OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

EP.02 จีบปะเนี่ย [1/2]

ชื่อตอน : EP.02 จีบปะเนี่ย [1/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 795

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2563 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.02 จีบปะเนี่ย [1/2]
แบบอักษร

EP.02 

จีบปะเนี่ย 

[1/2] 

 

 

                NINE TALK

                ขณะที่ผมกำลังนั่งเรียนวิชาสุดท้ายของวันนี้อยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีข้อความไลน์จากพีชส่งเข้ามา ผมเห็นมันจากแจ้งเตือนที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ แต่ยังไม่ได้กดเข้าไปอ่าน

                Peachhhhh : เราเข้ามาในมหาลัยไนน์แล้ว เรียนบริหารใช่ไหม เดี๋ยวรอหน้าตึกนะ

                เพื่อนใหม่ที่เด็กกว่าผมคนนี้ทักมาครับ เขาจะเอากระเป๋าเก็บบัตรมาคืนผม ในนั้นมีบัตรสำคัญของผมทุกอย่างเลยตั้งแต่บัตรประชาชน บัตรนักศึกษา บัตรสมาชิกร้านอาหาร รวมถึงบัตรสะสมแต้มร้านชาไข่มุกใต้ตึกคณะด้วย ตอนแรกผมนึกว่าผมทำมันหายไปซะแล้ว ดีนะที่พีชเก็บไว้ให้แล้วเขายังพยายามจะนำมาคืนผม

                แล้วเขาก็คืนได้ทันเวลาด้วยครับ เพราะพรุ่งนี้ผมต้องใช้บัตรนักศึกษาในการเข้าสอบกลางภาค ถ้าหายไปจริง ๆ ผมคงต้องเสียเงินทำบัตรใหม่ เสียเวลาเขียนคำร้องอีก

                เอ๋... แต่จะว่าไป ทำไมเขามาหาผมเร็วจัง ผมเลิกเรียนหกโมงนะ นี่เพิ่งสี่โมงกว่าเอง

                No.9 : รีบมาทำไม เรายังเรียนไม่เสร็จเลย

                Peachhhhh : ส่งรูปภาพ

                พีชส่งรูปใต้ตึกคณะมาให้ผม พร้อมกับชูกระเป๋าใส่บัตรให้ผมดูด้วยเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ลืมเอามา ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ถ้าวันนี้พีชมาตัวเปล่าผมคงหัวเสียแย่เพราะบัตรนักศึกษามันต้องใช้พรุ่งนี้

                Peachhhhh : รอหน้าร้านน้ำนะ

                ผมยังคงนั่งเรียนต่อไปด้วยสภาวะจิตใจพะว้าพะวง เกรงใจพีชน่ะครับ เขาต้องรอนานเลยกว่าผมจะเบรกแล้วสามารถลงไปหาเขาได้ อีกประมาณครึ่งชั่วโมงแน่ะกว่าอาจารย์จะพักเบรก เท่าที่ได้คุยกันเมื่อคืนเหมือนเขาไม่ใช่คนใจเย็นสักเท่าไหร่ด้วยสิ หากต้องรอนาน ๆ เขาคงไม่ชอบใจนัก ผมเกรงใจเขาจัง

                แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอเวลา เอาไว้ผมจะลงไปซื้อชาไข่มุกเลี้ยงเขาเป็นค่าเสียเวลาสักแก้วก็ได้ อุตส่าห์นั่งรอตั้งครึ่งชั่วโมง

                “มึงเหม่ออะไรเนี่ยไอ้ไนน์”

                “ห้ะ กูเปล่านี่”

                “ก็เห็นมองแต่จอมือถือ จดแลคเชอร์ไม่ทันแล้วมึง”

                ‘ปืน’ เพื่อนสนิทของผมท้วงมาแบบนี้ผมจึงละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วตั้งใจเรียนต่อ คือไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมดูแต่เวลาว่าเมื่อไหร่จะพักเบรก แล้วก็ดูแจ้งเตือนด้วยเผื่อพีชจะไลน์มา แต่ก็ไม่มีอะไรเลย พีชเงียบมาก เงียบไปจนผมกังวล

                และแล้วเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง เมื่ออาจารย์สั่งพักเบรกผมก็เป็นคนแรกที่พุ่งตัวออกจากห้องเรียน ไอ้ปืนที่ว่าวิ่งเร็วก็ตามผมไม่ทัน แต่มันก็ไม่ได้ตามผมลงมาใต้ตึกหรอกครับ มันแยกไปเข้าห้องน้ำแทน

                ตึก ตึก ตึก

                ผมรีบออกจากลิฟท์ก่อนกวาดสายตามองไปทั่ว เพียงปราดเดียวก็เจอพีชแล้วล่ะ เขาโดดเด่นมาก อาจเพราะเป็นคนเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เมื่อพีชหันมาเจอผมพอดีผมจึงส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรแล้วเดินเข้าไปหาทันที

                “รอนานเลย โทษทีนะพีช กินน้ำไหมเดี๋ยวเราเลี้ยงเอง กินน้ำเย็น ๆ จะได้ใจเย็น ๆ”

                ไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเขาตอบอะไร ผมรีบเดินไปซื้อชาไข่มุกให้เขาอย่างว่องไวแถมสั่งหวานน้อยให้ด้วย เมื่อคืนที่คุยกันพีชบอกว่าพีชไม่ชอบกินขนมหวาน พวกขนมไทยหรือเบเกอรี่อะไรแบบนี้พีชไม่ค่อยชอบ ฉะนั้นผมเลยสั่งน้ำแบบหวานน้อยให้เขาเสียเลย โดยสั่งให้ตัวผมอีกแก้วหนึ่งด้วย ของผมน่ะต้องหวานร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้น! ของชอบเลยน้ำหวาน ๆ เนี่ย

                แล้วพี่ส้มเช้งเจ้าของร้านก็ชงชาได้รวดเร็วเหมือนเดิม ไม่กี่อึดใจชานมไข่มุกสองแก้วก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมจ่ายเงินแล้วเดินถือมาให้พีชที่โต๊ะโดยท่องไว้ในใจว่ามือซ้ายหวานน้อยของพีช มือขวาหวานปกติของผม

                แก้วน้ำจากมือซ้ายถูกส่งต่อให้พีช ก่อนที่ผมจะทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามเขาและจัดการดูดชาไข่มุกแก้วของผมทันที เรียนมาทั้งวันสุดแสนจะโหยหาของหวานเลย สำหรับผมการได้ดื่มชานมสักแก้วเหมือนเป็นการได้เติมพลัง

                “จืด”

                พีชบอกมาแบบนั้นหลังจากดูดน้ำเข้าปากได้เพียงเล็กน้อย

                “อ้าว พีชไม่ชอบกินหวานไม่ใช่เหรอ เราเลยสั่งหวานน้อยให้”

                “ถ้าเป็นน้ำอะกินหวานปกติได้ แต่แค่ไม่ชอบพวกขนมหวานที่มันหวาน ๆ เหนียว ๆ อะ”

                “ที่บอกเมื่อคืนอะเหรอ ทองหยอด เค้ก อะไรแบบนี้พีชไม่ชอบใช่ไหม อืม...งั้นเปลี่ยนแก้วกันไหมเดี๋ยวเรากินแก้วพีชเอง”

                “ไนน์”

                “หืม?”

                ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ที่ถูกเด็กมัธยมเรียกชื่อผมห้วน ๆ แบบนี้ ตัวผมเองมีน้องสาวนะ น้องสาวผมเรียนอยู่ปีหนึ่งซึ่งโตกว่าพีชอีกยังเรียกผมว่าพี่ทุกคำ แต่อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย พีชดูโตกว่าอายุจริง ๆ ทั้งความคิด คำพูด การวางตัว เขาไม่เห็นจะเหมือนเด็กมัธยมวัยใสเลยสักนิด

                “ยิ้มให้ดูหน่อย”

                “ห้ะ?”

                “ยิ้มหน่อยครับ”

                ถึงจะไม่เข้าใจว่าพีชให้ผมยิ้มทำไม แต่ผมก็ยิ้มให้เขาอยู่ดี จากนั้นพีชก็คว้าแก้วชาไข่มุกของตัวเองมาดูดต่อด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป ในทีแรกที่บ่นว่าจืดเขาแสดงสีหน้าชัดเจนเลยว่าไม่อร่อย ต่างจากตอนนี้ที่ดูดไปยิ้มไปราวกับมันอร่อยขึ้นอย่างนั้นแหละ

                “พีชให้เรายิ้มทำไมเหรอ”

                “น้ำหวานขึ้นแล้ว ยิ้มของไนน์มันเติมความหวานให้”

                “เพ้อเจ้อ ว่าแต่พีชเอากระเป๋าใส่บัตรมาให้เราเถอะ พีชจะได้รีบกลับบ้าน เดี๋ยวถึงบ้านค่ำแล้วพ่อเป็นห่วงนะ เห็นว่าพ่อชอบดุเวลากลับบ้านค่ำใช่ไหม”

                “ยังไม่ให้ จะรอ เรียนเสร็จไปกินข้าวกันนะ”

                “พีชชชชชชช รออีกแล้วเหรอ เราเกรงใจจจจ”

                “อายเหรอที่มีเด็กม.ปลายมารอ?”

