facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 ณ ศาลตัดสิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 ณ ศาลตัดสิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 440

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2563 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 ณ ศาลตัดสิน
แบบอักษร

ตอนที่ 16

 

เช้าวันรุ่งขึ้น... 

 

สีหน้าของ ซุน เคร่งขรึม เมื่อถูกพาตัวมายังศาลตัดสินในจวนผู้ว่า มือเท้าของเด็กหนุ่มถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน แม้มิใช่เส้นใหญ่โตนัก แต่ก็จัดว่าเทอะทะน่ารำคาญ... สายตาของเด็กหนุ่มยากที่ผู้ใดจะคาดเดาว่าคิดอ่านหรือวางแผนอย่างไร แต่ที่แน่ชัดคือมันไม่มีร่องรอยแห่งความกังวล ฉายออกมาจากดวงตาแม้สักนิด... 

 

กังเฉิง ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ใช้สถานะของตนเข้าเป็นหนึ่งสักขีพยาน ว่า ซุน นั้นบริสุทธิ์ ให้การชี้แจงต่อศาลว่า ซุน อยู่ร่วมกับตนตลอดเวลายามที่เกิดเหตุขึ้นในวันนั้น... กลุ่มชาวบ้านอีกจำนวนไม่น้อย รอฟังคำตัดสินอยู่ด้านนอกประตูศาล บ้างก็มีบุตรหลานเล่าเรียนในสถานศึกษา บ้างก็เคยได้รับการช่วยเหลือจาก ซุน น้อยคนนักที่จะเชื่อว่า ซุน กระทำผิด... 

 

ผู้ว่าจินหง รับหน้าที่เป็นผู้พิพากษา... แสร้งหยิบอ่านสำนวน ทั้งที่มันแทบจะไม่ได้เขียนสิ่งใดเอาไว้ ปลายทางการตัดสินแน่นอนว่าถูกกำหนดเอาไว้แล้ว อยู่ที่ว่า จินหง จะหาหลักฐานใดยัดเยียดลงไป สายตาของ ผู้ว่าจินหง สบตากับ มือปราบเฉิน เล็กน้อยคล้ายเป็นสัญญาณ ก่อนที่ มือปราบเฉิน จะร่นถอย แยกตัวออกไปจากศาลตัดสิน... 

 

ซึ่งในทุกการกระทำ ล้วนแล้วแต่ถูก ซุน จับจ้องวิเคราะห์ผ่านดวงตาที่แข็งกร้าว... หากคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ เหล่าซือ จริง ๆ ซุน ไม่มีทางยอมให้อภัยคนเหล่านี้อย่างแน่นอน... 

 

ตึง! 

 

เสียงค้อนพิพากษาที่ ผู้ว่าจินหง ฟาดลงมา เป็นสัญญาณเปิดศาลตัดสิน... 

 

“เจ้านามว่า ซุน เป็นคนเถื่อน ไร้แซ่ ถูกต้องหรือไม่?” จินหง เค้นเสียเอ่ยถาม 

 

“ถูกต้อง...” 

 

“ข้าได้อ่านสำนวนทั้งหมดที่ ฝ่ายมือปราบ ส่งมาแล้ว... ตัวเจ้าไม่มีประวัติความเป็นมาใด ๆ ก่อนหน้านี้เลย จู่ ๆ ก็มาปรากฏตัวในสลับหมู่บ้านลำดับที่ 6 จวบจน เหล่าซือชราเมตตา รับเจ้าไปสอนสั่ง จวบจนผ่านมากว่าสองปี... 

 

ภาพรวมที่ชาวบ้านต่างเห็นนั้น เจ้าก็เป็นเด็กผู้หนึ่งที่จัดว่าอุปนิสัยมิได้ย่ำแย่ ไม่มีประวัติขโมยลักทรัพย์ มีก็แต่ประวัติทะเลาะวิวาทอยู่บ่อยครั้ง กับสหายของเจ้านามว่า กังเฉิง... สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์ของตัวเจ้า และ เหล่าซือ เป็นเหมือนศิษย์อาจารย์ที่อยู่กินร่วมกัน ข้อมูลเหล่านี้ถูกต้องหรือไม่?!” 

 

ซุน หลังได้ยินเรื่องเหล่านั้นสีหน้าเศร้าสลดเล็กน้อย... 

“ถูกต้องตามนั้น... เหล่าซือ เสมือนบิดาของข้าก็ว่าได้...” 

 

ผู้ว่าจินหง พ่นลมหายใจแรง... 

“อย่าได้ตอบคำถาม เกินกว่าสิ่งที่ข้าเอ่ยถาม... มิเช่นนั้นเข้าจะต้องถูกโบย 10 ไม้!!” 

 

ตึง! 

 

ซุน ขมวดคิ้วแนบแน่นทันที... การไม่ยอมปล่อยให้ตนได้อธิบายมากเกินกว่าที่เอ่ยถาม นั่นเท่ากับว่า หากผู้ว่าจินหงไม่เปิดโอกาสได้แก่ต่าง ซุน ก็จะไม่มีสิทธิ์แก้ต่างใด ๆ การข่มขู่ด้วยการโบย ก็มิใช่เรื่องสามัญ หากเป็นชาวบ้านสามัญที่ร่างกายไม่แข็งแกร่งมากพอ การถูกโบย 10 ไม้จากมือปราบที่มีพลังลมปราณ ก็เพียงพอจะทำให้ชาวบ้านผู้นั้นสิ้นใจตายได้แล้ว 

 

การตัดสินเช่นนี้ นับว่าไร้ความยุติธรรมสิ้นดี!! 

 

“ฝ่ายมือปราบ เบิกตัวพยานได้!!” ผู้ว่าจินหง กล่าวขึ้น 

 

ไม่นานนัก มือปราบเฉิน ที่ปลีกตัวออกไปก่อนหน้านี้ ก็กลับเข้ามาพร้อม พยาน ผู้หนึ่ง... ซึ่งพยานผู้นี้มิใช่ใครอื่น เป็นผู้ที่ถูกจ้างวานมาอีกทอดหนึ่งเช่นกัน... เรียกได้ว่าทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้แล้วเป็นกระบวน ในการปรักปรำป้ายสีให้กับ ซุน... 

 

“เจ้าเป็นพยานนามว่า อู๋เจี่ย งั้นสินะ เจ้าได้ให้การในสำนวนว่าเจ้าได้พบเห็น ซุน ทำการตกลงว่าจ้างมือสังหารกลุ่มหนึ่งภายในป่า เพื่อสังหาร เหล่าซือ...” จินหง เค้นเสียงเอ่ยถามขึ้น 

 

“ถูกต้องตามนั้น... ใต้เท้า” อู๋เจี่ย กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย... 

 

“เหลวไหว!!” กังเฉิง แผดเสียงขึ้นทันทีไม่อาจทานทน 

“เจ้า อู๋เจี่ย นั่นมันเป็นใคร!! ทั้งตัวข้า และบรรดาชาวบ้านล้วนเป็นพยาน ว่าไม่เคยเห็นคนผู้นี้ในเขตชุมชนหมู่บ้านตะวันอัสดงด้วยซ้ำ!! จู่ ๆ ท่านนำคนผู้นี้มาเป็นพยานใส่ความ ซุน ได้เยี่ยงไร!!” 

 

เมื่อ กังเฉิง เอ่ยปากขึ้น เหล่าชาวบ้านที่มุงดูด้านนอก ต่างก็ล้วนส่งเสียงยืนยันช่วยอีกแรง...  

“ไม่ยุติธรรม!! ซุน ถูกใส่ความ!!” เริ่มเกิดเสียงโหวกเหวกโวยวาย จนเหล่ามือปราบยากจะควบคุมความชุลมุนครั้งนี้... ผู้ว่าจินหง เห็นท่าไม่ดีจึงฟาดค้อนพิพากษาลงอีกครั้ง 

 

ตึง! 

 

“ปิดประตูศาล!! ข้าไม่อนุญาตให้เหล่าชาวบ้านเข้ามาก่อความวุ่นวายในการตัดสินคดี!! ส่วนทางด้าน กังเฉิง เป็นสหายกับผู้ต้องหาที่ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทร่วมกันมาบ่อยครั้ง ดังนั้นน้ำหนักคำพูดของ กังเฉิง ในฐานะพยานจึงตกไป... 

 

ดังนั้นข้าในฐานะผู้พิพากษา จึงขอคุมขัง ซุน เอาไว้ก่อน จนกว่าจะสืบค้นหาหลักฐานได้เพิ่มเติม แล้วจึงค่อยเปิดการพิจารณาคดีนี้อีกครั้ง...” ผู้ว่าจินหง ออกคำสั่งตามแผนการที่วางไว้ จากนี้ไปก็สามารถกล่าวอ้างเกี่ยวกับหลักฐานที่ยังไม่ครบถ้วน เพื่อจองจำ ซุน ไว้ได้เรื่อย ๆ ตามที่ต้องการ 

 

กังเฉิง ได้ยินเช่นนั้นก็เดือดดาลขึ้นทันที... 

“สารเลว!!” 

 

ฉิง! เสียงชักกระบี่ของ มือปราบเฉิน ดังขึ้น...  

พร้อมกับคมมีดที่จ่อลำคอของ กังเฉิง... 

 

“อย่าได้เสียมารยาทกับท่านผู้ว่า... ข้ามีอำนาจที่จะสังหารเจ้าได้ โทษฐานที่เจ้าคุกคามการตัดสินคดี แต่ข้าจะเห็นแก่บิดาเจ้า จึงลงโทษสถานเบาด้วยการขับไล่เจ้าออกไปจากพื้นที่ศาลตัดสิน!!” สิ้นเสียงมือปราบเฉิน กลุ่มมือปราบก็เข้ามาจับกุม กังเฉิง และลากออกไปในทันที 

 

แน่นอนว่าพลังฝีมือของ กังเฉิง ไม่ได้มากพอที่จะขัดขืน  

ได้แต่แผดเสียงก้องดังออกมาด้วยความเจ็บใจ... 

 

“ซุน อย่ายอมแพ้ ข้าจะต้องหาทางช่วยเจ้าให้ได้!!” 

 

เสียง กังเฉิง ดังอยู่อีกพักใหญ่...  

ซุน รู้ดีถึงความห่วงใยที่ กังเฉิง มีให้... 

 

เวลานี้ ซุน จึงไม่เหลือใครในฝ่ายตนอยู่อีกแล้ว... โอบล้อมไปด้วยเหล่ามือปราบ ที่เพ่งมอง ซุน ด้วยสายตาอันไม่เป็นมิตร... เบื้องหน้ายังเป็นผู้มีอำนาจที่ไร้ความยุติธรรม!! กลุ่มคนเหล่านี้ได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์ในเจตนาแล้ว ว่าต้องการปรักปรำ ซุน ให้ถึงที่สุด... 

 

ซุน จากที่นั่งคุกเข่า เริ่มที่จะยืดตัวลุกยืนขึ้นอย่างช้า ๆ ริมฝีปากของชายหนุ่ม พึมพำแผ่วเบา ดวงตาแข็งกร้าวจดจ้องมายัง ผู้ว่าจินหง... แม้แต่ตัวของ ผู้ว่าร่างท้วม ยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ขนลุกชูชัน ผ่านสายตามาดร้ายที่เด็กหนุ่มจดจ้องมา... 

 

“จะ...เจ้าคิดที่จะทำอะไร!! ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าลุกยืน อยากถูกโบยงั้นหรือ!!” น้ำเสียงของ ผู้ว่าจิน สั่นเครือเล็กน้อย แม้สถานภาพในเวลานี้ ตนจะเหนือกว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าทุกอย่าง แต่ก็ไม่อาจทราบสาเหตุ ของเหงื่อที่ผุดขึ้นจากขมับและใจกลางฝ่ามือมิหยุดหย่อน... 

 

ซุน ยกโซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือขึ้นมาเบื้องหน้า... ก่อนจะสะบัดแขนเพียงครั้ง โซ่ตรวนที่พันธนาการทั้งหมด พลันถูกปลดเปลื้องอย่างน่าอัศจรรย์!! เสียงโซ่ทั้งจากข้อมือและข้อเท้าตกลงกระทบพื้นก้องกังวาน สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอย่างมาก... 

 

“ที่แท้พวกเจ้า... มันก็แต่กลุ่มคนกักขฬะ!!” ซุน เค้นเสียงผ่านร่องฟัน เผยแววตาที่ดุดัน  

 

ชายหนุ่ม ยืนแน่นิ่งอยู่เช่นนั้น ท่ามกลางเหล่ามือปราบที่โอบล้อมด้วยความตกตะลึง!! แม้แต่ มือปราบเฉิน ยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นล้นพ้น จดจ้องไปยังโซ่ตรวนที่ถูกปลดออกมา มันไม่มีแม้แต่ร่องรอยการทำลาย คล้ายเป็นการถูกปลดด้วยกุญแจโดยตรงเสียมากกว่า ซึ่งตัวของ มือปราบเฉิน เป็นคนเดียวที่พกกุญแจนั่นเอาไว้... 

 

“เป็นไปได้ยังไงกัน...” 

 

กระบี่หลายสิบเล่ม ถูกชี้จ่อมายัง ซุน... หากแต่เด็กหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดขืนมากไปกว่านั้น ไม่มีแม้แต่ท่าทีจะต่อสู้ หรือหลบหนี... คล้ายว่า ซุน ต้องการเพียงแค่แสดงให้เห็น ว่าโซ่ตรวนไม่อาจขวางกั้นอิสระของตนได้... 

 

“เอายังไงต่อ?! ไม่สั่งโบย สั่งประหารข้างั้นหรือ?!  

หรือว่าพวกเจ้า... ไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้?!”  

ซุน เอ่ยถามขึ้น พลางยกมุมปากเชิดสูง 

 

แต่มันกลับทำให้ จินหง และ มือปราบเฉิน สั่นสะท้านขึ้นทันที!! เพราะมีแค่ทั้งสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าไม่อาจออกคำสั่งทำร้าย หรือประหารเด็กหนุ่มผู้นี้ได้!! คำสั่งที่ เกาถิง มอบหมาย มีเพียงจับเป็นเด็กคนนี้ ไม่ให้มีรอยขีดข่วนใด ๆ เพราะ เกาถิง ต้องการจะเก็บ ซุน เอาไว้ข่มขู่ในฐานะตัวประกัน ดังนั้นหากเกิดอันตรายขึ้นกับตัวประกัน มันจะไร้ประโยชน์ในทันที!! 

 

ตัวของ ซุน ได้วิเคราะห์คาดเดาไว้ก่อนแล้ว ว่าตนน่าจะถูกสั่งให้คุมขังเพื่อจับเป็น... เพราะระหว่างที่ถูกคุมขังเมื่อวันก่อน ซุน กลับได้รับอาหารสมบูรณ์ครบทุกมื้อ ทั้งที่นักโทษคนอื่น ๆ ในกรงขังถัดไป ได้เพียงวันละหนึ่งมื้อในจำนวนที่น้อยนิดเท่านั้น… เป็นการบอกชัดเจนว่าต้องการให้ ซุน อยู่ในสภาพที่แข็งแรงตลอดเวลา ไม่ต้องการให้ป่วยไข้... 

 

ตัวของ ซุน ย่อมรู้ดีว่าตนเองไม่ได้แข็งแกร่งมากพอจะฝ่าวงล้อม มือปราบ เหล่านี้ออกไปได้... แต่การที่ ซุน แสร้งปลดโซ่และลุกยืนขัดขืน ทั้งหมดก็เพื่อเป็นการทดสอบดูเท่านั้น ว่าการวิเคราะห์ของตนถูกต้องหรือไม่... หากผู้ว่าจินหง ไม่กล้าสั่งลงโทษใด ๆ กับ ซุน ก็แปลว่าสมมุติฐานนี้ถูกต้อง...  

 

ซึ่งใบหน้าของ ผู้ว่าจินหง ในตอนนี้ ก็เป็นคำตอบที่แน่ชัดที่สุด... 

 

จะ...จับมันไปขังไว้!! เปลี่ยนจากห้องขังสามัญชน เป็นห้องขังยอดฝีมือ!! และผลัดเปลี่ยนเวรยาม เฝ้าจับตาดูมันตลอด 12 ชั่วยาม ห้ามมิให้หลบหนีออกไปได้!!” น้ำเสียงของ ผู้ว่าจินหง แสดงถึงความหวาดหวั่นใจ จากที่คิดว่านี่เป็นงานง่าย ๆ ที่ตนรับมา เริ่มไม่แน่ชัดแล้วว่าจะเป็นเรื่องง่ายดังที่คิดหรือไม่ ตัดสินใจออกคำสั่งเข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า 

 

“หลบไป!! ข้าจะคุมตัวเจ้าเด็กนี่ไปที่ห้องขังด้วยตนเอง...” มือปราบเฉิน เค้นเสียงขึ้นก่อนจะสืบเท้าตรงเข้ามา จับคว้าตัวของ ซุน ตรวจชีพจรในร่าง แต่ก็พบว่า เด็กหนุ่ม ก็ยังเป็นเพียงชนชั้นลมปราณสีม่วงขั้นที่ 1 เท่านั้น อ่อนแอยิ่งกว่าเด็กหนุ่มในรุ่นเดียวกันเสียอีก... 

 

จากนั้น มือปราบเฉิน ก็ได้ทำการค้นตัว หาสาเหตุในการปลดโซ่ตรวน มั่นใจว่า ซุน จะต้องมีลูกกุญแจแอบซ่อนไว้... ทว่าหลังค้นตัวสักระยะสิ่งที่พบกลับไม่ใช่ลูกกุญแจ หากแต่เป็น ป้ายทองแดงตระกูลฉี ที่ ซุน เก็บซ่อนเอาไว้... ดวงตาของ มือปราบเฉิน เบิกโพลงขึ้นทันที... 

 

“นี่เจ้า!! เหตุใดจึงมีป้ายทองแดงตระกูลฉี!!” น้ำเสียงของ มือปราบเฉิน หวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด...  

 

ซึ่งเมื่อทุกคนได้ยินว่า ซุน มี ป้ายทองแดงตระกูลฉี ก็ถึงกับผงะถอยหลังไปตาม ๆ กัน แม้แต่ตัวของ ผู้ว่าจินหง ยังเผลอลุกยืนขึ้นมา ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด... ตระกูลฉี ถึงจะอยู่ต่างมณฑล แต่ก็ไม่ได้ไกลจากเขตชุมชนที่นี่มากมายนัก ใช้ม้าเร็วเดินทางเพียง 2-3 วันก็สามารถไปถึงได้ ชื่อเสียงของ ตระกูลฉี จึงขจรไกลมาถึงเขตรกร้างแห่งนี้... อีกทั้งยังเป็นตระกูลชนชั้นพิเศษ ที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง เชื้อสายเดียวกับ เจ้าเมืองแห่งมณฑลหนานเหอ... 

 

ซุน ก้มหน้าลงต่ำเล็กน้อย... ก่อนจะส่งเสียง หึหึ ในลำคอ... 

“อะไรกัน? ถูกจับได้เสียแล้วหรือนี่...” 

 

เสียงหัวเราะ และท่าทีประหนึ่งผู้เหนือกว่าของ ซุน ทำให้เหล่ามือปราบ และผู้ว่าจินหง แทบจะลมหายใจขาดห้วง ชีพจรหยุดเต้น... ต่อหน้าผู้ที่ถือครอง ป้ายแดงทอง ชนชั้นพิเศษนั้น ทุกคนต่างพากันกริ่งเกรง เนื่องด้วยตระกูลที่หนุนหลัง มีอำนาจเทียบเท่าพรรคใหญ่พรรคหนึ่งของยุทธภพ... 

 

“จะ...เจ้าหมายความว่าอะไร!! ถูกจับได้เรื่องอะไร!!” ผู้ว่าจินหง ร้อนรนเห็นได้ชัด... 

 

ซุน เผยใบหน้าดุดันขึ้น จับคว้าป้ายทองแดงคืนมาจากมือของ มือปราบเฉิน...  

“คราวหลังอย่ามายุ่งกับสิ่งของ ๆ ข้าอีก!!” 

 

ตัว มือปราบเฉิน แม้จะมีฝีมือสูงกว่า ซุน หลายขั้น แต่ก็ยังไม่กล้าขัดขืนอะไร ยิ่งเมื่อได้เห็น ป้ายทองแดง เข้ากับตาก็รู้ว่านี่มิใช่ป้ายปลอมแน่นอน... ถึงต่อให้ ซุน ดุด่าหรือเสียมารยาทเพียงใด มือปราบเฉิน ก็คงได้แต่นิ่งเงียบ จนกว่าจะทราบความจริงที่แน่ชัด... 

 

ซุน เหลือบมองมายัง ผู้ว่าจินหง ด้วยสายตาดูแคลน 

ยกชูป้ายทองแดงตระกูลฉี ให้ได้เห็นถนัดตา... 

 

“นามแท้จริงของข้าคือ ฉีซุน!! บุตรนอกสมรสของ ฉีเฟยหลง ผู้นำตระกูลฉี คนปัจจุบัน!!”  

 

………………………………… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว