ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 20 : คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2563 19:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
แบบอักษร

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว 

 

หลังผมออกมาจากโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้ว หนึ่งเดือนที่ผมได้สัมผัสกับการเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิด มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เคยคิดไว้ แม้เด็กๆ จะเป็นเด็กดีไม่ร้องไห้งอแงสักเท่าไหร่ แต่การที่ผมต้องดูถึงสองคน มันก็ทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยมากเช่นกัน ความเหนื่อยล้าที่แลกมากับความสุขที่มีพวกเขาในชีวิตทุกๆ วัน

"น้ำหนึ่ง พักหลับก่อนไหม เดี๋ยวพี่ช่วยดูแลเด็กๆ ให้"

"ผมไหวครับพี่นิด" ผมละสายตาจากลูกที่นอนอยู่บนเปลเล็ก หันไปยิ้มขอบคุณพี่นิดที่เดินเข้ามาในห้องของผม

"แต่พี่ว่าไม่ไหวแล้วล่ะ หลับสักพักจะเป็นอะไรไป ตอนนี้เด็กๆ ก็หลับแล้วด้วย" พี่นิดเดินมานั่งข้างกันกับผม ผมยิ้มแหยเพราะเมื่อคืนผมก็แทบไม่ได้หลับนอน เพราะกลัวว่าเด็กๆ จะตื่นขึ้นมาตอนดึก

"ขอบคุณครับ" มาจนถึงตอนนี้ผมก็รู้สึกง่วงแล้วจริงๆ ผมบอกกับพี่นิดด้วยความเกรงใจอีกครั้งที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผมตลอด ก่อนจะย้ายตัวเองไปฟุบหลับตรงขอบเตียงนอนพักเอาแรง เพื่อจะตื่นขึ้นมาดูแลลูกต่อ

ผมนอนหลับไปนานทีเดียว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงเด็กๆ ร้องอ้อแอ้อยู่ใกล้ๆ ปรือตามองก็เห็นเป็นเอริโกะที่อยู่ภายในห้องนั่งอยู่ข้างเปลเด็ก พี่นิดคงออกไปดูแลงานที่ร้านก่อนที่ผมจะตื่น

เอริโกะเพียงจ้องมองสองแฝด จะว่าไงดีครับ มาาจนถึงตอนนี้พวกเด็กๆ ก็ยังคงไม่ชอบให้ใครแตะเนื้อต้องตัวนอกจากผม ถ้ามองอยู่ด้านนอกเฉยๆ ก็ไม่เป็นอะไร

"เมื่อไหร่วารินกับวายุจะให้ฉันอุ้มได้บ้าง อยากสัมผัสเจ้าก้อนนุ่มบนแก้มจะแย่แล้ว" เอริโกะบ่นอุบที่ถูกเด็กๆ เอาแต่ปฏิเสธตลอด ท่าทางของเธอมันทำให้ผมยิ้มเคลื่อนตัวไปนั่งลงข้างกัน

"คงต้องผ่านช่วงนี้ไปก่อนนะ ลูกยังเล็กคงไม่คุ้นชินสัมผัสจากคนอื่น" ผมใช้ปลายนิ้วชี้เขี่ยบนแก้มกลมของลูกที่ตาใสแจ๋วจากการตื่นนอนทั้งสองคน วารินดูจะชอบใจที่ถูกผมทำถึงเอาแต่ร้องไม่หยุด ต่างกับวายุที่นอนนิ่งหรือไม่ก็พยายามหลีกหนีสัมผัสจากผม

"จะว่าไปเด็กๆ ก็โตเร็วจังเลยนะ ตอนนั้นยังตัวแดงกันอยู่เลย"

"อืม" ผมเห็นด้วยกับเธอ ทั้งที่สายตายังคงวางไว้ที่พวกเขา

"น้ำหนึ่งไม่หาผู้ช่วยเลี้ยงเด็กๆ บ้างเหรอ อย่างที่พี่นิดแนะนำจะได้ไม่ต้องเหนื่อย" นิ่งเงียบเพียงครู่หนึ่ง เอริโกะก็ถามผมขึ้นมาอย่างจริงจัง ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย มองไปทางลูกก่อนจะหันไปตอบคำถามเธอ

"เราอยากดูแลพวกเขาด้วยตัวเอง แค่มีเอริโกะและพี่นิดแวะเวียนมา ก็ช่วยได้เยอะแล้ว" การหาผู้ช่วยเลี้ยงดู แน่นอนว่าช่วยแบ่งเบาภาระผมได้มากทีเดียว แต่ว่าผมอยากจะเลี้ยงดูพวกเขาด้วยตัวของผมเอง อยากดูแลเอาใจใส่และให้ความรักมากเท่าที่ผมจะให้ได้ ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าขาดเหลืออะไรในชีวิต

"เป็นคุณแม่ที่น่ารักจัง" เอริโกะกล่าวชมผม ผมเพียงยิ้ม ถูกเรียกว่าคุณแม่มาจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้สึกชิน

หลังจากเอริโกะขอตัวออกไปทำงานที่ร้านกับพี่นิด ผมก็ยังคงเฝ้ามองดูแลลูกน้อยในเปล และมองลอดออกไปยังนอกหน้าต่างที่ปรากฏแสงแดดอ่อนยามสาย ผมจึงอุ้มพวกเขาใส่ในรถเข็นเด็กที่มีที่นั่งสองฝั่งสำหรับเด็กแฝด เพื่อพาออกไปรับอากาศบริสุทธิ์นอกห้องพัก เมื่อเข็นมาหยุดอยู่ตรงกลางสวน ผมก็จับวารินอุ้มแนบอก ส่วนวายุยังคงนอนในรถเข็น แล้วสลับอุ้มอีกคนขึ้นมาบ้างวนเวียนกันไป

"หิวหรือยังครับ"

"แอ้ แอ้"

"เดี๋ยวเรากลับเข้าบ้านกันนะ" ออกมากันนานแล้ว ผมก็ย่อตัวถามลูกทั้งสองคน แม้พวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ผมก็ชอบที่จะได้พูดคุยกับลูก วารินตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี ส่วนวายุยังคงนิ่งงัน แต่ก็คงหิวไม่ต่างจากคนพี่ เข็นรถเข็นเด็กพากลับเข้าไปในห้อง แล้วอุ้มออกมานอนบนเตียงนอนใกล้ๆ กัน ก่อนจะเดินไปยังตู้เย็นนำน้ำนมที่ขอรับซื้อจากเหล่าคุณแม่ในช่องแช่แข็งอุ่นใส่ขวดเล็กๆ สองขวดให้พวกเขาได้ดื่ม

ช่วงที่พวกเขาดื่มนมเป็นอะไรที่ผมมีความสุขมากที่สุด แต่เพราะผมมีลูกสองคน ผมจึงสามารถถือป้อนได้ทีละคนเท่านั้น ผมมักจะให้วารินก่อนเสมอเพราะเธอเป็นเด็กผู้หญิง ส่วนวายุไม่ว่าจะดื่มก่อนหรือดื่มทีหลัง เด็กคนนี้ก็ไม่เคยโวยวายอะไรเลยครับ แถมยังจะคว้าขวดนมไปถือเองด้วยซ้ำ แต่เพราะยังไม่แข็งแรง ผมจึงยังคงต้องช่วยถือและดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อดื่มกันจนหมดขวด ดวงตากลมเล็กๆ ก็คล้ายจะปิดลง ผมจึงตบลงบนสะโพกของลูกขับกล่อมให้หลับสนิทแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกาย ช่วงที่ลูกหลับอีกครั้งผมก็ลุกไปหยิบกระดาษกับดินสอมาวาดรูป รูปที่คุณฟาโรห์ติดต่อมาขอให้ผมช่วยวาดขึ้นสามภาพ และอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้เขาจะเดินทางมารับด้วยตนเองที่นี่

คืนเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ผมก็กลับไปทำงานกับพี่นิดได้แล้วครับ เป็นพนักงานคิดเงินตรงหน้าเคาน์เตอร์ เพราะพี่นิดได้ทำพื้นที่สำหรับเด็กให้ลูกของผมได้อยู่ในสายตาตลอดภายในร้าน ทีแรกผมกลัวว่าเด็กๆ จะตื่นคนแล้วจะร้องไห้ แต่เปล่าเลยพวกเขาดูสนใจกับสิ่งแปลกใหม่ แต่ก็ยังไม่ให้ใครแตะเนื้อต้องตัวนอกจากผมอยู่ดี

"เนตรบอกว่าเดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะบินมาที่นี่ ช่วงที่น้ำหนึ่งคลอดลูก เนตรอยากจะมาหามาก แต่ก็ติดตรงงาน"

"พี่เนตรบอกผมแล้วครับ" พี่นิดพูดกับผมด้วยรอยยิ้ม ตอนที่ผมเดินกลับมาทำงานตรงหน้าเคาน์เตอร์หลังจากออกไปช่วยเอริโกะเสิร์ฟชาให้กับเหล่าลูกค้า โดยมีเด็กๆ นอนตาแป๋วอยู่ใกล้ๆ นอนนิ่งไม่มีเสียงร้องไห้ อ่า...ไม่สิครับ จะต้องบอกว่าร้องช่วงที่หิวหรือไม่สบายตัว

ส่วนเรื่องพี่เนตรที่พี่นิดบอกกับผม ความจริงแล้วผมกับเขาเราก็ติดต่อกันปกติ ช่วงที่คลอดลูกผมก็ส่งรูปถ่ายให้เขาได้ดูเด็กๆ ทั้งสองคน พี่เนตรยังบอกอีกว่าน้องวารินเหมือนกับผม ส่วนน้องวายุก็หล่อเหลาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ

ไม่เพียงแค่พี่เนตรที่ผมติดต่อกลับไป พี่ทายเองก็เช่นกัน ตอนนี้พี่ทายก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ออกไปทำธุรกิจส่งออกเสื้อผ้า ไม่ได้ทำงานที่บาร์เหมือนช่วงตอนเรียน แล้วยังบอกกับผมอีกว่า เสียดายที่ไม่ได้อยู่ด้วยตอนคลอดเด็กๆ เพราะกิจการเพิ่งเริ่มก่อตั้งยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่จะส่งของขวัญรับหลานฝากพี่เนตรมาให้ผม

ยามได้รับข้อความเหล่านั้น ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ยังมีพวกพี่ๆ คอยให้ความช่วยเหลือและไม่ทิ้งผมไปไหน

"แอ้ แอ้"

"สงสัยคงหิวกันแล้ว"

"นั่นสิครับ"

เสียงของลูกและเสียงของพี่นิดที่ตะโกนดังมา ทำให้ผมหันไปยิ้มให้กับเจ้าตัวน้อยที่นอนอยู่ในเปลเด็ก ส่งเสียงร้องอ้อแอ้ดั่งกำลังประท้วง เอริโกะที่นั่งมองอยู่ใกล้ๆ ก็เดินมาสับเปลี่ยนกับผม ให้ผมได้เข้าไปดูแลลูก

"ร้องอยู่คนเดียวเลยคนนี้" ผมลูบพุงกลมๆ ของวารินที่เอาแต่ร้องเสียงดังกว่าใคร วายุเพียงนอนตาแป๋วมองมาทางผมเฉยๆ ก่อนผมจะเดินเข้าไปเตรียมนมอุ่นด้านในแล้วเดินถือออกมาให้ทั้งสองคนดื่มกันคนละขวด เมื่อดื่มกันจนอิ่มเรียบร้อยแล้ว ก็ตบสะโพกขับกล่อมให้นอนหลับ ยามเจ้าก้อนกลมทั้งสองหลับสนิท ผมก็เดินกลับไปช่วยเอริโกะทำงานต่อ

"นี่ลูกค้าคนนั้นเอาแต่จ้องน้ำหนึ่งมาหลายวันแล้วนะ" ทำงานไปสักพัก เอริโกะก็เดินเข้ามากระซิบผม ผมเพียงส่ายหน้าไปมา เธออาจจะเข้าใจผิดก็ได้

"ไม่หรอก เรามีลูกแล้วนะ" แถมยังมีลูกติดถึงสองคน

"จริงๆ นะ ไม่เชื่อลองหันไปมองดู หล่อมาก น้ำหนึ่งไม่สนใจเหรอ" เธอชี้ไปยังลูกค้าที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องมุมสุด ผมก็เผลอมองตามไป เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทชาวญี่ปุ่นที่กำลังจิบกาแฟในแก้ว เขากำลังมองมาที่ผมจริงๆ ทั้งที่ผมสบตากับเขาเขาก็ยังไม่หยุดจ้องมองกัน แต่เป็นผมเองที่หันสายตากลับมา

"ไม่ เราสนใจแต่ลูก" ตอนนี้ลูกก็ยังเด็ก เรื่องความรักผมต้องขอพับเก็บไว้ก่อน ผมอยากทุ่มเทให้กับพวกเขา

"นี่อย่าบอกนะว่าจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไปตลอด หรือว่ามีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว" เอริโกะถามผมอย่างตกใจ แต่ประโยคหลังกลับยิ้มกรุ้มกริ่มเสียจนผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อยแล้วดันหลังเธอให้ไปทำงานต่อได้แล้ว

"จริงสินะ น้ำหนึ่งมีคนที่ชอบแล้ว" ไม่วาย เธอยังหันหลังมาแซวผมต่อ

"เอริโกะ"

"โอเค ฉันไปทำงานต่อแล้วก็ได้ ไม่อยากแซวคนแถวนี้จนหน้าแดงทำตัวไม่ถูก" ก่อนจากไปเธอยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้ผม ผมจึงเผลอตัววางมือลงบนแก้มนุ่มของตัวเองทั้งสองข้างแล้วดันเผลอไปสบตากับชายหนุ่มคนนั้นที่นั่งอยู่ด้านหลังร้านอีกครั้ง เขายังคงมองผม จนผมเริ่มทำตัวไม่ถูกรีบกลับมาทำงานรับลูกค้าที่เข้ามาชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์พอดี พยายามทำจิตใจให้สงบและตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง

กระทั่งหลังเลิกงาน ผมก็กลับไปดูแลลูก เด็กๆ ตื่นนอนแล้วครับ นอนตาแป๋วอยู่บนเปล ผมจึงจับอุ้มแต่ละคนวางลงบนรถเข็นแล้วเข็นออกจากร้านพร้อมกันกับพี่นิด แล้วโบกมือลาเอริโกะที่กลับบ้านไปอีกทาง

"อีกไม่นานคงได้วิ่งซนกันแล้ว โตไวเชียว" พี่นิดมองเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในรถเข็น ถึงจะไม่ขยับตัว แต่ดวงตากลมก็เอาแต่มองนู่นมองนี่ไม่ห่าง

"นั่นสิครับ ผมเริ่มอุ้มไม่ไหวแล้ว" ผมก้มมองลูกก่อนจะตอบพี่นิดกลับไป

"แอ้ แอ้" แล้วเสียงประท้วงของคนพี่อย่างวารินก็ทำให้ผมกับพี่นิดยิ้มหัวเราะด้วยกันไปตลอดทาง แล้วแยกย้ายกันกลับเข้าห้องเมื่อมาถึงตัวบ้านพัก ภายในห้องผมก็ยังคงเล่นกับเจ้าตัวนอนที่ถูกจับอุ้มนอนบนเตียง แกล้งฟัดพุงกลมๆ กับแก้มกลมอย่างนึกสนุก แต่เมื่อเหลือบสายตามองดูนาฬิกาบนผนังถึงเวลาที่เด็กๆ จะต้องอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน

แต่ก่อนที่ผมจะพาลูกเข้าไปอาบน้ำ เสียงข้อความที่ดังเข้ามาในโทรศัพท์ก็ทำให้ผมเลือกเดินไปหยิบขึ้นมาดู คุณฟาโรห์ส่งข้อความมาหาผม ว่าอาจจะเดินทางมาที่นี่เร็วกว่ากำหนด พร้อมกับส่งภาพถ่ายมาให้ผมดู ภาพถ่ายในร้านอาหารริมน้ำกับการกินกุ้งตัวใหญ่ ผมยิ้มหัวเราะกับท่าทางร่าเริงของเขาผ่านทางโทรศัพท์ ภาพถ่ายสามภาพที่มีเขาเด่นชัดมากที่สุด ทว่าใครอีกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันกับเขาในชุดสูท มันเป็นภาพที่ไม่ชัดเจนมากนักเพราะชายหนุ่มเอาแต่เหม่อมองไปทางแม่น้ำ แต่ทำเอาใจของผมเต้นแรงไปหมด

เพราะเขาคนนั้นช่างคล้ายกับคุณอัคคี...

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ผมส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเอง ทั้งที่เวลาก็ผ่านมานานแล้วแต่ผมกลับยังคงคิดถึงเขา อ่านข้อความอีกหนึ่งประโยคที่ส่งว่า การมาครั้งนี้คุณฟาโรห์จะพาใครอีกคนมาด้วยกัน ผมก็แค่ตอบตกลงกลับไป แล้วให้เขาแจ้งวันเวลาที่แน่ชัดอีกทีเพื่อว่าผมจะขอพี่นิดคุยงานหนึ่งถึงสองชั่วโมง

"แอ้ แอ้"

"อ่า ขอโทษครับ"

แล้วเสียงของเจ้าตัวน้อยบนเตียงนอนก็ทำให้ผมหันไปยิ้ม เพราะผมชักช้าสินะ ถึงได้ร้องเตือนให้รีบพาเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ

แต่ก่อนจะได้อาบน้ำจริงๆ ผมก็แกล้งโดยการหอมแก้มทั้งสองคนอย่างหน่ำใจทีเดียว...

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น