                “เปล่า ๆ ไม่ใช่แบบนั้น คือเราไม่รู้พีชจะรอเราทำไม มันนานนะพีช แล้วเราไม่อยากให้พีชกลับบ้านดึกด้วย อีกอย่างนั่งรอเฉย ๆ พีชคงเบื่อแย่”

                “งั้นไนน์เอากุญแจหอมาดิ เดี๋ยวเราไปนอนรอที่หอ”

                “พีช...”

                “ไนน์ไปเรียนเถอะ เราจะรอ อยากกินข้าวกับไนน์อะ”

                เขาเป็นเด็กดื้อ พูดอะไรก็ไม่ฟังเลยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ชอบมารอผมทำนั่นทำนี่ ทั้งชีวิตผมที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมารอผมเพื่อที่จะคุยกันต่อแบบนี้ไง ผมไม่ชินและเกรงใจมากด้วย

                “พีชดื้อกับเราตลอดเลย”

                “ก็ไม่มีใครให้ดื้อใส่แล้วอะ ตอนนี้ก็มีแค่ไนน์”

                “หน้ามึนเหมือนกันนะพีชเนี่ย โอเค ๆ เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวกันก็ได้ แต่พีชต้องคุยกับที่บ้านให้เรียบร้อยนะจะได้ไม่มีปัญหา”

                พอเขาพยักหน้ารับผมก็ตกลงตามนั้น ไปก็ไป ตอนเย็นก็ต้องหาอะไรกินอยู่แล้วแค่วันนี้เปลี่ยนไปตรงมีเพื่อนกินข้าวเย็นเพิ่มขึ้นอีกคนก็เท่านั้น วันไหนอยู่หอก็จะเหงาหน่อยแหละครับ ใช้ชีวิตคนเดียวแบบนี้ทุกวัน

แต่ถ้าอยู่บ้านจะไม่เหงาเลย ผมมีพี่ชายกับน้องสาวอยู่ด้วย ทุกมื้ออาหารแม่จะทำให้พวกเราเสมอ การได้กลับบ้านไปนอนเกลือกกลิ้งด้วยกันสามคนพี่น้องน่ะเป็นอะไรที่สบายใจที่สุดแล้ว แต่เราไม่ค่อยได้เจอกันพร้อมหน้าหรอกครับ พี่ ’นัท’ เรียนปีสี่ เจ้า ’นีน’ เรียนปีหนึ่ง ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง วันหยุดก็ไม่ตรงกัน นี่ผมไม่เจอหน้าน้องมาเกือบเดือนแล้ว

ผมเดินขึ้นมาเรียนอีกครั้งด้วยความรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ตอนนี้ทำใจแล้วล่ะว่าถ้าพีชจะรอก็ให้เขารอไป ผมรู้ว่าเขารอได้เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าจะรอผมทำไมเท่านั้นเอง

“มึงคุยกับใครวะ ข้างล่าง”

ปืนหันมาถามทันทีที่ทิ้งตัวนั่ง มันคงแปลกใจที่ผมรู้จักคนอื่นด้วย ปกติผมก็อยู่แค่กับมันมาตั้งแต่มัธยมต้นไม่เคยมีเพื่อนสนิทคนอื่นเลย

“เห็นเหรอ เพื่อนรุ่นน้องน่ะ”

“รู้จักกันได้ไงวะ”

“เคยเจอกันในหมู่บ้านแหละ”

“ไม่ได้จีบมึงใช่ไหม?”

จีบเหรอ? คงไม่ใช่หรอกมั้ง ผมกับพีชแค่คุยกันถูกคอเฉย ๆ

“เปล่า ไม่ได้จีบ”

“ถ้าเด็กมันจีบก็รีบเอาเลยนะมึง อย่าปล่อยให้พลาด มึงแห้งเหี่ยวมาทั้งชีวิตแล้วหัดมีแฟนกับเขาซะบ้างไอ้ไนน์ นี่ถ้าแม่มึงกับพี่นัทรู้นะว่ามึงมีแฟนคงได้ปิดซอยเลี้ยงฉลอง”

“เว่อร์แล้ว”

ผมไม่เคยมีแฟนจริง ๆ นะ ไม่เคยเลย เวลาเห็นคนรอบตัวมีแฟนผมได้แต่สงสัยว่าทำไมผมถึงไม่มีกับเขาบ้าง ไม่ใช่ว่าผมไม่เปิดโอกาสนะแต่มันไม่มีใครเข้ามาให้พัฒนาความสัมพันธ์ไปต่อถึงขั้นนั้นได้ เคยมีคนคุยตอนมัธยมก็แค่เข้ามาคุยพอแก้เหงาได้ แต่สุดท้ายเขาก็ไปคบกับคนอื่น เขาไม่เลือกผมอะ เป็นแบบนี้มาตลอด

อ้อ มีคนหนึ่งครับที่ผมเคยคุยเมื่อช่วงรับน้องปีหนึ่ง เขาอยู่คณะนิเทศฯ เราคุยกันอยู่ประมาณเดือนกว่าแล้วเขาก็ถามผมว่าผมชอบเขาไหม ตอนนี้เขามีตัวเลือกอยู่สองคน ผมคือหนึ่งในนั้น เขากำลังเลือกคนที่ชอบเขามากกว่ามาเป็นแฟน โอ้โห หล่อมากพ่อคุณเอ๊ย ซึ่งผมก็ตอบความจริงไปว่าผมไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า ก็คุยด้วยแล้วสนุกดีแต่จะไม่คุยก็ได้

และก็แน่นอนครับเขาไปเลือกอีกคนหนึ่ง ผมน่ะรู้คำตอบอยู่แล้วล่ะ ในวันที่เขามาบอกลาผมเลยถามเขาว่านอกจากเหตุผลที่ว่าผมไม่ได้ชอบเขาน่ะ มีอะไรอีกที่ทำให้เขาไม่เลือกผมเหรอ ทั้งที่ถ้าเขาชอบผมบ้างเขาก็น่าจะทำอะไรให้ผมชอบเขากลับสิ ถูกไหม นี่เขาไม่พยายามเท่าไหร่เลย แล้วผมก็ได้คำตอบมาครับ เขาบอกว่าผมเฉิ่มกว่าอีกคน คนนั้นมีสีสันมากกว่า

เฉิ่ม... ผมเพิ่งเคยโดนใครพูดใส่มาแบบนี้เหมือนกัน ผมมาปรึกษาไอ้ปืนทันทีว่าผมเฉิ่มยังไง ผมจะแก้ความเฉิ่มนี้ยังไง ไอ้ปืนจัดการเปลี่ยนลุคภายนอกผมทุกอย่างเลยครับ ทั้งทรงผม การแต่งตัว แว่นตาหนาเตอะที่มันก็ไม่ให้ผมใส่แต่พาผมไปซื้อคอนแทคเลนส์แทน

ลักษณะภายนอกผมเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไอ้ปืนบอกว่าแบบนี้ค่อยน่าเข้าหาหน่อย มันเอาคอลเลคชั่นเสื้อลายสก็อตหลากสีของผมไปบริจาคหมดเลยด้วย แต่คนเรามันก็เปลี่ยนได้แค่ภายนอกเท่านั้นแหละครับ นิสัยส่วนตัวผมมันเปลี่ยนไม่ได้เลย ผมน่ะโลกส่วนตัวสูงเหมือนกันนะ แล้วเป็นคนชอบทำของอะไรไว้ใช้เอง หลายคนมองว่าผมขี้งก ตระหนี่ใช้เงิน

แต่เปล่านะครับ ผมแค่ชอบใช้อะไรที่เราทำเองน่ะ มันเป็นชิ้นเดียวในโลก ทำสวยบ้างไม่สวยบ้างแต่มันภูมิใจ อย่างถุงผ้าที่ผมใช้ใส่ชีทมาเรียนทุกวันนี้ผมก็เย็บเอง ออกแบบเอง สกรีนเอง บางใบก็ปักลายเอง หรือกระทั่งเคสโทรศัพท์ผมก็ประดิษฐ์เอง ซื้อเคสยางแบบใสมาแล้วก็ตกแต่งเอง ใส่ทั้งกากเพชรทั้งตัวอักษรเรียงกันเป็นชื่อตัวเอง ใช้อะไรที่ทำเองแล้วมันถูกใจดีน่ะครับ บอกไม่ถูกเหมือนกัน

ไอ้ปืนบอกว่าผมชอบทำนั่นทำนี่ เวลาหายไปก็หายไปทั้งวันเพื่อนั่งประดิษฐ์ของใช้ ถ้ามีแฟนจริงผมต้องให้เวลาแฟนบ้างนะจะได้คบกันนาน ๆ พอมันพูดมาแบบนี้ผมกลับคิดไม่ออกเลยว่าใครเขาจะรอผมได้ทั้งวันแบบนั้น จะให้ผมสละงานตรงนี้ก็ยากหน่อยเพราะผมชอบทำและทำมาตลอดชีวิต

จะมีใครสักคนไหมนะที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ผมชอบ ถ้ามีใครชอบอะไรเหมือนกันก็คงดี...

________________________________ 

TALK 

ต้าวพีชคือรุกหนักเลยน้าาาา จีบเขาทุกคำเลยเด็กคนนี้ หลงพี่เขามาก ชอบมาก นั่งรอทั้งวันก็จะรอ ไนน์เตรียมปวดหัวได้เลยลูก เด็กคนนี้มันหน้ามึนนนนน 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น