facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 18 ตระกูลฉี (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 ตระกูลฉี (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 437

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2563 16:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 ตระกูลฉี (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 18

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?! เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรของเจ้า?!” ฉีจิ้นฝู เค้นเสียงขึ้นทันที... 

 

คราวนี้กับกลายเป็น ผู้ว่าจินหง ที่หันมองสบตากับ มือปราบเฉิน ด้วยสีหน้าโง่งม... 

“พวกท่านไม่ได้มาด้วยเรื่องของ ฉีซุน อย่างนั้นหรือ?!” 

 

ฉีจิ้นฝู ยิ่งกดหัวคิ้วต่ำลง ครานี้ชายชราเริ่มจะมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะมันไม่เคยได้ยินนามของ ฉีซุน มาก่อน... แต่สีหน้าของ ฉีลู่ชิง เริ่มที่จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย นามของ ซุน ที่ผู้ว่าเรียกขาน ได้ทำให้นางหวนนึกถึงใบหน้าเด็กหนุ่มประหลาดในคืนนั้น... 

 

ฉีจิ้นฝู ตั้งท่าที่จะเค้นคอเอาความจริงกับผู้ว่าร่างท้วมเบื้องหน้า แต่เป็นจังหวะที่หญิงสาว ยกมือห้ามปรามเอาไว้ นางเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบ เริ่มจับเค้าลางบางอย่างที่เชื่อมโยงกันได้... 

 

“ท่านพ่อบ้าน... ได้โปรดให้ข้าเป็นผู้เจรจาด้วยเถอะ จากนี้ไปขอท่านได้โปรดสงบสติอารมณ์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้หรือไม่?” นางกระซิบเบา ๆ กับ ฉีจิ้นฝู 

 

ชายชราแม้จะยังไม่แน่ชัดนัก แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบรับคำสั่ง... 

“สุดแล้วแต่คุณหนู...” 

 

หญิงสาวหันมองมายัง ผู้ว่าจินหง... 

“พาข้าไปพบคนผู้นั้น...” 

 

ผู้ว่าจินหง พยักหน้าระรัว ก่อนจะเป็นผู้นำทางด้วยตนเอง... ตลอดการเดินไปเรือนที่อยู่ด้านใน ใบหน้าของ ผู้ว่าจินหง เต็มไปด้วยความกังวล ซับเหงื่อที่อาบหน้าไม่หยุด ซึ่งเหตุผลก็เพราะพ่อบ้าน ฉีจิ้นฝู เป็นถึงยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีส้มที่แข็งแกร่งมาก ฝีมือติด 100 อันดับแรกในทวีปพยัคฆ์ด้วยซ้ำไป... ดังนั้นหาก ฉีจิ้นฝู บังเกิดโทสะขึ้น ไม่เพียงแต่ ผู้ว่าจินหง เท่านั้น แม้แต่จวนผู้ว่าแห่งนี้ก็อาจจะต้องราบเป็นหน้ากลอง...  

 

ไม่นานทุกคนก็ได้มาถึง เรือนรับรอง ซึ่งมีมือปราบเฝ้าระวังอยู่ด้านนอก... 

“เปิดประตู” ผู้ว่าจินหง ออกคำสั่ง 

 

ทันทีที่ประตูถูกแง้มออก...  

ซุน ก็พลันพุ่งพรวดออกมาทันที!! 

 

“น้องฉี!! เจ้ามาเยี่ยมเยือนข้างั้นหรือ น่าดีใจจริง ๆ” เด็กหนุ่ม แสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างมาก ก่อนจะตรงเข้ามาจับมือของนางด้วยรอยยิ้มยินดี ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ก็มิต่างพี่ชายได้พบเจอน้องสาวที่ห่างหายกันไปเนิ่นนาน 

 

หญิงสาว ตกใจในความกะทันหันนี้ ทำให้นางชักมือออกมาไม่ทัน... ก่อนที่สายตาของทั้งคู่จะจดจ้องประสาน ในจังหวะนั้นประหนึ่งมีเสียงกระซิบข้างหูเบา ๆ จาก ซุน ว่ากำลังตกที่นั่งลำบาก และต้องการให้นางช่วยเหลือ... 

 

ยังโชคดีที่ในตอนที่ ซุน เผลอหลับไปก่อนหน้านี้ เฒ่าชีเปลือย ยังพอหยิบยื่นน้ำใจปลุกตนขึ้นมา และบอกเล่าเรื่องที่ หญิงสาว มาที่นี่ ทำให้ ซุน พอจะมีเวลาเตรียมการเอาไว้ก่อน... มิอย่างนั้นแล้วล่ะก็คงยากที่จะหลบเลี่ยงจากสถานการณ์กระชั้นตรงหน้า... 

 

ด้านพ่อบ้าน ฉีจิ้นฝู ถลึงตาแข็งกร้าว อยากจะตรงไปกระชากร่างของเด็กหนุ่มประหลาดนี้ให้ออกห่างจากคุณหนูของตน... แต่เป็นเพราะ หญิงสาว ได้กำชับแน่นหนักเอาไว้ ทำให้ชายชรายังไม่เคลื่อนไหวใด ๆ จนกว่าจะเห็นว่าเป็นอันตรายกับนาง... 

 

“ท่านผู้ว่า... ข้าต้องการพูดคุยกับพี่ชายข้าเพียงลำพัง ไม่ทราบว่าท่านจะให้คนของท่านออกไปจากเรือนได้หรือไม่?” นางตวัดสายตามองมายัง ผู้ว่าจินหง 

 

“ยะ...ย่อมได้!! เชิญตามสบาย ข้าจะสั่งคนให้ออกห่างจากเรือนหลังนี้เพื่อความเป็นส่วนตัว...” ผู้ว่าจินหง ท่าทีลนลานมาก กำชับเหล่ามือปราบแน่นหนักตามคำสั่ง... 

 

จากนั้น ซุน ก็พาหญิงสาว และชายชรา หลบเข้าไปด้านในเรือนรับรอง และรีบปิดประตูเรือนทันทีทั้งยังยกหูไปแนบประตูแอบฟังว่า เหล่ามือปราบ ยอมถอนกำลังไปจริง ๆ หรือไม่... ท่าทีของ ซุน ได้สร้างความคับข้องใจให้กับ หญิงสาว และ ชายชรา เป็นอย่างยิ่ง... 

 

“นี่เจ้าจะอธิบายได้หรือยัง!! ว่าเกิดอะไรขึ้น!!” หญิงสาวตวาดท่าทีไม่สบอารมณ์ 

 

ทำให้ ซุน ได้แต่หันมองกลับมาพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ ไม่รู้จะเริ่มกล่าวจากสิ่งใดก่อนดี... สำคัญกว่านั้นคือสายตาที่ทรงพลัง จนทำให้ ซุน ต้องหายใจได้ลำบาก จากชายชราใบหน้าดุดันด้านหลังหญิงสาว... 

 

“แม่นางฉี... ช่วยให้คนของเจ้า ลดจิตคุกคามสักนิดได้หรือไม่? เกรงว่าข้าจะตายเสียก่อนจะได้อธิบาย...” 

 

ไม่ทันที่นางจะได้กล่าวตอบ ฉีจิ้นฝู ตวัดฝ่ามือเพียงครั้ง ร่างของ ซุน ประหนึ่งว่าโดนโอบอุ้มด้วยสายลมเป็นกลุ่มก้อน ถูกฉุดดึงเข้ามาในมือของชายชราโดยไม่อาจต่อต้าน... 

“เจ้าเป็นใคร?! กล้าดียังไงเสียมารยาทกับคุณหนูเมื่อครู่!!” 

 

ใบหน้าของ ซุน ถึงกับด้านชาไปในทันที... โชคดีที่อีกฝ่ายเพียงสั่งสอนเท่านั้นมิใช่เอาจริงเอาจัง มิเช่นนั้นเพียงแค่แรงกดดันจากพลังลมปราณของชนชั้นลมปราณสีส้ม ก็เพียงพอจะหยุดลมหายใจของ ซุน ในเวลานี้ได้แล้ว... 

 

“ท่านพ่อบ้าน... ปล่อย ซุน ลงก่อนเถอะ อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็เคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้...” ฉีลู่ชิง จำต้องเข้ามาห้ามปราม รู้ดีว่าที่ ฉีจิ้นฝู ทำไปนั้น เพราะคำนึงเรื่องที่ตนถูกชายหนุ่มล่วงเกิน จับกุมมือนางไว้ในคราแรก... 

 

ชายชรา ได้ยินว่า ซุน เคยช่วยชีวิตนาง ก็เบิกตากว้างทันที... 

“จริงหรือ คุณหนู!!” 

 

หญิงสาวได้อธิบายถึงเหตุการณ์คร่าว ๆ ในการต่อสู้ที่ชาดหาด เกี่ยวกับวีรกรรมที่ ซุน ได้ช่วยเหลือ ก็พอจะทำให้ชายชราเริ่มกลับมาสงบลง แต่แน่นอนว่าลึก ๆ แล้วก็ยังไม่ได้ชื่นชอบท่าทีที่ ซุน ได้แสดงออกมาเท่าใดนัก...  

 

สิ่งแรกที่ ซุน ได้กระทำ คือการประสานมือและโค้งตัวลงคำนับอย่างสุภาพ... 

“ขออภัยด้วย... ที่ข้าแอบอ้างชื่อตระกูลฉีของเจ้า...” 

 

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย... ภาพของ ซุน ในความทรงจำของนางเป็นเด็กหนุ่มประหลาดที่มีความเย่อหยิ่งทะนงในตนเอง แต่วันนี้ ซุน กลับยอมก้มหัวขออภัยในสิ่งที่ตนกระทำผิด อันเป็นนิสัยที่คนเย่อหยิ่งมักไม่กล้ากระทำ...  

 

อาจมองได้สองรูปแบบ หนึ่งคือการทำไปเพราะขี้ขลาด หวาดกลัวต่อยอดฝีมืออย่างพ่อบ้านฉี หากเป็นคนจำพวกนี้ นางจะรู้สึกรังเกียจและดูแคลนเป็นที่สุด... หรือไม่ก็อย่างที่สอง นั่นคือ ซุน เป็นบุรุษที่ตรงไปตรงมา หากไม่ได้กระทำเรื่องที่ผิดก็จะดึงดันต่อต้านไม่ยอมแพ้ แต่หากตนกระทำผิดจริงก็พร้อมจะขออภัยอย่างอ่อนน้อม ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่น่าชื่นชม... 

 

แม้การแอบอ้างชื่อตระกูล จะไม่ใช่เรื่องที่ให้อภัยได้โดยง่าย... ทว่านางเองก็ยังมีลมหายใจอยู่ได้เพราะการช่วยเหลือของ ซุน ในวันนั้น จึงยังเป็นความรู้สึกก้ำกึ่ง ต้องการเหตุมากกว่านี้ในการตัดสิน... 

 

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเจ้างั้นหรือ?!” หญิงสาว เอ่ยถาม 

 

ซุน เผยดวงตาที่สลดลงอีกครั้ง ก่อนจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนประสบพบเจอ... นอกจากจะสูญเสีย เหล่าซือ ที่มีพระคุณดุจบิดาไปแล้ว ยังถูกปรักปรำให้เป็นผู้ต้องหาในคดี ซึ่งเหตุที่ ซุน แอบอ้างชื่อตระกูลฉีนั้น มิใช่ความตั้งใจแรกเริ่ม หากแต่ถูก มือปราบเฉิน ค้นตัว และได้พบกับป้ายทองแดง ที่ ซุน ตั้งใจเก็บมาคืนให้กับนาง เหตุการณ์จึงบีบบังคับให้ ซุน ต้องเอาตัวรอด... 

 

เมื่อได้ยินได้ฟังเช่นนั้น หญิงสาว รวมถึง ชายชรา อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ส่วนหนึ่งเพราะตกใจในความโชคร้ายของ ซุน และอีกส่วนคือรู้สึกชื่นชมในไหวพริบการแก้ปัญหา... ก่อนที่หญิงสาวจะทอดถอนหายใจ พร้อมยื่นมือออกมา... 

 

“ส่งป้ายของเราคืนมา...” 

 

เด็กหนุ่ม ส่งคืนให้ไม่ติดขัด... นางจดจ้องป้ายทองแดงเล็กน้อย ก่อนจะเก็บซ่อนไว้ภายในอาภรณ์ แทนที่จะแขวนไว้ข้างเอวเฉกเช่นทุกครา คงเพราะไม่ต้องการให้ถูกผู้ใดสังเกตเห็นเมื่อนางเดินทางกลับ... 

 

“ครั้งนี้เราจะยอมไม่ถือโทษเจ้า... และถือว่าสิ่งที่เราติดค้างเจ้าในวันนั้น สิ้นสุดเพียงเท่านี้...” นางกล่าวด้วยแววตาเย็นชาตามเอกลักษณ์เฉพาะตน 

 

“ขอบคุณมาก แม่นางฉี...” ซุน ยกมือประสานขอบคุณ 

 

พ่อบ้านฉี ยังรู้สึกคับข้องใจ... 

“แต่คุณหนู หากปล่อยไว้มิแก้ต่าง ชื่อเสียงของตระกูลฉี อาจมัวหมองได้?!” 

 

“ท่านพ่อบ้าน... หากเทียบชื่อเสียง กับชีวิตผู้มีพระคุณ ข้าต้องลังเลด้วยงั้นหรือ?!” 

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชรา ก็ได้แต่ถอนหายใจยอมรับ...  

ก่อนจะจ้องเขม็งมายังเด็กหนุ่ม... 

 

“หากเจ้าทำให้ตระกูลฉีเสื่อมเสีย ได้เห็นดีกันแน่!!  

หวังว่าเจ้าคงไม่ได้กล่าวสิ่งใดเสียหายให้กับตระกูล...” 

 

ซุน ผงะไปเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายฝืดเคือง หวนนึกถึงเรื่องที่ตนกล่าวอ้างเป็นบุตรนอกสมรสของ ฉีหลงเฟย ผู้นำตระกูล “มะ...ไม่แน่นอน ขอท่านพ่อบ้าน อย่าได้กังวล...” 

 

เมื่อได้ป้ายคืน ทั้งยังได้ข้อสรุปเหตุการณ์ ก็ไม่มีเหตุผลที่ ฉีลู่ชิง และ ฉีจิ้นฝู จะอยู่ต่อไป... 

“พวกเราคงต้องกลับแล้ว... เรื่องปัญหาของเจ้าก็นับเป็นส่วนของเจ้า ข้าจะไม่ยื่นมือไปช่วยเหลือใด ๆ มากไปกว่านี้ ข้าถือว่าการปล่อยให้เจ้านำชื่อของตระกูลฉี และป้ายทองแดงไปกล่าวอ้างก็นับว่ามากเกินพอ...” 

 

แม้นางจะกลายไร้เยื่อใยไปเสียเล็กน้อย แต่ ซุน ก็พอจะเข้าใจได้... นางในฐานะคนของตระกูลหลัก ย่อมแบกรับชื่อเสียงไว้บนบ่า ตัวของ ซุน เองก็มีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ เนื่องด้วยทั้งสองฝ่ายมิได้สนิทสนมกันถึงเพียงนั้น... 

 

“นี่ไอหนู... ข้าขอเตือนเจ้าด้วยประสบการณ์ ต่อให้เจ้าจะสามารถหลอกลวง ผู้ว่าจินหง และ เหล่ามือปราบได้แนบเนียนเพียงใด แต่ก็ใช่ว่าจะมันจะเป็นไปได้ตลอดรอดฝั่ง อย่างเสียอีกฝ่ายก็ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญา สามารถสืบค้นความจริงได้ไม่ยากนัก... ทางที่ดีเจ้าควรหาช่องทางหลบหนีเสียแต่เนิ่น ๆ ถือว่าเป็นคำแนะนำจากข้า...” ฉีจิ้นฝู แม้ภาพลักษณ์จะดูน่ากลัว แต่อุปนิสัยมิได้นับว่าเลวร้าย 

 

“ขอบคุณท่านพ่อบ้านที่ชี้แนะ ผู้เยาว์จะจดจำไว้...” 

 

สุดท้ายหญิงสาว และ ชายชรา ก็ก้าวเดินจากไป... ก่อนออกจากจวนผู้ว่า หญิงสาว ยังกำชับแน่นหนักกับ ผู้ว่าจินหง ว่าให้ช่วยดูแลพี่ชายของนางให้ดี ๆ แน่นอนว่ามันยิ่งสร้างแรงกดดันอันมหาศาลให้กับ ผู้ว่าจินหง อย่างมาก... 

 

หญิงสาว ขึ้นบนหลังอาชาสีดำ ควบเต็มกำลังมุ่งหน้ากลับ มณฑลหนานเหอ... ส่วนพ่อบ้านฉีมิได้ใช้อาชาพาหนะใด ใช้เพียงการก้าวย่างติดตามด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง ประหนึ่งล่องลอยไปตามสายลม ความเร็วมิได้เชื่องช้าไปกว่าอาชาแม้เพียงนิด สีหน้าเรียบเฉยเสมือนเป็นก้าวย่างสามัญ... 

 

“คุณหนูดูจะสนใจเด็กหนุ่มคนนั้นไม่น้อย... ข้าไม่เคยเห็นคุณหนูอ่อนโยนเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน...” เสียงของชายชราเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

 

แม้นางจะพยายามสงบท่าที แต่ก็ยากจะปกปิดชายชราที่ดูแลนางมาตั้งแต่เยาว์วัย... 

“คงเพราะข้ารู้สึกติดค้างมันผู้นั้นกระมัง?! อีกทั้ง ซุน ยังมีบางสิ่งที่ดูแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ อย่าว่าแต่ตัวข้าเลย ท่านพ่อบ้านเองปกติท่านเข้มงวดยิ่งกว่าผู้ใด แต่ครั้งนี้ท่านพ่อบ้านกลับยินยอมให้ ซุน นำชื่อของตระกูลไปใช้โดยไม่ลงโทษใด ๆ บอกตามตรงว่าข้าเองก็นึกประหลาดใจเช่นกัน...” 

 

ชายชรา ส่งเสียง หึหึ ในลำคอเบา ๆ 

“นั่นสินะ... เจ้าเด็กคนนั้นแม้จะไม่มีพลังลมปราณ แต่มันกลับมีพลังบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้น แผ่ล้นออกมาจริง ๆ กระทั่งตัวข้าก็ยังไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้... หากเจ้านั่นไม่พลาดท่าตกตายไปเสียก่อนจากชะตากรรมที่เล่นตลก ภายภาคหน้ามันอาจกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ตนหนึ่งก็เป็นได้...” 

 

หญิงสาว นิ่งเงียบไปชั่วครู่... 

“ข้าสังหรณ์ใจเช่นกัน... ว่าคนผู้นั้นจะมาปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าพวกเรา...” 

 

....................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว