เหมือนหมอก
email-icon facebook-icon

ขอบคุณกำลังใจดีๆและคอมเม้นท์ของทุกท่านนะคะ^_^

ตอนที่4 โทษทัณฑ์​100%

ชื่อตอน : ตอนที่4 โทษทัณฑ์​100%

คำค้น : นิยาย​ฮีโร​ติก, NC​25​+++, เมียมาเฟีย, แก้แค้น, เพลิง, น้ำหนาว

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 376

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 01:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 โทษทัณฑ์​100%
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่4 โทษทัณฑ์​100​% 

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น!!" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก​เมื่อเห็นภาพตรงหน้า 

"ไปตามไอ้เพลิงออกมาเดี๋ยว​นี้!!!" เสียงกัมปนาท​ดังขึ้นทำให้คนที่อยู่​ ณ​ ตรงนั้นกลัวจนตัวสั่น 

"เขาไม่อยู่หรอกค่ะ.. ถ้าคุณจะมาหาเขาก็รออีกวันสองวันก็แล้วกัน" ธารารินทร์​เอ่ยตอบแทนเพราะดูแล้วคงไม่มีใครกล้าทำเช่นนี้ 

"เธอเป็นใคร?"  

"ฉันจะเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ" 

"เดี๋ยว​นี้ไอ้เพลิงมันหน้าตัวเมีย​ถึงขนาดส่งนางบำเรอมาออกหน้าแทนเชียวเหรอ? "  

"ฉันไม่ใช่นางบำเรอของเขา" 

"จะเป็นอะไรก็แล้วแต่เธอ​ แต่ต้องไปลากคอไอ้เพลิงออกมาเดี๋ยว​นี้ไม่อย่างไอ้เด็กสองคนนี้ตาย!!" ชายหนุ่มหน้าตาค่อนดีแต่น้ำเสียงดูดุดันเหี้ยมโหด​จนน่ากลัวตวาดลั่นก่อนจะลากเด็กชายวัย​ประมาณ​สิบห้าถึงสิบหกปีออกมาพร้อมยกปืนขู่ซึ่งทำให้เด็กทั้งสองขวัญเสียจนตัวสั่นเทา 

"ก็บอกแล้วไงว่าเขาไม่อยู่.. แล้วเด็กสองคนนี้ไปทำอะไรให้คุณ? " 

"เด็กสองคนนี้เป็นลูกคนงานของที่นี่​ แต่บังอาจลักลอบเข้าไปในที่ของฉัน"  

"แค่นี้ต้องถึงขนาดจะฆ่าให้ตายเลยเหรอ..จิตใจทำด้วยอะไร?" 

"อย่าปากดี.. ถ้าไอ้เพลิงไม่ออกมาฉันจะยิงไอ้เด็กนี่ทิ้ง" 

"ก็บอกแล้วไงว่าเขาไม่อยู่.. แล้วก็ปล่อยตัวเด็กสองคนนั้นด้วยไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ"แม่นมบัวศรีเห็นว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่จึงยกโทรศัพท์​ขึ้นมาโทรหาอัคคีทันที 

"ยัยผู้หญิงคนนี้น่ารำคาญชะมัด.. พวกแกไปปิดปากมันทีซิ"ชายหนุ่มหันมาสั่งการลูกน้องแต่ยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวของธารารินทร์​หญิงสาวก็คว้าปืนของคนงานคนหนึ่งที่อยู่ใก​ล้ๆขึ้นมาพร้อมยกขึ้นเล็งไปทางพวกนั้น 

"ขืนเข้ามาฉันยิงทิ้งแน่.. เพราะพวกคุณถือว่าเป็นผู้บุกรุก"  

"หึ.. อวดเก่งเหลือเกินแม่คุณ​ยิงเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้"  

ปัง!!!  

ขาดคำกระสุนก็เฉี่ยวหมวกคนของเขาไปเส้นยาแดงผ่าแปด​ทำเอาพวกมันสะดุ้งโหยง​ 

"เป็นหรือไม่เป็นก็ดูเอาเอง"ธารารินทร์​ทำใจดีสู้​เสือเพราะเธอต้องปกป้องทุกคนที่ไม่มีทางสู้รวมถึงตัวเองด้วย 

"ทีนี้คุณก็ปล่อยตัวเด็กสองคนนั้นมาได้แล้วส่วนเรื่องที่พวกเขาลอบเข้าไปในที่ของคุณก็รอเคลียร์​กับเจ้าของไร่นี้เอาเองพวกคนงานและพวกฉันไม่เกี่ยว"  

แสงสุริยะ​จ้องหญิงสาวที่ยืนถือปืนเล็งมาที่เขาอย่างถือดี​ ไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้มาก่อน​ เธอคิดว่าเธอเป็นใครกันถึงได้ใจกล้าถึงขนาดนี้ 

"แค่ปืนกระบอกเดียวคิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวอย่างนั้นเหรอ? " 

"ถ้าคุณชอบที่จะรังแกคนไม่มีทางสู้และผู้หญิง​กับเด็ก ปืนกระบอกนี้ก็คงช่วยอะไรฉันไม่ได้มาก" แสงสุริยะ​กัดกรามแน่นเหมือนถูกด่าตราหน้าว่าหน้าตัวเมีย​ยังไงไม่รู้ 

"ฉันจะปล่อยไอ้เด็กสองคนนี้ก็ได้แต่ถ้าไอ้อัคคี​มันยังไม่ยอมมาเจอกับฉันตัวต่อตัว​ไร่นี้จะเหลือแต่ชื่อ" แสงสุริยะ​ผลักเด็กชายทั้งสองลงกับพื้นและพาพรรคพวกกลับออกไป​ ก่อนจะขึ้นรถเขายังหันกลับมามองธารารินทร์​อีกครั้งด้วยแววตาบางอย่างซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่ามันหมายความว่าอย่างไร 

 

"คุณเพลิงกำลังจะกลับมาค่ะ"แม่นมเอ่ยขึ้นยังอกสั่นขวัญแขวน​ไม่หายกับเหตุการณ์​เมื่อสักครู่ 

"ถ้าอย่างนั้นคุณ​นมช่วยบอกเขาให้ไปจัดการเรื่องเมื่อกี้ด้วยนะคะ"หญิงสาวเอ่ยก่อนจะส่งปืนคืนคนงานในไร่ซึ่งรับไปด้วยท่าทางสั่นๆเคยแต่พกขู่ไปวันๆไม่เคยไปยิงใครที่ไหนวันนี้หญิงสาวยิงประเดิม​กระสุนนัดแรกให้เสียแล้ว 

"คุณยิงปืนเป็นด้วยหรืิอคะ?" แม่นมเอ่ยถาม 

"ก็.. ก็ยิงไปมั่วๆนั่นแหละค่ะ"จะบอกได้ยังไงว่าเธอนี่แหละแชมป์​ยิงปืนตั้งแต่ยังเรียนอยู่ที่อเมริกา 

"โอ๊ยย!! ใจของฉันตกไปอยู่ตาตุ่ม​เลยรู้ไหมคะ​ ถ้าเกิดไปโดนใครขึ้นมาจะทำยังไงคะเนี่ย?" ธารารินทร์​ยิ้มแหย​ๆก่อนจะขอตัวเลี่ยงไปให้อาหารม้าต่อ 

 

 

กว่าอัคคีจะปลีกตัว​ออกมาจากธนากรณ์​ได้ก็เสียเวลาไปเป็นชั่วโมง​ ชายหนุ่มรีบขับรถคู่ใจมุ่งหน้าไปที่ไร่อรุณ​รักษ์​ทันทีโดยไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทอย่างธนากรณ์​ขับรถตามมาอยู่ห่างๆ​  

ท่าทางของอัคคีตอนรับโทรศัพท์​นั้นทำให้ธนากรณ์​สงสัยไม่น้อยเพราะไม่บ่อยครั้งที่เห็นอัคคีดูลุกลี้ลุกลน​อย่างน่าแปลกใจ​ แต่ไหนแต่ไร​อัคคีวางตัวนิ่งเฉย​และไม่แยแสกับอะไรง่ายๆยกเว้นเหตุการณ์​เมื่อครั้งนั้นตอนเสียผู้เป็นพี่สาวไปอย่างไม่มีวันกลับ​ แม้อัคคีจะไม่ได้ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังแต่ก็เสียศูนย์​ไม่เป็นอันทำอะไรไปพักใหญ่​  

 

คนที่ถูกสะกดรอยตามไม่ทันระวังตัวว่ามีใครขับรถตามมาหรือไม่​ เขากลับนึกถึงแต่คำพูดของแม่นมที่ว่าเจ้าของไร่แสงจันทร์​มาโวยวายเอาเรื่องที่ไร่ของเขาและธารารินทร์​ออกไปรับหน้า​แทน​ ยัยคุณ​หนูนั่นก็ขยันหาเรื่องไม่เกรงหน้าอินทร์​หน้า​พรหม​ถ้าไอ้หมอนั่นมันบ้าดีเดือดยิงทิ้งขึ้นมาจะทำอย่างไร​ คิดมาถึงตอนนี้แล้วอัคคีก็อยากจะทุบหัวเองนักนี่เขาเป็นห่วงยัยนั่นงั้นหรือ​ แต่คงไม่ใช่เป็นเพราะเขายังเอาคืนไม่สาสมใจต่างหากถ้าหล่อนเกิดตายขึ้นมาที่ผ่านมาก็ถือว่าเสียเปล่าน่ะสิ..  

 

เสียงล้อบดกับพื้นดังสนั่นตามมาด้วยเสียงปิดประตูรถจนคนที่อยู่บนบ้านไม้หลังใหญ่ต้องชะโงก​หน้าออกมาดูก่อนจะรีบกุลีกุจอ​ลงมาหาคนที่กำลังเดือดเป็นไฟอยู่ในขณะนี้ 

"พวกมันทำอะไรคนของเราหรือเปล่า?"  

"ไม่ค่ะ.. มีแต่ลูกคนงานสองคนที่ถูกพวกไร่โน้นจับมาส่งที่นี่มีรอยฟกช้ำนิดหน่อยค่ะ 

"ขนาดเด็กมันยังไม่เว้นงั้นเหรอ..ไอ้พวกบ้าเอ้ย!!แล้วยัยนั่นล่ะนม..ไปไหน?" 

"คงอยู่คอกม้านั่นแหละค่ะ"อัคคีได้ยินเช่นนั้นก็รีบเร่งไปที่ดังกล่าวทันที 

 

 

"มาทำอะไรที่นี่? "เสียงทุ้มที่เอ่ยมาจากทางด้านหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้งอย่างตกใจไม่คิดว่าเขาจะกลับมาเร็วขนาดนี้ 

"ให้อาหารม้าอยู่​ไม่เห็นเหรอ? " 

"อย่ามารวนนะ.. มันหน้าที่ของเธอหรือไงทำไมไม่ไปทำงานที่ฉันสั่ง" 

"ก็ทำเสร็จ​แล้วนี่"  

"อ๋อ.แสดงว่างานใหม่ที่ฉันสั่งให้ทำมันสบายไปใช่ไหม?" 

"นี่คุณ!!เวลานี่มันก็เย็นแล้วมันเป็นเวลาเลิกงานไม่ใช่เหรอ​ อีกอย่างฉันมาช่วยดูแลพวกมันไม่ดีหรือไง? " 

"ก็เห็นยังมีเวลาไปยืนเถียงคนไร่โน้นฉอดๆแถมทำเก่งยิงปืนขู่เสียด้วย"  

"ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่อยู่รับหน้าเองเสียล่ะ ปล่อยให้คนงานเขาขวัญเสียกันไปหมด"  

"ปากเก่งแบบนี้มันน่านัก.. "อัคคีพยายามระงับโทสะไม่เข้าไปบีบคอสวยๆนั่นให้หักคามือ​ มีอย่างที่ไหนมายืนเถียงเขาคอเป็นเอ็นโดยไม่มีสำนึกอะไรทั้งสิ้นว่าก่อเรื่องให้มันบานปลายเข้าไปอีก​ ไม่ใช่ขี้ขลาดไม่กล้าไปเจอหน้าเจ้าของไร่แสงจันทร์​แต่เขาไม่ชอบขี้หน้าพวกวางกล้ามเป็นนักเลงโตแบบคนพวกนั้น​ 

"กลับไปที่ห้องได้แล้ว..ทีหลังอย่าทำเป็นเก่งถือปืนไปยิงใส่ใครมั่วๆขืนลั่นไปโดนคนอื่นจะเดือดร้อน"ธารารินทร์​อยากจะตะโกนใส่หน้าเขาเหลือเกินว่าเธอยิงปืนแม่นแค่ไหนไม่ต้องกลัวว่าจะยิงมั่วๆอย่างที่เขากล่าวหาแต่ก็ต้องเลือกที่จะเงียบเพราะขืนเขารู้เรื่องของเธอไปมากกว่านี้จะไม่เป็นผลดีสำหรับเธอ​ อีกอย่างถ้าจะต้องยิงใครทิ้งจริงๆก็คงเป็นเขานั่นแหละไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก 

 

ธนากรณ์​เพ่งสายตามองไปที่ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปในบ้านไม้หลังใหญ่ของอัคคี​โดยที่เขาเห็นเพื่อนสนิทยืนมองร่างนั้นจนลับตาและหันมาสั่งอะไรบางอย่างกับคนงานในไร่สักพักเขาก็หยิบโทรศัพท์​มาโทรหาใครบางคน​ ธนากรณ์​กำพวงมาลัย​รถยนต์​ที่ตนเองนั่งอยู่จนแน่น​ ทำไมอัคคีถึงไม่บอกเขาว่ามีผู้หญิงมาอยู่ที่นี่ไม่น่าล่ะถึงมีท่าทางแปลกๆเวลาเขาเอ่ยถึงไร่แห่งนี้ 

 

อัคคีโทรตามคนของเขาที่ให้ไปคุมงานที่รีสอร์ท​ให้ตามมาเป็นกองกำลังเพราะเขากำลังจะไปเจรจากับทางไร่แสงจันทร์​ ครั้งนี้ฝ่ายทางเขาผิดก็จะรับผิดชอบให้​ แต่ถ้าไร่นั้นตุกติกเขาเข้าไปก็ถือว่าเสี่ยงพอสมควร​ อัคคีมีเส้นสายอยู่หลายพื้นที่และเป็นธุรกิจของครอบครัว​เขาเกือบทั้งหมดแต่ตอนนี้เหลือเขาเพียงคนเดียวที่ต้องดูแลเพราะฉะนั้น​การที่มีคู่แข่งไม่ถือว่าแปลกเลยสักนิดรวมถึงไร่แสงจันทร์​ด้วย 

 

 

"นึกว่าจะเก่งแต่หลบอยู่ใต้กระโปรง​ผู้หญิงเสีย​อีก" เพียงประโยคแรกก็ทำเอาอัคคีต้องกำหมัดแน่น 

"แล้วพวกที่ชอบเอาเด็กมาขู่หาเรื่องคนอื่นล่ะเรียกว่าอะไร?"  

"ไอ้เพลิง!!" แสงสุริยะ​ตวาดลั่นจ้องคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างดุดัน 

"จะเอายังไงก็ว่ามา.. พื้นดินที่ไร่สึกหรอไปเท่าไหร่? " 

"กูไม่ได้อยากได้เงินเน่าๆของมึงหรอก"  

"แล้วจะเอายังไง?"  

"ตอนแรกกูก็แค่อยากสั่งสอนคนในไร่มึงว่าอย่าสะเออะ​มาเหยียบพื้นดินที่ไร่กู.. แต่ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว"  

"อย่ามาเล่นลิ้น.. เสียเวลา". 

"เวลาไปเดินกร่างอวดศักดา​ของมึงน่ะเหรอ.. โธ่.. ไอ้มาเฟียขี้อวดถ้าไม่ได้สมบัติ​พ่อมึงก็หมาดีๆนี่ล่ะวะ"  

"กูไม่เคยอวด... ถ้ากูหมามึงก็หมา" 

"ไอ้... " 

"อย่าคิดว่ามึงจะเห่าใส่กูและกูจะเฉย.. มึงจะเอายังไงก็รีบพูดมาแล้วต่างคนต่างไป" 

"กูจะเอาผู้หญิงของมึง"...  

 

 

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁 

เอาแล้วไงเฮียเพลิงอยู่ๆก็มีคนมาขอผู้หญิง​ของเฮียเสียอย่าง​นั้น แล้วผู้หญิง​ที่ว่าเป็นใครกันล่ะเนี่ย​ คงเดากันออกใช่ไหมเอ่ย(ฝากกดไลค์​กดเม้นท์​เป็นกำ​ลังใจให้ไรท์​ด้วยนะคะ)​ 

ความคิดเห็น