OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

ชื่อตอน : INTRO

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2563 19:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
INTRO
แบบอักษร

INTRO 

 

 

                คนเราย่อมมีเรื่องบางเรื่องที่ฝังรากลึกอยู่ในหัวใจ ที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยลืม...

ทุกครั้งที่หวนนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นมักจะมีความรู้สึกร่วมด้วยเสมอ บางเรื่องรู้สึกเศร้า บางเรื่องรู้สึกมีความสุข ไม่ว่ามีความรู้สึกอะไรแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณกำลังคิดถึงมัน เมื่อพาตัวเองดำดิ่งสู่ความทรงจำในอดีตใบหน้าของเราจะแสดงปฏิกิริยาบางอย่างออกมาอย่างที่เราควบคุมไม่ได้

เคยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวไหม? อาจเพราะเรื่องราวในหัวที่นึกอยู่ขณะนั้นมันดึงห้วงความสุขของเราออกมาอย่างเปิดเผย หรือเคยน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัวไหม? มวลความรู้สึกของสิ่งที่กำลังคิดมันต้องการระบายออกมา รู้ตัวอีกทีขอบตาก็ร้อนผ่าวเสียแล้ว

ทว่าทุกอย่างมันคือเรื่องธรรมชาติ คนเราไม่สามารถลืมเรื่องที่ไม่อยากจำได้ภายในหนึ่งวันหรือหนึ่งเดือน บางเรื่องใช้เวลาตลอดชีวิตยังลืมไม่ได้เลย ฉะนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าเมื่อสมองเราหวนนึกถึงมันแล้วเราจะรู้สึกสุขหรือเศร้ามากกว่ากัน

‘พีช’ คือคนหนึ่งที่กำลังสับสนกับเรื่องราวในอดีต คนบางคนที่เขายกให้เป็นรักแรกเมื่อหลายปีก่อนกลับมาวนเวียนอยู่รอบตัวเขา แต่ความทรงจำที่มีร่วมกันในอดีตกลับกลายเป็นความทรงจำของพีชแค่ฝ่ายเดียว เขาจำพีชไม่ได้ ไม่แม้แต่จะทักทายหรือส่งยิ้มสดใสให้พีชเหมือนอย่างวันนั้น

หากถามว่าคาดหวังว่าจะได้คบหากันไหม ไม่เลย พีชไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะครอบครองคน ๆ นั้น เพียงแต่พอได้เจอกันอีกครั้งกลับทำให้พีชนึกถึงเรื่องราวตอนที่เจอกันครั้งแรก ตอนนั้นพี่เขาใจดีกับพีช ยิ้มให้พีช ตอนนี้สิ่งที่พีชเคยได้รับกลับไม่ได้รับมันอีกเลยตั้งแต่เจอกัน เขายกความใจดีให้น้องชายไม่แท้ของพีชไปจนหมด

ร่างสูงเดินทอดน่องเข้ามาในสวนสาธารณะของหมู่บ้านที่เคยอยู่ ทิ้งกายนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวที่เคยนั่ง พีชหันไปมองบ้านหลังที่เคยอยู่กับครอบครัว ครอบครัวที่ว่านั่นคือการมีพ่อ แม่ และพีช บ้านหลังนั้นมันเคยอบอุ่นแค่ไหนพีชจำได้ดี กระทั่งแม่เสียไปบ้านหลังนั้นก็ไม่พบเจอความอบอุ่นอีกเลย

แต่มันถูกขายไปแล้ว พีชได้แต่มองคนแปลกหน้าใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่เคยเป็นของตนเองด้วยความรู้สึกวูบโหวงในหัวใจ เห็นภาพซ้อนตัวเองกับแม่ช่วยกันล้างรถให้พ่อบ้าง เห็นภาพพ่อเดินเข้าบ้านมาพร้อมกับของอร่อยมากมายที่พีชกับแม่ชอบกินบ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นความทรงจำที่มีความสุขและเจ็บปวดไปพร้อมกัน

เพราะตั้งแต่แม่ไม่อยู่ ชีวิตของพีชกับพ่อก็เปลี่ยนไป ต่างคนต่างมีเรื่องให้คิด มีแผลในใจ ทำให้ช่องว่างระหว่างพ่อกับลูกมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อหวนคิดถึงคำว่าครอบครัวก็พาให้พีชน้ำตาคลอได้ทุกครั้ง

ขนาดพ่อมีแฟนใหม่แล้วพีชยังหยุดคิดถึงแม่ไม่ได้เลย พ่อเองก็ยังคงคิดถึงอยู่ ทุกวันครบรอบที่แม่เสียพ่อจะหยุดงานแล้วไปทำบุญให้แม่ ทำอาหารที่แม่ชอบแล้วนำไปทำบุญด้วยตนเอง ดอกไม้ที่แม่ชอบพ่อก็เอาไปให้ แฟนใหม่พ่อก็ดีนะ เข้าใจทุกอย่างและไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย ขอแค่อย่างเดียวคือรับได้ที่เธอมีลูกชายอีกคนติดมาก็พอ

พีชที่เคยตั้งอคติไว้เรื่องที่พ่อจะมีแฟนใหม่ก็ต้องยอมถอย ในเมื่อพ่อรักเธอและเธอก็ดีกับพีช อีกอย่างคงจะดีกว่าถ้าพ่อมีใครคอยดูแล มีคนคอยจัดการเรื่องภายในบ้านที่พ่อไม่ถนัดเอาเสียเลย ถึงพีชจะไม่เต็มใจที่จะมีครอบครัวใหม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้อะไรหลายอย่างมันดีขึ้น บ้านหลังใหม่ที่ย้ายไปอยู่ก็สะดวกสบายดี

ขัดใจอย่างเดียวตรงลูกติดของแฟนใหม่พ่อนี่แหละ เพราะเด็กคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้พีชได้เจอกับคนที่พีชยกให้เป็นรักแรกอีกครั้ง ทั้งที่เกือบลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยหัวใจเต้นแรงขนาดนั้นกับใครสักคนมาก่อน แต่มันคงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นความทรงจำที่ดีของพีช ไม่ต้องกลับมาเจอกันอีกในสถานะคนแปลกหน้า

ลูกติดแฟนใหม่พ่อน่ะชื่อ ‘น้ำตาล’ เป็นเด็กที่ร่าเริงกับทุกคนโดยเฉพาะ ‘พี่ไทม์’ คนที่ไม่แม้แต่จะเป็นญาติกัน แต่กลับคอยดูแลน้ำตาลราวกับพี่น้องกันแท้ ๆ จุดนี้พีชรู้ซึ้งดีว่าไทม์น่ะใจดีแค่ไหน พีชเคยได้รับความใจดีนี้มาก่อน จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้พีชตั้งคำถามหนึ่งขึ้นมา

‘ไอ้เด็กเวรนี่มีดีอะไรนักหนา พี่ไทม์ถึงคอยตามใจขนาดนี้’ 

‘เท่าที่ดูก็เป็นเด็กงี่เง่าคนหนึ่ง ทำอะไรก็ไม่เป็น ดีแต่อ้อนให้พี่ไทม์ช่วย’ 

เชื่อไหมว่าพีชตั้งข้อครหานี้ตั้งแต่ห้านาทีแรกที่เจอพีชกับน้ำตาลอยู่ด้วยกัน...

พีชเจอไทม์อีกครั้งในวันที่ต้องขนของไปบ้านหลังใหม่ วินาทีแรกที่พีชเห็นไทม์เดินลงมาจากรถก็จำได้เลยว่าพี่คนนี้คือพี่ใจดีที่เคยเจอเมื่อหลายปีก่อน คนนี้ไงที่เดินเข้ามาหาพีชในวันนั้นที่พีชขึ้นรถเมล์ผิดสายแล้วหลงทาง กลับบ้านไม่ถูก โทรศัพท์ก็แบตฯหมด เด็กมัธยมต้นคนหนึ่งเดินเคว้งคว้างอยู่ข้างทางแถมโดนหมาวิ่งไล่จนหกล้มหัวเข่าแตก แต่พี่คนนี้เข้ามาช่วยแถมพานั่งแท็กซี่ไปส่งที่บ้านโดยไม่คิดเงินสักบาท

หัวใจของพีชเคยเต้นแรงครั้งแรกกับพี่คนนี้ มันเต้นแรงมากจนไม่สามารถหันไปมองหน้าไทม์ได้เลยขณะที่นั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน ไม่รู้เรียกอาการเหล่านี้ว่าอะไร แต่เด็กมัธยมต้นอย่างพีชไม่เคยประสบมาก่อน หลังจากนั้นจึงยกให้ไทม์เป็นรักแรกเพราะเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ถึงแม้จะเคยเจอไทม์แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวแต่ก็กลายเป็นความทรงจำดี ๆ ของพีชมาโดยตลอด

แล้ววันนี้ พี่ชายใจดีมายืนอยู่ตรงหน้า แต่กลับมองผ่านตัวพีชไปส่งยิ้มสดใสที่พีชชอบไปให้คนอีกคน หึ พี่ไทม์จำพีชไม่ได้เลย เดินผ่านตัวพีชไปลูบหัวน้ำตาลแถมกอดกันได้อย่างสนิทสนม ทุกขณะที่ช่วยยกของเข้าบ้านนั้นนับไม่ถ้วนเลยว่าพูดจาเย้าหยอกกันไปเท่าไหร่ แล้วแม่ของน้ำตาลก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับความสนิทนี้เลย ราวกับรู้จักไทม์เป็นอย่างดี

ตั้งแต่นั้นมาพีชก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่าไทม์กับน้ำตาลสนิทกันขนาดนี้ได้ยังไง ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่ อีกอย่างพีชมั่นใจว่าน้องชายไม่แท้อย่างน้ำตาลน่ะไม่ได้มีดีอะไรให้ไทม์ต้องคอยดูแลเลย แค่เด็กไม่เอาไหนคนหนึ่ง วัน ๆ เอาแต่คอยโทรหาไทม์ ฟ้องนั่นฟ้องนี่ หรือไม่ก็ออดอ้อนให้ไทม์มาหาทุกสัปดาห์

ทุกการกระทำของน้ำตาลมันน่ารำคาญในสายตาพีชไปหมด ที่รำคาญน่ะไม่ได้หวงไทม์นะ ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่คิดจะครอบครองไทม์ เพียงแต่ไม่เห็นข้อดีอะไรของน้ำตาลที่พีชต้องลดตัวลงมาเอาใจใส่ขนาดนี้

ทำไมน้ำตาลถึงได้รับความรัก ทำไมมีคนคอยดูแล แล้วพีชด้อยกว่าน้ำตาลตรงไหน ทำไมชีวิตพีชไม่เคยมีใครมาทำดีด้วยเลยสักคน ญาติพี่น้องก็ไม่สนิท ทั้งชีวิตมีพ่อคนเดียวพ่อก็กำลังแบ่งความรักไปให้แฟนใหม่และลูกติดของเธอ

อิจฉา...

ถ้าบอกว่าอิจฉาคงไม่ผิดเลย น้ำตาลมีแต่คนรัก แต่พีชไม่เคยมี...

เมื่อก่อนคงจะเป็นแม่ที่คอยดูแลเอาใจใส่พีชอยู่ตลอด แต่ถ้าพูดถึงคนนอกที่ใจดีกับพีช ก็เคยเจอแค่ไทม์คนเดียว ถึงจะไม่เคยเจอกันอีกแต่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ทำไมกัน ทำไมคนที่ไทม์ดูแลดุจน้องชายแท้ ๆ ไม่เป็นพีชล่ะ ในเมื่อพีชก็เจอไทม์ด้วยความบังเอิญ น้ำตาลเองก็เจอไทม์ด้วยความบังเอิญเหมือนกัน โอกาสที่จะได้รับความใจดีจากไทม์ไม่ได้ต่างกันเลย

พีชเองก็อยากมีใครสักคนให้คอยโทรหาหรือเล่าเรื่องราวระหว่างวันให้ฟังเหมือนที่น้ำตาลมี และเพราะความอิจฉาทำให้พีชคอยแกล้งน้ำตาลอยู่เรื่อย ส่วนหนึ่งแกล้งเพราะไม่ชอบขี้หน้า อีกส่วนหนึ่งเพราะเมื่อไหร่ที่น้ำตาลโดนแกล้ง น้องจะโทรฟ้องไทม์เสมอและไม่นานไทม์ก็จะรีบมาหาถึงบ้าน

เป็นทางเดียวเลยที่พีชจะได้เจอไทม์ ได้แอบมองว่าพี่ชายคนนี้แสนดียังไง ได้จินตนาการว่าถ้าไทม์ดีกับพีชเหมือนที่ดีกับน้ำตาล ทุกวันนี้พีชจะมีความสุขแค่ไหน

ผ่านมาสองปีแล้วที่ชีวิตพีชวนเวียนอยู่กับบ้านหลังนั้นด้วยพฤติกรรมอะไรเดิม ๆ ความเบื่อหน่ายที่เกิดมาเป็นลูกคนเดียวก็หาทางออกด้วยการยั่วโมโหน้ำตาล แกล้งน้ำตาล เมื่อรู้สึกสนุกก็หยุด แต่เมื่อไหร่ที่แกล้งแรงเกินไปก็แอบมานั่งรู้สึกผิด ถึงอย่างนั้นก็หยุดทำนิสัยเสียกับน้องไม่ได้ น้ำตาลในสายตาของพีชมันอ่อนแอจนน่าแกล้งไปหมด ปกป้องตัวเองไม่เคยจะได้

แม้ว่าพีชจะคอยแกล้งน้ำตาลเพื่อแก้เหงาตามประสาคนนิสัยไม่ดี ทว่าลึก ๆ กลับเป็นห่วงเด็กคนนี้ว่าถ้าโดนคนอื่นแกล้งจะทำอย่างไร ทุกครั้งที่พีชแกล้งจึงแอบหวังว่าน้ำตาลจะโต้กลับเพื่อปกป้องตนเองบ้าง แต่ไม่เลย น้ำตาลสู้พีชไม่ได้และไม่เคยสู้ สิ่งที่น้ำตาลทำคือหนีเข้าห้องแล้วโทรหาไทม์

น่าเบื่อ...

ไอ้เด็กโง่...

พี่ไทม์ก็โง่...

คอยช่วยเหลือไอ้เด็กอ่อนแอนั่นให้เป็นภาระอยู่ได้...

พีชยังคงนั่งเอนหลังกวาดตามองความร่มรื่นทั่วบริเวณด้วยความรู้สึกคุ้นเคย หลายครั้งที่เขามีเรื่องกลุ้มใจก็มักจะกลับมาที่หมู่บ้าน มานั่งตรงนี้แล้วมองบ้านหลังเก่าของตัวเองด้วยความคิดถึง แม้จะขายบ้านหลังนี้ไปสองปีแล้วก็ตาม

ตื๊อดึ่ง!

เสียงไลน์ดังขึ้นเรียกสติของพีชให้หลุบตามองหน้าจอ ซึ่งก็มีข้อความแจ้งเตือนจากไลน์หลายข้อความก่อนหน้านี้ เพียงแต่พีชนั่งเหม่อจนไม่ได้ยินอะไรเลย

‘พีช เลิกกันนะ ตั้งแต่คบกันมาพีชไม่เคยทำตัวเป็นแฟนที่ดีเลย ฟ้าเบื่อที่ต้องคอยตามพีชแล้ว เบื่อมาก’ 

นั่นคือข้อความล่าสุดที่พีชไล่สายตาอ่านจนจบประโยคโดยไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ไม่เจ็บปวด ไม่เสียใจ ได้แต่ส่งข้อความตอบกลับไปว่า ‘โอเค’

นี่คือการโดนแฟนบอกเลิกครั้งที่เท่าไหร่ของพีชแล้วก็ไม่รู้ มีแฟนตั้งแต่อยู่ม.3 จนตอนนี้ขึ้นม.5 แล้ว เหตุผลที่แฟนทุกคนบอกเลิกพีชเหมือนกันหมดเลย พวกเธอบอกว่าพีชน่าเบื่อ ไม่มีสีสัน ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เคยตามใจหรือทำตัวสมกับเป็นแฟนกันเลย พีชเองก็ไม่เคยถามด้วยสิว่าทำไมพวกเธอถึงคิดแบบนั้น แต่พีชก็เป็นพีช ผู้ซึ่งอยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากทำก็จะไม่ทำ ไม่เคยฝืนตัวเอง

“พีชโสดอีกแล้วครับแม่ ฮ่า ๆ”

ปากหยักเอื้อนเอ่ยประโยคติดตลกนี้แผ่วเบา คาดว่าถ้าแม่ยังฟังอยู่ก็คงจะชินชาไปเสียแล้ว เพราะพีชคบใครไม่เกินสามเดือนเลยสักคน ใครเข้ามาจีบพีชก็คบหมดเพื่อหาประสบการณ์ให้ตัวเอง อยากลองมีความรักดู แต่ยังไม่มีใครทำให้พีชกล้าบอกรักด้วยความรู้สึกจากใจเลย ไม่เคยมี...

แม่เคยบอกพีชว่าพีชเป็นคนรักคนยาก เข้าหาคนยาก นอกจากคนนั้นจะน่าสนใจจริง ๆ พีชถึงจะกล้าเปิดเผยตัวเอง คนเดียวที่พีชสนิทด้วยที่สุดก็เห็นจะเป็นเพื่อนตอนประถมที่สนิทกันมาก แต่หลังจากที่เพื่อนคนนั้นย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดพีชก็ไม่มีเพื่อนสนิทอีกเลย ทุกวันนี้ก็ไม่มีใครที่จะสนิทมากพอจนพีชเล่าทุกอย่างให้ฟังได้

ยิ่งเป็นแฟนยิ่งยากเข้าไปใหญ่ พีชไม่เคยสนิทกับแฟนคนไหน ไม่รู้สึกรักหรือชอบด้วยซ้ำ ที่คบเพราะอีกฝ่ายเข้ามาหาก่อนทั้งนั้น

สับสนเหมือนกันนะ กับแฟนไม่เคยเกิดอาการใจเต้นแรงเลยสักครั้ง แต่กลับเคยใจเต้นแรงกับผู้ชายแปลกหน้าในตอนนั้น หรือว่าวันนั้นพีชกำลังต้องการที่พึ่งนะ เด็กคนหนึ่งเดินอยู่ริมถนนพลางคิดไม่ตกว่าจะกลับบ้านยังไง จู่ ๆ ก็มีฮีโร่ท่าทางใจดีเข้ามาช่วยเหลือจนพีชกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ทุกวันนี้พีชยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าที่เคยใจเต้นแรงในตอนนั้น มันเต้นแรงเพราะอะไร ชอบเขา ประทับใจเขา แค่นั้นใช่ไหม แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับใครอีกเลย การที่เรียกไทม์ว่าเป็นรักแรก แม้จะดูข้าง ๆ คู ๆ เกินไปหน่อย แต่พีชก็ยกให้ไทม์อยู่ตำแหน่งนั้นจริง ๆ

                พอสับสนเรื่องใจเต้นกับผู้ชายด้วยกัน พีชจึงปรึกษาแม่ว่าพีชผิดปกติไหม และแม่เป็นคนเดียวที่รู้เรื่องไทม์

                ‘ไม่เห็นแปลกเลยลูก ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ความรักน่ะนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศสภาพสักหน่อย ต่อไปถึงพีชจะมีแฟนเป็นผู้ชายแม่ก็ไม่ว่าอะไรพีชหรอก ชีวิตพีช พีชต้องเลือกและตัดสินใจเอง แม่เคารพการตัดสินใจของพีชเสมอนะ’ 

            ที่ผ่านมาก็มีผู้ชายมาจีบนะ คบกันเป็นแฟนด้วยเพียงแต่ไม่เคยเปิดเผย สุดท้ายก็ไปไม่รอด สำหรับพีชมันยังไม่รู้สึกชอบหรือรักอยู่ดี

                วันนี้พีชนั่งอยู่ตรงนี้นานพอสมควรแล้ว ได้มองต้นไม้เขียวชอุ่มรอบสวนสารธารณะจนรู้สึกสมองปลอดโปร่งขึ้น ได้นั่งมองบ้านหลังเก่าของตัวเองพอให้หายคิดถึงแม่บ้างแล้ว ทว่าขณะที่พีชกำลังก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบคู่โปรดของตัวเองอยู่นั้น กลับมีเท้าคู่หนึ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพีช

                รองเท้าแตะหูคีบสีดำ เท้าคู่เรียวขาวเนียนนั่นพาให้มือของพีชหยุดชะงักและสงสัยในทันทีว่าใครกันมายืนดักหน้าเขา

                “เอ่อ...ขอโทษนะครับ พอจะเห็นที่คั่นหนังสือไหมครับ?”

                พีชมัดเชือกรองเท้าต่ออย่างไม่รีบร้อน จากนั้นก็ค่อย ๆ ไล่สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ข้อเท้า หัวเข่า กางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว ลำคอ ปาก และรอยยิ้ม...

                ตึกตัก ตึกตัก

                ระ รอยยิ้มเหมือนไทม์มาก!!

                สายตาของพีชหยุดอยู่ที่รอยยิ้มนี้นานเกือบนาที ซึ่งเจ้าของรอยยิ้มก็ส่งยิ้มเป็นมิตรให้พีชอยู่ตลอด ออกจะเก้อเขินไปหน่อยด้วยซ้ำที่ถูกพีชจ้องขนาดนี้

                “แฮ่ ๆ เราเผลอวางไว้บนที่นั่งนี่แหละ มันเป็นดอกอัญชันแบน ๆ เลย แต่ยังไม่แห้งมากนะ เราว่าจะเอาไปเคลือบพลาสติกใสไว้แล้วเอามาคั่นหนังสือ”

                น้ำเสียงทุ้มที่เอื้อนเอ่ยดึงสติให้พีชช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหวานนั่นเต็มตา และไม่ว่าจะมองอีกนานแค่ไหนหัวใจของพีชก็ไม่หยุดเต้นแรงเลยสักวินาที ในโลกใบนี้มีคนที่รอยยิ้มเหมือนกันขนาดนี้ด้วยเหรอ ริมฝีปากก็เหมือน กระทั่งตอนคลี่ยิ้มจนเห็นเขี้ยวก็ยังเหมือน คน ๆ นี้ยิ้มเหมือนไทม์มาก ถึงจะเหมือนแค่การยิ้มแต่กลับพาให้พีชทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นไปพร้อมกัน

                “เอ่อ เรามารบกวนนายใช่ไหม ขอโทษนะ งั้นเราไปแล้ว”

                “เดี๋ยว!!”

                พีชรีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ทั้งที่สายตายังอดที่จะมองรอยยิ้มสดใสนั้นไม่ได้ อ้อ แต่จุดประสงค์ที่เขาเข้ามาถามพีชคือต้องการหาดอกอัญชันตากแห้งอะไรนั่นใช่ไหม แน่นอนว่าพีชเห็น และโยนทิ้งไปแล้ว เพราะนึกว่าเป็นแค่ดอกไม้ใบหญ้าที่แห้งเฉาใบหนึ่งจึงจับโยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ตอนนี้ก็ไม่รู้ปลิวไปที่ไหนแล้วบ้าง

                “มีอะไรเหรอ? ตกลงเห็นดอกอัญชันแห้งของเราไหม เราจะเอาไปทำที่คั่นหนังสือ”

                “มะ ไม่เห็น”

                “กะแล้วเชียวว่าต้องหาย ช่างเถอะ ขอบใจนะ เราต้องไปแล้ว”

                “ปะ ไปไหน?”

                “เราจะไปเซเว่น”

                “ไปด้วย...”

                ถึงจะไม่เข้าใจตัวเองว่าพูดออกไปแบบนั้นทำไม ไม่ได้อยากจะไปซื้ออะไรที่เซเว่นเลยสักอย่าง เพียงแต่พีชอยากมองรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้อีกสักหน่อยเท่านั้นเอง มันคือรอยยิ้มที่พีชชอบ รอยยิ้มแบบที่ไทม์เคยยิ้มให้ตอนนั้น แต่ตอนนี้กลับได้รับมันอีกครั้งจากคนแปลกหน้า

                “เอ่อ เราจะปั่นจักรยานไปนะ นายซ้อนได้ไหมล่ะเดี๋ยวเราปั่นเอง”

                “ได้”

                ทั้งคู่เดินไปยังรถจักรยานสีแดงคันหนึ่งด้วยความมึนงง ไม่เคยเจอหน้า ไม่เคยรู้จักกัน แต่ได้ซ้อนท้ายออกไปเซเว่นด้วยกัน ถึงแม้ระหว่างทางที่ต้องปั่นจักรยานจะไม่ได้คุยกันเลยสักคำก็ตามที แต่พีชกลับนึกถึงรอยยิ้มของเจ้าของจักรยานคันนี้ตลอดเวลา ได้แต่นั่งกอดอกอยู่ที่เบาะหลัง มองชายรูปร่างผอมนี่ออกแรงปั่นจักรยานอย่างสู้ตาย

                น่าแปลกที่การกระทำเรียบง่ายแค่นี้กลับทำพีชยิ้มและหัวเราะออกมาได้...

                “นายหัวเราะอะไรเหรอ?”

                “ให้ผมปั่นแทนไหม?”

                “ได้ไหมล่ะ ตัวนายหนักเราปั่นไม่ถึงเซเว่นแน่เลย คงเหนื่อยก่อน”

                สุดท้ายก็ต้องสลับตำแหน่งกันนั่ง ก่อนออกตัวพีชหันไปมองเจ้าของจักรยานที่นั่งยิ้มอยู่เบาะหลังทีหนึ่ง พร้อมกับมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาในใจ

                ‘น่ารัก ยิ้มน่ารักมาก น่ารักฉิบหาย น่ารักกว่าพี่ไทม์สิบเท่า!!!’

                ทั้งที่วันนี้พีชมีความคิดว้าวุ่นมาทั้งวันจนมานั่งหมดแรงอยู่ที่สวนสาธารณะนั่นจนถึงเย็น แต่เพียงได้เห็นรอยยิ้มของคนแปลกหน้าคนนี้กลับมีแรงฮึดสู้มาจากไหนก็ไม่รู้ ถึงกับปั่นจักรยานเร่งความเร็วเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงเซเว่นแล้ว

                เมื่อถึงจุดหมายทั้งคู่ก็เดินเข้าไปด้านในทันที พีชเดินวนหยิบขนมใส่ตะกร้าทั้งที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ไม่ได้อยากกิน แต่เดินซื้อฆ่าเวลาเพื่อให้อีกคนนั้นจ่ายเงินก่อน จากนั้นพีชก็มาต่อแถวอยู่ด้านหลังเพื่อที่จะ...

                “มีออลเมมเบอร์หรือเปล่าคะ?”

                “มีครับ”

                094-486XXXX

                พีชยกมือถือขึ้นกดตามเลขที่ชายแปลกหน้ากดทุกตัว แต่ตอนจะเมมเบอร์กลับไม่รู้ชื่อ จึงพิมพ์นามสมมติเอาไว้ก่อนว่า ‘ยิ้มน่ารัก’ หลังจากพิมพ์เสร็จก็ถึงคิวของพีชพอดี

                “เราไปก่อนนะ”

                “ชื่ออะไรเหรอ?”

                “เราเหรอ? เราชื่อไนน์ แล้วนายชื่ออะไร?”

                “พีช”

                ร่ำลากันอีกไม่กี่คำก็แยกย้ายทางใครทางมัน พีชเองก็นั่งรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หัวใจกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา แถมรอยยิ้มของไนน์ยังติดตาราวกับมายืนยิ้มอยู่ตรงหน้าอยู่เลย อาการแบบนี้เรียกว่าอะไรดีนะ...

                ‘เราต้องได้คุยกันอีกแน่ไนน์’

                พีชชูบัตรใบหนึ่งขึ้นมาด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ มันคือกระเป๋าใส่บัตรของไนน์ที่วางอยู่ในตะกร้ารถจักรยานพร้อมกับกระเป๋าตังค์ แต่ไนน์หยิบแต่กระเป๋าตังค์เดินเข้าเซเว่นไป พีชจึงหวังดีเก็บบัตรไว้ให้ก่อนเพราะกลัวคนอื่นขโมยไปทำเรื่องไม่ดี จนตอนนี้ก็ยังไม่คืน เอาไว้หาเรื่องโทรหาแล้วนำบัตรมาคืนจะดีกว่า

                จะโทรหาตอนไหนดีนะ คืนนี้เลยดีไหม?

                แล้วไม่กี่นาทีต่อมาชื่อเจ้าของเบอร์ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็น ‘ไนน์ยิ้มน่ารัก’

__________________________ 

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

 

TALK 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ฝากต้าวพีชด้วยน้าาา ถึงแม้พีชจะเป็นพี่ชายที่ไม่ปากไม่ดี แต่ถ้าโหมดคนรักต้าวพีชมันเป็นเด็กเห่อแฟนคนหนึ่งเลย ฝากหลัวเด็กคนใหม่โด้ย ถ้าชอบก็คอมเมนต์ให้กันบ้างน้าาา เปิดเรื่องใหม่มันตื่นเต้นค่ะ ลุ้นตลอดว่าจะชอบกันไหมอะไรยังไง ฮ่าาาาา 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #อย่าทิ้งพีช 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ตุลาคม 

 

 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น