ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 : ชีวิตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 : ชีวิตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 10:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 : ชีวิตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น
แบบอักษร

ชีวิตใหม่ที่กำลังเริ่มต้น 

 

"ตื่นเต้นหรือเปล่า"

"ครับ พี่เนตร"

ผมจับมือเข้าหากันแน่น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งเครื่องบิน และเป็นครั้งแรกที่จะได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นที่ผมเคยใฝ่ฝันว่าอยากจะไปเหยียบสักครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงที่อยู่บนเครื่อง ผมก็เหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่ปรากฏภาพก้อนเมฆที่ลอยวนไปมาบางเบา อีกทั้งด้านล่างยังแสดงวิวทิวทัศน์ของเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงใหญ่ 

ผมมองอยู่อย่างนั้นนานทีเดียว เพื่อซึมซับบรรยากาศไว้ในความทรงจำ กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ผมก็เริ่มง่วงนอน พี่เนตรที่นั่งอยู่ข้างกายผมยังคงนั่งอ่านเอกสารบนมือ ก่อนจะหันเหความสนใจมาทางผม คงรู้สึกตอนที่ผมขยับตัว 

"ง่วงใช่ไหม"

"ครับ" 

ผมพยักหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบหมอนใบเล็กสวมใส่ตรงด้านหลังลำคอเพื่อเตรียมตัวนอน พี่เนตรเองก็เอียงตัวมาด้านข้าง ช่วยผมปรับที่นั่งให้นอนหลับสบายมากขึ้น ผมยิ้มอย่างขอบคุณก่อนจะหลับตาลงเพราะไม่อาจทนความง่วงนอนของตัวเองได้อีกต่อไป ช่วงที่นอนหลับผมก็วางมือลงบนหน้าท้องของตัวเองอยู่ตลอด ปลอบประโลมเจ้าตัวน้อยให้หลับไปพร้อมกัน

กระทั่ง...เวลาผ่านไปเกือบหกชั่วโมง ผมก็ถูกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกายปลุกให้ตื่นเพราะการเดินทางได้สิ้นสุดลงแล้ว พี่เนตรช่วยพยุงร่างกายผมให้เดินออกจากที่นั่งอย่างระมัดระวัง และคอยกีดกันผู้คนที่เข้าใกล้ผมตลอดทางเดินที่เราลงไปรอตรงจุดที่พักของผู้โดยสาร

"ขอบคุณครับ"

"เดี๋ยวก็ได้กลับไปพักแล้ว ไหวอยู่ใช่ไหม" พี่เนตรถามผมด้วยความเป็นห่วง ผมแค่รู้สึกเพลียเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรเกินกว่าอีกฝ่ายจะต้องห่วง

"ครับพี่เนตร ผมทนได้" ผมยิ้มตอบกลับไป พี่เนตรจึงหันไปหยิบของบางอย่างภายในกระเป๋าเดินทาง ส่งมาให้ผม

"อืม ดื่มน้ำก่อน"

"ครับ" ผมรับมาอย่างขอบคุณอีกครั้ง นั่งอยู่ตรงที่นั่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งก็มาหยุดยืนตรงหน้าเราสองคน ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับพี่เนตร ผมพอจะเดาออก ก่อนพี่เนตรจะลุกขึ้นยืนและแนะนำเธอให้กับผมได้รู้จัก

"นี่พี่นิด พี่สาวของพี่"

"สวัสดีครับ พี่นิด" ผมรีบยกมือไหว้คนที่อายุมากกว่า 

"ส่วนนี่น้ำหนึ่ง คนที่ผมเคยเล่าให้ฟัง"

"น่ารักจริงด้วย" พี่นิดยิ้มตอบกลับมาทันที ทำเอาผมตั้งรับไม่ทัน ใบหน้าจึงรู้สึกร้อน ยกมือเกาศีรษะเล็กน้อยด้วยความเก้อเขินกับคำชมของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนเราสามคนจะพากันเดินไปที่รถ โดยมีพี่เนตรช่วยถือกระเป๋าให้ผม ผมเพียงถือของที่ไม่หนักมากเท่านั้น ช่วงที่อยู่บนรถ พี่เนตรอาสาขับรถให้ ส่วนพี่นิดที่นั่งข้างกันกับคนขับก็หันใบหน้ามาทางเบาะหลัง ชวนผมคุยตลอดการเดินทางบนท้องถนน

"พี่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้เจอกับคนพิเศษแบบน้ำหนึ่ง"

"ครับ" พี่นิดพูดก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนแบบผมนั้นยังไม่ได้ถูกพบมากในสังคม และเรื่องราวเกี่ยวกับคนอย่างเราๆ ก็ยังไม่ถูกเป็นที่ยอมรับมากนัก การเผยแพร่หรือตีแผ่ชีวิตจึงน้อย ประชากรบนโลกใบนี้บางคนจะไม่รู้เรื่องก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

"ท้องได้กี่เดือนแล้ว"

"เดือนนี้เข้าสู่เดือนที่สี่แล้วครับ" ผมลูบหน้าท้องของตัวเองยามตอบพี่นิดออกไป

"อีกไม่นานก็ได้เจอเจ้าตัวเล็กแล้วนะ น้ำหนึ่งรู้เพศของลูกหรือยัง" พี่นิดทำตาวาวอย่างตื่นเต้น

"ยังครับ ผมจะรอให้อายุครรภ์ครบห้าหรือหกเดือนก่อนครับ" เพราะผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมอยากจะทำความคุ้นชินอีกสักพัก ก่อนจะเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาล พี่นิดพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้ผมได้นั่งเงียบๆ ตลอดการเดินทาง ผมก็มองออกไปยังนอกหน้าต่างรถ สภาพแวดล้อมในตอนนี้ช่างแตกต่างกับที่ที่ผมเคยอยู่ รถบนท้องถนนไม่ได้มีมากนัก สองข้างทางที่เป็นทางเดินเท้ามีเด็กๆ ปั่นจักรยานและเดินไปตามทางมากทีเดียว

มันทำให้ผมยิ้ม กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

"นี่คือห้องของน้ำหนึ่ง ตามสบายเลยนะ ส่วนเรื่องงานไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ วันนี้เพิ่งเดินทางมาถึง"

"ถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกพี่ได้เลยนะ"

หลังจากเดินทางมาถึงยังบ้านพักที่อยู่ติดกับร้านคาเฟ่ที่ผมจะต้องทำงาน ห้องที่ผมอยู่ตอนนี้เป็นห้องชั้นล่างสุด พี่นิดบอกว่าผมกำลังท้อง การเดินขึ้นลงบันไดจะเป็นอันตรายต่อคุณแม่ยามท้องโตมากกว่านี้ ให้ผมอยู่ชั้นล่างห้องติดกับพี่นิดเพราะถ้าเกิดผมเป็นอะไรจะได้ตั้งรับได้ทัน

"ครับพี่นิด พี่เนตร ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" ผมยกมือไหว้ทั้งสองคนที่ดีกับผมเป็นอย่างมาก พี่นิดเพียงยิ้มก่อนจะจากลากันไป

"จ้ะ พี่สองคนไม่รบกวนแล้วนะ"

"ครับ" เมื่อทั้งสองคนเดินจากไป ผมก็ปิดประตูลง นำของในกระเป๋ามาจัดในตู้เสื้อผ้า ห้องนี้กว้างกว่าห้องที่ผมเคยอาศัยอยู่ยามเรียนอยู่ชั้นปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัย มีห้องน้ำในตัว และครัวเล็กๆ ตรงด้านหลัง อีกทั้งทางด้านนอกหน้าต่างยังเป็นมุมสนามหญ้าขนาดเล็ก มีแปลงดอกไม้ที่ออกดอกสวยงามบานสะพรั่ง ถ้าทุกเช้าตื่นขึ้นมารับอากาศบริสุทธิ์และดอกไม้ คงเป็นวันที่ดีจริงๆ 

"ต่อจากนี้ไป แม่จะดูแลหนูเป็นอย่างดี" พูดคุยกับลูกในท้องเรียบร้อยแล้ว ผมก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียงนอน ผมนอนหลับบนเครื่องนานทีเดียว พอมาถึงตอนนี้ก็ไม่ค่อยง่วง หยิบกระดาษในกระเป๋าออกมาวาดรูปเล่น เป็นภาพที่ผมเห็นตลอดการเดินทางมาที่นี่ และช่วงที่หยิบอุปกรณ์ออกมา โทรศัพท์ที่คุณอัคคีซื้อให้ผม ตรงหน้าจอแตกเล็กน้อยจากการทำตก และมันคงไม่สามารถใช้งานได้มาจนถึงตอนนี้

ผมมองมันนานทีเดียว ก่อนจะวางไว้บนหัวเตียงนอน เมื่อต้องเริ่มวาดภาพลงบนกระดาษ กระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลง ผมก็หยุดงานบนมือตัวเองแล้วลุกไปเปิดไฟให้ภายในห้องสว่าง ยามไม่ได้จดจ่อกับภาพวาด ผมก็เผลอคิดถึงคุณอัคคีอีกแล้ว เขาช่างมีอิทธิพลต่อใจของผม ยิ่งย้ำเตือนกับตัวเองว่าห้ามคิดถึงเขา ก็กลับกลายเป็นคิดถึงมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

"น้ำหนึ่ง แค่ยืนตรงหน้าเคาน์เตอร์กับเอริโกะนะ เธอจะช่วยสอนในเรื่องของภาษาและระบบการชำระเงินของที่นี่"

"ได้ครับ" 

ผมยิ้มแห้งเมื่อต้องเริ่มต้นกับการทำงานวันแรก โดยพี่นิดให้ผมทำงานอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เกี่ยวกับการชำระเงิน เพราะผมไม่สามารถเดินไปเสิร์ฟหรือทำขนมในครัวได้นานนัก ช่วงไม่มีลูกค้า ผมสามารถนั่งพักได้ตลอด แต่ผมก็ติดปัญหาตรงที่ว่าภาษาตอนนี้ยังไม่ได้แข็งแรง ถึงผมจะฝึกมาบ้างแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารได้เป็นประโยคนัก

"อิคุระเดสก๊ะ" มีลูกค้าท่านหนึ่งมาชำระเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ เอริโกะที่เป็นหญิงสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นก็บอกให้ผมลองตอบลูกค้ากลับไปดู ผมมองในกระดาษยอดเงินที่ลูกค้าท่านนี้ต้องชำระ ราคาสองพันเยนผมนึกนานทีเดียวกว่าจะตอบออกไป

"นิเซ่งเดส"

"ไฮ ไฮ" ลูกค้ายิ้มให้กับผม เขาคงรู้ว่าผมไม่ได้เก่งภาษามากนัก แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรผม เมื่อได้ฝึกพูดตอบหลายคนเข้า ผมก็เริ่มจะชินมากขึ้น แต่ก็ยังคงคิดนานกว่าจะตอบออกไปอยู่ดี

"สนุกไหม ทำงานที่นี่"

"เรารู้สึกว่าเราทำได้ไม่ดีพอ"

ช่วงใกล้ปิดร้าน เอริโกะก็ชวนผมคุยถึงเรื่องการทำงาน ไม่ใช่ว่าลูกค้าทุกคนจะเหมือนกันทั้งหมด บางคนที่เห็นผมตอบช้า หรือทำอะไรชักช้าก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดหรือต่อว่าซึ่งหน้าเลย ผมพยายามไม่คิดมากและขอโทษกลับไปทุกครั้งเมื่อลูกค้าเริ่มรู้สึกไม่ดี จนเอริโกะต้องมาช่วยพูดให้และอยู่กับผมตลอด 

"อย่าคิดมากเลยนะ นี่แหละการทำงาน ช่วงแรกที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ชอบแอบไปร้องไห้คนเดียวเพราะเอาแต่เก็บคำพูดของลูกค้าไปคิด แต่เพราะแบบนั้นฉันถึงต้องพยายามให้มากและเต็มที่กับมัน"

"อืม ขอบใจเธอมากที่ช่วยสอนเราในวันนี้ เราสบายใจขึ้นแล้ว"

ผมเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อ ผมต้องพยายามให้มากกว่านี้ คำพูดของลูกค้าคือแรงผลักดันให้ผมต้องพยายาม ผมเลือกที่จะมาทำงานที่นี่แล้ว ผมก็ต้องทำให้เต็มที่และดีที่สุด

"พรุ่งนี้เจอกันนะน้ำหนึ่ง"

"อืม" 

หลังจากปิดร้าน ผมก็เดินกลับไปยังบ้านพักที่อยู่ติดกับร้าน พี่นิดและพี่เนตรก็ชวนผมไปทานข้าวด้วยกันและถามถึงเรื่องการทำงานในวันแรกกับผม พร้อมกับแนะนำผมหลายๆ อย่าง ถึงกฎระเบียบและข้อห้าม ให้ผมได้คุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่นี่ได้เร็วขึ้น

"อาทิตย์หน้าพี่ต้องกลับไปแล้ว น้ำหนึ่งถ้ามีปัญหาอะไรคุยกับพี่นิดนะครับ"

"ครับ" 

ผมตอบรับพี่เนตรที่ยังคงมองผมอย่างเป็นห่วง แอบใจหายอยู่เหมือนกันครับ ที่พี่เนตรคนที่ผมสนิทมากที่สุดต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ทุกคนต่างมีหน้าที่ ผมจะต้องอยู่ด้วยตัวคนเดียวให้ได้

และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตประจำวันของผมก็วนเวียนกับการตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อไปทำงานที่ร้านคาเฟ่ ช่วงเย็นก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านพัก นับวันท้องของผมก็เริ่มโตขึ้น หยิบจับอะไรก็ลำบาก แต่เพราะมีพี่นิดและเอริโกะ ที่คอยช่วยเหลือผมตลอดก็ทำให้ผมผ่านชีวิตในทุกๆ วันไปได้ดี

"เดี๋ยววันหยุดนี้เราไปโรงพยาบาลกันนะ น้ำหนึ่ง"

"ไปทำไมครับ" ช่วงพักกลางวันที่ลูกค้าเบาบางลง พี่นิดก็เดินมาหาผมที่หน้าเคาน์เตอร์ มันทำให้ผมแปลกใจว่าใครเป็นอะไรถึงต้องไปที่โรงพยาบาล

"ก็ตรวจดูเจ้าตัวน้อยไม่ใช่เหรอจ๊ะ ที่น้ำหนึ่งบอกพี่ไว้เมื่อตอนนั้น"

"อ่า ผมลืมไปเลย" ผมหัวเราะแห้ง เมื่อลืมไปเสียสนิทว่าผมเคยบอกพี่นิดถึงเรื่องตรวจดูเจ้าตัวน้อยในครรภ์ยามเข้าสู่เดือนที่หก เพราะมัวแต่ตั้งใจทำงานและฝึกภาษาญี่ปุ่นกับเอริโกะ ภาษาที่ผมไม่ถนัด ให้สามารถสื่อสารได้ระดับหนึ่ง ผมจึงหลงลืมสิ่งสำคัญไป หากพี่นิดไม่พูดเตือนผมขึ้นมา

"ตื่นเต้นหรือเปล่า จะได้รู้ว่าเจ้าตัวน้อยจะเป็นชายหรือหญิง"

"ครับ แต่ไม่ว่าจะเขาเป็นชายหรือหญิง ผมก็จะรักเขาและดูแลเขาอย่างเต็มที่" ผมก้มมองหน้าท้องของตัวเองที่นูนขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว และอย่างที่ผมได้ตอบพี่นิดกลับไป ความรู้สึกของผมไม่ว่าเขาจะเกิดมาเป็นเพศไหน ผมก็จะให้ความรัก ความเอาใจใส่ 

"ฉันไปด้วยสิน้ำหนึ่ง อยากเห็นน้อง"

"อืม"

และเสียงของเอริโกะที่ดังตามมาด้านหลัง ผมพยักหน้าด้วยความรู้สึกเขินอายและยินดีที่เธอจะไปด้วยกัน อย่างน้อยก็ช่วยลดความตื่นเต้นภายในใจของผมลงได้บ้าง และเฝ้ารอวันคืนที่จะได้พบหน้ากันครั้งแรก

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น