email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่หนึ่ง อย่าคาดหวังกับคนแปลกหน้า

ชื่อตอน : บทเรียนที่หนึ่ง อย่าคาดหวังกับคนแปลกหน้า

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2563 21:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่หนึ่ง อย่าคาดหวังกับคนแปลกหน้า
แบบอักษร

บทเรียนที่หนึ่ง 

อย่าคาดหวังกับคนแปลกหน้า 

[Music Yotin]  

 

 

แก๊ก... 

 

สองเท้าก้าวเดินย่องเข้าห้องด้วยเสียงแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ช่วงสาย ๆ แบบนี้ไอ้หินมันน่าจะยังไม่ตื่นดีแถมเมื่อคืนไม่กลับหอพักยังลืมโทรบอกมันอีกไม่รู้ว่ามันจะโกรธผมรึเปล่าหันไปมองที่เตียงไอ้หินอย่างเร็วรี่…ฉิบหาย! ว่างเปล่า! มองไปรอบ ๆ ก็พบเงาตะคุ่มที่มุมห้องจ้องมองส่งรังสีอำมหิตมาทางผม 

 

เฮือก! 

 

“ไอ้เพลงกูเกือบจะแจ้งความตามหาคนหายแล้วนะ” น้ำเสียงติดงอนยังคงบ่นพึมพำออกมาไม่ขาดจะว่ากันตามจริงผมก็ผิดเองนั่นล่ะที่ย้ายเข้ามากรุงเทพคืนแรกก็ปล่อยให้ไอ้หินต้องนอนอยู่คนเดียวแบบนี้ รีบสาวเท้าเข้าหาเพื่อนสนิทที่ยังนั่งหน้าบูดหน้าบึ้งในทันที 

 

“เฮ้ย กูขอโทษนะ เมื่อคืนกูเมามากแถมจะกลับมาหอก็กลัวจะเข้าไม่ได้ด้วยก็เลยต้องเปิดโรงแรมข้างนอกนอน” คลุกเข่าสองมือโอบกอดมันนิดนึง ผมกับไอ้หินเราสองคนนอนกอดนอนก่ายกันจนเป็นเรื่องปกติแล้วครับ ยิ่งเวลาที่ไปนอนที่ค่ายมวยคุณยายไอ้หินมันเป็นคนติดการถูกกอดมากถ้าไม่มีคนกอดมันนอนมันแทบจะนอนไม่หลับเลย 

 

“ทีหลังมึงจะไม่กลับก็หัดโทรหรือไลน์มาบอกกูบ้างดิไม่ใช่หายหัวไปเลยอย่างนี้ มึงรู้ไหมว่ากูลงไปขอร้องพี่ยามหน้าตึกให้รอมึงยันตีสองเลยนะโทรไปมึงก็ปิดเครื่องอีก” เห็นตามันแดง ๆ แล้วสงสารอะห่วงผมซะยิ่งกว่าเมียอีก ถือว่าเป็นวาสนาอย่างหนึ่งในชีวิตเลยที่มีเพื่อนดี ๆ แบบนี้ 

 

“เออ ๆ กูผิดเองแหละเอาเป็นว่าวันนี้เดี๋ยวกูจะพามึงไปเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมเองหิน” ไอ้หินมันกะพริบตาปิ๊ง ๆ เลยคราวนี้ขอให้เอาของกินมาล่อเถอะไอ้นี่มันให้อภัยได้เกือบทุกเรื่องแหละยกเว้นเรื่องเดียวที่ห้ามพูดสะกิดใจมันเด็ดขาด...รักแรกและรักเดียวในค่ายมวยของมันนั่นล่ะ 

 

พูดจบไอ้หินมันก็ดีดตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งหอบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไปอย่างเร็วรี่โดยไม่ปฏิเสธสักคำ ที่จริงสำหรับมันแล้วผมก็เลี้ยงข้าวมันเกือบทุกมื้ออยู่แล้วล่ะนะก็อย่างที่บอกแหละรักมันเหมือนน้องคนหนึ่ง ยิ่งพ่อแม่ผมยิ่งรักมันใหญ่เลยเพราะมันเป็นคนขยัน อดทน ที่สำคัญเอาใจผู้ใหญ่เก่งเวอร์จนแม่ผมเองยังแอบส่งเงินมาเพิ่มเอาไว้เลี้ยงข้าวไอ้หินเลยด้วย 

 

ผมเริ่มประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างถี่ถ้วนทั้งที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่เด็กยันโตผมไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนไหนเกินกว่าคำว่าเพื่อนเลยแต่กับเด็กคนนั้นเขากลับดึงดูดความสนใจผมได้อย่างน่าประหลาด 

 

...อยากจะเจอเขาอีก 

 

นั่นคงเป็นความรู้สึกที่ผมมีในตอนนี้ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร ติดใจ? สนใจ? ผมเองก็ตอบตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน 

 

ผมกับไอ้หินเราทั้งคู่ออกมาหาอะไรกินกันที่ห้างแถวหน้ามหา’ลัยช่วงนี้ห้างสรรพสินค้าแถวนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษอาจจะเป็นเพราะเด็กนักศึกษาเริ่มทยอยย้ายเข้ามาอยู่หอพักกันแล้วก็ได้ไอ้หินมันดูค่อนข้างตื่นเต้นกับการได้ออกมาเดินเที่ยวทุกครั้งเลยสิน่าก็อย่างว่าแหละครับจังหวัดอุตรดิตถ์เมืองแสนสงบบ้านเกิดของพวกผมมันไม่มีห้างใหญ่โตของกินเยอะแยะเหมือนในกรุงเทพหรอกอย่างมากก็แค่ห้างสรรพสินค้าฟรายเดย์ โลตัส ศรีพงษ์พาร์ค แถมของกินก็คล้าย ๆ กันหมดไก่ทอด พิซซ่า สุกี้ แต่ที่นี่ดันมีของล่อตาล่อใจไอ้หินเยอะไงยิ่งพวกร้านที่เป็นพวกขนมเค้ก แพนเค้ก ไอศกรีมแบบของญี่ปุ่นเนี่ยมันยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ 

 

ยืนมองมันเกาะกระจกแล้วแนบหน้าผากจ้องเข้าไปในร้านแล้วก็อดขำไม่ได้ 

 

“พะ...เพลงกูอยากกินอันนี้” ไอ้หินมันเอียงคอสี่สิบห้าองศากะพริบตาปริบ ๆ ชี้ไปที่รูปแพนเค้กซูเฟลเนื้อหนานุ่มฟูดูน่ากินเวอร์มาก 

 

ดูออกแหละว่ามันตอแหลแต่ก็อดที่จะตามใจมันไม่ได้อยู่ดี...เฮ้อเซ็ง! 

 

ในที่สุดมันก็ลากทั้งตัวและวิญญาณผมเข้ามานั่งในร้านจนได้เพียงแค่มันเริ่มหยิบเมนูขึ้นมากวาดตามองเท่านั้นแหละไอ้หินมันเบะปากทำท่าจะร้องไห้ออกมาเลย 

 

แผนสูง! กูดูออกครับ 

 

“อยากกินอะไรก็สั่งมาเถอะน่าไม่ต้องทำเป็นเล่นละครเลยมึงอะ เมื่อวานก็เพิ่งแดกแพนเค้กกับนมหนองโพไปตั้งหลายถุงไม่เบื่อบ้างรึไงวะ” 

 

“ไม่เบื่อ! กินแล้วอารมณ์ดี” มันพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจที่ได้ไถเงินในกระเป๋าตังเพื่อนได้ทุกวัน 

 

“พี่ครับสั่งขนมหน่อยครับ” ไอ้หินมันหันไปเรียกพนักงานสาวที่ยังวุ่นวายกับการเก็บโต๊ะตรงหน้า 

 

“เอาแพนเค้กแบบในรูปหน้าร้านอะครับแล้วช่วยออนท็อปไอ้ที่ขาว ๆ เยิ้ม ๆ แบบนี้ด้วยนะครับ” ไอ้หินมันจิ้มนิ้วไปที่ครีมชีสคำพูดของมันทำให้ผมหูอื้อไปหมดนึกถึงเรื่องเมื่อคืนวานในทันทีตอนที่ถูกเด็กหนุ่มคนนั้นขึ้นมาออนท็อปอยู่กลางลำตัว สายตากดต่ำที่มองมีที่ผมนั้นมันโคตรสะกดผมเลยแค่นึกหน้าเด็กคนนั้นก็ทำให้อะไร ๆ ที่ซุกอยู่ในกางเกงยีนส์ต้องผงาดออกมาแบบเก็บอาการไม่อยู่ 

 

อูย...ปวด...ตุบ ๆ เลยตอนนี้ 

 

สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นึกถึงบทสวดทั้งปวงเพื่อให้น้องชายสงบลงอย่างเร็วรี่ 

 

“เพลง” ... 

 

“ไอ้เพลง!” 

 

“หะ ว่าไงมีอะไรเหรอ?” หินมันขมวดคิ้วมองมาที่หน้าผม 

 

“กูถามว่ามึงจะเอาอะไร พี่เขารอจดออร์เดอร์อยู่นะ” 

 

“งั้นเอาเป็นเอสเปรสโซร้อนดับเบิ้ลช็อตก็ได้ แล้วเดี๋ยวกูแจมแพนเค้กของมึงหน่อยนึงละกัน” ไอ้หินมันยื่นเมนูคืนพนักงานก่อนที่จะหันมามองผมอีกครั้ง 

 

“มึงโอเครึเปล่าเพลงหรือว่ายังแฮ้งอยู่?” 

 

“เปล่าหรอกน่ากูสบายดี ว่าแต่มึงเหอะหายโกรธกูรึยังที่เมื่อวานไม่ได้กลับห้องน่ะ” 

 

“ไม่ได้โกรธสักหน่อยมึงจะไปไหนไปทำอะไรก็เรื่องของมึงสิแต่อย่างน้อยทีหลังก็หัดโทรมาบอกหน่อยเถอะนะ กูเป็นห่วง” ถึงได้บอกไปไงครับว่าไอ้หินมันน่ารักคนแบบมันเนี่ยถือว่าเป็นแรร์ไอเทมที่หาไม่ได้อีกแล้วล่ะแต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างเดียวคือดูท่าว่ามันคงจะตายไปพร้อมกับรักแรกของมันนี่แหละ ไม่รู้ว่าชาตินี้มันจะมีโอกาสได้เปิดบริสุทธิ์เหมือนกับคนอื่นรึเปล่า 

 

“เออ น่ารักฉิบหาย!” ผมเอื้อมมือไปขยี้หัวมันอย่างเอ็นดู 

 

แพนเค้กซูเฟลพร้อมกับเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าและก็เป็นตามคาดมันรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายในทันทีเรียกว่าทั้งเมมโมรี่ในมือถือมันเนี่ยแทบจะเป็นรูปของกินหรือไม่ก็วิวแปลก ๆ ที่มันไม่เคยไปนั่นแหละ 

 

ผมหยิบกาแฟขึ้นมาจิบมองไปด้านนอกร้านที่มีเพียงกระจกใสกั้นอยู่เพื่อดูบรรยายกาศของผู้คนที่เดินผ่านไปมาและนั่นทำให้ผมต้องสำลักออกมาในทันที 

 

“แค่ก แค่ก” ชายแปลกหน้าคนที่ผมเจอเมื่อคืนเขาเดินผ่านหน้าร้านมาพร้อมกับหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่งและสาบานได้เลยว่าผมเห็นว่าเขาเองก็ปรายตามองมาที่ผมแล้วด้วยเหมือนกัน 

 

“เฮ้ย เพลงมึงเป็นอะไรวะ?” ไอ้หินมันหยิบทิชชูมาเช็ดที่มือกับเสื้อที่เลอะไปด้วยคราบกาแฟ 

 

“หินเดี๋ยวกูไปห้องน้ำก่อนนะ” ไอ้หินมันพยักหน้าให้ทีหนึ่งจากนั้นผมก็รีบจ้ำเดินออกมานอกร้านอย่างรวดเร็ว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่พริบตาเดียวผมจะคลาดกับสองคนนั้นไปซะแล้ว เดินวนหาอยู่นานก็ไม่เจอจนต้องตัดใจไปล้างเสื้อในห้องน้ำก่อน 

 

“เลอะหมดเลย บ้าชะมัด” ผมพึมพำออกมาอย่างหัวเสียดึงเสื้อยืดสีขาวออกจากลำตัวแล้วเปิดก๊อกน้ำขยี้คราบกาแฟในทันทียิ่งขยี้ก็ยิ่งเป็นดวงใหญ่ขึ้นไปอีก 

 

หมับ... 

 

มือขาวสอดเข้ามากุมมือผมที่กำลังหงุดหงิดกับผ้าในมือแล้วดึงเสื้อไป ผมหันมองคนด้านข้างที่กำลังยกเสื้อขึ้นมาดูบังหน้าไว้จนไม่รู้ว่าเป็นใครแล้วเอื้อมมือกระชากเสื้อตัวนั้นกลับคืนมา ใบหน้าของชายหนุ่มคนเมื่อคืนมองมาที่ผมแบบคาดเดาสีหน้าไม่ออก 

 

“มึงนี่โง่จังต้องขยี้ด้วยน้ำสบู่สิ” เขาดึงเสื้อที่อยู่ในมือผมไปอีกครั้งแล้วหันไปกดสบู่เหลวมาป้ายที่คราบกาแฟแล้วขยี้ช้า ๆ ตอนนี้ผมตัวแข็งทื่อไปหมดได้แต่มองดูเขา 

 

ชายแปลกหน้าที่อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็หายไปเสียดื้อ ๆ 

 

“นะ...นี่นาย...” ปากมันแข็งไปหมดไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรดียิ่งคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยิ่งทำให้ปากหนักเข้าไปใหญ่ได้แต่เอื้อมมือไปจับมือเขา 

 

แอ๊ด! 

 

“เฮ้ย! พรายมึงเสร็จรึยังวะ” ชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้ามาเรียกเด็กหนุ่มคนนี้ เขาชื่อพรายเหรอ? สายตาของคนที่เพิ่งเดินเข้ามามองมาที่ผมแปลก ๆ ก็แน่ล่ะตอนนี้ผมเปลือยทอนบนอยู่นี่นะแถมยังกำลังกุมมือของคนที่ชื่อพรายอยู่อีกต่างหาก 

 

“มึงรู้จักไอ้หมอนี่เหรอวะพราย” ผมรีบดึงเสื้อกลับมาในทันที 

 

“ก็แค่คนแปลกหน้าเท่านั้นแหละป้อง ไปกันเถอะหนังกำลังจะฉายแล้ว” เขาเดินผ่านหน้าผมไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยระหว่างเรา ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผมด้วยซ้ำเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมรู้สึกเหมือนกับคนไร้ค่าไร้ตัวตน 

 

ผมลูบมือไปตามรอยจางบนผ้าตอนนี้มันเลือนรางจากแทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว ไม่ต่างกับเขาที่ทำเหมือนกับไม่รู้จักผมอีกแล้ว 

 

เดินกลับมาที่ร้านขนมเห็นไอ้หินมันนั่งเล่นมือถือรอแล้วก็รู้สึกผิดเหมือนกันแฮะ ปล่อยให้เพื่อนสนิทต้องอยู่คนเดียวในขณะที่ตัวเองบ้าบอวิ่งตามคนที่เหมือนกับผี... 

 

ไม่สิต้องเรียกว่า...ผีพราย จริง ๆ แล้วสินะก็เขาน่ะทั้งขโมยร่างกายแล้วยังน่าจะขโมยหัวใจผมไปแล้วด้วย 

 

 

วันแรกของการเปิดภาคเรียน 

 

ชีวิตของการเปิดภาคเรียนวันแรกมันไม่ต่างอะไรกับการขึ้นมอปลายเลย เพื่อนใหม่ ๆ กับอาจารย์ที่ต่างแวะเวียนเข้ามาแนะนำ course syllabus (แผนการเรียนในวิชา) เอาที่จริงปีหนึ่งภาคคอมมันแทบจะต้องเรียนพวกวิชาพื้นฐานตอนมอปลายเกือบทั้งหมดนั่นแหละ จำพวกพื้นฐานการคำนวณแบบแคลคูลัส ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎทางฟิสิกส์ ทักษะพื้นฐานของภาษาอังกฤษ ความรู้พื้นฐานทางด้านการเขียนโปรแกรมความคิดเชิงตรรกะหรือแม้แต่การเขียนแบบด้วยมือและด้วยโปรแกรม 

 

ภาคคอมที่ผมเรียนนั้นมีผู้หญิงเรียนเยอะจนน่าแปลกใจเลยครับ เคยคิดมาตลอดว่าเด็กวิศวะส่วนใหญ่จะมีแต่พวกเด็กผู้ชายเถื่อน ๆ แมน ๆ แต่มันไม่ใช่เลยสักนิดผู้หญิงกับผู้ชายนี่แทบจะครึ่ง ๆ เลยแถมผู้ชายบางคนก็ออกสาวเชียวแต่ผมกลับชอบนะครับเวลาได้อยู่ใกล้เพื่อนแบบนี้แล้วมันเฮฮาดี 

 

ตอนนี้กลุ่มผมค่อนข้างใหญ่ทีเดียวเพราะตั้งแต่ชั่วโมงแรกก็โดนให้จับกลุ่มทำงานเขียนแบบด้วยกันแล้วผมเลยมีเพื่อนใหม่เพิ่มเข้ามาอีกหกคนที่ไม่น่าจะเข้ากันได้แม้แต่นิดเดียว 

 

เพชรกับก้อยคู่รักมาราธอนที่คบกันตั้งแต่มอหนึ่งประดุจผลฝรั่งกับแมลงวันทองสองคนนี้มันอยู่ด้วยกันจนรู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วครับด่ากันได้ตั้งแต่วินาทีแรกยันจบคราส รักกันด้วยลำแข้งและฝ่าเท้าตบตีสลับกับจู๋จี๋ อย่างมิมีสิ่งใดขวางกั้น 

 

วิวสาวสุดห้าวผู้ทาปากแดงยิ่งกว่าแดกเลือดสดมา ทอมบอยขั้นสุดแต่กลับพูดคะพูดขา วาจาสุภาพประหนึ่งกุลสตรีหลุดยุคจากสมัยอยุธยาโน้นที่สำคัญวาจาคารมคมคายในการจีบหญิงเนี่ยต้องกราบคารวะเลย ตะล่อมเก่งมาก 

 

พุฒหนุ่มผิวแทนมาดเข้มถึงจะตัวเตี้ยกว่าผมนิดหน่อยก็เถอะแต่พอยิ้มออกมาแต่ละทีเนี่ยสาว ๆ ถึงขั้นมองกันแบบเหลียวหลังเลยทีเดียว เสน่ห์แบบไทยแท้ที่หาได้ยากยิ่งในสมัยนี้เลยก็ว่าได้ที่สำคัญคือมันโสดสนิท ไม่ว่าใครจะมองมามันก็แค่ยิ้มให้แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่านั้น 

 

กราฟิกชายคนเดียวที่สูงพอ ๆ กับผมในภาคนี้หน้าตาแบบตี๋กวนตีนแถมยังพกความมั่นหน้ามั่นโหนกมาอย่างเต็มเปี่ยม จีบไปทั่ว แซวไปทั่ว ผมว่าชีวิตมันดูแล้วไม่น่าจะยืนยาวสักเท่าไหร่น่าจะถูกกระทืบตายคาตีนซะก่อนเรียนจบนั่นล่ะ 

 

ออดี้หนุ่มหล่อหน้าใสลูกครึ่งเดนมาร์กผู้เปิดเผยว่าเป็นเกย์ทั้งแท่งแบบแอ๊บไม่อยู่อีกแล้ว มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งแบ๊วได้ตลอดเวลามันเล่าให้พวกผมฟังว่าต่ออยู่มัธยมต้องแสร้งทำตัวเป็นแมนมาตลอดแต่พอพ่อแม่จับได้ว่ามันดูหนังโป๊ผู้ชายกับผู้ชายก็ถูกพาไปพบจิตแพทย์ ไป ๆ มา ๆ มันก็เลิกแอ๊บแมนหันมาเปิดเผลอตัวตนที่แท้จริงจนพ่อแม่มันนั่นแหละที่ต้องไปปรึกษาจิตแพทย์แทน 

 

พวกมันทั้งหกคนมีพื้นเพเป็นคนกรุงเทพเลยไม่มีใครที่คิดอยากจะออกมาอยู่หอกันเลยสักคนหลังจากจบการแนะนำคอร์สเรียนในคลาสที่สองพวกรุ่นพี่วิศวะมันก็พากันเดินกรูเข้ามาในห้อง 

 

“น้องครับมหาวิทยาลัยของเราไม่อนุญาตให้มีระบบ SOTUS ดังนั้นไม่ต้องกลัวนะครับว่าพวกพี่จะมาว้ากน้อง ๆ” รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งมันกล่าวขึ้นมา 

 

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากมหา’ลัยของเราจะมีพี่รหัสมอแล้วก็ยังมีพี่รหัสคณะด้วยซึ่งในวันนี้จากจำนวนน้อง ๆ ทั้งหมดในทุกภาครวมกันมีทั้งสิ้น 752 คน ซึ่งเพียงพอต่อการได้พี่รหัสแน่นอน ในกล่องที่พวกพี่ถือกันมาวันนี้จะมีหมายเลขของพี่รหัสของน้องอยู่ในนั้น” ว่าจบพวกรุ่นพี่มันก็เดินยื่นกล่องมาให้ล้วงทีละคน 

 

ผมกับไอ้พุฒหยิบฉลากขึ้นมาใบหนึ่งมันเป็นสีทองแวววาวเชียว ในขณะที่ วิว กราฟิก ก้อย มันได้สีแดง ส่วนไอ้เพชรกับออดี้มันดันได้สีฟ้า 

 

“เอาละครับพวกน้องมีเวลาแค่ในวันนี้ที่จะตามหาพี่รหัสของตัวเอง พี่รหัสของน้องทุกคนจะอยู่ที่ทุกซอกทุกมุมภายในคณะ โดยจะแขวนป้ายรหัสไว้ที่คอถ้าน้องอยากจะรู้ว่าพี่เขามีรหัสอะไรน้องอาจจะต้องทำตามเงื่อนไขบางอย่างที่พี่เขาเสนอเท่านั้นและเพื่อให้ง่ายขึ้นในการตามหาตัว ฉลากที่เป็นสีแดงคือพี่รหัสที่เป็นผู้หญิง” เสียงเฮ วี้ดวิ้วดังขึ้นจากปากพวกตัวผู้ที่จับฉลากได้สีแดงในทันที 

 

“เอาล่ะ ๆ คราวนี้สีฟ้าคือพี่รหัสที่เป็นผู้ชาย” คราวนี้เสียงกรีดร้องดังลั่นเลยครับโดยเฉพาะไอ้ออดี้ที่ลุกขึ้นมาโยกบั้นเอวอย่างน่าเวทนา 

 

...อุบาทว์! 

 

“ส่วนอันสีทองลองเดาดูสิว่าคืออะไร” เพียงแต่พี่มันเอ่ยถามก็มีมาหมดเลยทั้งตุ๊ด กะเทย ทอม เกย์และสารพัดที่พวกมันจะนึกกันออก 

 

“ผิดหมดนั่นแหละ” รุ่นพี่มันกระตุกยิ้มมองมาที่ผม ไอ้วุฒและผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่อีกกลุ่ม 

 

“ฉลากสีทองคือรุ่นพี่รหัสตัวท๊อปของคณะ ไม่ว่าจะเป็นดาวเดือน ดารา นายแบบนางแบบ นักกีฬามหา’ลัยเรียกง่าย ๆ ว่าตัดคนธรรมดาทิ้งไปได้เลยและรุ่นพี่พวกนี้มักจะอยู่ในที่ที่คาดไม่ถึงและเงื่อนไขในการขอดูป้ายก็โหดมากดังนั้นขอให้โชคดีนะน้อง” สองสาวที่อยู่กลุ่มข้าง ๆ ถึงขั้นกรีดร้องจนแก้วหูแทบดับ 

 

“อ้อพี่ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะครับว่ายังไงก็พยายามหาพี่รหัสของตัวเองให้เจอดีกว่านะเพราะพี่รหัสจะต้องปกป้องน้องในทุกกรณีเรียกว่าน้องทำอะไรผิดพี่รหัสก็จะรับโทษไปกึ่งหนึ่งด้วย เอาล่ะครับในเมื่อพวกน้องเข้าใจกติกาแล้วและพวกพี่ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ทุกท่านวันนี้จะไม่มีการเรียนการสอนดังนั้นใช้เวลากับรุ่นพี่อย่างมีความสุขเถอะนะ” กลุ่มรุ่นพี่มันหยิบป้ายห้อยคอสีฟ้าขึ้นมาแขวนไว้โดยพลิกเลขรหัสซ่อนเอาไว้ด้านในพร้อมกับโบกมือลาเดินออกจากห้องไป 

 

“ไอ้พุฒมึงเอามาแลกกับกูเลย” ออดี้มันหมายจะไปแย่งฉลากสีทองในมือไอ้พุฒครับแต่หมอนี่มันไว้เป็นลิงเลยรีบดีดตัวแล้ววิ่งออกไปหลบหลังไอ้กราฟิกในทันที คราวนี้ออดี้มันหันมายิ้มให้ผมเลยครับ 

 

“ฉลากในมือมึงน่ะดีอยู่แล้วนะออดี้ การันตีว่าเป็นผู้ชายแน่นอนถ้ามึงแลกฉลากกับกูแล้วเกิดได้ดาวคณะหรือสาว ๆ คนอื่นแล้วมึงจะมาเสียใจทีหลังนะโว้ย” ออดี้มันถึงขั้นขมวดคิ้วคิดเลยครับตอนนี้สงสัยอยากได้พี่รหัสเป็นผู้ชายอย่างจัด ก็ไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าแค่มันเดินไปจีบตรง ๆ เลยน่าจะมีโอกาสมากกว่าซะอีก 

 

“เออว่ะ!” 

 

ว่าแล้วพวกผมก็เปิดฉลากออกมาดูว่าเป็นหมายเลขอะไร 

 

...00013... 

 

โอ้โห! ชีวิตเหมือนติดกรรมแม้แต่พี่รหัสกูก็ยังนัมเบอร์สิบสาม...สัดเอ๊ย! 

 

พวกเราทั้งหมดลงมาทานข้าวกันที่ใต้ตึกคณะวิศวะมองไปรอบ ๆ ตอนนี้ในโรงอาหารแม่งไม่ต่างกับขุมนรกเลยครับเมื่อมีเด็กในคณะหลายคนเริ่มทำการสืบหาพี่รหัสของตัวเองกันอย่างจริงจัง ไอ้พวกรุ่นพี่มันก็ไม่ยอมบอกง่าย ๆ ด้วยสิสั่งแกล้งให้พวกรุ่นน้องทำนู่นทำนี่ทั้งร้องทั้งเต้นกันดังลั่นไปหมด 

 

“เอาไงดีคะ พวกแกถ้าเราต้องโดนแบบนั้นมีหวังพังพินาศแน่ชีวิตนี้” วิวมันหันมาถามพวกผมสายตาเหมือนกับจะร้องไห้ออกมาเลย เหอะ! สาวทอมบอยแสนมั่นมันหายไปไหนหมดวะ 

 

“มึงน่ะยังดีนะวิวได้พี่รหัสเป็นผู้หญิงยังไงก็ไม่น่าจะแรงมาก ดูกูกับไอ้ออดี้นี่พี่รหัสผู้ชายแถมแม่งจงใจแกล้งรุ่นน้องสุด ๆ” เพชรมันชี้ไปที่รุ่นพี่สาวสองกลุ่มหนึ่งที่เริ่มหยิบเครื่องสำอางออกมาแต่งหน้าทาปากให้กับเหล่าน้อง ๆ แสนซวย 

 

“ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วไหมล่ะพวกมึง นอกจากแยกย้ายกันไปตามหาให้เจอเท่านั้นที่สำคัญแยกไปกันเป็นกลุ่มแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าจะต้องเข้าไปที่เดียวพร้อมกันซะเมื่อไหร่” ก้อยมันยิ้มกริ่มแบบมีแผนไว้แล้วในใจจนพวกผมต้องถามออกมาพร้อมกัน 

 

“ยังไงวะ!” 

 

“กู วิวกับไอ้กราฟได้สีแดงใช่ปะ ดังนั้นแน่นอนว่ารุ่นพี่เป็นผู้หญิงเราสามคนก็มาเป่ายิ้งฉุบแล้วส่งคนที่แพ้เข้าไปถามรหัสไง ถ้าโดนแกล้งก็โดนคนเดียวที่เหลือก็รอจดเลขเอาก็พอเข้าใจรึยัง” 

 

“เชี้ย! ...คบกับมึงมาตั้งหกปีกูเพิ่งเห็นมึงฉลาดวันนี้แหละก้อย” มึงจะพูดกับเมียตัวเองอย่างนี้ไม่ได้นะไอ้เพชรกูไม่อยากเห็นผัวเมียตีกันโว้ยยยย 

 

“ใช่! เพราะกูโง่นี่แหละถึงทบคบกับมึงมาได้ตั้งหลายปี” โฮล่กกกก ไม่ได้น้อยหน้ากันเลยพวกมึงสองคน 

 

“ว่าแต่มึงสองคนเถอะเพลง พุฒ มึงรู้เหรอวะว่ามีใครเป็นตัวท็อปของปีสองบ้าง” กราฟิกมันถามออกมาให้พวกผมได้แต่ส่ายหน้าแถมในโรงอาหารนี้ยังไม่เห็นมีใครมีป้ายสีทองเลยสักคน 

 

“ตอนนี้ที่กูรู้แน่นอนคือดาวกับเดือนคณะนั่นแหละเพราะฉะนั้นมึงอาจจะต้องตามหาสองคนนั้นให้เจอก่อนเลยแล้วก็ต้องลองไปดูในเพจคณะด้วยนะว่าปีที่แล้วใครได้เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมตของคณะ ส่วนพวกนักกีฬาเนี่ยกูไม่รู้เลยว่ะ” แค่นี้ก็เป็นพระคุณอย่างสูงแล้วไอ้กราฟ! 

 

“ยังไงซะพวกพี่เขาก็ยังอยู่ในตึกนี้อยู่ดี แกก็ค่อย ๆ ไล่หาไปทีละชั้นละกันนะเพลง พุฒ” ว่าจบวิวมันก็ลุกเอาจานไปเก็บแล้วลากก้อยกับกราฟิกหายขึ้นตึกไป 

 

“งั้นพวกกูสองคนไปก่อนนะเอาเป็นว่าถ้ากูเจอพวกป้ายทองกูจะโทรบอกมึงละกัน” เพชรมันลากออดี้เดินไปหลังโรงอาหารที่มีกลุ่มรุ่นพี่ชายล้วนหลายกลุ่มนั่งกันอยู่ 

 

“เอาไงเพลงเหลือแค่มึงกับกูแล้วจะแยกกันหาหรือจะไปพร้อมกัน” 

 

“กูว่าไปพร้อมกันดีกว่าจำนวนพวกตัวท็อปมันไม่น่าจะมีเยอะมากแล้วที่สำคัญจะได้สลับกันเข้าไปด้วย” 

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้แล้วมึงจะเริ่มจากภาคไหนก่อนดีล่ะ” ตอนนี้มืดแปดด้านมากครับไม่รู้เลยว่าแต่ละภาคมันอยู่ตรงไหนกันบ้าง 

 

“เออเอาเถอะ งั้นลองวนหาไปทีละชั้นอย่างที่วิวมันบอกละกัน” 

 

ผมกับไอ้พุฒเริ่มเดินวนหาในโรงอาหารกันก่อนเลยครับ รุ่นพี่หลายคนหันมามองเราสองคนเป็นตาเดียวกันเลยแต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอพวกป้ายสีทองสักที ไอ้พวกรุ่นพี่มันก็บอกว่าอยู่ในที่แปลก ๆ นี่หว่า 

 

“ไอ้พุฒมึงว่ามีตรงไหนในคณะนี้บ้างวะ ที่พวกเราไม่คิดจะเข้าไปหาแน่นอน” 

 

“มันก็น่าจะเป็นพวกห้องพักอาจารย์ ศูนย์ทดสอบ สโมสรนักศึกษา โรงประลองของแต่ละภาค ห้องปฎิบัตการหรือแม้แต่ห้องน้ำอาจารย์ด้วยซ้ำเท่าที่กูนึกออกอะนะ” 

 

“งั้นลองเริ่มที่สโมสรนักศึกษาก่อนดีไหม? วะกูว่าพวกรุ่นพี่ตัวท็อปผู้หญิงก็ไม่น่าซ่อนตัวในที่ประหลาดมากนักหรอกน่า” 

 

ชั้นสองคือแหล่งรวมสโมสรของแต่ละภาคครับพวกเราไล่ดูไปทีละห้องจนในที่สุดก็แจ็คพอตเจอคนแรกจนได้แถมยังมีคนอื่นพยายามนั่งบังป้ายอีกที่ว่าหาลำบากเพราะมีพวกคอยซ่อนให้นี่เองเหรอวะ 

 

“ยินดีด้วยนะคะที่หาพี่เจอจนได้ พี่ชื่อนุ่นนะเป็นดาวคณะวิศวะ” โหย! อย่างสวยอะตางี้กลมโตสุด ๆ ปกติเคยเห็นแต่ดาวคณะไว้ผมยาวแต่พี่นุ่นแกฉีกแนวมากทรงผมซอยสั้น แสกกลางแถมยังเซตให้ดูยุ่ง ๆ สไตล์สาวเซอร์คือดี! 

 

“เอาล่ะเงื่อนไขในการขอดูรหัสของพี่คือ...” ตอนนี้ใจเต้นมากครับอย่างเว้นวรรคแบบนี้สิมันเสียวโว้ยยย! พี่นุ่นหยิบจานขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วเอาเทียนไขจุดไฟแล้ววางบนจานใบนั้น “ทำยังไงก็ได้ให้เทียนดับโดยห้ามขยับจาน ห้ามสัมผัสหรือใช้วัตถุอื่นมาโดนเทียนหรือเปลวไฟ ห้ามเป่าและห้ามเอาน้ำมาหยดด้วย” 

 

สายตาพวกพี่มันมองมาที่ผมสองคนแล้วกระตุกยิ้มออกมา เฮอะทำไมเงื่อนไขมันง่ายขนาดนี้วะอันที่จริงถ้าเรียนมาทางสายวิทย์ย่อมต้องรู้อยู่แล้วสินะ ขนาดเด็กประถมยังรู้เลยด้วยซ้ำผมเริ่มกวาดสายตาไปทั่วห้องมองหาแก้วน้ำที่สูงกว่าแท่งเทียนในทันที ยังไงซะพวกพี่มันก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการแก้ปัญหาตรงหน้าไว้ให้อยู่แล้ว 

 

จัดการครอบแก้วใสลงไปอย่างไวว่องเปลวไฟบนเทียนเล่มน้อยดับลงอย่างรวดเร็วจนผมกับไอ้พุฒหันมายักคิ้วให้กันในทันที 

 

“หลักการคืออะไรคะ?” พี่นุ่นเท้าคางมองมาทางพวกผมสองคนด้วยรอยยิ้มไอ้พุฒมันเลยหันไปตอบแทน 

 

“องค์ประกอบของการติดไฟได้ต้องมี 3 อย่างคือจะต้องมี ออกซิเจน+เชื้อเพลิง+ความร้อนแน่นอนว่าในอากาศย่อมมีออกซิเจนอยู่แล้ว ส่วนเชื้อเพลิงก็คือตัวเทียนไขและไส้เทียนตัวเทียนไขทำจากพาราฟินแว๊กซ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากกระบวนการแยกน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติหรือแม้แต่ขี้ผึ้งซึ่งเป็นไขที่ผึ้งขับออกมาเพื่อนำไปใช้สร้างและซ่อมแซมรังผึ้ง ทั้งสองอย่างมีส่วนประกอบที่เหมือนกันคือสารไฮโดรคาร์บอน” เฮ้ย! ไอ้พุฒเห็นมันเอาแต่ยิ้ม ๆ ไอ้นี่มันฉลาดไม่เบาแฮะ 

 

“ส่วนหลักการในการดับไฟก็คือทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาแทนที่ออกซิเจนแน่นอนว่าเมื่อเกิดการเผาไหม้ย่อมต้องคลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาและก๊าซจะคลุมภายในแก้วเพราะมีน้ำหนักมากกว่าอากาศ 1.5 เท่าทำให้ระดับความเข้มข้นของออกซิเจนลดลงจนไฟดับไปเอง” 

 

“อืมถูกต้อง วิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นวิชาพื้นฐานของคณะวิศวะ ที่สำคัญเลยคือควรต้องมีทักษะแนวคิดแบบมีตรรกะและช่างสังเกตพี่เชื่อว่าน้องทั้งสองคนจะต้องเรียนคณะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอนค่ะ นอกจากน้องสองคนจะได้รู้หมายเลขรหัสของพี่แล้วพี่จะติดดาวทองไว้ให้ที่เสื้อด้วยเนื่องจากทำเวลาได้เร็วกว่าที่พี่กำหนดไว้” พี่นุ่นลุกขึ้นมาแล้วหยิบสติกเกอร์ดาวสีทองปั๊มหมายเลขสิบมาติดที่อกเสื้อผมทั้งสองคน 

 

“ดาวทองพวกนี้เก็บเอาไว้ให้ดีนะคะ มันมีอภิสิทธิ์ในการขอร้องรุ่นพี่คนไหนก็ได้ให้ทำตามหนึ่งอย่าง ดาวหนึ่งดวงต่อหนึ่งคำสั่งเท่านั้นใช้ได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปและต้องไม่ใช่คำสั่งที่ผิดต่อศีลธรรมอันดีด้วยส่วนรหัสของพี่คือ...” พี่นุ่นพลิกป้ายสีทองที่แขวนอยู่กลับมาอีกด้าน 

 

...00010 

 

ผมรีบหันไปมองฉลากทองของไอ้พุฒในทันทีเลขที่มันได้คือ 00012 ซึ่งต่างจากผมแค่แต้มเดียวเท่านั้นเสียงถอนหายใจของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกับหน้าตาผิดหวังจนพี่นุ่นมันหัวเราะออกมาเลย 

 

“อ้อ เพื่อเห็นแก่ความฉลาดและหล๊อหล่อของน้องสองคนพี่จะบอกใบ้ให้อีกนิดนะ พี่รหัสตัวท็อปปีสองมีทั้งหมดสิบสามคนเท่านั้นและหนึ่งในนั้นซ่อนตัวอยู่ที่โรงประลองภาควิชาวิศวกรรมเคมี” 

 

“ขอบคุณครับพี่” พวกเราร่ำลาพี่นุ่นแล้วมุ่งไปยังโรงประลองของภาคเคมีกันต่อ 

 

เดินเข้ามายังอาคารประลองที่ติดอยู่กับตึกวิศวะก็เจอรุ่นพี่ผู้ชายกลุ่มใหญ่เลยครับ นั่งเต๊ะท่าอย่างกับพวกแม่งกำลังจะเล่นเอ็มวี แถมไอ้คนที่คล้องป้ายทองมันโคตรจะเก๊กหล่ออะเงยหน้าสะบัดผมขึ้นมามองพวกผมสองคนยังกับโฆษณายาสระผม 

 

“โย่เห้! วอทซับแมน (what's up man?) ” สก๊อยสัด! 

 

ได้แต่กะพริบตาอึ้งกับภาพตรงหน้าไอ้รุ่นพี่มันก็ลุกขึ้นแล้วเดินเอามือซุกในกระเป๋ากางเกงยีนส์ เดินชักกระตุกเหมือนคนสังคังแดกไข่เรื้อรังมาล้อมที่เราสองคนในปากก็เคี้ยวหมากฝรั่งจนแทบอยากจะถีบยอดหน้า 

 

“เฮ้! ไอ้น้องถ้าอยากรู้รหัสจากพวกกูมึงต้องตอบคำถามกูให้ได้เท่านั้น สามข้อแล้วผ่านเลย...ฝู่” ปรึด...ปรึด เส้นเลือดสมองกระตุกเลยตอนนี้ต้องตั้งนะโมระลึกจิตนึกถึงคุณพระรัตนตรัยทั้งปวงเมื่อไอ้รุ่นพี่ที่แขวนป้ายทองมันเท้าแขนมาบนไหล่ผมแล้วพูดเป่าลมมาที่รูหู 

 

“คำถามข้อแรกของกูคือ...” ตอนนี้ต้องตั้งสติก่อนยังไงซะคำถามมันก็น่าจะเกี่ยวกับภาคเคมีและมันน่าจะยากพอตัว 

 

“อะไรเอ่ยขึ้นต้นด้วย*ห* แต่ลงท้ายด้วย"สระอี" ผู้หญิงมีไว้ใช้ฉี่” สาดดดด! ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเคมีเลยนี่โว้ยยยยย 

 

“ห้องน้ำสตรี!” เชรดเข้! ไอ้พุฒมันตอบออกมาแบบหน้านิ่ง ๆ ในขณะที่ผมนั้นกลับคิดไปอีกอย่างหนึ่งเลย 

 

“โว๊ะ ไม่ธรรมดานี่หว่า” พี่มันบ่นออกมาอย่างหัวเสีย

 

“อะไรเอ่ยขึ้นต้นด้วย *ค* ลงท้ายด้วย *ย* มีขน เป็นอวัยวะ” โอ๊ะ...อยากจะตอบมากแต่กลัวจะหาว่าด่าพวกพี่มันอ่ะ

 

“คิ้วซ้าย!” แอร๊กกกก ไม่เหมือนที่กูคิดเลยสักนิดโว้ยยยย 

 

“เออ แม่งเก่งว่ะคำถามสุดท้ายเลยละกัน...อะไรเอ่ยปิดข้างหน้าจะเห็นนมปิดหลังก็เห็นขน” คำถามบ้าบอแบบนี้มันเกี่ยวกับวิศวะตรงไหนวะ!

 

“ขนม!” เป็นไอ้พุฒที่ตอบคำถามออกมาแบบไร้อารมณ์ใดใดทั้งสิ้น เอาจริง ๆ ผมเนี่ยคิดไปไกลทุกคำถามเลย ฮือ~~ 

 

“เออเอ็งเก่งกูถือว่าผ่าน กูชื่อพี่วุ้นนะเป็นนักกีฬาแข่งรถเยาวชนทีมชาติ” ไอ้พี่วุ้นมันลูบไปที่หัวของไอ้พุฒอย่างเอ็นดู “รหัสของกูคือ 00007 แล้วพวกมึงล่ะได้พี่รหัสเลขอะไร”

 

“00012” ไอ้พุฒมันจับมือพี่วุ้นออกจากหัวแล้วตอบออกมา

 

“00013” ผมหันไปบอกอีกคน

 

“เฮ้ย! ถือว่าพวกมึงโคตรโชคดีเลยว่ะ งั้นกูจะบอกอะไรดี ๆ ให้นะรหัส 00011-13 น่ะอยู่ภาคเดียวกันถือว่าเป็นตัวท็อปในตัวท็อปของพวกปีสอง รหัสสิบเอ็ดเป็นแชมป์กีฬาคาราเต้เมื่อปีที่แล้ว รหัสเลขสิบสองเป็นหัวกะทิของคณะวิศวะเกรดเฉลี่ยปีที่แล้วคือ 4.00 และยังเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวที่สุดกูเตือนก่อนเลยนะว่าอย่าคิดเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด ส่วนรหัสเลขสิบสามมีอำนาจและพาวเวอร์มากที่สุดในมหา’ลัยเลย”

 

พี่วุ้นมันหยิบสติกเกอร์ดาวทองหมายเลขเจ็ดมาติดให้พวกผมแต่สายตาพี่มันมองไอ้พุฒแบบจะแดกหัวอยู่แล้วแม้ว่าเพื่อนใหม่ผมคนนี้มันจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็เถอะ

 

...ตอนนี้สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดในเวลานี้คือทั้งผมและไอ้พุฒดันน่าจะได้พี่รหัสที่ร้ายกาจที่สุดในคณะซะแล้ว

ความคิดเห็น