผ่นหลังกว้างที่เริ่มไกลห่างจนพ้นสายตาไปในที่สุด... 

..หมับ..หมับ! แต่แรงจับจากเด็กแฝดที่วิ่งเข้ามาจับมือของศรันย์คนละข้าง ศรันย์มองลูกทั้งสองก่อนจะยิ้มตามออกมา ขนาดเจ้าเด็กน้อยยังเข้าใจแล้วทำไมเขาจะต้องงอแงกัน ไม่ได้โดนทิ้ง แต่ภูแค่ไปเรียนเพื่อที่จะกลับมาหากันอีกครั้ง 

 

ในตอนที่พวกเขาจะก้าวเดินออกจากสนามบินมีเสียงกรี๊ดและกลุ่มคนที่เยอะมากตรงทางออก 

กลุ่มผู้ชายเสียส่วนใหญ่แถมยังใส่เสื้อบอลที่พอมารวมกันแบบนี้แล้วน่ากลัวมาก 

 

“พี่คนนั้น” แทนคุณพูดขึ้น ทำเอาศรันย์ต้องเลิกคิ้ว 

“คนไหน?” 

“คนในทีวี...ที่เตะบอล” แทนคุณชอบดูทีวีแต่ไม่ได้จำมากนักว่าใครชื่ออะไร ตอนแรกศรันย์จะเลิกสนใจเพราะอยากจะพาลูกกลับบ้านแล้ว จนกระทั่งมีความรู้สึกว่าเสียงฝูงชนเริ่มเข้ามาใกล้ มีบอดิการ์ดของทางสนามบินเดินมาทางเขา แล้วร่างของคนที่วิ่งตามหลังมาทำให้ศรันย์ต้องยืนนิ่งค้าง 

 

“พี่!!” มีไม่มากนักกับคนที่จะเรียกศรันย์ด้วยน้ำเสียงร่าเริงแบบนี้ 

ไอ้เด็กผิวแทนที่เขาเคยนั่งเฝ้าอยู่ริมสนามบอลวันนั้น... 

“โอ้ยยโคตรคิดถึงพี่มากเลยย!” โปรดจะโกนลั่น โผเข้ากอดศรันย์โดยที่ตอนนี้แทนคุณเองก็อ้าปากค้างไปแล้ว เคยนั่งดูโปรดเตะบอลผ่านทีวีไม่คิดว่าจะได้เจอตัวจริงด้วย ชีวิตติ่งของแทนคุณคอมพลีท ได้เจอทั้งกานต์กับพี่คนในสนามบอล 

 

“พวกมึง...มาได้ยังไง” ศรันย์ยังคงงุนงง หันไปหาแพรวาพบว่าเธอกำลังยืนมองปลื้มอย่างพิจารณา 

“ไหนไอ้ภูอ่ะ” ปลื้มยังคงขวานผ่าซาก ถามศรันย์มาพร้อมการมองหาเพื่อนตัวเองด้วย 

“ไอ้ภูเพิ่งกลับสวีเดนไปเมื่อกี๊...พวกมึงไม่ได้คุยกันก่อนเหรอ” เพียงประโยคนี้จากปากของศรันย์ที่ทำเอาปลื้มต้องหันไปมองโปรดตาขวาง คนที่ตัวเล็กอยู่แล้วยิ่งเหมือนตัวเหลือครึ่งเซน โปรดทำหน้าหงอย 

 

“กะจะมาเซอร์ไพร์ส ดันเซอร์ไพร์สเองเลย” ประโยคนี้จากโปรดที่ทำให้ศรันย์เข้าใจอะไรหลายอย่าง เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ชีวิตกลับมามีสีสันขึ้นอีกแล้วเมื่อได้กลับมาเจอไอ้พวกแกงค์เด็กนรก ตัวของเขาส่ายหน้า ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนแต่ไอ้พวกนี้ก็ยังนิสัยบ้าบอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย 

“พวกมึงค้างที่ไหน ไปพักบ้านไอ้ภูไหม” ศรันย์ถามออกไป นึกสงสารเพราะดูโปรดกับปลื้มจะไร้ที่พึ่ง 

“ก็ดีพี่ แต่ตอนนี้ออกจากตรงนี้ก่อน...เสียวเด็กๆโดนชน” โปรดพูดเสียงเบา หันไปมองกลุ่มแฟนบอลที่พยายามจะแหวกบอดิการ์ดเข้ามา ศรันย์เลยรีบพาแทนคุณกับแพรวาขึ้นรถพร้อมทั้งรวมไปถึงปลื้มกับโปรดด้วย คืนนี้กะจะค้างบ้านภูอยู่แล้วเพราะกลับกาญจนบุรีคงไม่ทัน ถือโอกาสได้อยู่เล่นกับปลื้มและโปรดไปด้วย 

 

ศรันย์เหลือบไปมองเบาะหลัง เขายังไม่รู้แน่ชัดว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน 

แต่ดูโปรดจะตามวอแวปลื้มอยู่ตลอดเหมือนเดิม อยากถามว่าเหนื่อยไหม เห็นวิ่งตามปลื้มมาตั้งนานมากแล้ว 

 

“ไอ้ภูกลับไปแล้วจริงๆเหรอพี่” โปรดถามมาอีกเพื่อความแน่ใจ 

“เออดิ ไม่งั้นกูจะมาสนามบินทำไม” 

“โหห โคตรเซ็ง” เสียงบ่นจากโปรดที่ทำให้ศรันย์ส่ายหน้า เขาเอนหัวพิงกระจกรถ มองออกไปด้านนอกก่อนจะต้องยกยิ้มออกมากับตัวเอง ชีวิตนี่มันน่าตลกเสียจริงเชียวนะ ศรันย์ไม่เคยคิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะได้กลับมาเจอทุกคนอีก เราต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ก้าวเดินในเส้นทางที่แตกต่าง แต่สุดท้ายหากยังไม่ถึงเวลาที่ต้องจาก คงต้องกลับมาพบกันอีก 

 

ดวงตาคู่สวยมองผ่านรั้วกรงเหล็กเข้าไปยังลานกว้าง เครื่องบินหนึ่งลำที่กำลังทะยานขึ้นบนฟ้า 

กลับมาเอนหัวพิงกับเบาะ ปิดเปลือกตาและระบายยิ้มเชื่องช้า 

 

...ขอบคุณทุกคนที่ทั้งเดินผ่านเข้ามาและเดินจากไป  

ทุกสิ่งอย่างที่พบเจอ มันช่วยทำให้ศรันย์ได้เข้าใจคำว่าชีวิตอย่างลึกซึ้ง... 

 

 

# # # # # # # # END # # # # # # # # # 

ถ้ายังรู้สึกยังไม่มูฟออน อยากอ่านหวานๆ

จองเล่มมาหรือไม่ก็รอซื้ออีบุ๊คเลยน้า ตอนพิเศษจุกๆ

 

 

ขอบคุณทุกคนมากๆเช่นกันนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อไป  

ที่อาจจะทำให้ได้เห็นชีวิตในอีกมุมหนึ่ง ที่เราอยากจะถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือออกมา ;  ) 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว