facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 จุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางการฝึกฝน

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 จุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางการฝึกฝน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 429

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2563 10:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 จุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางการฝึกฝน
แบบอักษร

ตอนที่ 12

 

“หากจะเรียนรู้วิชาลมปราณ...  

ก็จงโขกศีรษะคำนับ เหล่าซือ อีกครั้ง...” 

 

วาจาของชายชราแน่นหนักดุจหินผา กำชับหนักบ่งบอกว่า ซุน ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน มิใช่เพียงแค่ใช้อารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจทำสิ่งใด... เด็กหนุ่ม ย่อมเข้าใจดีถึงความหมายที่ เหล่าซือ พยายามจะสื่อ เกี่ยวกับมิตรและศัตรูของ เหยาหมิง นั้นมิใช่ระดับสามัญ หาไม่แล้วก็คงไม่มาเป็น เหล่าซือ ในดินแดนรกร้างห่างไกลเช่นนี้เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย 

 

แววตาของ ซุน เปล่งประกาย ก่อนจะลุกยืนสืบเท้าเข้ามา ทิ้งเข่าลงแนบพื้นเบื้องหน้า เหยาหมิง... 

“เหล่าซือ... ท่านเป็นทั้งผู้มีพระคุณ เป็นทั้งอาจารย์ เปรียบเสมือนบิดาของข้า... สิ่งที่ข้าจะเรียนรู้จากท่านนั้นจะมิใช้เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ข้าจะเรียนรู้เพื่อปกป้องคนรอบข้าง ปกป้องผู้อ่อนแอ และปกป้องผู้ที่ควรได้รับการปกป้อง... 

 

โปรดรับการคำนับครั้งที่สอง...” 

 

ซุน โขกศีรษะลงสามครั้ง หน้าผากแนบพื้นตามธรรมเนียมปฏิบัติอย่างถูกต้อง... ชายชราเผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะแตะลูบแผ่วเบาลงบนศีรษะของ ซุน ในการโขกศีรษะครั้งที่สาม... 

“ในเมื่อเจ้าเห็นข้าเสมือนบิดา เช่นนั้นข้าก็จะเห็นเจ้าเป็นเสมือนบุตรเช่นกัน... เจ้าคงรู้สึกถึงความต้อยต่ำของตนเอง ที่ถูกเรียกว่า คนเถื่อน มาตลอดสองปีที่ผ่านมา... แต่หลังจากนี้ เหล่าซือ จะทำทุกอย่างให้เจ้าได้รับ ป้ายสำมะโนครัว เฉกเช่นผู้อื่นเขา...” 

 

ซุน เบิกตากว้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น... 

“ทำได้งั้นหรือ เหล่าซือ?!” 

 

ชายชราพยักหน้าตอบรับ... 

“การจะได้รับป้ายสำมะโนครัว หรือการเปลี่ยนแปลงชนชั้นของตระกูลนั้น มีอยู่หลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการสร้างความดีความชอบให้กับแผ่นดิน... เหล่าซือ เคยทิ้งนามเดิมไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ เหล่าซือ ก็มีสถานะเป็น คนเถื่อน มิต่างกับเจ้า...  

 

ตัว เหล่าซือ เป็นผู้สอนสั่งคนในชุมชนหมู่บ้านตะวันอัสดงมานานหลายสิบปี พอจะมีความดีความชอบให้เป็นที่ประจักษ์อยู่บ้าง การจะเสนอต่อทางการเพื่อขอรับ ป้ายสำมะโนครัว ให้กับตระกูลตนเอง ไม่นับเป็นเรื่องยากเย็น... 

 

เหล่าซือ จะชี้แจ้งต่อทางการว่าเจ้าเป็น บุตรบุญธรรม เพียงเท่านี้เราทั้งคู่ก็จะไม่ได้อยู่ในสถานะของ คนเถื่อน อีกต่อไป...” 

 

ซุน ได้ยินเช่นนั้นก็จิตใจสั่นสะท้าน พร้อมน้ำตาที่หลั่งริน อดไม่ได้ที่จะโผกอดชายชรา ความรู้สึกเสมอบิดาอีกคนที่เลี้ยงดู...  

 

“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว... ตั้งสมาธิให้มั่น เหล่าซือ จะทะลวงจุดชีพจรให้กับเจ้า” 

 

ได้ยินเช่นนั้น ซุน ก็นั่งในท่าขัดสมาธิพร้อมหลับตาลงตามการชี้นำ... เหยาหมิง ดวงตาเจิดจ้าขึ้นชั่ววูบหนึ่ง เพียงพลิกฝ่ามือเบา ๆ ร่างของซุน ก็พลันหมุนวนเนืองช้าตามกระแสลมปราณที่ครอบคลุม... 

 

ซุน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของพลังบางอย่างที่อบอุ่นแทรกซึมไปทั่วร่าง เปิดจุดชีพจรในตำแหน่งต่าง ๆ นับไม่ถ้วน... จากนั้น ซุน ก็เริ่มรู้สึกถึงพลังชีวิตภายในที่เอ่อล้นออกมาจากแกนกลาง เป็นเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราก ที่พร้อมจะไหลทะลักออกจากร่าง มันเปี่ยมไปด้วยพลังที่เพิ่มพูนขึ้นในชั่วพริบตา... 

 

“รู้สึกหรือไม่?!” ชายชรา เอ่ยถาม 

 

ซุน พยักหน้าตอบรับ... 

 

“จงจดจำไว้ นี่คือรูปแบบการแผ่พลังลมปราณจากร่าง มันจะเสริมส่งร่างกายของเจ้าให้ถึงขีดสุด ตามแต่ความแข็งแกร่งของลมปราณที่ฝึกฝน... เหล่าซือ ได้เปิดจุดชีพจรของเจ้าทั้งหมดแล้ว เพื่อให้ เส้นลมปราณ ในร่างเริ่มต้นกระบวนการทำงานของมันดุจดั่งท่อไหลเวียนขนานเคียงคู่ไปกับ เส้นโลหิต 

 

เวลานี้สิ่งที่เจ้าต้องทำ ก็คือการควบคุมพลังที่แผ่ล้นออกมาเหล่านั้น ให้เจ้าสามารถเปิดปิดจุดชีพจรได้อย่างอิสระ เพราะหากปล่อยให้มันเปิดไว้ตลอด พลังลมปราณของเจ้าจะหมดสิ้นลงจากบ่อพลังอันน้อยนิดในเวลานี้... สภาวะลมปราณเหือดแห้งนั้น มีผลกระทบต่อพลังชีวิตอย่างมหาศาลจงพึงระวังเรื่องนี้ไว้ให้ดี...” เหยาหมิง เค้นเสียงกล่าวขึ้น แน่นอนว่าชายชราคอยเฝ้าจับตาดูอยู่ตลอดเวลา หากเกิดอันตรายย่อมสามารถแก้ไข 

 

แต่แล้ว เหยาหมิง กลับต้องเป็นฝ่ายตกตะลึง!! เมื่อ ซุน ได้ทำการปิดจุดชีพจนแทบจะในทันทีที่สิ้นประโยค เป็นความเร็วในการเรียนรู้ตามสัญชาตญาณที่น่าตกใจยิ่ง... ชายชราเผยรอยยิ้ม เมื่อจดจ้องไปยังศิษย์สืบทอดของตน ชัดเจนถึงพรสวรรค์อันน่ากลัว... 

 

“หึหึ... ยอดเยี่ยมมาก หากเป็นคนธรรมดา การเปิดจุดชีพจรทั่วร่างในครั้งแรกเช่นนี้ จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือในการปิดจุดชีพจรกลับคืน... แต่เจ้ากลับทำมันได้ด้วยตนเองเพียงแค่รับฟังคำแนะนำเท่านั้น...” 

 

ซุน ใช้เวลาอีกไม่กี่อึดใจในการกลับสู่สภาวะปกติ 

ก่อนจะลืมตาขึ้นมาช้า ๆ สัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนขึ้นเล็กน้อย... 

 

“เหล่าซือ... หรือว่าตัวข้าในตอนนี้?!” 

 

เหยาหมิง พยักหน้าตอบรับเบา ๆ 

“อย่างที่เจ้าเข้าใจนั่นแหละ ทันทีที่ชีพจรในร่างเจ้าได้เปิดขึ้นและมีเส้นชีพจรทั่วร่างครบถ้วน เจ้าก็ได้บรรลุชนชั้นลมปราณสีม่วง ขั้นที่ 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว... นี่ถือเป็นขั้นแรกเริ่มของการฝึกฝนลมปราณ  

 

เจ้าน่าที่จะสัมผัสได้ถึงบ่อพลังในจุดชีพจรบริเวณท้องน้อยใต้สะดือ นั่นคือ [จุดตันเถียน] จงระวังชีพจรในจุดนี้ไว้ให้ดี หากจุดตันเถียนเกิดการรั่วไหล หรือถูกทำลาย นั่นคือจุดจบของ ผู้ฝึกฝนวิชาลมปราณ...” 

 

ซุน เคยอ่านตำรามาบ้างเช่นกัน จึงเข้าใจได้ในทันทีว่า จุดตันเถียน คือบ่อพลังลมปราณทั้งหมดของบุคคลหนึ่ง นับเป็นจุดชีพจรสำคัญที่ไม่ต่างจากจุดตายของเหล่าชาวยุทธผู้ใช้ลมปราณ... หากเสียหายหรือถูกทำลาย คนผู้นั้นจะสูญเสียพลังลมปราณที่เคยฝึกฝนมาไปจนหมด มิต่างอะไรกับคนพิการ... 

 

ชายชรา วางมือบนไหล่ของศิษย์ตนเองเบา ๆ 

“เวลานี้ เจ้าได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่อาจย้อนกลับแล้ว...” 

 

ซุน เผยดวงตาที่เปล่งประกายขึ้นทันที... 

ก่อนจะโขกศีรษะลงเบื้องหน้าชายชราอีกครั้ง... 

 

“ขอบพระคุณ เหล่าซือ ที่สอนสั่ง” 

 

ชายชรา เผยรอยยิ้มด้วยความปิติ... 

“พวกเรากลับกันเถอะ... เจ้า กังเฉิง ป่านนี้มันคงร้อนรนใจเสียเต็มประดา เจ้านั่นเป็นห่วงเจ้าไม่น้อยไปกว่าข้าเลย สมเป็นสหายรักกันจริง ๆ ด้านพรสวรรค์เจ้าเด็กนั่นก็นับว่าไม่เลว น่าเสียดายที่มันเกียจคร้านและดื้อรั้นไปบ้าง มิอย่างนั้น กังเฉิง มันคงนับเป็นผู้เยาว์อัจฉริยะคนหนึ่งใน มณฑลเฮย แห่งนี้ไปแล้ว...” 

 

ทั้งคู่ออกจากห้องลับแห่งนี้ โดย เหยาหมิง ไม่ได้แตะต้องสิ่งใดมากไปกว่า สุรา สองไหที่หยิบออกมาเพื่อรักษา ซุน... สายตาของ เหยาหมิง เต็มไปด้วยความเศร้าสลด เมื่อเห็นถึงวัตถุต่าง ๆ ภายในห้องลับนี้ ไม่อยากที่จะอยู่ด้านในยาวนานนัก... 

 

ซุน รู้สึกตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงขอวร่างกาย อดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตนเองในจิตสำนึก... 

‘รูปแบบของ พลังลมปราณ และการ ทรงร่าง แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หนึ่งเป็นรูปแบบพลังกาย สองเป็นรูปแบบพลังวิญญาณ นั่นแปลว่าข้าสามารถผสานทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันในการต่อสู้งั้นสินะ...’ 

 

ระหว่างที่เดินกลับไปยังสถานศึกษา... เหยาหมิง ได้ค่อย ๆ อธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนและหลักการโคจรลมปราณแบบคร่าว ๆ รวมไปถึงการบ่มเพาะที่จะช่วยยกระดับลมปราณให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งในช่วงแรก ๆ อาจจะทำได้รวดเร็ว แต่ยิ่งระดับชั้นลมปราณสูงขึ้น ก็จะยิ่งพบเจอกับกำแพงที่ต้องใช้พรสวรรค์และความพยายามในระดับสูงล้ำ เพื่อที่จะก้าวผ่านในแต่ละขั้น... 

 

ผู้ชราบางคนฝึกฝนลมปราณมาหลายสิบปี แต่กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้เยาว์ที่ฝึกฝนลมปราณเพียง 1-2 ปี ก็มิใช่เรื่องแปลก เนื่องด้วยพรสวรรค์และความพยายามของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่าง... 

 

“เหล่าซือ... เมื่อกลับไปถึงสถานศึกษา พวกเราจะเริ่มฝึกลมปราณกันต่อเลยใช่หรือไม่?!” ซุน กล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่มี... หากแต่ เหยาหมิง กลับยกกำปั้น เขกลงบนศีรษะเด็กหนุ่มถนัดมือ... 

 

“เจ้าเด็กบ้า!! การเร่งรีบฝึกฝนลมปราณไม่นับเป็นเรื่องดี ควรจะก้าวข้ามในทุก ๆ ระดับขั้นพลังอย่างมั่นคง ตัวเจ้าเพิ่งจะเปิดจุดชีพจร ควรพักฟื้นให้ตนเองคุ้นชินกับลมปราณในร่างเวลานี้เสียก่อน... เอาไว้คืนนี้ เหล่าซือ จะเคี่ยวกรำเจ้าทั้งคืน เพื่อให้พื้นฐานเจ้ามั่งคง...” ชายชรา เค้นเสียงขึ้น 

 

“คืนนี้งั้นสินะ เหล่าซือ ท่านรับปากกับข้าแล้วนะ!!” 

 

“อืม...” เหยาหมิง รับปากเป็นมั่นเหมาะ 

 

.................................................. 

 

ณ สถานศึกษาศาสตร์อักษร... 

 

แน่นอนว่าเวลานี้ไม่มีเด็ก ๆ มาเล่าเรียน เพราะ กังเฉิง ได้แจ้งไปยังทุกคนที่มาตั้งแต่วันแรก... แต่สิ่งหนึ่งที่น่าตกใจก็คือ กังเฉิง ยังคงเฝ้ารออยู่เบื้องหน้าสถานศึกษามาตลอด 2 วัน ยังไม่ยอมกลับไปที่เรือนของตนเอง แม้จะมีสาวใช้จากที่เรือนมาตามกลับ เด็กหนุ่มก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งหมดเพราะความเป็นห่วงที่มีต่อสหาย... 

 

ดังนั้นเมื่อ กังเฉิง เห็น ซุน และ เหล่าซือ ก้าวเดินออกมาจากป่าด้านหลัง เด็กหนุ่มผู้นี้แทบจะหลั่งน้ำตาแห่งความปิติยินดี กระโจนวิ่งเข้ามาไม่รอช้า... 

“ซุน!! ปลอดภัยดีแล้วงั้นหรือ” 

 

“อืม... อันที่จริงก็เกือบตายไปแล้วเช่นกัน โชคดีที่ เหล่าซือ ได้ช่วยข้าไว้...” ซุน กล่าวพลางยิ้มแห้งออกมา ก่อนที่ กังเฉิง จะเริ่มมองเห็นออร่าเจือจาง ที่แผ่ล้นออกมาจากร่างของ ซุน ทำให้ กังเฉิง เบิกตากว้างเล็กน้อย 

 

“นี่เจ้าเปิดจุดชีพจรแล้วงั้นหรือ... ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! แบบนี้ก็เป็นคู่มือให้ข้าฝึกเพลงทวนได้แล้วสิ!!” กังเฉิง เปลี่ยนอารมณ์และใบหน้าจากที่เคยเศร้าสลดเป็นยิ้มเยาะ ผิดจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมกับอุปนิสัยเริงร่า ที่เด็กหนุ่มผู้นี้มีติดตัว 

 

เหล่าซือ ยกกำปั้นเขกลงบนศีรษะของ กังเฉิง เบา ๆ 

“เจ้านี่ก็อีกคน ใยจึงเร่งร้อนฝึกฝนกันนัก... ยังอีกหลายเดือนกว่าที่ ซุน จะสามารถเป็นคู่ฝึกซ้อมให้กับเจ้าได้... เจ้าเองก็ระวังไว้เถอะ!! หากยังเกียจคร้านไม่ฝึกฝนบ่มเพาะลมปราณเพิ่มเติม อีกไม่นานระวังจะถูก ซุน มันก้าวข้ามไป...” 

 

กังเฉิง เบ้ปากสูงทันที... 

“เป็นเช่นนั้นก็ดีสิ เหล่าซือ... หาก ซุน มันเก่งขึ้นกว่านี้ ข้าก็จะได้ไม่ต้องหวั่นเกรงผู้ใดยามมีเรื่องวิวาทในชุมชน!!” 

 

สองเด็กหนุ่ม หัวเราะออกมาพร้อมกันทันที... 

 

“พวกเจ้านี่มัน!!” ชายชรา แทบจะกุมขมับด้วยความเอือมระอา... 

 

ก่อนที่ ซุน จะเริ่มนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้... 

“จริงสิ!! ป่านนี้เศษซากอสรพิษที่พวกเราอุตส่าห์ลำบากชำแหละทั้งคืน มิเน่าเสียหมดแล้วหรือ!! รีบกลับไปจัดการขายมันก่อนจะเสียราคาจะดีกว่า... กังเฉิง ไปกันเถอะ!!” 

 

เมื่อนึกได้เช่นนั้น ทั้งคู่ก็เริ่มกลับมาร่าเริงอีกครั้ง... 

 

“เหล่าซือ... อย่าลืมนัดหมายของเราคืนนี้นะ!! ข้าจะรีบคุ้นชินกับลมปราณในร่าง ภายในหนึ่งวัน!!” ซุน กล่าวย้ำอีกครั้ง เฝ้ารอให้ถึงคืนนี้อย่างใจจดใจจ่อ 

 

ชายชรา หัวเราะ หึหึ ในลำคอ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ... สองเด็กหนุ่ม จึงรีบมุ่งหน้าสู่ชายหาด ที่แอบซ่อนซากร่างของ อสรพิษทะเล ทั้งสองตนเอาไว้... 

 

หากกล่าวว่า ซุน แสดงความตื่นเต้นออกมาชัดเจนนั้น... แน่นอนว่าตัวของ เหยาหมิง ก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่ากัน เพียงแต่ต้องควบคุมอากัปกิริยาให้สมช่วงวัยเท่านั้น เพราะตัวของ เหยาหมิง เอง ก็ไม่เคยรับใครเป็นศิษย์สืบทอดมาก่อน มีเพียงแค่ตนเองและภรรยาเท่านั้นเมื่อครั้งอดีต... 

 

“ช่วยไม่ได้... คงต้องจัดเตรียมตำราพื้นฐานลมปราณให้เจ้าเด็กนั่นแล้ว...”  

 

เนื่องด้วยสถานศึกษาแห่งนี้ ห่างจากเขตชุมชนหมู่บ้านทั้ง 7 ค่อนข้างมาก ติดกับแนวป่าทึบที่ไม่มีผู้ใดสัญจรเข้าไป ดังนั้นเมื่อไม่มีเหล่าผู้เยาว์มาร่ำเรียน จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบเชียบ... ในขณะที่ เหยาหมิง กำลังเลือกสรรตำราอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ก็มี มีดบิน ที่ห่อหุ้มพลังลมปราณอันมหาศาลพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง!! 

 

หากเป็นมีดบินทั่วไป เหยาหมิง ยังพอที่จะแสร้งกลบเกลือน หลบเลี่ยงให้คมมีดปาดเฉือนจุดที่ไม่อันตรายมากนักบนร่างกาย แกล้งได้รับบาดเจ็บเพื่อปกปิดพลังฝีมือได้... แต่น่าเสียดายที่ มีดบิน เล่มนี้เปี่ยมไปด้วยพลังลมปราณอันมหาศาลที่ห่อหุ้มไว้ ถึงจะมีขนาดใบมีดยาวเพียงคืบเดียว แต่มันยังสามารถทำลายศิลาขนาดใหญ่ให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้อย่างง่ายดาย  

 

ชัดเจนว่ามีดเล่มนี้ ต้องการเอาชีวิตของ เหยาหมิง!! 

 

เมื่อจวนตัว ย่อมไม่อาจปิดบังพลังฝีมือต่อไปได้อีก... เหยาหมิง ระเบิดพลังลมปราณมหาศาลออกมา จำต้องใช้ถึงสองมือเข้าประกบเพื่อหยุด มีดบิน เล่มนี้เอาไว้ตรงหน้าตน!! 

 

ตูม!! 

 

แรงปะทะ ทำให้ เหยาหนิง ถอยร่นไปกว่าสามก้าว...  

ดวงตาของชายชราแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที... 

 

“มีดบินไร้เทียมทาน... เทพปรมาจารย์แห่งทวีปพยัคฆ์ขาว ลู่เหรินฮ่าว!! 

 

.................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว