OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

EP.01 สายเรียกเข้า [2/2]

ชื่อตอน : EP.01 สายเรียกเข้า [2/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 820

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.01 สายเรียกเข้า [2/2]
แบบอักษร

EP.01  

สายเรียกเข้า  

[2/2] 

 

 

                21.30 น.

                ผมพาตัวเองมาถึงบ้านเอาป่านนี้ โดนพ่อถามด้วยว่าไปไหนมา แต่พอบอกว่าไปที่หมู่บ้านเก่าที่เคยอยู่พ่อก็ไม่ถามอะไรผมต่อ คงคิดว่าผมไปนั่งรำลึกคิดถึงแม่ล่ะมั้ง

                ที่บ้านตอนนี้ก็กำลังรอกินข้าวเย็นอยู่ บ้านผมบางวันก็กินข้าวมื้อเย็นช้าหน่อยเพราะกว่าน้าเตยจะปิดร้านขนมแล้วกลับบ้าน แต่ละวันเวลาไม่แน่นอน วันไหนขนมหมดไวก็ได้กลับไว วันไหนหมดช้าก็ได้กลับช้าหน่อย แต่ก็ไม่ดึกไปกว่านี้หรอกเพราะน้าเตยรู้ว่าผมกับน้ำตาลรอกินข้าวเย็น

                น้าเตยบอกให้ผมไปนั่งรอกับน้ำตาลที่โซฟา เดี๋ยวข้าวเย็นก็เสร็จแล้ว ผมจึงทิ้งตัวนั่งโซฟาตรงข้ามมันก่อนจะยกขาตัวเองขึ้นมาสำรวจรอยยุงกัด โห ขาเป็นตุ่มแดงเต็มเลย คันด้วย

                “ไอ้พี่พีชเป็นขี้กาก สกปรก!”

                จู่ ๆ ไอ้น้องเวรนี่ก็ตะโกนออกมาเมื่อเห็นผมนั่งเกาขาตัวเอง มันกวนตีนไหมล่ะ ผมกับมันไม่เคยมีสักครั้งที่ไม่ปะทะฝีปากกัน

                “ขี้กากบ้านมึงสิ ยุงกัดโว๊ย!”

                “ก็บ้านเดียวกันไหมล่ะ!”

                “จุ๊ ๆ ทะเลาะกันอีกแล้ว มากินข้าวกันเด็ก ๆ วันนี้มีน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ไข่ทอด ต้มจืด”

                เพียงชั่วอึดใจที่น้าเตยร่ายเมนูมื้อเย็นนี้จบ น้ำตาลก็วิ่งไปนั่งที่โต๊ะอาหารทันที ผมกับพ่อเดินไปสมทบนั่งอีกฝั่งตามระเบียบ ในระหว่างนี้ผมกับมันจะไม่คุยกัน ไม่มองหน้ากัน เพราะมีกฎว่าเวลากินข้าวห้ามทะเลาะกันเด็ดขาด มันคือเวลาของครอบครัวที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันซึ่งเป็นเวลาไม่นาน ไม่ควรเสียเวลาไปกับการโต้เถียงกันไปมาอย่างที่ผมกับน้ำตาลชอบทำเวลาอยู่ใกล้กัน

ผมกับมันเลยตัดปัญหาด้วยการนั่งเยื้องกัน ไม่มองหน้าด้วยเพราะถ้าเห็นหน้ามันปากผมมันจะขยับไปเอง ต้องได้พูดกวนประสาทมันสักคำสองคำ

                มื้ออาหารนี้ผ่านไปได้เพียงครึ่งทางก็มีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ผมไม่คาดคิดว่าจะโทรกลับมาเร็วขนาดนี้

                ‘ไนน์ยิ้มน่ารัก’

                ทำไงดี ๆ ไนน์โทรมาแล้ว ผมควรรีบรับไหม หรือว่าต้องลองเชิงรับช้า ๆ หน่อยกลัวว่าเขาจะรู้ว่าผมประหม่าแค่ไหน

                “ผมอิ่มแล้ว”

                คนที่กินข้าวเย็นสองจานอย่างผม เมื่อลุกพรวดขึ้นทั้งที่ยังกินได้เพียงครึ่งจานแน่นอนว่าทุกคนบนโต๊ะย่อมมองมาอย่างตกใจ ผมไม่รีรออยู่ให้พ่อถามหรอกว่าทำไมกินน้อย ตอนนี้ผมสับขาวิ่งขึ้นห้องไปพร้อมกับสายเรียกเข้าของไนน์เป็นที่เรียบร้อย

                นิ้วโป้งข้างถนัดเกิดอาการสั่นเล็กน้อยตอนที่กดปุ่มสีเขียวรับสายบนหน้าจอ ตื่นเต้นชะมัด

                [สวัสดีครับ ใช่พีชหรือเปล่าครับ]

                ปลายสายส่งเสียงสดใสทักทายก่อน มีแต่ผมที่อยู่ดี ๆ คอก็แห้งไม่มีเสียงจะพูด เหงื่อที่มือกับหน้าผากผุดขึ้นราวกับว่าอากาศร้อนเต็มที

                “ชะ ชะ ใช่ครับ นะ ไนน์เหรอ?”

                [เราเอง พีชเก็บกระเป๋าบัตรเราเอาไว้ใช่ไหมครับ เราต้องรีบใช้อะ วันพุธมีสอบ พรุ่งนี้เราเจอกันได้ที่ไหนบ้าง บ้านพีชอยู่ไหนเหรอ เดี๋ยวเราไปเอาเอง]

                พอไนน์โทรมาจริงผมกลับไม่อยากได้ยินแค่เสียง ทำไมผมโลภมากขนาดนี้ ผมน่ะอยากเห็นรอยยิ้มเขาใจจะขาด

                “เปิดกล้องได้ไหม?”

                [จะยืนยันตัวตนเหรอว่าใช่เราจริง ๆ หรือเปล่า รอบคอบจังเลยนะ ได้สิ ๆ งั้นแอดไลน์ไว้ก็ได้เดี๋ยวเราถึงบ้านแล้วเราวีดีโอคอลในไลน์ไปหานะ]

                “ครับ ได้ครับ”

                คนปากหมาอย่างผมกลายเป็นคนสุภาพขึ้นมาในชั่ววินาที ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผมจะประหม่าขนาดนี้ทำไมกัน ผมชอบรอยยิ้มเขานี่หว่า ไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย จะตื่นเต้นอะไรนักแค่เขาจะแอดไลน์มาหา

               

                ห้านาทีผ่านไป

                สาบานไว้ตรงนี้ว่าผมไม่เคยอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จภายในห้านาทีมาก่อน ชีวิตนี้โดยปกติอาบน้ำอย่างต่ำก็สิบนาทีเห็นจะได้ ไม่รวมเช็ดตัว แต่งตัวนะ วันนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วไปหมด

                ผมเป็นคนชวนเขาวีดีโอคอลมาก็จริงแต่สภาพตัวเองวันนี้มันดูไม่ได้เลย จึงใช้เวลาไม่กี่นาทีรีบอาบน้ำแต่งตัวใหม่ สระผมด้วยนะ สระแบบรีบมากจนใช้ครีมอาบน้ำนั่นแหละสระ ขยี้ผมเสร็จก็ถูตัวต่อเลยเพราะต้องทำเวลา ไม่อยากให้ไนน์รอนาน

                ทำไมกูดูร้อนรนไปหมดวะเนี่ย...

                ไม่ใช่แค่ตัวผมที่ต้องเตรียมความพร้อม แต่โทรศัพท์มือถือเองผมก็ชาร์จรอไว้แล้ว ทั้งที่แบตฯเหลืออยู่เกินครึ่ง

                ครืดดดดด!!

                ไนน์วีดีโอคอลมาแล้ว ผมกระโจนเข้าหาโทรศัพท์ตั้งแต่มันเริ่มสั่นครั้งแรก ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เช็ดผมเมื่อครู่ถูกคล้องไว้บนบ่าก่อนจะหันมองกระจกแล้วจัดผมจัดเผ้าเล็กน้อย

                อะแฮ่ม ๆ ฮึ่ม! วอร์มเสียงสักหน่อย จากนั้นจึงกดรับสาย

                [สวัสดีพีช ฮ่า ๆ รอนานไหม เราเพิ่งเดินถึงบ้าน พอเห็นหน้าแล้วเชื่อหรือยังว่าเป็นเรา ทีนี้ก็คืนกระเป๋าใส่บัตรให้เราซะดี ๆ เรามีสอบวันพุธเนี่ยต้องรีบใช้]

                ผมแทบไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลย เอาแต่มองรอยยิ้มของเขาแล้วยิ้มตาม มันสดใสเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกเลย ไนน์ยังยิ้มแล้วน่ารักเหมือนเดิม และยืนยันอีกทีว่าเหมือนพี่ไทม์มาก

                [พีช ได้ยินเราไหม?]

                “อื้อ พรุ่งนี้เดี๋ยวเอาไปคืนนะ เจอกันที่สวนสาธารณะก็ได้”

                [พรุ่งนี้เราไม่กลับบ้าน เรานอนหอ ต้องอ่านหนังสือสอบน่ะ ให้เราไปหาพีชแทนได้ไหม?]

                “หออยู่ไหน จะไปหา”

                [แถวมหา’ลัยXX พีชรู้จักไหม อยู่ไกลหรือเปล่า ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรนะเดี๋ยวเราไปหาเอง]

                “ไนน์อยู่มหา’ลัยเหรอ?”

                [ใช่ ๆ เราอยู่ปีสอง]

                อ้าว รุ่นพี่ตั้งสามปี ใจผมนี่ห่อเหี่ยวเลย ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมใจมันแป้วได้ขนาดนี้

                “นึกว่าอยู่มัธยม”

                [เปล่า เรียนมหา’ลัยแล้ว พีชล่ะ อยู่มหา’ลัยไหนเหรอ?]

                “เราอยู่ม.5 ไนน์ว่าเราหน้าแก่เหรอ?”

                [ว้าว งั้นพีชก็เป็นน้องมัธยมที่โคตรหล่อเลย ดูโตอะ]

                ไนน์ชมผมจริง ๆ ใช่ไหม มองข้ามคำว่าหน้าแก่ไปแล้วไปพูดว่าผมดูโต เอ๊ะ ความหมายต่างกันงั้นเหรอ ผมไม่ได้แก่สักหน่อย เขาต่างหากที่ดูเด็กเกินไป

                แล้วไม่นานผมก็โดนซักถามว่าเอาที่เก็บบัตรไปได้ยังไง ผมจึงตอบตามความจริงว่าผมหยิบออกจากตะกร้า กะจะให้เขาตอนออกจากเซเว่น แต่เราทั้งคู่ต่างเดินซื้อของกันคนละมุมพอถึงเวลาจ่ายเงินผมก็ลืม อ่า..ก็โกหกไปนิดนึงนั่นแหละ ที่จริงตั้งใจไม่คืน แล้วผมแอบรู้สึกผิดด้วยที่ทำให้เขาว้าวุ่นทั้งวันกับการหากระเป๋าบัตรนี่

                ถ้าผมไม่คืนเขาพรุ่งนี้ เขาก็ไม่ได้สอบหรือไม่ก็ต้องเสียเงินทำบัตรนักศึกษาใหม่ มันคงเสียเวลาเขาแย่เลย

                “พรุ่งนี้กินข้าวกันไหม เป็นการไถ่โทษที่ทำให้ไนน์เสียเวลานะ”

                เขาทำหน้าครุ่นคิดก่อนคลี่ยิ้มหวานออกมา ผมชอบมากเลย ชอบรอยยิ้มของเขามาก

                [ก็ได้ ๆ แต่พีชจะไม่เรียกเราว่าพี่หน่อยเหรอ? เราโตกว่าตั้งสามปีนะ]

                “ไม่ได้อยากมีพี่ ไม่เรียก”

                [ให้เป็นเพื่อนก็ได้ ถ้าเดินข้างกันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าพีชเด็กกว่าเรา]

                “ไนน์หลอกด่าเราหน้าแก่อีกแล้วนะ”

                คราวนี้เขาหัวเราะออกมาเสียงดังเลย ผมไม่รู้หรอกว่าไปพูดจี้จุดอะไรเขาเข้ากันแน่ รู้แต่ว่าคืนนี้ผมยังอยากคุยกับเขาต่อ ยังไม่อยากให้เขาวาง ผมยอมนอนดึกหรือไม่นอนเลยยังได้ ขอแค่เขาพูดไปยิ้มไปให้ผมนั่งมองแบบนี้

                [งั้นตกลงตามนั้นแหละ พรุ่งนี้เจอกันนะ เดี๋ยวเราไปอาบน้ำก่อน]

                “รอ วางโทรศัพท์ไว้”

                [รอทำไม พีชไม่ไปทำอย่างอื่นเหรอ อ่านหนังสือ เล่นเกม ดูทีวี]

                “ไนน์นัดแฟนไว้เหรอ?”

                ผมถามลองเชิงไว้เฉย ๆ นะ ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย

                [โอ๊ย ไม่มีแฟนหรอก ใครจะมาชอบคนติงต๊องแบบเรา ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีแฟนเลย โสดจ้า]

                “อือ โสดเหมือนกัน”

                เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเรา ผมกับเขาเบือนหน้าหันไปทางอื่นพร้อมกันเลย ไม่รู้ทำไมหน้าผมมันร้อนผ่าวขึ้นมา หันไปมองกระจกก็พบว่าใบหูซับสีแดงอย่างเห็นได้ชัด ผมรีบใช้ผ้าขนหนูบนบ่ามาปิดหูเอาไว้ กลัวไนน์รู้ว่าผมเสียอาการ

                [พีชโสดเหรอ ไม่น่าเชื่อ หล่อแบบนี้โสดได้ไง]

                “เพิ่งโสดเมื่อวานตอนเย็น”

                [เราให้คำปรึกษาเรื่องความรักไม่ได้นะบอกไว้ก่อน แต่ถ้าเรื่องเรียนหรืองานประดิษฐ์นี่ปรึกษาเราได้เลย]

                “เหรอ งั้นไปอาบน้ำ เรามีอะไรจะปรึกษาไนน์อีกเยอะเลย เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะช่วงนี้”

                [ได้ ๆ งั้นพีชรอแป๊บนึงนะ]

                แล้วผมก็รอเขาจริง ๆ ระหว่างรอได้หยิบหนังสือเรียนที่ใกล้มือที่สุดมาเล่มหนึ่ง เปิดมันลวก ๆ เพื่อจะหาหัวข้อสนทนาต่อไปหลังจากไนน์กลับมา

                ดีจังที่เราสองคนคุยกันแบบนี้ครั้งแรกแต่ไม่มีใครอึดอัดเลย ไนน์พูดเก่ง ยิ้มเก่งด้วย จากที่ผมเกร็งตอนนี้ผ่อนคลายลงไปมาก รอยยิ้มของเขาปลอบประโลมความประหม่าของผมให้หายวับไปกับตา เหมือนกับรอยยิ้มพี่ไทม์ที่ยิ้มให้ผมวันนั้นเลย แค่เขายิ้มผมก็หายกลัวแล้ว

                แต่ตอนนี้ผมชอบรอยยิ้มของไนน์มากกว่า รอยยิ้มของเขามันดูเข้าถึงง่ายกว่าพี่ไทม์มาก ผมสามารถมองรอยยิ้มเขาได้เรื่อย ๆ ในขณะที่เราคุยกัน แถมยังรู้สึกอยากจะเห็นมันบ่อยกว่านี้ด้วย ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนรุ่นพี่อย่างเขาจะยินดีที่จะมีเพื่อนรุ่นน้องอย่างผมหรือเปล่า

                บอกไว้ก่อนเลยนะว่าอย่าให้ผมได้ติดใจอะไร เพราะผมจะไม่มีวันปล่อยมันไปง่าย ๆ

               

                END TALK

______________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

ต้าวพีชน่ารักเนอะ หน้ามึนด้วย โอ้ยยยยยยยยยยย ได้เป็นแฟนคงปวดหัวตายเลยเนี่ย พออยู่กับน้องคือปากเสียใส่กันตลอด พออยู่กับคนที่ชอบนี่ตัวหดเหลือสองนิ้วเลยนะต้าวพีช หึๆๆๆ 

 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น