OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

EP.01 สายเรียกเข้า [1/2]

ชื่อตอน : EP.01 สายเรียกเข้า [1/2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2563 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.01 สายเรียกเข้า [1/2]
แบบอักษร

EP.01 

สายเรียกเข้า 

[1/2] 

 

 

                PEACH TALK

                วันนี้ผมได้เพิ่มความทรงจำดี ๆ ให้ตัวเองได้อีกหนึ่งเรื่อง มีเรื่องน่าประทับใจและน่าประหลาดใจเข้ามาทำให้ผมเอาแต่นึกถึงไม่หยุด จะเป็นอะไรล่ะนอกจากรอยยิ้มของไนน์ที่มันเหมือนพี่ไทม์มากจริง ๆ ให้ตายเถอะ ผมสาบานได้เลยว่าทั้งชีวิตสิบเจ็ดปีของผมยังไม่เคยเจอใครที่มีรอยยิ้มเหมือนกันได้ขนาดนี้มาก่อน

                เป็นรอยยิ้มที่ผมชอบ ที่ผมประทับใจมาตลอดหลายปี ก่อนที่จะได้เจอกับพี่ไทม์อีกครั้งเมื่อปีก่อนเขาก็อยู่ในความทรงจำของผมมาสามปีแล้ว ระหว่างสามปีนั้นบางครั้งผมก็ภาวนาให้ผมได้เจอกับเขาอีกสักครั้ง ผมอยากเจอ อยากเห็นเขายิ้มให้ผมอีก เขาเป็นคนที่ยิ้มสดใสมากซึ่งผมชอบ อาจเพราะรอยยิ้มของเขามันดูใจดีและปลอบโยนผมในสภาวะหวาดกลัวได้

                วันนี้ผมเจอรอยยิ้มนั้นแล้วแม้จะไม่ใช่เจ้าของคนเดิม แต่ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมชอบรอยยิ้มของไนน์ ถึงจะเจอกันไม่กี่นาทีแต่เขาทำให้ผมเดินไปยิ้มไปตั้งแต่ขึ้นรถเมล์จนมาถึงบ้านผมก็ยังหุบยิ้มไม่ได้ นี่ผมคงประทับใจเขามากเลยสินะ

                แต่ความสุขของผมก็ต้องชะงักกึกเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาคู่หนึ่งจ้องมองผมอยู่

                “มองเชี่ยไรไอ้ตาล เดี๋ยวกูถีบ”

                “มองหมามันยิ้ม แปลกตาจังวันนี้ ผีเข้าเหรอ?”

                “เสือก”

                ผมกับมันคุยกันแบบนี้แหละ ทุกวันไม่ว่าจะเจอหน้ากันตรงไหนของบ้านก็ต้องกวนตีนใส่กันด้วยคำพูด ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมแกล้งมันหนักเลยนะ ตอนย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ใหม่ ๆ ผมรู้ว่ามันกลัวจิ้งจกผมก็จับจิ้งจกไปโยนใส่มันจนมันวิ่งหนีผมแล้วตกบันได ดูเหมือนแกล้งแรงใช่ไหมล่ะ ผมรู้สึกผิดทุกครั้งนะที่ทำมันเจ็บตัว แต่ผมเหงาครับ การเป็นลูกคนเดียวมาตลอดมันเหงาจริง ๆ

                พ่อบอกผมว่าให้ทำดีกับน้ำตาลให้มากหน่อย ต่อไปก็มีกันอยู่สองคนแล้ว เป็นพี่ต้องคอยดูแลน้อง เชื่อไหมว่าผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมผมต้องมีมันเป็นภาระด้วย แต่สองปีที่อยู่ด้วยกันมามีสิ่งหนึ่งมาเปลี่ยนความคิดของผมไป นั่นคือมีมันแล้วผมไม่เหงา บ้านนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป มันทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่คนเดียว ถึงเราจะไม่ลงรอยกันก็เถอะ แต่การแกล้งมันเป็นทางเดียวที่ทำให้ผมกับมันได้คุยกัน เถียงกัน ทะเลาะกัน

                ความสนุกของผมสร้างบาดแผลให้น้ำตาลมาตลอดสองปี จนผมสงสารครับ พักหลังมานี้ผมเลยไม่แกล้งมันแรง ๆ แล้ว ได้แต่ปากหมากวนประสาทมันไปอย่างนั้น

                วันนี้ผมกลับบ้านมาสิ่งแรกที่ผมทำคือเดินขึ้นห้องนอน เปิดคอมพิวเตอร์ และเข้าไปส่องเฟซบุ๊กที่ไทม์อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ ผมน่ะไม่เคยมีเฟซบุ๊กเขาเลยจนกระทั่งเมื่อต้นปีผมเข้าไปในห้องนอนของน้ำตาล ถ้าจำไม่ผิดเหมือนวันนั้นพ่อให้ขึ้นมาเรียกมันไปกินข้าวมั้ง แล้วตาผมก็เห็นโน้ตบุ๊กของมันเปิดค้างหน้าเฟซบุ๊กหนึ่งอยู่ มองรูปโปรไฟล์ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพี่ไทม์

                ผมถึงกับต้องสมัครแอคเคานท์เฟซบุ๊กใหม่เพื่อที่จะเอาไว้ติดตามเขา ไม่กล้าใช้เฟซบุ๊กจริงของผมหรอก เพราะพี่ไทม์ไม่ชอบผม ถ้ารู้ว่าเป็นผมเขาคงไม่สบายใจ

                เขาไม่ชอบผมเพราะผมชอบแกล้งน้ำตาล พี่ไทม์ชอบมาโอ๋มันแล้วมองผมด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ในบางครั้ง แต่ช่างเถอะ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับเขามากมายนักหรอก พี่ไทม์ก็แค่ความทรงจำดี ๆ ของผมเรื่องหนึ่งในอดีต ผมชอบรอยยิ้มของเขา คงไม่ได้ชอบเขาแบบนั้นหรอก เพราะทุกวันนี้หัวใจผมไม่เต้นแรงกับเขาอีกแล้วล่ะ

                แล้วที่ผมยังกลับมานั่งดูรูปพี่ไทม์ไม่ใช่ว่าผมอาลัยอาวรณ์อะไรหรอกนะ เพียงแต่ผมอยากยืนยันอีกครั้งว่ารอยยิ้มของไนน์กับพี่ไทม์มันเหมือนกันจริง ๆ ผมไม่ได้คิดไปเอง ไม่ว่าผมจะดูรูปพี่ไทม์อีกกี่รูปก็ยิ้มเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

                “โคตรทึ่ง”

                ผมอุทานกับตัวเองก่อนจะหัวเราะออกมา ไม่รู้ความรู้สึกตอนนี้ทำไมผมถึงได้ดีใจและประทับใจขนาดนี้ได้ มันเป็นเรื่องประหลาดที่ผมเองไม่เคยพบเจอ หน้าตาก็ไม่เหมือนกัน รูปร่างยิ่งแล้วใหญ่ ไนน์ผอมกว่าพี่ไทม์เยอะเลย พูดง่าย ๆ ว่าไม่มีตรงไหนที่คล้ายกันนอกจากริมฝีปากและรอยยิ้ม

                อยากเจออีกจังทำไงดี...

                สุดท้ายผมก็มานั่งมองเบอร์โทรศัพท์ของไนน์กับกระเป๋าใส่บัตรสลับกัน ในหัวก็คิดไปสารพัดว่าถ้าผมโทรไปหาเขาจะดูแปลกเกินไปไหม เขาจะกลัวไหมนะ ต้องถามแน่เลยว่าผมรู้เบอร์ของเขาได้ยังไง ก็ถ้าบอกว่าแอบกดตามตอนเขาใช้สิทธิ์ออลเมมเบอร์มันจะดูคุกคามเขาเกินไปหรือเปล่า?

                เอาไงดีวะ...

                หรือผมควรไปนั่งรอเขาอยู่ที่เดิม เผื่อว่าจะเจอกันแล้วผมก็คืนของ จากนั้นคงชวนเขาไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ นั่งมองเขาส่งยิ้มหวานให้ผมอย่างนั้นอีกสักชั่วโมงหนึ่งน่าจะดี แค่คิดผมก็ยิ้มตามแล้วล่ะ เฮ้อ อยากเจออีกจริง ๆ นะ

                ขณะที่ผมเดินวนอยู่ในห้องอย่างคนคิดไม่ตกนั้น ก็ได้ยินประตูหน้าบ้านเปิดเลยนึกว่าพ่อกับ ’น้าเตย’ กลับมาแล้ว อ้อ น้าเตยก็คือแฟนใหม่พ่อนั่นแหละ แม่ของน้ำตาลมัน ด้วยความที่สงสัยว่าทำไมวันนี้กลับบ้านไวผมจึงเดินลงไปดู เผื่อมีของอร่อยที่ผมชอบติดมือกลับมาด้วย

                “พี่ไทม์ ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับเนี่ย ขนมที่ซื้อให้หนูรอบก่อนหนูยังกินไม่หมดเลยครับ”

                “พี่กลัวหนูจะไม่พอกินไงครับ”

                สองเท้าของผมชะงักกึกเมื่อรู้ว่าคนที่มาไม่ใช่พ่อกับน้าเตย ส่วนของอร่อยที่พี่ไทม์นำมาก็ไม่ได้เอามาให้ผม ได้ยินสองคนนั้นคุยกันแล้วผมจะอ้วก ฟังแล้วคลื่นไส้ยังไงก็ไม่รู้สิ หนูอย่างนั้น หนูอย่างนี้ แหวะ! ผมไม่เคยเห็นพี่น้องที่ไหนจะพูดจาเหมือนคู่นี้เลย ถ้าน้องผู้หญิงกับพี่ผู้ชายก็ว่าไปอย่าง นี่ผู้ชายกับผู้ชาย แล้วพี่ไทม์ก็ดูชอบใจด้วยนะที่ไอ้ตาลมันเรียกแทนตัวเองว่าหนู คงเอ็นดูเข้าไปใหญ่

                ผมหันหลังเดินขึ้นห้องทันทีเพราะเมื่อไหร่ที่พี่ไทม์มาผมจะไม่อยู่ใกล้ ๆ เขา ผมไม่ชอบที่ตัวเองชอบมองรอยยิ้มของเขาแบบไม่รู้ตัว ไม่ชอบที่เวลาผมมองพี่ไทม์แล้วไอ้ตาลชอบถลึงตาใส่ผมอย่างเอาเรื่อง จะหวงอะไรนักหนาแฟนกันก็ไม่ใช่นี่ เพราะแบบนี้ไงเวลาสองคนนั้นอยู่ด้วยกันผมจึงต้องพาตัวเองออกห่าง ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรมันน่ารำคาญในสายตาผมไปหมด

                จะเรียกว่ารำคาญก็ไม่ถูกเสียทีเดียว มันมีความอิจฉาปนเข้าไปด้วยเหมือนกัน ก็ถ้าผมมีพี่ชายใจดีอย่างพี่ไทม์บ้างชีวิตผมคงไม่เหงาขนาดนี้หรอก ความอบอุ่นที่ได้รับจากคนอื่นเป็นแบบไหนผมยังไม่เคยสัมผัสเลย ผมทำได้เพียงแอบมองพี่ไทม์คอยเอาอกเอาใจน้ำตาลแล้วจินตนาการว่าถ้าตรงนั้นไม่ใช่น้ำตาลแต่เป็นผม มันจะดีแค่ไหนกันนะ

                ผมสมเพชตัวเองอยู่เหมือนกันที่ต้องคอยอิจฉาความใส่ใจของคนอื่นเขาแบบนี้ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ชีวิตผมไม่เคยได้รับไงผมเลยต้องอิจฉา อิจฉาเพราะอยากได้อยากมีเหมือนเขา แฟนก็ไม่มี พี่ชายที่แสนดีก็ไม่มี บังเอิญมีน้องชายกับเขาสักคนก็อ่อนแออ้อนแอ้นเหลือเกิน ระหว่างผมกับน้ำตาลไม่มีความใส่ใจอะไรกันอย่างที่ผมต้องการเลย มีมันก็แค่เหงาปากน้อยลงเท่านั้น

                แต่ตอนนี้ช่างเรื่องความอิจฉานี้ก่อน ผมมีเป้าหมายที่จะได้คุยหรือเจอกับไนน์อีกสักครั้ง เพียงแต่คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงถึงจะได้เจออีก อยากเข้าหาแบบเป็นมิตร อยากเป็นเพื่อนกับเขาจัง ผมอยากมีเพื่อนยิ้มหวานอย่างไนน์

 

                วันต่อมา

                วันนี้ผมภาวนาให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าเรียนไม่รู้เรื่องเท่าไหร่เลย ห่วงแต่เวลาว่าเมื่อไหร่จะเลิกเรียนเพราะผมมุ่งมั่นจะใช้เวลาช่วงเย็นไปกับการนั่งรอไนน์ที่สวนสาธารณะที่เราเจอกันเมื่อวาน มันน่าสนุกตรงไหนรู้ไหม? ตรงที่ผมต้องมานั่งลุ้นไงว่าวันนี้ผมจะเจอเขาหรือเปล่า ผมชอบความท้าทายแบบนี้ที่สุด มันทำให้ผมยิ่งพยายามมากขึ้นไงถ้าหากไม่เจอเขา

                นี่ผมนั่งรอเขามาสองชั่วโมงแล้วนะ ยังคงสนุกไปกับการชะเง้อคอมองไปรอบ ๆ เผื่อว่าไนน์จะผ่านมาทางนี้ ไม่ว่าใครขี่จักรยานผ่านผมก็ไม่ปล่อยผ่าน จะเพ่งมองในทันทีว่าใช่เขาไหม แต่ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ผมอยากเจอ

                “เจอตัวยากจังเลยนะ หึ ๆ”

                ผมบ่นกับตัวเองก่อนเหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดี จากนั้นก็นั่งรอเขาต่อไป ทุกนาทีที่ต้องรอผมได้เผื่อใจเอาไว้แล้วว่าวันนี้อาจจะไม่เจอ

                20.00 น.

                ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว รอบบริเวณมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าคอยให้ความสว่างเท่านั้น ซึ่งมันไม่สามารถทำให้ผมแยกแยะใบหน้าคนในระยะไกลออกได้แล้วล่ะว่าใช่ไนน์หรือไม่ แย่จัง วันนี้คงต้องพอแค่นี้

                ผมใช้มือลูบขาอยู่หลายครั้งเพราะโดนยุงกัด วันนี้ผมใส่ชุดนักเรียน กางเกงขามันสั้นเลยไม่สามารถปกป้องผิวผมได้เลย ถ้าวันไหนใส่ชุดพละผมคงจะอยู่รอเขาได้นานกว่านี้

                กระเป๋านักเรียนสีดำถูกสะพายขึ้นหลัง สองเท้าย่ำไปข้างหน้าพารองเท้าผ้าใบเหยียบส้นมุ่งหน้าไปยังทางออกของสวนสาธารณะของหมู่บ้าน แต่เมื่อผมเดินมาถึงป้อมยามด้านหน้า ผมกลับเห็นจักรยานสีแดงของไนน์ขี่สวนเข้าหมู่บ้าน แต่คนที่ปั่นจักรยานไม่ใช่ไนน์ ชั่วครู่หนึ่งที่ผมประมวนความคิดตัวเองว่ามันใช่รถของไนน์ไหม ผมก็มองตามรถคันนั้นโค้งเข้าซอยไปแล้ว

                เห็นแวบแรกมั่นใจว่าใช่แน่ แต่ไม่ใช่ไนน์ที่เป็นคนขี่ เอ๊ะ หรือไม่ใช่นะ? อาจจะเป็นจักรยานสีแดงคันอื่นก็ได้

                “ไอ้หนุ่ม มีอะไรเปล่า ชะเง้อมองอะไร?”

                คุณลุงรปภ.ชะโงกหน้าออกมาจากป้อมยามแล้วมองตามเข้าไปในหมู่บ้านอย่างที่ผมมอง

                “ลุงเห็นจักรยานคันเมื่อกี้ไหมครับ คือผมมาหาเจ้าของจักรยานสีแดง แต่ผมไม่แน่ใจว่าถูกคันไหม เอ่อ ลุงรู้จักคนชื่อไนน์ไหมครับ?”

                “ไม่รู้จักชื่อหรอก แต่รถจักรยานสีแดงในหมู่บ้านมีสองคัน คันหนึ่งมีตะกร้าด้านหน้า อีกคันไม่มีตะกร้านะ”

                “มีตะกร้าครับ ตะกร้าสีแดงด้านหน้า”

                “อ๋อ เคยเห็น ไม่แน่ใจว่าอยู่ซอยไหนนะ มีอะไรฝากเบอร์ไว้กับลุงสิเดี๋ยวถ้าเจอแล้วจะบอกเขาให้ว่ามีคนมาหา แล้วไม่มีเบอร์เขาเหรอ ไม่โทรหาล่ะ”

                เบอร์น่ะมี แต่ไม่กล้าโทร...

                “มีเบอร์ครับ แต่...”

                “เอ้า มีก็โทรไปสิไอ้หนุ่ม ลองโทร ๆ”

                ลุงก็ยืนเชียร์จนผมต้องหยิบโทรศัพท์มากดโทรออก ทุกวินาทีที่ยืนฟังเสียงรอสายหัวใจผมเต้นแรงอีกแล้ว มันตื่นเต้นปนประหม่า เพราะผมไม่อยากบอกเขาว่าได้เบอร์เขามาจากการแอบดูตอนเขากดเบอร์ใช้สิทธิ์ออลเมมเบอร์ของเซเว่น ผมกลัวไนน์จะว่าผมคุกคาม

                วางดีกว่า ไม่ไหวว่ะ ถ้าเขารับตอนนี้ผมคงพูดอะไรไม่ออกอยู่ดี

                “ลุง ๆ ผมฝากเบอร์ผมให้เขาหน่อยแล้วกันนะ ฝากให้คนชื่อไนน์นะครับ ถ้าไม่ใช่ไนน์ไม่ต้องโทรมานะ ผมไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่กันกี่คน แล้วคนที่ขี่จักรยานของเขาเมื่อกี้น่ะใคร”

                “ลุงก็ไม่แน่ใจนะ แต่พอจำได้อยู่ว่ามีสองสามคนที่ขี่จักรยานสีแดงคันนั้น ตะกร้าหน้าแดง ๆ ก็มีคันเดียวนั่นแหละ”

                “คนชื่อไนน์จะตัวผอม ๆ ขาว ๆ น่าจะอยู่ม.ปลายเหมือนผมมั้ง อ้อ เขาจะยิ้มสวย ๆ หน่อยนะลุง”

                “อ่า ๆ พอนึกออก ไว้ลุงจะบอกเขาให้แล้วกันนะ”

                ผมเขียนเบอร์ตัวเองลงไปพร้อมกับชื่อของผมตัวใหญ่ ๆ ใต้ชื่อใส่วงเล็บไว้ด้วยว่ากระเป๋าใส่บัตรอยู่ที่ผม ถ้าไม่บอกไปผมกลัวจะโดนเมิน คนเจอกันแค่ไม่กี่นาทีไนน์คงไม่ใส่ใจจะโทรกลับหรอกถ้าไม่จำเป็น แต่นี่เรื่องจำเป็นนะ ถ้าเขารู้ว่าของเขาอยู่กับผมเขาต้องโทรมาแน่นอน ผมนี่ตั้งตารอเลย

                แต่ความหวังของผมมันก็มากับความไม่แน่นอนอีกนั่นแหละ เพราะไม่รู้ลุงเขาจะจำไนน์ได้จริง ๆ ไหม ช่างเถอะ ผมคิดไว้แล้วว่าผมจะมาหาเขาที่นี่จนกว่าจะเจอ ตั้งใจว่าจะชวนกินข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ หรือไม่ก็ให้ผมได้ทำใจสักเจ็ดวันก่อนเผื่อจะกล้าโทรไปหาเขา ขอคิดหาข้ออ้างดี ๆ ที่จะทำให้ไนน์ไม่โกรธที่ผมแอบมองเบอร์เขาน่ะนะ

_______________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

ต้าวพีชมันเอาเรื่องนะทุกคน ผมชอบเขา ผมจะเอา ผมจะตามหาจนกว่าจะได้คุย ว่าซั่นนนนนนนนนน 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น