facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 วิถีแห่งเซียนเมรัย

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 วิถีแห่งเซียนเมรัย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 410

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 วิถีแห่งเซียนเมรัย
แบบอักษร

ตอนที่ 22

 

ซุน แม้จะมีแววตาที่เหม่อลอย หากแต่ก็ยังจดจ้องไหสุราดังที่ เฒ่าชีเปลือย ชี้นำ... น่าประหลาดใจตรงที่จิตใจของ ซุน จู่ ๆ พลันสงบและมีสมาธิขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อกลิ่นสุราลอยกระทบจมูก ส่วนหนึ่งอาจเพราะไหสุราเหล่านี้ มันเชื่อมโยงไปถึง เหล่าซือ บุคคลสำคัญผู้เป็นทั้งเหตุผลและเป้าหมายให้ ซุน จำเป็นจะต้องก้าวเดินต่อไป เพื่อหาหนทางช่วยเหลือ... 

 

เฒ่าชีเปลือย เมื่อเห็นสีหน้าของ ซุน ดีขึ้น ก็ใจชื้นไม่น้อย ตัวเฒ่าชราก็หวั่นใจลึก ๆ เช่นนั้น ว่าวิธีการโหดเหี้ยมที่ตนยัดเยียดลงไปในคืนนั้น จะทำให้เด็กหนุ่มผู้อยู่ในศีลธรรม วิกลจริตไปกับภาพความโหดร้ายดังกล่าว... 

  

“บอกตามตรงว่า สุรา ภายในห้องลับนี้ ล้วนแล้วแต่มิใช่สุราสามัญ... กว่า 8 ใน 10 ส่วนของไหสุราที่เก็บซ่อนอยู่ภายในนี้ สมควรฆ่าเจ้าได้ภายในอึกเดียวที่เจ้ากลืนมันลงไป จากความรุนแรงของฤทธิ์สุรา... ไหสุราที่ข้าหยิบยกมาให้เจ้านี้ จากสัมผัสวิญญาณอันเฉียบคมของข้า มันน่าจะมีฤทธิ์อ่อนที่สุดแล้ว เหมาะสำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจมิต่างโอสถชูกำลัง 

 

หากแต่อย่างไรเสีย สุราเหล่านี้ก็ล้วนหมักบ่ม โดยยอดฝีมือ เพื่อยอดฝีมือ... ตัวเจ้าร่างกายยังอ่อนแอนัก ห่างไกลจากคำว่ายอดฝีมือราวฟ้ากับเหว ดังนั้นเจ้าค่อย ๆ ลิ้มรสดื่มด่ำมันอย่างช้า ๆ อย่าได้หักโหม มิเช่นนั้นเจ้าอาจสติขาดหาย หรืออาจตกตายได้เช่นกัน...  

 

ลิ้มลองแค่พอแก้กระษัย ก็นับว่าเกินพอ...” 

 

มิทันได้ขาดซึ่งคำเตือน ซุน พลันยกไหสุรา กระดกซกประหนึ่งน้ำเปล่า... กว่าจะวางลง คาดว่าที่กลืนลงไป คงเป็นปริมาณที่ไม่ต่ำกว่าหลายสิบจอก!! ต่อให้มันเป็นสุราที่อ่อนที่สุดในห้องนี้ แต่ไหนเลยจะเป็นสุราสามัญ!!  

 

เพราะการที่ เหมาหมิง จะนำสุราเหล่านี้มาเก็บซ่อนไว้หลายสิบปี เนื่องด้วยทุก ๆ ไห ล้วนเป็น สุราระดับตำนาน ที่จำเป็นต้องบ่มหมักด้วยวิธีการพิเศษ หรือไม่ก็ใช้วัตถุดิบที่ไม่อาจเสาะหาได้อีกแล้วในปัจจุบัน...  

 

สุราบางไหยังใช้เวลาหมักบ่มมานับร้อยนับพันปี!! สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่อดีตกาลจนมาถึงมือของ เหยาหมิง ที่สืบทอด... นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ เหยาหมิง แม้จะถอนตัวจากยุทธภพไปแล้ว ก็ยังต้องเก็บสุราเหล่านี้เอาไว้ ไม่อาจทิ้งขว้างมรดกของปรมาจารย์ในอดีต... 

 

“เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย! ไม่หักโหมเกินไปหน่อยหรือ?! ระวังเจ้าจะตายเสียก่อนจะเมา...” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยทักขึ้น 

 

ใบหน้ารวมถึงร่างกาย ซุน หลังดื่มสุราเพียงไม่กี่อึดใจ ล้วนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนน่ากลัว!! ซุน รู้สึกราวกับอวัยวะภายในถูกแผดเผาจากฤทธิ์สุรา เส้นลมปราณและจุดชีพจนทั่วร่างสั่นกระเพื่อมไม่หยุด สภาพโดยรวมเรียกได้ว่าย่ำแย่ยิ่งไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ 

 

หากแต่มีสิ่งหนึ่ง ที่มันกลับนิ่งสงบกว่าที่คิดไว้... นั่นคือสติสัมปชัญญะ!! มันน่าตกใจที่ ซุน ไม่มีอาการเมามายเท่าใดนัก รู้สึกเหมือนความคิดในหัวโล่งโปล่งขาวโพลนไปหมด ภาพจำในเหตุการณ์ร้ายเมื่อหลายวันก่อน สลายหายไปในชั่วพริบตา... 

 

“หุบปากเจ้าไปเสียเถอะ เจ้าชีเปลือยอัปลักษณ์!! ข้าคือศิษย์สืบทอดของ เซียนเมรัย จะตายเพราะเมรัยได้เยี่ยงไร!! หากว่างปากมากนัก ใยไม่ยกเท้าเจ้าขึ้นขบเคี้ยวดูพลาง ๆ เล่า?!” เด็กหนุ่ม เค้นเสียงขึ้นพลางมองตาขวาง 

 

ทำเอา เฒ่าชีเปลือย ผงะเล็กน้อย ใบหน้าบิดเบี้ยว... 

“เอาแล้วไง… พอเมาได้ที่ ก็ปากสุนัขทันทีเสียด้วย...” 

 

ก่อนหน้านี้ที่ ซุน เคยดื่มสุราถอนพิษ และ สุราฟื้นฟูที่ เหยาหมิง จัดเตรียมไว้ให้ แต่ทว่าทั้งสองครั้งนั้น ล้วนแล้วแต่ถูกผสมให้เจือจาง โดยใช้วัตถุดิบอื่นเสริมเข้าไป ทำให้เปลี่ยนเป็นคุณสมบัติของโอสถทั้งสิ้น... ซึ่งในครั้งนี้เป็นการดื่มด่ำร่ำสุราที่มิได้ปรุงแต่งให้เจือจาง ฤทธิ์ของมันยิ่งมิต้องกล่าวถึง... 

 

ซุน ที่ร่างกายย่ำแย่เป็นต้นทุน ไม่กี่อึดใจก็เมามาย ผล็อยหลับไปในทันที... 

 

3 วันต่อมาเด็กหนุ่มลืมตาตื่น พร้อมกับศีรษะที่หนักอึ้ง... ใช้เวลาอีกหลายร้อยอึดใจกว่าจะสามารถเรียบเรียงสติให้กลับคืนมา จดจำได้ว่าตนพยายามลบภาพจำที่เลวร้าย ด้วยการดื่มสุราของ เหล่าซือ จดเมามายสิ้นสติไป... 

 

“ฟื้นแล้วงั้นหรือ?! นอกจากจะใจอ่อนแล้ว คอเจ้ายังอ่อนเสียยิ่งกระไร...” เฒ่าชีเปลือย บ่นอิดออด นอนอยู่บนกองตำราที่กระจัดกระจาย ชัดเจนว่าช่วงหลายวันที่ ซุน หมดสติไป เฒ่าชราได้รื้อตำราเหล่านี้ นำมาเปิดอ่านฆ่าเวลาในช่วงนั้น... 

 

ซุน กุมขมับแนบแน่น ถึงจะยังรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม แต่น่าแปลกที่กำลังวังชาของ ซุน กลับเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมจนเจ้าตัวยังตกใจไม่น้อย... อีกทั้ง ซุน ไม่ได้กินอะไรมาร่วมสัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่รู้สึกว่าร่างกายขาดซึ่งพลังงาน แน่นอนว่ามันเป็นผลพวงจากพื้นฐานลมปราณในร่าง การดื่มกินจึงแตกต่างไปจากมนุษย์สามัญ ว่ากันว่าชนชั้นยอดฝีมือแม้ไม่กินไม่ดื่มร่วมปีก็ยังไม่สะทกสะท้าน... 

 

“นี่มัน?!” เด็กหนุ่มสับสนกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง... 

 

“รู้สึกตัวแล้วสินะ... เวลานี้เจ้าทะลวงผ่านขึ้นมายังชนชั้นลมปราณสีม่วงขั้นที่ 2 แล้ว ข้าเองก็ยังตกใจ ถึงแม้ว่าในชั้นลมปราณระดับต่ำ ๆ จะสามารถยกระดับได้รวดเร็วก็เถอะ แต่การดื่มสุราเพียงไม่กี่คำ และนอนหลับไป 3 วัน กลับทำให้ลมปราณเพิ่มพูนเช่นนี้ได้ ข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ 

 

ดูท่าสมญานาม เซียนเมรัย เหยาหมิง ของอาจารย์เจ้า จะมิใช่เพียงแค่นามประดับเสียแล้ว... สุราที่ เหล่าซือ เจ้าเก็บรักษา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งล้ำค่าแห่งแผ่นดิน ที่ผ่านการกลั่นกรองและบ่มเพาะมาอย่างสมบูรณ์…  

 

ข้าได้ลองศึกษาตำราเหล่านี้ พวกมันมีรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอน และส่วนผสมของการหมักบ่มสุราหลายร้อยชนิด ซึ่งความละเอียดและความน่าทึ่งของตำราเหล่านี้ ไม่มีทางที่จะถูกรวมร่วมทั้งหมดภายใน 1-2 ยุคสมัยได้ คาดว่ามัยคงผ่านการสืบทอดมาแล้วหลายสิบหลายร้อยรุ่นเลยทีเดียว...” เฒ่าชีเปลือย กล่าวขึ้นพลางเปิดตำราเหล่านี้ไปมา 

 

“ลมปราณสีม่วงขั้นที่ 2 งั้นหรือ?! มิน่าเล่าข้าถึงสัมผัสได้ในออร่าที่หนาแน่นขึ้น...” เมื่อเด็กหนุ่มตรวจสอบร่างกายก็เปี่ยมไปด้วยสีหน้าปราบปลื้ม เพราะทุกความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูน มันคือโอกาสการรอดชีวิตที่สูงตามไปด้วยในดินแดนแห่งนี้... 

 

ภาพจำที่เคยกัดกินหัวใจเด็กหนุ่ม แม้จะยังไม่อาจลบเลือนไปได้สมบูรณ์นัก แต่ก็นับว่าดีขึ้นกว่าเดิมอยู่มากโข สามารถกล่าวได้เต็มปากว่าการร่ำสุราในครั้งนั้น ได้ผลที่ดีขึ้นจริง ๆ และยังทำให้ ซุน ค้นพบวิธีบ่มเพาะลมปราณที่วิเศษอีกด้วย... 

 

ซุน หันมองไปรอบ ๆ เริ่มมีจิตพิจารณาได้ว่า สุราเหล่านี้เป็นสิ่งของที่ล้ำค่าเพียงใด... หลังจากที่เด็กหนุ่ม เริ่มต้นร่ำสุราอีกครั้ง ด้วยการจิบสุราทีละน้อยอย่างไม่เร่งร้อนประหนึ่งจิบชา พลางอ่านตำราที่อยู่ภายในห้องลับแห่งนี้  

 

มันยิ่งทำให้ ซุน ได้เข้าใจถึงวิถีแห่ง เซียนเมรัย มากขึ้น!! 

 

“แบบนี้นี่เอง... สุราสำหรับคนทั่วไป อาจหมายถึงน้ำมึนเมา ใช้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ โดยมากจะถูกกล่าวโทษเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัย เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเลวร้ายมากมาย จนหลายคนรู้สึกรังเกียจผู้ที่ติดสุรา... แต่ในทางกลับกัน เหล่าซือ ได้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัย เพื่อดึงเอาความพิเศษของสุราออกมาจนถึงขีดสุด แบ่งออกเป็น สุราแห่งหยิน และ สุราแห่งหยาง 

 

สุราแห่งหยิน คือการดึงเอาฤทธิ์สุรา ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งฤทธิ์มอมเมา ฤทธิ์ลุ่มหลง ฤทธิ์ปลุกกำหนัด ฤทธิ์ทำลาย ที่สามารถกัดกินร่างกาย ทำลายอวัยวะ หรือแม้แต่สลายลมปราณ ของผู้ที่ดื่มสุราแห่งหยินเข้าไป เปรียบเสมือนพิษร้ายแห่งเซียนดำ ที่ผู้ถูกพิษไม่มีทางรับรู้ว่าเกิดขึ้นจากฤทธิ์สุรา!! 

 

สุราแห่งหยาง สามารถใช้สุราทดแทนโอสถ พื้นฟูร่างกาย สลายพิษได้แทบทุกชนิด ใช้เพิ่มพูนลมปราณ หรือแม้แต่ปรับสมดุลธาตุในร่าง เกื้อหนุนเคล็ดวิชาเฉพาะ เปรียบดังน้ำอมฤตแห่งเซียนขาว คุณสมบัติสารพัดประโยชน์... ” 

 

ยิ่ง ซุน ศึกษาค้นคว้าในตำราเหล่านั้น ก็ยิ่งเข้าในถึงคุณประโยชน์ของสุรา ที่ครอบคลุมทั้งดีร้ายตามแต่จะปรุงแต่งขึ้น... ทำเอาเด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน เนื่องด้วยมันเป็นศาสตร์แปลกแยกที่ไม่มีการแพร่พราย แต่รับรู้เฉพาะเหล่าผู้สืบทอดเท่านั้น... 

 

“เจอของดีเข้าจริง ๆ ด้วยงั้นนะ...” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น  

 

ซุน แทบไม่ได้สนใจเสียงของ เฒ่าชีเปลือย จมปลักอยู่กับการศึกษาตำราเหล่านี้ ซึ่งภายในกองตำราเหล่านับร้อยเล่ม มีอยู่สองเล่มที่แตกต่างไปจากตำราอื่น ๆ เพราะมันมิใช่วิธีการหมักบ่มสุรา เฉกเช่นทุก ๆ เล่ม...  

 

หนึ่งคือตำราบันทึกรายชื่อผู้สืบทอด ภายในนั้นเต็มไปด้วยรายชื่อของเหล่าผู้สืบทอดวิถีแห่งเซียนเมรัย ตลอดหลายสหัสวรรษที่ผ่านมา... ผู้ก่อตั้งวิถีแห่งเซียนเมรัยนี้ เป็นปรมาจารย์สุราเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน นามว่า จี้เยี่ยซา แห่งพรรคเซียนประทาน ทวีปเต่าทมิฬ  

 

และได้มีการสืบทอด วิถีแห่งเซียนเมรัย อย่างลับ ๆ ภายในพรรคเซียนประทาน ซึ่งเป็นพรรคที่รวบรวมขอทานจากทั่วทั้งทวีปเต่าทมิฬ และต่อมาในภายหลังยังมีสังกัดพรรคจากทวีปอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งทวีปมังกรฟ้า ทวีปพยัคฆ์ขาว ทวีปหงสาเพลิง จนกลายเป็นพรรคที่มีสมาชิกเป็นเหล่าขอทาน เกือบทั่วยุทธภพครบทั้ง 4 ทวีป จัดเป็นพรรคที่ทรงอิทธิพลพรรคหนึ่งเลยก็ว่าได้... 

 

และในตำราบันทึกผู้สืบทอดดังกล่าว มีนามของ เหยาหมิง ถูกบันทึกไว้เป็นนามสุดท้าย ทุกนามในตำราล้วนถูกสลักไว้ด้วยอักษร ที่ขีดเขียนขึ้นจากโลหิต... 

 

“ตัวข้าได้กราบ เหล่าซือ เป็นอาจารย์แล้ว... ดังนั้นข้าขอถือวิสาสะเป็นผู้สืบทอดในยุคนี้เลยก็แล้วกัน เพื่อข้าจะได้สามารถศึกษาตำราหมักบ่มสุราทั้งหมดได้ โดยไม่ผิดต่อเหล่าปรมาจารย์รุ่นก่อน ๆ” ซุน กล่าวพึมพำกับตนเอง ก่อนจะกรีดปลายนิ้วจนโลหิตไหลริน และสลักนามของตนต่อท้ายนามของ เหยาหมิง ในฐานะผู้สืบทอด... 

 

จากนั้น ซุน ก็ได้โขกศีรษะคำนับตำราเล่มนี้... ประหนึ่งทำความเคารพเหล่าปรมาจารย์รุ่นก่อน ๆ จากนี้ไป ซุน ตั้งใจจะเก็บรักษาตำราผู้สืบทอดเล่มนี้ เสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของตน หรือจนกว่าจะพบผู้สืบทอดที่เหมาะสม... 

 

จากนั้น ซุน ก็เปิดตำราอีกหนึ่งเล่ม ที่แตกต่างไปจากตำราเล่มอื่น ๆ ก่อนจะพบว่า มันคือตำราที่สอนรูปแบบการฝึกลมปราณ วีถีเซียนเมรัย!! ภายในตำราแม้จะไม่ได้มีกระบวนท่า หรือเคล็ดวิชาใดสอนสั่งเป็นกิจจะ แต่เป็นรูปแบบการฝึกเฉพาะที่สามารถเพิ่มพูนลมปราณ ไปพร้อม ๆ กับร่ำสุราควบคู่ ภายในนั้นยังระบุไว้ชัดเจนว่านี่ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการบ่มเพาะ ที่รวดเร็วที่สุดในยุทธภพนี้อีกด้วย!! 

 

“มิน่าล่ะ... รายชื่อผู้สืบทอด วิถีแห่งเซียนเมรัย ที่ข้าเห็นในตำราบันทึก แต่ละนามจึงดูคุ้นตานัก... ที่แท้รายชื่อของปรมาจารย์ในอดีตเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ขึ้นทำเทียบยอดฝีมือแห่งยุคสมัยในอดีตทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นเพราะ วิถีแห่งเซียนเมรัย คือรูปแบบการบ่มเพาะลมปราณที่ทรงพลังมากนี่เอง...” 

 

ยิ่ง ซุน ได้ศึกษาตำราลึกล้ำลงไป ก็ยิ่งใจเต้นระส่ำไม่หยุด... เส้นทางแห่งการฝึกตนของ ซุน เริ่มถูกเปิดขึ้นแม้จะไม่มีอาจารย์ชี้นำ ทุกสิ่งสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ได้จากตำราเหล่านี้ รวมไปถึง ไหสุรา นับร้อยที่เรียงรายอยู่ภายในห้องลับ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกจัดแจง สำหรับปลุกปั้นผู้สืบทอด เป็นการส่งต่อความแข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง... 

 

อาจกล่าวในเต็มปากว่า...  

ทั้งหมดล้วนเป็นโชควาสนาของ ซุน ในเวลานี้...  

 

............................................. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว