ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่หก เชกูเวร่า เอ๊ย หนอนตำราคร่ำครึ

ชื่อตอน : ตอนที่หก เชกูเวร่า เอ๊ย หนอนตำราคร่ำครึ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2563 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่หก เชกูเวร่า เอ๊ย หนอนตำราคร่ำครึ
แบบอักษร

ตอนที่หก เชกูเวร่า เอ๊ย หนอนตำราคร่ำครึ

 

“พี่ชายที่แสนดี” แบบเดียวกับสไปเดอร์แมนที่พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่

เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของนางเอกที่ต้องคอยสนับสนุนนางเอกเสมอเมื่อเธอเจอปัญหาและดราม่าจากชีวิตรักของคุณเธอ

พวกเขาก็คอยอยู่เคียงเขียงเอ๊ย เคียงข้างเป็นกำแพงที่พักพิงป้องกันฝุ่นลม พายุของปัญหาต่างๆที่เผชิญ

 

ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีหากพิจารณาว่าเป็นตำแหน่งที่นางเอกจะมองคุณในแง่ดี อย่างน้อยมองในแง่หนึ่งเราจะไม่ตายด้วยฝีมือของนางเอกโดยตรง...แต่โดยอ้อมนี่สิคือปัญหา

หากมีปัญหาเกิดขึ้นมา “พี่ชายที่แสนดี”ก็ต้องยืดอกรับแทนนางเอกก่อน

โดนกระทืบก่อนที่นางเอกจะถูกลักพาตัวไปและให้พระเอกไปช่วยในภายหลัง

 

อารมณ์แบบศาสตราจารย์สเนปในแฮร์รี่พอตเตอร์ที่ต่อให้พระเอกนางเอกตาย ก็จะต้องเลี้ยงดูลูกของผู้หญิงที่ตนเองรักจนวาระสุดท้าย

อารมณ์ว่า ต่อให้ลูกเป็นของผู้ชายที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตเพราะแย่งนางเอกไป แต่เขาก็จะเลี้ยงดูเด็กคนนั้นอย่าง...ไม่เรียกว่าดีที่สุดแต่ก็สละชีวิตให้ได้เพราะเด็กคือลูกของผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด...

 

โรแมนติคมากๆในสายตาของผู้หญิง

ไม่ค่อยดีเท่าไรสำหรับผมที่มองจาก Profit Motive ทฤษฎีผลประโยชน์

เมื่อเราไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนคุ้มค่ากับความลำบาก จะทำไปทำไม?

ดังนั้นผมจะลองพยายามเปลี่ยนแปลงให้ออกไปในแนว”หนอนตำราผู้คร่ำครึ” แทน”พี่ชายที่แสนดี”

มันมีความแตกต่างระหว่าง”หนอนตำราที่คร่ำครึ”

นางเอกจะเกลียดคนที่บังคับให้พวกเธอเรียนและสอนจารีตประเพณีต่างๆ

 

เพราะแม้นางเอกจะเกิดในยุคโบราณ แต่มีแนวคิดราวกับผู้หญิงยุคปัจจุบันที่เป็นกลุ่มนักอ่านก็ไม่ปาน

ดังนั้นแนวคิดค่านิยมประเพณีนั้นเป็นสิ่งที่เธอจะเกลียดแน่ๆ

ผมนึกฉากที่เธอไปปั่นป่วนในวังหลวง

และการสอนตามมาตรฐานน่าจะเป็นสิ่งที่ท่านย่าน่าจะพอรับได้ด้วย

น่าจะรักษาภาพ”หนอนหนังสือ”ของผมได้ดีด้วย

ห้องของผมความจริงก็กว้างพอสมควร

แต่มามีคนอยู่ด้วยสองคน ผมรู้สึกว่าแคบลงไปเล็กน้อย แต่อย่างว่าล่ะ คุณเธอก่อนหน้านี้อยู่ในห้องเล็กๆเกือบจะเป็นห้องคนใช้อยู่แล้ว

ท่านอำมาตย์หวังก็เอาใจบุตรชายหลายๆคนพอสมควร

แม้หวังลี่จะไม่ได้โดดเด่นมากนักในก่อนหน้านี้ แต่เรื่องหนังสือหรือตำรา

ก็ไม่เคยขาดแคลนหากอยากจะได้ตำราไหน

ประกอบกับในตึกรอบนอก ก็เลี้ยงบัณฑิต นักเกาะกินต่างๆไว้พอสมควร สมฐานะอำมาตย์

นี่คือสาเหตุที่อำมาตย์หวังมีกำลังพอที่จะกบฏได้ตามท้องเรื่องนี่เอง

เพราะชุบเลี้ยงคนในหมู่ตึกจำนวนมาก

แน่นอน การชุบเลี้ยงคนเป็นเรื่องธรรมดา การชุบเลี้ยงบัณฑิตไม่ได้เป็นเรื่องผิดประเพณี แถมยังเป็นสิ่งที่ได้รับการสรรเสริญจากปวงชนอีกด้วย ว่าสนับสนุนเหล่าบัณฑิตตกยากต่างๆ(แหงล่ะบัณฑิตที่ไหนอยากจะทุบหม้อข้าวตนเองเลยสนับสนุนการกระทำประเภทนี้ ไม่วิจารณ์ว่าเป็นข้อเสีย)

ซึ่งก็ทำให้รากฐานของอำมาตย์หวังมั่นคงจริงๆเพราะบัณฑิตหลายคนที่เคยได้รับการอุปถัมป์ก็กลายเป็นขุนนางที่อยู่ในเครือข่ายของอำมาตย์หวังต่อไป...น่าจะเป็นสาเหตุที่มีการประหารขุนนางไปจำนวนมากล่ะนะ หลังจากที่อำมาตย์หวังก่อกบฏแล้ว

ด้วยเหตุที่มีการส่งเสริมการศึกษาและบัณฑิตนี่เองทำให้กระดาษหรือหนังสือที่ควรจะเป็นของราคาแพงพอสมควรของยุคนี้ ไม่เคยเป็นของขาดแคลนของตึกของท่านอำมาตย์หวัง(เงินเดือนของขุนนางไม่ควรจะเพียงพอต่อการใช้จ่ายพวกนี้ แต่เราอยู่ในยุคที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ฮูเร่ สังคมศักดินาจงเจริญ)

“เตรียมของเสร็จแล้วค่ะนายน้อย”

สาวใช้เอ่ยหลังจากที่จัดห้องเรียบร้อยแล้ว ข้าวของของเธอก็มีไม่มากล่ะนะ

ผมสองจิตสองใจพยายามจะเล่นมุก

“ชายหญิงไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกัน”

แต่ท่าทางจะใช้ไม่ได้ตอนที่พวกเราอายุยังน้อยอยู่มี่บรรลุนิติภาวะเช่นนี้

และแน่นอนงานเลี้ยงปักปิ่นแสดงความเป็นสาวของเรื่องนี้

ที่หากเป็นโอโตเมะจะคืองานเลี้ยงเดบูตง งานเลี้ยงเปิดตัวนั่นเองที่จะมีปัญหาสารพัดในงาน

ที่แค่คิดผมก็ไมเกรนขึ้นแล้ว

แต่เอาไว้ทีหลัง

เรื่องกลุ้มพรุ่งนี้เอาไว้พรุ่งนี้

ผมจะกลุ้มเรื่องตอนนี้ก่อน

ในหัวสมองคิดอยู่ว่าผมจะใช้มุกอะไรเพื่อเอาตัวรอดไปได้

ที่มองสีหน้าของนางเอกของเราที่กล้าๆกลัวๆ..และมีความสุข?

มีความสุขเพราะอะไร?

อ้อ ผมนึกขึ้นได้ ห้องของเธอแทบจะเป็นห้องเก็บของ ไม่มีใครใส่ใจ มาอยู่ในห้องนี้อย่างน้อยก็เรียกว่าระดับลุกของขุนนางล่ะนะ

“อะแฮ่ม ยินดีต้อนรับ อี้จิง ต่อไปนี้ก็มาอยู่กับพี่นะ มีอะไรขาดเหลือก็คอยบอกได้ พี่จะคอยหาเท่าที่ทำได้และจะคอยอบรมสั่งสอนเจ้าด้วย”

หวังอี้จิง ก้มตัวจรดพื้น

“ขอบคุณท่านพี่มากค่ะ”

เสียงของเธอน่าเอ็นดู ผมพอเข้าใจว่าทำไมท่านย่าถึงรังเกียจ

เธอมีพรสวรรค์แบบเดียวกับแม่ของเธอที่ความงามล่มเมืองจริงๆ..และพ่อของเธอที่แท้จริงคือฮ่องเต้องค์ก่อน...ผมถึงไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องราวดราม่าและบุญคุณความแค้นที่ยุ่งเหยิงราวกับเว่ยเส้าเทียนแห่งเซียงเพียวอิ้ว

ที่ผมพยายามจะไม่คิดถึงเพื่อสติของผมเอง

เมื่อสวรรค์โยนปัญหามาทางผม ก็ต้องแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ

“เอาล่ะ เจ้ารู้สิ่งใดเกี่ยวกับศีลธรรมจรรยาบ้าง?”

ผมเอามือไพล่หลังเงยหน้ามองฟ้าที่ห่างไกลแบบภาพของ เชกูเวร่า

ซีไอเอ วิเคราะห์ว่ามันคือท่าทางที่คนอ่านนิตยสารรู้สึกว่าลึกล้ำสมเป็นผู้นำแนวความคิดหรือนักปฏิวัติมากที่สุด

ด้วยสายตาที่จ้องมองไปยังโค้งขอบฟ้าที่ไม่มีอะไรเลย แต่ก็ต้องจ้องเพราะผู้ชมมองอยู่

..

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว