ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่แปด มนุษย์และจรรยา

ชื่อตอน : ตอนที่แปด มนุษย์และจรรยา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2563 10:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่แปด มนุษย์และจรรยา
แบบอักษร

ตอนที่แปด มนุษย์และจรรยา 

“ทำได้ดีมาก “ 

เธอยิ้มอย่างดีใจที่ได้รับคำชม 

ผมรู้สึกผิดในหัวใจ ที่ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลอกลวงเธอเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง 

แต่ผมต้องก้าวต่อไปเพราะผมรู้สึก ไม่สิ รู้ตัวดีเลยว่า เธอคือทางเดียวที่อาจจะทำให้ผมรอดจากการประหารทั้งตระกูล 

หากผมเป็นนางร้ายในโอโตเมะ คงเล่นมุก”พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกหลุมรักพระเอกเพื่อหลีกเลี่ยงฉากจบที่เลวร้าย” 

แต่จากการคำนวณของผม หากแบ่งเป็นรู้ทว่าจะไปเข้ากับองค์ชายหนึ่งถึง แปด แม่ทัพ พรรคมาร..อำมาตย์หวังก็น่าจะโดนลุกหลงได้ในทุกเหตุการณ์นั้น 

เหมือนคำถามว่าคุณจะยับยั้งสงครามดลกได้ไหมนั่นล่ะ 

คำตอบคือเป็นไปได้ทางทฤษฎี แต่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ หากเงื่อนไขของเหตุการณ์นั้นถึงพร้อมอยู่แล้ว 

ผมทำท่ามองกระดาษแต่ก็เหมือนกับมองอย่างอื่นที่ไกลแสนไกล 

นึกถึงภาพเชกูเวราไว้และลองทำตามให้เหมือนที่สุดเพื่อสร้างความประทับใจให้เธอ 

“ทีนี้ลองเขียนอีกบทความหนึ่งที่กล่าวโต้แย้งคำกล่าวที่เธอกล่าวมาทั้งหมดในกระดาษแผ่นนี้” 

อี้จิงทำหน้าตาตกใจ 

“ตะ แต่มันไม่ผิดธรรมเนียมและเป็นเรื่องที่..เรื่องที่ไม่ดีหรือคะ?” 

ผมผงกศีรษะรับ 

“ถูกต้อง มันเป็นเรื่องผิดธรรมเนียม แต่มันจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวของอี้จิงเอง” 

เธอทำสีหน้าครุ่นคิดไปกับคำพูดของผม 

“นี่คือสิ่งที่เป็นรากฐานในแนวความคิดของพี่ ในการตีความคำกล่าวของท่านจอมปราชญ์” 

ผมชูกระดาษขึ้น 

“มนุษย์หรือคะ?” 

ผมผงกศีรษะ 

“ร้อยแปดพันประการ ไม่อาจก้าวข้ามพ้นบุคคล มันคือรากฐานของหลักแนวคิด ความสัมพันธ์ต่างๆที่เจ้าท่องมา คือเรื่องราวของคน การทำความข้าใจบุคคล คือเป้าหมายของท่านจอมปราชญ์” 

อี้จิงผงกศีรษะรับคำพูดของผม 

“ที่พี่ให้เจ้าเขียน เพื่อแสดงจิตใจของคน ในที่นี้คือเจ้าเองและรวมถึงผู้อื่น 

เจ้าลังเลสินะ ในเรื่องของหลักการธรรมเนียม?” 

อี้จิงทำสีหน้าเอียงอายและก้มหน้า 

“ความลังเลก็คือสิ่งที่แสดงว่าเจ้าคือคนอย่าได้ละอายตนเองไปหรือทำให้จิตใจเจ้ามัวหมองจนคล้อยห่างจากวิถี 

พี่ให้เจ้าเขียนความคิดลงกระดาษ สมมติเจ้าเองเป็นคนสองคน คนที่เห็นด้วยกับธรรมเนียม และคนที่ไม่เห็นด้วยกับธรรมเนียมขึ้นมา 

และแยกจิตใจเจ้าเป็นสองประการให้เหมือนกับโต้เถียงกัน คัดค้านแนวคิดและการโต้แย้งของอีกฝ่าย” 

อี้จิงจ้องมองเขา ตาเป็นประกาย..เฮ้ยเป็นประกายจริงๆด้วย 

ผมทำเป็นไม่สนใจดวงตาเป็นประกายราวกับภาพตัดต่อในโฟโต้ช็อปและสอนเธอต่อไป 

“วิธีการนี้คือการที่ปราชญ์ของแดนไกลเตรียมตัวในการโต้วาที ประลองฝีปากกับคู่แข่งของพวกเขา 

ยิ่งเถียงกันเท่าไร เพื่อเอาชนะ ก็ยิ่งต้องทำความเข้าใจแนวคิดและจุดยืนของฝ่ายตรงข้าม 

มันคือเส้นทางของการทำความเข้าใจบุคคล 

ถึงกับมีเรื่องเล่าว่า นักบวชสองคนเห็นไม่ตรงกันและลุกศิษย์ลุกหาถึงกับทะเลาะกัน 

แต่พวกเขาสองคนกลับเป็นสหายสนิทกัน 

นั่นคือ ความใจกว้างของนักปราชญ์ พี่อยากให้เจ้าเดินบนเส้นทางนั้น 

แสวงหาคู่แข่งที่เทียบเท่าเจ้าขึ้นมาในตนเอง 

เผชิญหน้ากับความสับสนในใจตนเอง เพื่อหาสิ่งที่จริงแท้แห่งวิถีให้ได้” 

เท่านี้ผมก็น่าจะทำให้เธอยุ่งได้สักพักและเป็นแบบเรียนที่สามารถหยิบมาทำได้เรื่อยๆ 

“สิ่งสำคัญที่สุดคือเรียนรู้เกี่ยวกับคน เรียนรุ้เกี่ยวกับตนเอง เรียนรู้เกี่ยวกับผู้อื่น หาวิถีที่ซ่อนอยู่ในวิถี ต่อจากนี้เจ้ากับพี่ก็ไม่ใช่อาจารย์หรือศิษย์แต่เปรียบดั่งสหายที่รวมทางกันค้นหาวิถี” 

“อี้จิงทราบแล้วค่ะท่านพี่” เธอโค้งหัวคารวะจนแทบจรดพื้น  

คนในโลกนี้ชอบทำอะไรเว่อๆอย่างนี้ตลอดเลยนะ 

.. 

ต่อจากนั้นผมพยายามชวนเธอเดินออกไปด้านข้างสวนส่วนตัวของผม ที่พอจะมีลานกว้างอยู่ข้างๆที่พักของผม 

ไม่เรียกว่าใหญ่โตแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กที่อาศัยอยู่ในห้องพักสามารถวิ่งเล่นไปมาได้ 

อภิสิทธิ์ของบ้านขุนนาง 

ผมพยายามสอนโดยการทำให้อี้จิงไม่เบื่อ 

  

อัจฉริยะนั้นเบื่อง่าย ต้องเตรียมการสอนที่สามารถทำให้เขาท้าทายได้อยุ่เสมอ 

และถ้าพวกเขาสนใจเรื่องอะไรแล้วก็แทบจะจดจ่อกับสิ่งนั้นไม่กินไม่นอน 

พูดถึงเรื่องเดียวกันได้ทังวันไม่มีเบื่อ 

ดังนั้นต้องทำร่างกายให้แข็งแรงไว้เสมอหากต้องการคุยกับอัจฉริยะ เพราะต้องเปลืองทั้งแรงกายและแรงสมอง 

“จิตใจที่สมบูรณ์อยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์..ก่อนหน้านี้พี่ยอมรับว่าละเลยไปหน่อยในเรื่องร่างกาย เลยคิดว่าจะสนใจในเรื่องของการฝึกยุทธบำรุงสุขภาพร่างกายด้วย เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้โดยไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ท่านจอมปราชญ์ไม่ได้ให้คนละเลยวิชาการต่อสู้ ดังนั้นในศิลปศาสตร์ทั้งหก จึงรวมการขี่ม้าและยิงธนูเอาไว้ด้วยเพราะรู้ว่าหากโรคภัยเบียดเบียน จะไม่สามารถเอาจิตใจไปขบคิดปัญหาของมรรควิถีได้นั่นเอง” 

  

ผมเล่นมุกพูดแบบเดียวกับเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ที่บอกว่าฝึกยุทธเพื่อรักษาสุขภาพ แต่ที่จริงมีวรยุทธระดับท็อปไฟว์ในเรื่องทุกครั้ง 

ส่วนไอ้คนที่พยายามฝึกยุทธจริงจังแบบนักบู๊ทั่วไป กลายเป็นแค่ลูกกระจ๊อกของยุทธภพ 

เมื่ออี้จิงจ้องตาส่องแสงแวววาว 

“อะแฮ่ม ประโยคนี้เจ้าแปลความได้ว่าอย่างไร หลังจากที่พี่อธิบายเรื่องการเดินลมปราณพื้นฐานแล้ว 

จากพลังเป็นสมาธิ จากสมาธิคืนสู่ว่างเปล่า จากว่างเปล่า รวมมรรคา ..โอ้ อธิบายและจดลงกระดาษให้พี่ด้วย เพื่อที่เราจะมาวิพากษ์วิจารณ์กัน” 

“เอ่อ พลังก่อเกิดจากปราณ ควบคุมด้วยสมาธิ จากนั้นใช้สมาธิควบคุมพลังปราณ พอบรรลุสูงขึ้นไม่แบ่งเขาแบ่งเราอีก จึงเรียกว่าว่างเปล่า...” 

เธอขบคิดและอธิบายอย่างฉาดฉาน 

ความสามารถของนางเอกนี่น่ากลัวจริงๆ สามารถอธิบายและตีความภาษาจูนิเบียวของวรยุทธต่างๆได้ดีขนาดนี้ 

  

จากนั้นผมลองเอาเคล็ดวิชาที่ผมเจอในห้องสำนึกผิดให้เธอ 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผมเจอความรู้สึกของตัวประกอบในนิยายเข้ากับตา 

  

ที่ตัวร้ายได้พยายามแย่งวิชาแทบตาย แต่สุดท้ายคนที่ฝึกได้กลับเป็นพระเอก 

วิชาธาตุเย็นที่ผมเจอก็เช่นกัน 

ในขณะที่พวกเราลองหันหน้าเข้าหากันและผมบอกว่าให้เธอลองฝึกดู หากรู้สึกไม่ดีก็ให้หยุด 

แต่เธอกลับหลับตาเข้าภวังค์ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีก็มีแผ่นน้ำแข็งบางๆฉาบเคลือบผิวหน้าของเธอและไอเย็นแผ่ออกมาจากร่างกาย 

เฮ้ย 

มันผิดกฎฟิสิกส์นะ 

น้ำแข็งมันจะจับบนตัวคนอย่างนี้ได้อย่างไร? 

แต่มันก็เป็นไปแล้ว 

แสดงว่าความรู้ฟิสิกส์ที่ผมเรียนรู้มาอาจจะผิด หรือไม่ถูกต้องทั้งหมด 

เล่นเอาความมั่นใจเรื่องความรู้ปัจจุบันของผมสั่นคลอน 

ที่คนแค่ฝึกไม่ถึงห้านาที ก็มีพลังปราณนำหน้าผมไปอย่างง่ายดาย 

ผมเดาว่าน่าจะเป็นเพราะ”ร่างกายเก้าหยิน” ของอี้จิงที่ทำให้การฝึกวิชาธาตุเย็นได้ผลดีเว่ออย่างนี้ 

ผมหวังเล็กๆว่าผมจะเป็นอัจฉริยะที่ไม่รู้ความสามารถของตนเองหรือใช้วิชาของโลกปัจจุบันทำให้ได้เปรียบผู้คนอัจฉริยะของโลกนี้ 

แต่อี้จิงก็ทำให้ผมดูแล้วว่า อัจฉริยะของโลกนี้มันเว่ออย่างที่โม้กันไว้ในเรื่องจริงๆ 

ผมคือ”เด็กฉลาด”มาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยเทียบได้เลยกับ”อัจฉริยะ” และไม่ต้องพูดถึงกับเหล่าคนเว่อๆในโลกใบนี้ 

“อัจฉริยะแห่งยุค” มันมีหุบเหวของความสามารถที่เห็นได้ชัด  

เสียใจและน้อยใจหรือ? แน่นอน 

แต่นั่นก็อยู่ในแผนการของผมเช่นกันในการเอาตัวรอดจากโลกอันโหดร้ายนี้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว