email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่สาม (ครึ่งแรก) ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก

ชื่อตอน : บทเรียนที่สาม (ครึ่งแรก) ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.4k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2563 09:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่สาม (ครึ่งแรก) ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
แบบอักษร

บทเรียนที่สาม (ครึ่งแรก)  

ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก 

[Music Yotin]  

 

 

เผลอแป๊บเดียวการเปิดภาคเรียนของเด็กนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่ต้องตามล่าหาพี่รหัสผมก็ไม่ได้มีโอกาสเจอพี่พรายอีกเลย ทั้งที่ผมกับไอ้พุฒพยายามเก็บดาวทองกันแทบตายจนครบทุกดวงกลายเป็นที่โจษจันไปทั้งคณะแต่สุดท้ายก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้สักดวง หนำซ้ำวันนี้ยังมีกิจกรรมผูกบายศรีของมหา’ลัยเพื่อจะได้มีพี่รหัสมออีก 

 

ไอ้หินมันก็ดูดี้ด๊าแต่เช้าลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ยังไม่ไก่โห่เลยด้วยซ้ำ ชุดนักศึกษาที่รีดเอาไว้อย่างเรียบร้อยถูกแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้า หินมันทำแบบนี้ให้ผมทุกเช้าไม่ต่างกับภรรยาในนิยายที่ปรนนิบัติสามีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนของแลกเปลี่ยนสำหรับเมียจำเป็นอย่างมันก็คือข้าวเช้า กลางวัน เย็น นั่นแหละถึงแม้ตอนนี้ช่วงกลางวันมันจะไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนมันในคณะก็เถอะ 

 

แกร๊ก... 

 

หินมันเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวลายพาวเวอร์พัฟฟ์เกิลส์สีชมพูมุ้งมิ้งพร้อมกับฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำให้ผมได้แต่ปรายตามองอย่างเวทนา ตัวเงี้ยขาวจั๊วะเลยใครได้มันไปสงสัยจะมันเขี้ยวน่าดูเพียงแต่ไอ้หินมันโง่เรื่องความรักครับ มีคนเดินหน้าเข้ามาขายขนมจีบเยอะแยะแต่มันกลับไม่รู้ตัว...หรือมันอาจจะรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะยึดมั่นกับรักแรกของมันมั้ง 

 

“ไอ้เพลงมึงตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำดิ” ไอ้หินมันหันมามองผมแล้วดึงผ้าเช็ดตัวที่คาดเอวออกไปเช็ดที่หัว หันตูดขาว ๆ มาทางผมแบบไม่มียางอายใดใดทั้งนั้น ผมกับมันเองก็เห็นกันมาหมดเปลือกตั้งแต่เด็กแล้วกระโดดเล่นแม่น้ำน่านกันก็ออกจะบ่อยจนชินตาไปเลยตอนนี้ 

 

“โตแล้วนะมึงยังจะแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นอีกเนอะ เดี๋ยววันนี้จะมีคนย้ายเข้ามาใหม่สองคนทำอะไรก็หัดระวังไว้บ้างสิวะ” ก็พูดแบบนี้มาตั้งแต่มอต้นแล้วมันก็โนสนโนแคร์อยู่ดี 

 

“กูก็แก้กับแค่มึงเปล่าวะ ไม่อยากเอาเสื้อไปเปลี่ยนในห้องน้ำอะมันเปียก” มันเริ่มหยิบกางเกงในสีขาวขึ้นมาใส่แล้วหันมาจ้องหน้าผม “มองตูดกูอยู่นั่นแหละ รีบไปอาบน้ำได้แล้วเขาเริ่มทำพิธีบายศรีกันตั้งแต่เช้าจะได้แวะไปกินข้าวกันก่อนเดี๋ยวตอนบ่ายมีกิจกรรมรับน้องอีก” 

 

“หิน...” 

 

“หืม?” มันกะพริบตารอฟังว่าผมจะพูดอะไร 

 

“เปล่า...ไม่มีอะไรรอกูแป๊บนะจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน” 

 

“อืมงั้นกูลงไปรอข้างล่างหน้าหอนะ อยากออกไปรับอากาศตอนเช้าน่ะส่วนเนกไทกูผูกให้แล้ววางอยู่บนโต๊ะนี่นะมึงจะได้สวมได้เลย” 

 

“ขอบใจ” ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนเพื่อบ่งบอกถึงตัวตนไอ้หินดี มันไม่ใช่คนรวย มันไม่ใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยมแต่มันเป็นคนดีและมีน้ำใจมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย ผมรีบคว้าผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปในทันที เสียงปิดประตูดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าไอ้หินออกไปนอกห้องแล้ว 

 

ใช้เวลาไม่นานผมก็แต่งตัวเดินออกจากห้องคล้องกุญแจ ล็อกห้องประตูอีกทีหนึ่ง ข้อเสียของหอในเพียงอย่างเดียวที่ผมไม่ชอบเลยคือลิฟต์มันเปิดให้ใช้เฉพาะเวลาขนของขึ้นลงเท่านั้น จะว่าตึกหอในมันสูงมันก็ไม่สูงเท่าไหร่มีแค่เจ็ดชั้นเท่านั้นแหละผมกับไอ้หินได้ห้องที่ชั้นห้าเวลาเหนื่อย ๆ มันก็ท้อเหมือนกันนะสงสารก็แต่คนที่อยู่ชั้นเจ็ดนั่นแหละป่านนี้ข้อเข่าพังหมดแล้วมั้งถ้าต้องเดินขึ้นลงแบบนี้ทุกวัน 

 

คืบตัวมาที่บันไดอย่างเร็วรี่ไม่อยากให้ไอ้หินมันรอนานไง เสียงจอแจคุยกันดังจากด้านบนจนผมต้องหยุดเงยหน้ามองเผื่อเป็นพวกรุ่นพี่ที่รู้จักจะได้ทักทายเพราะยังไงตึกนี้มันก็เป็นหอพักชายของคณะวิศวะอยู่แล้วมีแต่ไอ้หินนี่แหละที่ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงโดนเด้งมาอยู่ตึกนี้ 

 

“พายุมึงเดินเร็ว ๆ หน่อยสิวะกูต้องรีบเอาโปรเจคไปส่งอาจารย์ไพโรจน์นะ” เสียงคุ้นมากคุ้นสุด ๆ แต่ไอ้ชื่อพายุนี่สิที่คุ้นกว่า ยังไงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้คนระดับอย่างไอ้พี่พายุเนี่ยนะจะมาอยู่หอในตอกต๋อยแบบนี้ 

 

“มึงจะอะไรนักหนาวะไอ้พราย โปรเจคเขาให้ทำกันตอนปีสี่มึงจะรีบยื่นหัวข้อไปทำไมเนี่ย” กูว่าใช่แล้วล่ะ! แถมจะหลบตรงไหนก็ไม่ทันแล้วไงนอกจากแบกหน้าเหมือนหมาป่วยขาเดี้ยงยืนตัวแข็งค้างอยู่ตรงนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่พายุมันกดตาลงมามองตาผมพอดิบพอดี 

 

“อ้าวไอ้เพลงมึงจะรีบไปไหนแต่เช้าวะ” พี่พายุมันกระตุกยิ้มแล้วมองมาที่ผมส่วนพี่พรายน่ะเหรอกลับนิ่งทำเป็นไม่รู้จักผมซะงั้น 

 

“สวัสดีครับพี่” ผมยกมือไหว้พวกพี่มันสองคน...ในขณะที่พี่พายุมันยิ้มให้ไอ้พี่พรายมันกลับรีบเดินผ่านหน้าผมลงบันไดไปเลยแบบนี้ก็ได้เหรอวะ? ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าผมทำอะไรผิดพี่พรายถึงต้องทำแบบนี้กับผมด้วย 

 

“อย่าไปสนใจไอ้พรายมันเลย มันก็เป็นของมันอย่างนี้แหละ มันแค่แสดงความรู้สึกออกมาไม่เก่งเท่านั้นน่ะ” ใช่เหรอ? วันนั้นพี่มันลอกคราบผมซะหมดตัวเลยนะโว้ย 

 

“พี่พายุกับพี่พรายก็อยู่ตึกนี้เหรอครับ?” 

 

“อืม กูอยู่ชั้นเจ็ดส่วนไอ้พรายมันอยู่ชั้นหก ห้อง 606 ถ้ามึงมีอะไรอยากจะเคลียร์กับมันก็ไปห้องนั้นเลยมันอยู่คนเดียว” เดี๋ยวนะ! นี่พี่พายุมันกำลังต้องการจะบอกอะไรผมกันแน่ 

 

“กูจะพูดในฐานะพี่รหัสนะดาวทองของมึงน่ะมีเยอะก็หัดเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ซะสิ ถ้าจะให้ดีก็ออกคำสั่งต่อหน้ารุ่นพี่หลาย ๆ คนมันจะได้ไม่กล้าปฏิเสธมึงอย่างเช่นสั่งให้ใครสักคนไปนั่งกินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนไง” เชรดดดดด! พูดออกมาตรง ๆ เลยก็ได้นะครับว่าให้ผมชวนพี่พรายไปแดกข้าวน่ะ...กูรักพี่รหัสฉิบหายเลยโว้ยยยย 

 

“ได้เหรอพี่?” ถามเพื่อความชัวร์ก่อน ถึงไม่ได้ก็จะทำแน่นอน 

 

“ได้สิกล้า ๆ หน่อยละกัน ว่าแต่ยังไม่บอกกูเลยว่าจะรีบไปไหนแต่เช้าวะ” 

 

“ผมจะไปกินข้าวเช้ากับไอ้หินมันพี่ ตอนนี้มันรอผมอยู่หน้าตึก” 

 

“เหรอ?” พี่พายุมันขมวดคิ้วอยู่หน่อยนึงแล้วล้วงดึงกระเป๋าตังหลังกางเกงออกมาพร้อมกับหยิบแบงก์พันส่งให้ผมใบหนึ่งยัดใส่มือแบบงง ๆ “ฝากมึงพาเพื่อนไปเลี้ยงขนมหน่อยนะแล้วมึงอยากกินอะไรก็เอาเลยถือว่ากูเลี้ยงในฐานะพี่รหัส” ว่าจบไอ้พี่พายุมันก็เดินลงบันไดหายไปอีกคน 

 

...ตกลงพี่มันเลี้ยงกูหรือเลี้ยงไอ้หินวะ? 

 

“ลงมาได้สักทีนะมึงปล่อยให้กูรอตั้งนาน” ไอ้หินมันเงยหน้าขึ้นมามองผมในขณะที่ตัวมันเองกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นในมือก็ถือกิ่งไม้อันเล็ก ๆ กำลังเขี่ยขี้ก้อนใหญ่ออกไปจากถนน 

 

“ไม่มีอะไรเล่นแล้วรึไงถึงมานั่งเล่นขี้เนี่ย โทษทีที่กูลงมาช้าพอดีเจอพี่รหัสน่ะเขาให้เงินกูมาแถมบอกว่าเลี้ยงเราทั้งคู่ด้วย” หยิบแบงก์พันขึ้นมาโบกซ้ายขวา สายตาไอ้หินก็จ้องมองเงินในมือตามอย่างไม่ลดละ 

 

“หูยยยย พี่รหัสมึงดี้ดีอะเลี้ยงทีเลี้ยงเป็นพันเลยเหรองั้นกูไม่ไปกินที่โรงอาหารแล้วนะ กูอยากไปนั่งคาเฟ่ที่ตึกศิลปศาสตร์อะมีแต่คนบอกว่าขนมอร่อย” โฮล่กกกก นี่มึงกะจะปล้นกูเลยนี่หว่า! เอาเถอะเงินพี่มันไม่ใช่เงินผมนิ 

 

ผมขี่ไอ้มดเอ็กซ์มอเตอร์ไซค์คู่ใจมาจอดที่หน้าร้านส่วนไอ้หินมันเลยขอซ้อนท้ายติดมาด้วยเพราะขี้เกียจขับมาเองยังไงคณะของผมกับคณะไอ้หินก็อยู่ใกล้ ๆ กันอยู่แล้วขนาดโรงปฏิบัติการยังติดกันเลยห่างกันยังไม่ถึงร้อยเมตรเลยมั้ง 

 

ไอ้หินมันเดินเกาะแขนผมเข้ามานั่งในร้านประหนึ่งเมียจำแลงก็มิปาน ทุกสายตาหันจับจ้องมามองที่เราทั้งคู่ อันที่จริงมันก็ไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจเท่าไหร่หรอกเพราะไอ้หินมันเป็นคนตัวเล็กหน้าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าแต่กิริยาเหมือนผีห่าซาตาน 

 

“มึงจะเอาอะไรเดี๋ยวกูไปสั่งให้” 

 

“เอามิลค์เชคกับข้าวผัดอเมริกันแล้วก็ขนมปังเนยนมอีกสอง” ว่าจบมันก็ไปหาที่นั่งผมเดินมาที่เคาน์เตอร์แต่สายตาผมมันดันไปปะทะกับใครคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงมุมร้าน 

 

พะ...พี่พราย! 

 

เขากำลังนั่งอยู่กับเด็กนักศึกษาคนหนึ่งที่ยังหันหลังจนดูไม่ออกแถมไม่ใช่ไอ้พี่พายุแน่นอนเพราะผมจำได้ว่าวันนี้พี่มันใส่ช็อป ไหนว่าจะรีบไปส่งโปรเจคอาจารย์แต่เช้าไงวะ...แล้วทำไมพี่พรายมันต้องมองตาขวางมาที่ผมด้วย 

 

ความรู้สึกเจ็บแปลบแถวหน้าอกมันคืออะไรวะ...แค่เห็นพี่พรายมากับคนอื่นกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนได้มากขนาดนี้เลยเหรอ? ทั้งที่คนที่มาด้วยอาจจะเป็นแค่เพื่อนก็ได้จำใจต้องหันกลับมาที่พนักงานที่ยืนรอรับออร์เดอร์ 

 

“เอาข้าวต้มกุ้งกับข้าวผัดอเมริกันครับ ส่วนเครื่องดื่มเอาเป็นเอสเพรสโซ่ร้อนกับมิลค์เชคเอ็กซ์ตร้าวิปครีมและก็ขอขนมปังเนยนมสี่แผ่น” สายตาของคนไร้หัวใจยังคงมองมาที่ผมเป็นระยะ จัดการหยิบกระดาษและปากกาขึ้นมาเขียนในทันที “ขอกาแฟดำให้โต๊ะนั้นด้วยนะครับและฝากข้อความแผ่นนี้ให้ด้วย” ผมหันไปบอกพนักงานแล้วรีบจ่ายเงินอย่างเร็วรี่กลับมานั่งเหงื่อแตกข้างไอ้หิน 

 

...นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ยยยยยย! 

 

ฮือ~~~ปากบอกว่าจะทำให้เขาใจอ่อนแต่กลับเสือกประชดโง่ ๆ ไปอีก จะไปเอากระดาษแผ่นน้อยคืนก็ไม่ทันแล้วไงกาแฟดำมันดันเสือกไปเสิร์ฟก่อนเหมือนกับจะตอกย้ำความบัดซบในชีวิตของผม นั่งมองไปพี่พรายมันหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยสายตาเย็นชาแล้วสยองฉิบหาย อะไรคือการเม้มกัดไปที่ริมฝีปากวะ! 

 

“เพลงมึงเป็นอะไรรึเปล่าวะ หน้าซีดเชียว!” หินมันยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากผมแต่สายตาพี่พรายที่มองมานี่มันอะไรกันโว้ยยย...เดาไม่ออกเลยว่ากำลังปวดขี้หรือไรถึงได้หน้าเขียวขนาดนั้น 

 

“ปะ...เปล่าแค่เพลียนิดหน่อยเองว่ะ” 

 

อาหารขนมและเครื่องดื่มถูกนำมาตั้งที่โต๊ะแต่ตอนนี้ไอ้โต๊ะมุมสุดมันกำลังกระทำการใหญ่กว่าด้วยการป้อนอะไรบางอย่างให้กับคนที่ผมยังไม่รู้ว่าเป็นใคร 

 

หึงอะ หึงฉิบหาย! ทำไมเป็นผมไม่ได้วะที่อยู่ตรงนั้น 

 

“ไอ้หินป้อนกูหน่อยสิ” ได้เลยในเมื่อพี่พรายมันจะทำแบบนี้ผมก็จะเอาบ้าง 

 

“มือมึงก็มีจะมาให้กูป้อนทำไมวะ” สัด! ช่วยให้ความร่วมมือกับกูด้วยครับ 

 

“คำละห้าสิบบาทเอาไม่เอา?” ไอ้หินมันกะพริบตาปริบ ๆ แล้วจิ้มขนมปังมาจ่อที่ปากอย่างไวว่อง หึ ๆ ผมนี่นั่งเท้าคางอ้าปากรอเลยไม่หึงบ้างก็ให้มันรู้ไปสิ! 

 

“ช่วยบอกกูหน่อยไอ้เพลงทำไมมึงต้องทำหน้าตอแหลขนาดนั้นวะ” โห ๆ บอกไม่ได้หรอกเดี๋ยวเสียแผน 

 

“ก็อยากให้มึงเอาใจกูบ้างอะแค่นี้ทำเพื่อเพื่อนไม่ได้เหรอ?” 

 

“เออ ทำได้แต่มึงช่วยเตรียมเงินไว้ด้วยนะคำละห้าสิบคุ้มสุด ๆ” หน้าเลือด! 

 

มองไปที่อีกโต๊ะแล้วยกยิ้มเคี้ยวขนมในปากราวกับผู้ชนะแต่ไอ้พี่พรายมันไม่จบแค่นั้นมันดันตัวยืนขึ้นเอาปากไปแนบข้างหูเด็กอีกคนแล้วส่งสายตามาที่ผม 

 

ได้เลย! จะเอาแบบนี้ใช่ม้ายยยย! 

 

“อุ๊ย...มีอะไรไม่รู้เข้าตากูมึงช่วยดูให้หน่อยสิ” ทำทีเป็นขยี้ตาสองสามทีไอ้หินก็ยังเป็นไอ้หินมันเอื้อมหน้าเข้ามาดูให้แบบแทบหน้าจะชนกันอยู่แล้วจากนั้นมันก็เป่าลมจะปากมาสองสามที 

 

“ไม่มีอะ น่าจะเพราะมึงนอนน้อยมั้งเลยทำให้แสบตาว่าแต่มึงไปเข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญไหวใช่เปล่าวะ เพลง” สองมือไอ้หินมันโอบจับมาที่ลำคอเพื่อเช็คอุณหภูมิร่างกายตอนนี้ถ้าใครเห็นภาพนี้ต้องคิดว่าเราสองคนกำลังจู๋จี๋กันอย่างแน่นอน 

 

“ไหว...ไหว” แต่ที่กูจะไม่ไหวแล้วคือไอ้พี่พรายนี่แหละที่ตอนนี้จับมือเด็กคนนั้นขึ้นมากุมไว้ถึงแม้ว่าคนที่นั่งหันหลังจะชักมือออกก็เถอะ ยังมีตามไปดึงมือกลับมาจับไว้ด้วยกูจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ยยย! 

 

ในที่สุดมื้อเช้าอันแสนวิบัติก็ผ่านไปอย่างทุลักทุเลถ้าไม่ติดว่าไอ้หินมันนัดเพื่อนที่คณะมันไว้ล่ะก็ผมจะแปลงกายเป็นแมลงวันคอยบินวนเวียนตามลำควานอยู่ตรงนั้นไม่เลิกแน่ ในเมื่อไอ้พี่พรายมันจะเล่นแบบนี้กับกู...หึได้เลยวันนี้แหละที่ผมจะจับพี่มันมาเป็นทาสคอยรับใช้ตั้งแต่เช้ายันเย็นเลย ดาวทองในมือนี่สั่นระริกเลยว่ะ 

 

เดินกลับมาที่ใต้ตึกคณะก็เห็นเหล่าบรรดาผองเพื่อนมันส่งสายตายิ้มกรุ้มกริ่มมาที่ผมคนเดียว... 

 

“เพลงตกลงว่าแกยังไงคะ เนี่ยในเพจ U Cute มันลงรูปแกกับเด็กคณะศิลปกรรม” วิวมันเป็นคนแรกที่หยิบมือถือแล้วส่งรูปที่ไอ้หินมันนอนหลับพิงไหล่ในวันสัมภาษณ์มาให้ดู จำได้ว่ามีพี่ผู้หญิงมาขอถ่ายรูปเลยเล่นกับพี่มันนิดหนึ่ง 

 

“อ้อไอ้หิน เพื่อนสนิทน่ะโตมาด้วยกันเรียนมัธยมมาตั้งแต่เด็กแล้ว คนนี้ก็เหมือนน้องชายกูนี่แหละ” 

 

“อ้าวกูก็นึกว่ามึงเป็นเหมือนไอ้ออดี้ซะอีก” ไม่รู้ว่าเป็นรึเปล่าว่ะเพื่อนเอ่ย กูรู้แต่ว่าชอบไอ้พี่พรายไปแล้วล่ะกราฟ 

 

“เกี่ยวอะไรกับกูวะ” ออดี้มันเงยหน้าจากมือถือขึ้นมาบ่น 

 

“ว่าแต่ไอ้พุฒมันยังไม่มาอีกเหรอ?” มองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นมันเลยปกติไอ้นี่มันมาเช้าจะตาย 

 

“มันมาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ พอมีคนโทรเข้ามามันก็รีบร้อนขอตัวไปทำธุระก่อนเลย” ก้อยมันหันมาบอกผมแทน “นั่นไงมันเดินมานู่นแล้ว” ไอ้เพชรมันชี้ให้ผมดูไอ้พุฒมันเดินมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเหมือนคนหนักใจ 

 

“มึงรีบร้อนไปไหนมาวะ? แล้วนี่มึงเป็นอะไรรึเปล่าพุฒ” ออดี้มันเอื้อมมือไปเขย่าแขนไอ้พุฒที่ยังดูเหม่อลอยชอบกล 

 

“เปล่าหรอกพวกมึง ปัญหาครอบครัวน่ะก็เลยต้องไปเคลียร์ก่อน” มันถอนหายใจออกมาแล้วมองมาทางผม 

 

“ใครวะ? นี่มึงมีพี่เรียนที่นี่ด้วยเหรอ?” 

 

“อืมก็ไม่เชิงหรอกจะว่าเป็นพี่น้องแท้ ๆ ก็ไม่ใช่แต่ตอนนี้ช่างมันเถอะใกล้จะได้เวลาเข้าพิธีบายศรีอยู่แล้วรีบไปกันดีกว่า” ไม่คิดว่าคนอย่างพุฒมันเองก็มีปัญหาเหมือนกันหรือว่าจะเป็นอย่างที่คนอื่นชอบพูดกันบ่อย ๆ วะว่าพวกคนที่ดูเฉลียวฉลาดมักจะมีปัญหาครอบครัวที่ไม่ลงรอยกัน ดูอย่างบ้านไอ้หินสิพี่น้องแม่งรักกันจะตายโดยเฉพาะไอ้หินมันโคตรจะรักไอ้ดินกับน้องทรายเลย ไม่เคยเห็นมันว่าน้องมันสักแอะ 

 

พิธีบายศรีสู่ขวัญมอเรามันโคตรอลังการเลยครับ ได้เห็นหน้าพี่รหัสจากแทบจะทุกคณะยกเว้นพวกปีสี่ขึ้นไปที่ไม่สะดวกมาบ้างก็ติดฝึกงาน บ้างก็ติดเวร ผมได้พี่ผู้ชายจากคณะนิติศาสตร์เป็นพี่รหัสมอหน้างี้ขรึมเชียวไม่รู้ไปแดกรังแตนที่ไหนมาหลังจากพี่มันผูกสายสิญจน์ให้ก็ยื่นกระดาษโพอิสแผ่นเล็กมาเป็นเบอร์โทรกับไลน์ลงชื่อพี่หลาม 

 

“เอาไว้จะพาไปเลี้ยงข้าว” พี่มันพูดแค่นั้นก่อนจะลุกเดินออกไป เก๊กสินะ! รุ่นพี่มอนี้มันเหมือนกันหมดเลยวุ้ยจะพูดออกมาตรง ๆ ก็ไม่ได้ 

 

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบายศรีพวกผมก็ต้องมาเขาฐานกิจกรรมกันต่อคณะแรกที่โดนเลยคือคณะตัวเองนี่แหละไอ้พี่พายุมันก็จัดหนักน้องรหัสแบบไม่มีความปรานี ให้พวกผมเรียงแถวยืนแซวเด็กต่างคณะที่เดินผ่านไปผ่านมา แถวพวกผู้ชายในคณะผมยังถูกแขวนป้ายหอมฟรีไม่ค่าใช้จ่าย พวกนักศึกษาคณะอื่นก็ร่วมมือกันดี๊ดีตรงปี่เข้ามาหอมซ้ายบ้างขวาบ้างยิ่งพวกที่ออกแนวสาวหน่อยยิ่งแล้วใหญ่หอมไม่ยอมเลิกเลย โดยเฉพาะผม ไอ้พุฒและออดี้เนี่ยหน้าแทบจะช้ำไปตาม ๆ กัน 

 

ที่หน้าหวั่นใจที่สุดคงจะเป็นไอ้เพชรกับก้อยนี่แหละพอมีสาว ๆ จะเดินเข้ามาหอมแก้มไอ้เพชรก้อยมันก็กระแอมแล้วส่งสายตาบอกเป็นนัยว่ามึงกล้าก็ลองดู...ไม่ต้องเดาก็รู้ว่างานนี้มีครอบครัวแตกแยกแน่นอน 

 

มีอีกภาคที่ได้คะแนนล้นหลามคือพวกหนุ่มภาคโยธาที่ปีนี้มีแต่พวกลูกคุณหนูหน้าตาดีทั้งนั้น ผมเห็นไอ้พุฒมันยืนชำเลืองมองอยู่คนหนึ่งออกแนวเด็กเนิร์ดเสื้อผ้าหน้าผมอย่างเป๊ะอะ แถมยังเป็นที่ถูกอกถูกใจจากบรรดาเด็กต่างคณะเป็นที่สุด 

 

ส่วนทางฝั่งผู้หญิงก็โดนแกล้งไม่ได้น้อยหน้าพวกพี่มันให้เวลาแค่สิบนาทีทำยังไงก็ได้ให้เอาผู้ชายกลับมาให้ได้มากที่สุด บางคนนี่อย่างโหดถึงขั้นวิ่งไปฉุดกระชากลากถูมาก็มี ในขณะที่บางคนก็เขินอายเกินกว่าจะทำได้รวมทั้งวิวที่ถูกทำโทษด้วยการให้ทั้งหมดยื่นกอดกันเองแล้วมัดด้วยเชือกฟางอีกที ที่เด็ดสุดคงเป็นไอ้ก้อยละมั้งมันถึงขั้นใช้วิธีติดสินบนหนุ่ม ๆ คนละยี่สิบสี่สิบแถมเอากลับมาเกือบยี่สิบคนด้วยจนแม้แต่ไอ้เพชรยังต้องอ้าปากค้าง 

 

...สายเปที่แท้ทรูสินะ! 

 

พวกสตาฟมันคอยจดคนที่ได้คะแนนจากการถูกหอมมากที่สุดทางฝั่งผู้ชายและฝั่งผู้หญิงที่ล่าได้มากที่สุดโดยดูจากชื่อที่แขวนอยู่บนคออันที่จริงเด็กปีหนึ่งกับปีสองมันก็แทบจะรู้จักกันหมดแล้วตั้งแต่ตอนตามล่าหาพี่รหัสนั่นล่ะเลยทำให้ทุกคนสนิทกันได้เร็วขึ้น 

 

“เพลง พุฒ ออดี้ ภาคคอม 

 

ฝิ่น เลโก้ ภาคไฟฟ้า  

 

คุ้ง เกื้อหนุน ภาคโยธา 

 

โซ่ ภาคเคมี 

 

กล้า เอก ภาคอุตสาหการ 

 

แฟนต้า กลอน ภาคเครื่องกล 

 

เกลือ บุก ภาคสิ่งแวดล้อม ทุกคนที่ถูกเรียกชื่อออกมายืนข้างหน้าด้วยครับ” พี่ป้องมันเป็นคนขานเรียกชื่อออกมา ส่วนพี่พายุกับพวกรุ่นพี่ตัวท็อปก็ออกมาด้านหน้าเช่นกัน 

 

“อย่างที่รู้กันว่าเดือนหน้าจะมีประกวดเฟรชชี่ซึ่งคณะวิศวะของเราก็ส่งลงประกวดทุกปี” คราวนี้ไอ้พวกที่ถูกเรียกออกมามันถึงกับเบะปากเลยครับ “เห็นหน้าพวกเอ็งพี่ก็รู้แล้วว่าอยากเป็นตัวแทนคณะกันจนตัวสั่น” ไอ้พุฒมันส่ายหน้ายิกเลยจนพี่ป้องมันถึงกับหลุดขำ

 

“โอเคไม่ต้องแย่งกันตามธรรมเนียมของคณะเราใครที่ไม่อยากเป็นให้บอกเหตุผลกันมาคนละข้อคนที่ตอบได้กากที่สุดก็ต้องไปเป็นตัวแทนคณะ แถมคนที่ได้เป็นตัวแทนจะได้ของรางวัลจากพี่หนึ่งในสิบสามรุ่นพี่ตัวท็อปด้วยแต่พี่ยังไม่บอกหรอกนะว่าปีนี้พี่ตัวท็อปที่จะให้รางวัลเป็นใคร” ใครก็ได้ที่ไม่ใช่มึงไอ้พี่ป้องสงสารเด็กฉิบหาย!

 

“ผมสละสิทธิ์ครับบ้านผมไกลถ้าเลิกดึกจะหารถกลับลำบาก เสาร์อาทิตย์ก็ต้องช่วยงานที่บ้าน” เดี๋ยว! ไอ้พุฒกูจำได้ว่ามึงขับรถมาแล้วมึงเป็นคนบอกเองว่าบ้านอยู่แค่พระราม 2 เองโว้ย...โกหกคำโตเลยนะมึง

 

ไอ้พี่ป้องมันขมวดคิ้วแบบไม่ค่อยอยากเชื่อสักเท่าไหร่

 

“หนูเป็นตุ๊ดค่ะอยากรีวิวแต่งหน้าอยู่กับบ้านมากกว่าออกมายืนบนเวที” หูยยยย...ตรงเกิ๊นนน ออดี้มึงมันคนจริงกูนับถือเลยว่ะว่าแต่มึงก็โกหกคำโตเหมือนกันปกติไม่ออกขนาดนี้นี่หว่า

 

“ผมไม่ว่างครับต้องกลับไปเลี้ยงลูกที่บ้านเป็นพ่อลูกเดี่ยวมันลำบากนะพี่ พี่เข้าใจผมใช่ไหม?” โฮล่กกกก! ไอ้คนชื่อกลอนภาคเครื่องกลมันชี้ไปที่เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มสักสามขวบที่กำลังโบกมือมาทางพวกเรา เหตุผลสนับสนุนขนาดนี้แม้แต่ไอ้พี่ป้องยังต้องยอม…ว่าแต่นี่มึงถึงขั้นเอาลูกมามหา’ลัยด้วยเหรอ?

 

“ติดเรียนพิเศษครับแล้วก็กำลังติดใจใครคนหนึ่งในที่เรียนด้วยเลยไม่ว่าง” คราวนี้เป็นไอ้เกื้อหนุนหนุ่มเนิร์ดของภาคโยธาคือตำแหน่งนี้เหมาะกับมันมาก สูงหน้าตาดีสุด ๆ ถึงจะดูผอมไปหน่อยก็เถอะ

 

“พวกผมไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลยครับนอกจากนอนกับเล่นเกม” ไอ้พวกเชี้ย! แม่งแย่งกูตอบหมดเลยเด็กภาคไฟฟ้ามันร้ายยยย!

 

“...” ไอ้กล้ากับไอ้เอกมันก้มหน้าก้มตาตัวสั่นเป็นลูกหมาจนแม้แต่พี่ป้องยังคงรู้สึกว่าเวทนา แบบนี้ก็ได้เหรอวะขนาดไม่ต้องตอบยังสละสิทธิ์ได้เฉยเลย

 

“เหลือแค่พวกมึงแล้ว เพลง เกลือ บุก แฟนต้า โซ่ คุ้ง” สายตาของพวกรุ่นพี่มันจ้องมาที่พวกเราที่เหลือแต่ทำไมเหมือนพวกพี่มันจงใจจ้องกูจังวะ “ในบรรดาพวกมึงหกคนมีคนหนึ่งถูกใจกูว่ะ เอาไงดีโหวตเลยไหม? หลับตาแล้วชี้เลยละกันเนอะไม่ใช่พวกกูนะที่หลับตาพวกมึงนั่นแหละ”

 

...ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกช่วยคุ้มครองลูกช้างให้แคล้วคลาดจากหายนะในวันนี้ด้วยเถอะ...

 

เสียงฮือฮาดังลั่นขึ้นมาอีกครั้งและเหมือนทางฝั่งผู้หญิงก็คัดตัวเสร็จแล้วเช่นกัน

 

“เอาละลืมตาได้...” เสียงพี่ป้องดังขึ้นอีกครั้งผมค่อย ๆ ลืมตามองนิ้วทั้งสิบสามคนชี้มาที่หน้าผมรวมทั้งพี่พรายคนที่ไม่น่าเชื่อมากที่สุด

 

“ก็แค่นั้นแหละจริง ๆ พวกกูล็อกมึงเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะไอ้เพลงเพราะมึงมันดูออกง่าย ตรงไปตรงมา โกหกก็ไม่เนียนแถมที่สำคัญพวกกูจัดการสืบประวัติพวกมึงมาหมดแล้วว่ามีความสามารถอะไรกันบ้างตอนที่มาสัมภาษณ์เรียน”

 

...

 

ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ผลบุญที่ทำมามันไม่ได้ส่งเสริมชีวิตกูเลยสักนิด

 

“ผมขอใช้ดาว...” สองมือเตรียมล้วงกระเป๋าแต่เป็นไอ้พี่พายุที่เอามือมาปิดปากผมไว้แล้วส่งสายตาว่าอย่าทำในสิ่งที่ผมกำลังจะทำ...ใช่ผมกะว่าจะใช้ดาวทองเพื่อให้พวกพี่มันเลือกคนอื่นแต่นั่นเท่ากับต้องเสียไปถึงสิบสามดวงฟรี ๆ

 

“ไอ้เพลงในฐานะที่กูเป็นพี่รหัสมึง มึงต้องเป็นเดือนคณะเท่านั้น” พี่พายุมันพูดกับผมเสียงเบาก่อนจะหันไปบอกพี่คนอื่น “ไอ้เพลงมันตกลงสมัครใจเป็นเดือนคณะแล้ว” เสียงเฮดังลั่นโดยเฉพาะเด็กภาคคอมที่ดูเหมือนจะสะใจมากกว่า

 

ทำไมผมถึงรู้สึกเหมือนกับว่าพี่พายุมันกำลังวางแผนการร้ายอะไรสักอย่างอยู่ก็ไม่รู้

 

“โอเคตามสัญญาของรางวัลที่พี่รหัสตัวท็อปจะให้กับมึงคือ จะติวพื้นฐานวิชาของปีหนึ่งให้ทั้งหมดจนกว่าจะจบเทอมนี้เพราะมึงอาจต้องเสียเวลาเรียนไปกับการซ้อมประกวดและคนที่จะติวให้มึงคือคนที่เก่งที่สุดในคณะพี่พรายนั่นเองงงงง!” ไม่รู้ว่าควรจะดีใจไหมทั้งที่พี่มันแกล้งทำเป็นไม่รู้จักผมมาตลอด แต่อยู่ ๆ ก็เหมือนกับพี่มันเดินเข้ามาหาผมเองซะงั้น

 

สมุดจดเล่มหนาถูกยัดเข้ามาในมือผมทันทีก่อนที่พี่พรายกำลังเดินกลับผมก็นึกขึ้นได้ว่าควรทำอะไร

 

“ผมขอใช้สิทธิ์ดาวทองให้พี่พรายพาผมเดินเที่ยวรอบมหา’ลัย!” ทุกคนถึงขั้นหุบปากฉับในทันที เสียงเงียบชนิดที่ว่าแม้แต่ตดยังได้ยิน ไอ้พี่พรายมันมองผมแบบแปลกใจนิดหน่อย

 

“ก็ตามนั้นกฎของคณะคือรุ่นพี่ห้ามปฏิเสธดาวทองแต่กูให้เวลาแค่สองชั่วโมงเท่านั้นนะเพราะมึงยังต้องไปเข้าฐานคณะอื่นอีกจะให้โดดทั้งวันคงไม่ได้งั้นก็สักสี่โมงถึงหกโมงเย็นละกัน โอเคไหมวะพราย” พี่พายุมันกระตุกยิ้มมาทางผมแล้วหันไปถามเพื่อนสนิทที่พยักหน้าแบบไร้อารมณ์ใด ๆ ทั้งนั้น

 

สายตาของเด็กในคณะวิศวะกว่าร้อยจับจ้องมาที่ผมในตอนนี้ ครึ่งหนึ่งคงเริ่มสงสัยแล้วว่าผมต้องคิดอะไรกับรุ่นพี่ตัวเองแน่โดยเฉพาะพวกเพื่อนในภาคที่เริ่มซุบซิบกันแบบไม่มีความเกรงอกเกรงใจเลยสักนิด

 

“มติเป็นเอกฉันท์แล้วเนอะตอนนี้พวกน้องทุกคนมีเวลาพัก 15 นาทีในการพักผ่อนก่อนที่จะไปเข้าฐานของคณะต่อไปนะคะ” พี่นุ่นป่าวประกาศในขณะที่พวกรุ่นน้องถึงขั้นรังแตกกันเลยเหมือนกับรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน

 

“เฮ้ย! ไอ้เพลงคืนนี้พวกกูมีเลี้ยงสตาฟที่ร้านเหล้าหลังมอมึงไปด้วยนะ อย่าลืมชวนรูมเมจมึงด้วยล่ะปล่อยให้อยู่หอคนเดียวกูก็เป็นห่วง”

 

“อะ...ไอ้หินเหรอพี่?”

 

“เออเพื่อนมึงที่อยู่ห้องเดียวกันนั่นแหละ อ้อแล้วงานนี้ไอ้พรายก็ไปด้วยล่ะ” แอร๊กกกกกก! ชี้โพรงให้กูอีกแล้ว...กูรักพี่มันเหลือเกินโว้ยยยย!

 

ฐานของคณะวิทยาศาสตร์มันเป็นเกมดอดจ์บอลเหมือนพวกพี่มันจะเกลียดขี้หน้าพวกเด็กวิศวะเป็นการส่วนตัวยังไงไม่รู้แถมไอ้พี่เดือนคณะที่ชื่อยูจิอะไรนั่นพอรู้ว่าผมเป็นน้องรหัสไอ้พี่พายุแม่งก็พยายามปาลูกบอลอัดผมตลอดดีนะที่โล่มนุษย์มันเยอะรู้ว่าหลบไม่พ้นก็ลากคนอื่นมารับกรรมแทนกว่าจะจบก็มีศพนอนตายไปหลายคน

 

หลังเสร็จกิจกรรมก้อยกับวิวมันขอตัวไปเข้าห้องน้ำกันแล้วบอกให้พวกผมไปก่อนเลยเพราะเวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำพร้อมกันเนี่ยมันนานมากเลยเหลือแค่ผม พุฒ เพชร ออดี้กับไอ้กราฟิกที่กำลังเดินไปที่คณะบริหารกันต่อ

 

“เพลงงงงง!” สาวร่างอวบตัวเล็กโบกมือตะโกนเรียกชื่อ จนทุกคนมันหันไปมอง

 

โหเด็กคณะไหนวะหน้าโคตรหล่ออะ แบบดูแบดบอยตีหน้าขรึมตลอดเวลาส่วนอีกคนที่มีสายสะพายสองเส้นคล้องอยู่ที่ตัวก็สวยชะมัดหน้างี้เหมือนใบเฟิร์นน่าเสียดายที่นมแบนไปหน่อยแต่ก็เอาเถอะอายุยังน้อยยังโตได้อีก

 

“เพลงเพื่อนเราคิดถึงเธอน่ะ” สองสาวมันหัวเราะแล้วชี้ไปที่น้องใบเฟิร์นที่กลอกตาแบบคนรำคาญ คราวนี้ไอ้พวกชายโฉดที่เหลือมันถึงกับร้องอู้หูออกมาเลย อยู่ ๆ น้องเขาก็จิ๊ปากแล้วเดินมาลากแขนผมออกไปคุยห่าง ๆ

 

“อย่าโง่...นี่กูเอง!” เพียงแค่น้องเขาขยับปากบอกก็ทำให้ผมต้องตกใจในทันที สาวสวยตรงหน้ามันคือไอ้หิน!

 

“อะไรดลใจให้มึงแต่งหญิงแบบนี้วะ” หูยยยย น่ารักเวอร์มากมิน่าถึงคว้าสายสะพายมาได้ถึงสองเส้นแบบนี้

 

“อาจารย์แกล้งกูน่ะสิแล้วยังต้องแต่งแบบนี้ไปทุกคณะด้วย เดี๋ยวมึงไปฐานคณะกูก็รู้เองแหละ” หึ...กูไม่ไปหรอกจ้าหาเรื่องไปเดินเล่นกับเมียในอนาคตสนุกกว่าตั้งเยอะแต่ตอนนี้ต้องขอถ่ายรูปกับมันก่อน หยิบมือถือแล้วดึงไอ้หินมาโอบจัดไปสองสามภาพในบัดดล ขนาดตอนมันบ่นยังน่ารักเลยแฮะ

 

ไอ้หินมันขอร้องให้ผมกลับมารับมันที่คณะวิศวะแต่ตอนนี้ดันนัดพี่พายุที่ร้านเหล้าแล้วอะดิ เลยต้องบอกให้มันไปด้วยกันยังไงไอ้พี่พายุมันก็บอกให้ชวนไอ้หินมาอยู่แล้วนี่หว่า จะว่าไปพี่มันก็ใจดีแฮะไม่เลี้ยงแค่น้องรหัสอย่างเดียวถึงขนาดเลี้ยงรูมเมจน้องรหัสแบบนี้ก็มีด้วยเว้ย หลังจากแยกย้ายกับไอ้หินเพื่อนตัวดีก็ใส่เป็นชุดเลยครับ

 

“หูยใครวะมึงโคตรน่ารักเลย” ไอ้เพชรมึงนี่ช่างกล้า!

 

“ไอ้หินไงน้องกูเองคนเดียวกับที่มึงเห็นในเฟซบุ๊กตอนวันสัมภาษณ์นั่นแหละ”

 

“ห่ะ!” พวกมันถึงกับทำหน้าแบบไม่เชื่อเด็ดขาด

 

“จริงพวกมึงกูยังจำไม่ได้เลยเห็นว่าโดนอาจารย์ในคณะแกล้งมาโชคดีมากที่กูไม่ต้องเข้าฐานนั้น”

 

“แต่กูว่าน้องผู้หญิงตัวสูง ๆ นั่นสวยดีว่ะ” เดี๋ยวไอ้กราฟมึงใจเย็นก่อน “กูว่าถ้าน้องเขาแต่งหน้าสักหน่อยคงสวยน่าดูเชียว” โห่นี่มึงจริงจังใช่ไหม? แถมอาการเขินอายของมึงเนี่ยไม่เข้ากับหนังหน้าและปากหมา ๆ เลยสักนิด

 

“เออไอ้เพลงจบฐานบริหารมึงจะไปกับพี่พรายเลยใช่ไหม?” ไอ้พุฒมันดึงแขนผมแล้วถามออกมาเสียงเบา

 

“อืม”

 

“เพลงถ้ามึงชอบพี่...พี่รหัสกูมึงอาจจะต้องใช้เวลาหน่อยนะแล้วก็กูขอเตือนไว้ก่อนเลย คนอย่างพี่พรายน่ะถ้าลองได้เกลียดใครแล้วชาตินี้เขาก็ไม่คิดจะนับญาติอีกเลย”

 

“...” ได้แต่ยืนงงกับคำพูดของไอ้พุฒมัน ทำไมถึงรู้จักพี่พรายดีจังวะ

ความคิดเห็น