OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

EP.02 จีบปะเนี่ย [2/2]

ชื่อตอน : EP.02 จีบปะเนี่ย [2/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 748

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2563 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.02 จีบปะเนี่ย [2/2]
แบบอักษร

EP.02  

จีบปะเนี่ย  

[2/2] 

 

 

18.00 น.

                ผมดีดตัวลุกคนแรกของห้องอีกแล้วเพราะโดนเด็กที่รอข้างล่างกดดันอย่างหนัก เขาไลน์มาบอกว่าหิวข้าวทุกสิบนาทีเลย

                “มึงรีบไปไหนเนี่ย”

                “น้องเขารอกูอยู่ข้างล่างน่ะ จะรีบลงไปหา”

                “รอมึงทำไมวะ?”

                “รอกินข้าว”

                “น้องมันจีบมึงปะเนี่ย มึงถามเขาให้รู้เรื่อง”

                “ไร้สาระน่ะ กูไปก่อนนะ ดึก ๆ เดี๋ยวโทรหา จะสรุปที่กูอ่านสอบให้ฟัง”

                ไม่กี่อึดใจผมก็ลงมาหาพีชจนได้ หน้าหล่อ ๆ ของเขายังคงเรียบนิ่งอย่างเคย ผมได้แต่ส่งยิ้มให้เขาแล้วทิ้งตัวนั่งตรงข้าม

                “ท้องร้องแล้ว”

                “พีชอยากกินอะไร ร้านแถวนี้ก็จะมีพวกสเต็ก อาหารตามสั่ง ไก่ทอด อาหารเกาหลี”

                “แล้วแถวหอไนน์ล่ะมีอะไรเด็ด”

                “อ๋อ ถ้าแถวหอต้องหมูกระทะเลย หัวละ 249 บาทรวมน้ำแล้ว”

                “อยากกิน พาไปหน่อย”

                “แต่ถ้าไปหอต้องนั่งรถตู้เข้าไปอีกนะ น่าจะเกือบยี่สิบนาทีเลย ตอนนี้รถติดด้วยมั้ง พีชจะทนไหวเหรอ?”

                “ไหว อยากไปหอ...”

                “ห้ะ?”

                “อยากไปกินหมูกระทะ ไม่ได้กินนานมากแล้ว”

                เด็กคนนี้มีพลังวิเศษอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมยินยอมเขาโดยง่าย ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งของเขาผมกลับสัมผัสได้ว่าเขากำลังอ้อน ทั้งที่น้ำเสียง ใบหน้า แววตาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะ แต่ผมกลับรู้สึกแบบนั้น ส่วนผมก็ไม่ได้รู้สึกนิสัยใจคอเขาดีขนาดนั้นจึงได้แต่พยักหน้าตอบรับแบบไม่อยากขัดใจ

                ตั้งใจจะเลี้ยงข้าวเขาสักมื้ออยู่แล้ว แต่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าเขาต้องมานั่งรอผมตั้งนานเพื่อที่จะได้กินข้าวด้วยกัน ที่คิดไว้คือผมจะนัดเจอเขาวันหลังน่ะครับ หลังผมสอบเสร็จก็ได้ แล้วที่จริงช่วงเวลาใกล้สอบแบบนี้ผมจะไม่เสียเวลาไปกับอะไรเลยนอกจากการอ่านหนังสือ วันนี้พิเศษหน่อยที่มีพีชมากินข้าวด้วย อ่า ไม่สิ เขาอยากกินหมูกระทะนี่นา

                เขานั่งรถตู้หน้ามหาวิทยาลัยกลับหอไปกับผม ทั้งรถมีเขาเป็นเด็กมัธยมอยู่คนเดียว แน่นอนว่าคนรอบข้างก็มองว่าเขาแปลกจากคนอื่น แต่พีชไม่สนใจสายตาใครเลยเพราะเขาเอาแต่มองออกไปนอกกระจกสนอกสนใจกับร้านอาหารข้างทาง จนมาถึงหน้าปากซอยหอที่เป็นจุดหยุดรถตู้พอดี ผมจ่ายเงินให้เขาเรียบร้อยจากนั้นจึงพาเขาลงมา

                “ร้านอยู่ซอยโน้น เดินไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว”

                “แล้วหอไนน์อยู่ไหน?”

                “หอเราอยู่ซอยนี้แหละ ตึกสีครีม ๆ ตรงนั้นไง”

                “ปกติบอกที่อยู่คนอื่นไปทั่วหรือไง?”

                “อ้าว ก็พีชถาม”

                “อยู่ปีสองจริงปะเนี่ย ซื่อบื้อ”

                “โห ว่าเราซื่อบื้อเลยเหรอ เราเป็นพี่พีชตั้งสามปีนะ”

                พีชชอบปีนเกลียวตลอดแหละ เขาไม่สนใจอายุที่เราห่างกันเลย แต่ช่างเถอะ ผมไม่ค่อยถือเท่าไหร่หรอก ไม่ใช่คนที่เคร่งกับการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอะไรทั้งนั้น ตัวผมก็ใช่จะน่าเคารพเสียเมื่อไหร่ วัน ๆ ทำตัวติงต๊องยิ่งกว่าเด็กมัธยมอีกมั้ง

                ผมสะพายกระเป๋าผ้าขึ้นบ่าพร้อมกับที่พีชเองก็สะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นหลัง จากนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ พีชจับมือผมข้ามถนน...

                ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

                มือข้างขวาที่ถูกเขาจูงมันชาวาบขึ้นมาทั้งแขนเลย ผมได้แต่ก้มมองมือของเราที่สัมผัสกันไม่ละสายตา ไม่เข้าใจความรู้สึกตื่นเต้นปนตกใจแบบนี้เท่าไหร่ รู้แค่ว่าหัวใจเต้นแรงเป็นบ้า คนที่เคยจูงมือผมข้ามถนนน่ะมีสองคนคือแม่กับพี่นัทซึ่งนั่นมันก็ตอนผมเด็กมากแล้ว โตมายังไม่เคยมีใครได้จับมือผมนอกจากไอ้ปืนเพื่อนรัก

                แต่เนี่ย พีชคือคนที่เพิ่งรู้จักกันมาได้ไม่กี่วันเอง เขาไม่เขินหน่อยเหรอที่จู่ ๆ มาจูงมือผู้ชาย ผมที่ว่าโตกว่าเขาสามปียังหน้าร้อนวูบวาบเลย ยอมรับก็ได้ว่าเขิน!

                “อย่าเดินนำหน้า”

                เพราะผมไม่กล้าสู้หน้าเขา เมื่อข้ามมาอีกฝั่งของถนนได้สองขาผมก็เดินจ้ำอ้าวไม่มองซ้ายมองขวา ในหัวยังมีภาพมือเรากุมกันฉายวนไปวนมา และใช่ครับ ผมหุบยิ้มไม่ได้! แล้วผมก็ไม่อยากให้เขาเห็นด้วย

                “ถ้าไม่เดินนำแล้วจะพาพีชไปร้านถูกได้ไง”

                ผมยังคงก้มหน้าตอบเขา พูดเสร็จก็รีบเม้มปากแน่น จะไม่ยอมเผยยิ้มเขินอายให้พีชเห็นเด็ดขาด!

                “เดินข้างกันก็ได้ เดินนำไปแบบนี้ถ้าหันมาไม่เจอเราแล้วไนน์จะทำไง”

                ฟังที่พีชพูดจบผมจึงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าถ้าพีชไม่เดินตามผมมาแล้วเขาจะไปไหน แต่พอผมเงยหน้ามามองเขาก็พบว่าเด็กคนนี้หน้าแดงครับ หูเขาแดงมาก

                “พีชร้อนเหรอ?”

                “อืม ร้อนรุ่มไปหมดแล้วเนี่ย รีบเดินเถอะ”

                เป็นอีกครั้งที่กายเราสัมผัสกัน ไม่ได้จับมือกันเหมือนเมื่อกี้นะ แต่ระยะห่างในการเดินของเรามันเบียดกันมากเลย ตัวติดกัน ไหล่ชนกัน มีบางจังหวะที่มีคนเดินสวนมาพีชจะโอบเอวผมแล้วดึงเข้าหาตัวเขาเพื่อให้หลบคนและไม่ชนคนอื่น

                จะบอกว่ายังไงดีล่ะครับ คือผมไม่ชินเลย ไม่ชินกับการที่ใครมาทำแบบนี้ให้ คนรู้จักกันไม่กี่วันมันต้องดูแลกันขนาดนี้เลยเหรอครับ แล้วผมน่ะมันใจไม่กล้าพอจะหันไปปฏิเสธเขา ได้แต่หันไปยิ้มให้ทุกครั้งที่พีชคอยระวังหน้าระวังหลังให้

                พอถึงร้านหมูกระทะเราก็จัดการตักของสดมาวางไว้บนโต๊ะ รอเตาร้อนได้ที่จึงนำทุกอย่างลงไปย่าง ผมได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้นอีกหน่อยหนึ่งแล้วล่ะ พีชไม่กินอาหารทะเล พีชชอบกินเนื้อมากกว่าหมู ชอบกินเต้าหู้ไข่แต่ไม่ชอบกินลูกชิ้นกับวุ้นเส้น

                ส่วนผมน่ะเหรอ หึ กินทุกอย่างครับ ยิ่งเบค่อนนี่ของโปรดเลย ตักมาห้าจานผมก็กินหมด!

                “พีชอิ่มแล้วเหรอ?”

                ผมถามขณะที่เรานั่งกินมาได้ชั่วโมงกว่า พีชเอนหลังนั่งไปกับพนักเก้าอี้พลางยกมือขึ้นลูบท้องป้อย ๆ นี่ผมยังไม่อิ่มเลยนะ น่าจะได้สักครึ่งท้องเอง

                “กินเยอะแบบนี้ทำไมไนน์ไม่อ้วน เบค่อนจานที่เจ็ดแล้วนะ”

                “เราชอบกิน แต่กินยังไงก็ผอมอะ อาจเป็นที่กรรมพันธุ์ด้วยมั้ง บ้านเราตัวเล็กทั้งบ้านเลย”

                “พี่นัทกับพี่นีนก็ตัวเล็กเหมือนไนน์เหรอ?”

                “อืม ใช่ ๆ เอ๊ะ ว่าแต่ทำไมเรียกพี่นัทกับนีนว่าพี่ได้ แต่พีชไม่ยอมเรียกเราว่าพี่”

                “ไนน์ไม่เหมือนพี่ เวลาไนน์ยิ้มมันเหมือนเด็ก สดใสไปหมด”

                อ่า ถ้าพูดเรื่องยิ้มมาแบบนี้ผมมีอะไรจะถามเขาเหมือนกัน

                “ถามหน่อยได้ไหมทำไมพีชชอบมองปากเรา ทำไมชอบบอกให้เรายิ้ม เวลาเรายิ้มแล้วเราเหมือนใครเหรอ?”

                “เปล่า...”

                “เราบ้าจี้น่ะ เห็นอะไรก็ยิ้มก็ขำไปหมด ถ้าพีชไม่ชอบรอยยิ้มเรา เราก็ทำอะไรไม่ได้ งั้นก็อย่าทำให้เราขำ”

                “เคยบอกว่าไม่ชอบตอนไหน”

                นั่นสินะ พีชไม่เคยบอกว่าไม่ชอบนี่นา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่เคยพูดว่าชอบตอนผมยิ้มเหมือนกัน ช่างเถอะ ผมไม่ได้ติดใจอะไรนักเพียงแต่สงสัยตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกแล้ว เขาไล่สายตามองผมขึ้นมาจากด้านล่างตั้งแต่เท้า หัวเข่า เอว อก คอ และปาก พีชมองปากผมนานมาก

ผมเห็นแววตาเขาเปลี่ยนไป มันวูบไหวประหลาดจนผมประหม่าตั้งแต่ครั้งแรก แต่ก็ยังคงฉีกยิ้มให้เขาเพราะไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไง หลังจากนั้นมาจนกระทั่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาก็ยังสั่งให้ผมยิ้มอีกแล้ว ผมก็บ้าจี้ เขาให้ทำอะไรก็ทำตามหมด

                ผ่านไปพักหนึ่งผมก็อิ่ม ของที่ตักมาวาบบนโต๊ะหมดทุกจานเลย กินบุฟเฟต์นี่ผมกินคุ้มราคาอยู่แล้วครับ ผมกินเก่งนะ กินเยอะด้วย แต่มันไม่อ้วนครับ

                หลังจากออกจากร้านหมูกระทะ ผมกับพีชพากันเดินมาจนถึงหน้าปากซอย ขณะที่ผมกำลังจะควักเงินค่าแท็กซี่ให้เขากลับบ้าน พีชกลับคว้ากระเป๋าตังค์ของผมไปแล้วเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกงให้ผม

                “อ้าว เราจะให้ค่ารถพีชไง”

                “ไม่เอา”

                “เห้ย ไม่เป็นไร ที่นี่มันไกลจากบ้านพีชนะ เราไม่อยากให้พีชนั่งรถเมล์ มันช้า นี่สามทุ่มแล้วพีช กลับบ้านดึกไม่ดีนะ ผู้ใหญ่จะเป็นห่วง”

                พีชไม่เคยฟังผมเลยสักครั้ง เขาทำหูทวนลมแล้วจูงมือผมเดินจากตรงนี้ไปหน้าตาเฉย ถามยังไงก็ไม่ตอบว่าจะพาไปไหน กระทั่งเขาเลี้ยวเข้าซอยที่หอผมอยู่ผมจึงรู้ทันที อ่า ผมมันคนคิดน้อยเอง ใครถามอะไรก็บอกหมด ดันบอกพีชตั้งแต่แรกว่าหออยู่ซอยไหน หอสีอะไร แล้วเขาก็จำแม่นเสียด้วย พาผมมาส่งถึงหอจนได้

                “ถึงแล้ว ขึ้นห้องไปอ่านหนังสือเถอะ ว่างก็ทักมา”

                “ขอบใจนะพีช อ้ะ เอาค่ารถไป พีชต้องนั่งแท็กซี่กลับนะจะได้ถึงบ้านเร็ว ๆ”

                พอผมจะล้วงหยิบกระเป๋าตังค์พีชก็รั้งข้อมือของผมเอาไว้แน่น

                “เปลี่ยนเป็นยิ้มได้ไหม ยิ้มหวาน ๆ เลย”

                “แบบนี้เหรอ?”

                ผมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน แถมทำตาเหล่ใส่พีชหนึ่งทีจนเขาหัวเราะ

                “ฮ่า ๆ ๆ ไนน์ติงต๊องจริงด้วย”

                “ก็บอกแล้วว่าเป็นคนติงต๊อง”

                “ยิ้มดี ๆ อีกที จะไปแล้ว”

                คราวนี้ผมไม่แกล้งเขาแล้ว เผยยิ้มปกติอย่างที่ผมยิ้ม มองเขาปกติอย่างที่ผมมอง แต่พีช... มองผมไม่ปกติ สายตาของเขาตอนนี้มองผมด้วยแววตาเป็นประกาย ผมคุ้นเคยกับสายตาแบบนี้ดี มันเหมือนตอนที่ไอ้ปืนตามจีบแฟนมันตอนนั้นเลย!

                “พีช พีชจีบเราปะเนี่ย?”

                อะไรทำให้ผมใจกล้าถามออกไปก็ไม่รู้ แต่ผมมั่นใจนะว่าสายตาแบบนี้มันเหมือนเพื่อนผมตอนนั้นจริง ๆ ปกติคนเราไม่มองกันแบบนี้ วันนี้พีชก็ไม่ได้ใช้สายตาแบบนี้มองผมด้วย เขาเพิ่งทำตาหวานใส่ผมเมื่อกี้นี่เอง

                “ถ้าจีบจะติดไหม?”

                “ไม่ติดหรอก เราติดสอบ ไม่มีเวลาคุย”

                ถามตรงผมก็ตอบตรง...

                “โอเค สอบเสร็จค่อยว่ากัน”

                “แล้วตกลงจีบเราไหมเนี่ย?”

                “ไม่บอก”

                นอกจากผมจะไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาแล้ว ยังได้เห็นพีชมุมทะเล้นอีกด้วย เขาแลบลิ้นใส่ผมทีหนึ่งด้วยท่าทางกวนประสาท จากนั้นก็ล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วผิวปากเดินหันหลังไป ผมได้แต่ยืนมองเจ้าเด็กชุดนักเรียนคนนี้ด้วยอาการหัวใจเต้นแรง มันเต้นแรงกว่าตอนที่พีชจูงมือผมข้ามถนนตอนเย็นเสียอีก

                ผมไม่รู้หรอกนะว่าพีชน่ะจะมาไม้ไหน แต่สัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้มองผมเป็นแค่พี่หรือเพื่อน สายตาที่เขามองผมมันเปลี่ยนไป ซึ่งผมไม่ได้อ่อนต่อโลกถึงขั้นมองไม่ออก ถึงผมจะไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนมาก่อน แต่ว่าผมมีคนคุยมาตลอดนะครับ แล้วกับพีชนับว่าเป็นคนคุยได้ไหมนะ

                ถ้าเขาเข้ามาจีบจริง ผมก็พร้อมจะเปิดใจนะ ผมอยากมีแฟนแล้วอะครับ ฮือ

 

END TALK

_______________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

เขินนนนนนนนนน สองคนนี้มันบั่บบบ หนุบหนับในใจมากไอต้าวลูก ฮื่ออออออ 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

 

ความคิดเห็น