ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 : หักห้ามใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : หักห้ามใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : หักห้ามใจ
แบบอักษร

หักห้ามใจ 

 

ตั้งแต่วันที่ผมได้พบเจอกับคุณอัคคี การใช้ชีวิตในแต่ละวันของผมก็ได้มีเขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างเช่นในตอนนี้ที่ผมถูกเขาตามเทียวรับเทียวส่งตั้งแต่ตอนเช้าที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยและช่วงเย็นที่กลับมายังหอพัก จนผมรู้สึกเกรงใจไปหมด และตอนนี้เอง ผมก็อยู่บนรถของคุณอัคคีที่มารับผมกลับจากมหาวิทยาลัยในช่วงเย็น แม้ภายในใจของผมจะแอบแปลกใจว่าทำไมเขาถึงรู้ว่าผมเรียนอยู่ที่ไหนและไปอยู่รอรับผมได้ถูกจุด แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะถามเขาออกไป ได้แต่เพียงนั่งเงียบอยู่ภายในรถที่กำลังเคลื่อนอยู่บนท้องถนน ทั้งที่หอพักของผมอยู่ใกล้แต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันช่างไกลทีเดียว

"เธอดูไม่สบาย"

"ปะ...เปล่าครับ" ผมรีบส่ายหน้าปฏิเสธ ผมเพียงแต่รู้สึกว่าการอยู่ใกล้กันกับเขามันไม่มีผลดีต่อใจของผมที่เอาแต่สั่นไหวไปมาไม่ยอมหยุด คุณอัคคีหรี่ตาลงเล็กน้อยกับคำตอบของผม ก่อนจะยื่นหลังมือแตะหน้าผากผม เหมือนคนที่กำลังตรวจวัดเพื่อความแน่ใจว่าผมนั้นไม่ได้โกหก

แต่การกระทำของเขายิ่งทำให้ใบหน้าของผมร้อนผ่าว เริ่มทำตัวไม่ถูก ก้มลงต่ำมองบนมือของตัวเองที่จับเข้าหากันแน่น

"ก็ไม่ได้ตัวร้อน แต่หน้าเธอแดงมาก"

"คุณอัคคี" ผมเรียกชื่อเขาแผ่วเบา เพราะเขายิ่งทำให้ผมทำตัวไม่ถูก เขาผละมือจากหน้าผากของผมไปแล้ว แต่ความรู้สึกสัมผัสของเขา ยังคงติดตรึงไม่จางหายไปไหน

"จริงสิครับ ตั้งแต่วันที่คุณอัคคีให้ผมวาดภาพให้ วันนั้นผมก็ได้ลูกค้าเพิ่มมาด้วยครับ เขาให้ค่าผลงานของผมถึงห้าเท่า ผมไม่คิดเลยว่า ผลงานที่ผมทำจะสามารถมีมูลค่ามากถึงเพียงนี้" เพื่อไม่ให้ภายในรถดูเงียบจนเกินไป และกลบเกลื่อนความเขินอายภายในใจ ผมก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่เขามาหาผมที่ห้องให้เขาฟัง ผมไม่ได้อยากอวดเขา เพียงแต่อยากระบายสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจในชีวิตให้ใครสักคนได้รับฟัง และเขาที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมเล่าเรื่องนี้ออกไป นั่นอาจเพราะช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ผมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่มีเขาอยู่เคียงข้างก็ได้

"อืม เธอทำมันได้ดี มันสมควรแล้วที่เธอจะได้รับในสิ่งที่ควรได้รับ"

"แต่ผมก็ไม่คิดว่าผมจะทำได้" 

"ความสามารถของเธอมันมีมากกว่านั้น และมันมีราคา"

"คุณอัคคี" คำพูดของเขาทำให้ผมหันใบหน้าไปมองชายหนุ่มข้างกายที่ก้มสบตาผมเช่นกัน ดวงตาคมและคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาช่างมีพลังและเด็ดเดี่ยวสมกับเป็นเขา อีกทั้งยังเป็นคำพูดที่ทำให้ผมยิ้ม ครั้งแรกที่มีคนกล่าวชมผลงานที่ผมทำออกมาต่อหน้าของผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีแต่คนไม่สนับสนุนให้ผมวาดภาพเพราะมันเป็นเรื่องไร้สาระ จนผมเกือบถอดใจไปแล้ว

"มั่นใจในตัวเอง และทำมันออกมาให้ดีที่สุด"

"ครับ" ผมพยักหน้ารับ ผมจะจดจำคำพูดของเขาไว้ภายในใจและจะตั้งใจทำผลงานทุกชิ้นออกมาให้ดีที่สุด เหมือนอย่างที่เขาเชื่อมั่นในตัวของผมตอนนี้

และเป็นเวลาเดียวกับรถคันหรูมาจอดที่หน้าหอพักของผม คุณอัคคีจะเดินตามผมขึ้นไปบนห้องแล้ว แต่เขากลับหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังเข้ามา ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ

"ฉันคงไปกับเธอไม่ได้แล้ว"

"ไม่เป็นไรครับ"

เพียงแค่เขาบอกว่าจะไม่ขึ้นห้องไปด้วยกันกับผม ภายในใจของผมก็รู้สึกวูบโหวงไปหมด มองเขาที่กลับขึ้นรถไปด้วยปลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันยุ่ง คงเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวที่ทำให้ชายหนุ่มดูเคร่งเครียด ผมยืนส่งเขาอยู่ที่เดิมกระทั่งรถของเขาขับผ่านหน้าของผมไป ผมก็เดินกลับขึ้นห้องด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆ จางหายไป

"นี่เราเป็นอะไรไป" ผมกลับขึ้นมาบนห้อง ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน มือข้างขวาวางอยู่บนหน้าท้องของตัวเอง คิดทบทวนความรู้สึกกับเรื่องราวที่ผ่านมา ที่มีคุณอัคคีเข้ามาอยู่ในชีวิต แต่ผมกลับหลงลืมไปว่าผมนั้นไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ผมกำลังจะมีลูก ความรู้สึกที่ผมมีต่อเขาไม่ควรจะเกิดขึ้นมาด้วยซ้ำไป

"น้ำหนึ่ง นายต้องหักห้ามใจ" ทั้งผมและเขา เราแตกต่างกันจนเกินไป เขาสมควรจะได้พบเจอกับคนที่ดีกว่าผม และผมควรนึกถึงลูกให้มากๆ เมื่อคิดได้แล้วผมก็ดึงโต๊ะญี่ปุ่นที่พับอยู่ใต้เตียงขึ้นมากาง และลงมือวาดภาพที่ลูกค้าคนเดิมที่จ่ายค่าผลงานให้ผมถึงห้าเท่าด้วยงานชิ้นใหม่ เขาตอบรับมาว่าผลงานของผมทำราคาให้กับเขามากมายทีเดียว คราวนี้จึงจะให้ค่าตอบแทนผมมากขึ้นเพื่อให้ผมทำงานให้กับเขาเพียงคนเดียว ห้ามรับงานจากภายนอก

ผมไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ผมก็คิดไปว่างานที่เขาให้ผมทำนั้นมันอาจจะไปกระทบกับงานอื่นก็เป็นไปได้ และช่วงนี้เองทางเพจของผมก็ไม่ได้มีงานเข้ามาให้ทำมากแล้ว ผมจึงรับปากกับเขาว่าจะส่งผลงานให้เขาเพียงคนเดียว แต่ครั้งนี้เขากลับนัดผมให้ออกไปพบเจอเพื่อส่งมอบผลงาน ผมพยายามปฏิเสธเพราะผมรู้สึกเขินอายที่จะต้องออกไปพบเจอใคร แต่เขาก็รบเร้าให้ผมไปเจอและทำการนัดหมายที่ร้านคาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัยของผม ซึ่งผมเองก็ยอมตอบตกลงกลับไปเมื่อไม่สามารถทนความรบเร้าที่อยากจะเจอผมให้ได้

และก่อนจะถึงวันพรุ่งนี้ คืนนี้หลังจากที่ผมทำผลงานออกมาเสร็จสมบูรณ์และจัดการกับร่างกายตัวเองเรียบร้อยดีแล้ว ผมก็เอาแต่มองโทรศัพท์ข้างกายของตัวเองที่อยู่บนเตียงนอน เวลานี้ที่คุณอัคคีมักจะส่งสติกเกอร์น่ารักมาให้พร้อมกับคำบอกฝันดี วันนี้กลับเงียบ ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเขา

แค่เพียงวันเดียวที่ไม่เหมือนเดิม ผมกลับรู้สึกคิดถึงเขาถึงเพียงนี้

"ขอโทษนะครับ ที่ผมมาสาย" เช้านี้หลังจากผมเดินทางไปมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง โดยไม่มีคุณอัคคีมารับเหมือนทุกที กระทั่งยามเลิกเรียนในช่วงบ่าย ที่อาจารย์ปล่อยนักศึกษากลับช้ากว่าปกติ ทำให้การนัดหมายของผมกับลูกค้าที่นัดรับผลงานคาดเคลื่อนไปเกือบครึ่งชั่วโมง ผมรีบกล่าวขอโทษคนที่นั่งรอผมทันทียามผมเดินทางมาถึงร้านคาเฟ่ตรงโต๊ะด้านในสุด จุดที่นัดพบเจอกัน

หยิบผลงานออกจากกระเป๋าสะพายอย่างเร่งรีบ จนทำผิดทำถูกไปหมด

"ไม่ต้องรีบก็ได้ ฉันเข้าใจ"

"อ่า ครับ" ผมยิ้มแห้ง ทำทุกอย่างให้ช้าลง ก่อนจะหยิบผลงานออกมาทั้งหมดห้าชิ้นตามที่ได้ตกลงไว้ ผมยื่นส่งไปให้เขาตรงหน้าพร้อมกับเงยมองเขาด้วยรอยยิ้ม หากรอยยิ้มของผมกลับกลายเป็นใบหน้าเขินอายขึ้นมาเล็กน้อยยามสบตากับเขา

ผู้ชายตรงหน้าของผมที่มีลักษณะผอมบาง รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวละเอียดรับกับใบหน้าเรียวรีได้รูป เขาช่างเป็นผู้ชายที่ดูมีเสน่ห์ อีกมุมกลับดูงดงามดั่งคุณอัคคี แต่คุณอัคคีดูงดงามเหมือนเจ้าชายที่หลุดออกมาจากโลกเทพนิยาย แต่คนตรงหน้าของผมเหมือนกับเจ้าหญิงที่น่าปกป้อง 

"ฉันชื่อฟาโรห์ ส่วนนี่โรมันขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกว่าจะพาใครมาด้วยอีกคน" คุณฟาโรห์ชี้ไปยังชายหนุ่มข้างกายอีกคนที่ผมไม่ทันได้สังเกต ผมก้มใบหน้าลงเล็กน้อยเป็นการทักทาย เขาคนนี้เองก็ดูหล่อเหลาไม่แพ้คุณอัคคีเพียงแต่ว่าบรรยากาศรอบตัวกลับขมุกขมัวเต็มไปด้วยบรรยากาศบางอย่างที่ดูอันตราย แต่เป็นความรู้สึกที่ผมก็บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเช่นกัน

"ครับ ไม่เป็นไร ทางผมต่างหากที่ต้องขอโทษที่ให้ต้องรอนาน" ผมเบนสายตามามองคนตรงหน้าแล้ว คุณฟาโรห์ที่ผมเห็นในตอนแรกว่าเหมือนดั่งเจ้าหญิง กลับดูเรียบง่ายและเป็นกันเองมากๆ จากอาการเกร็งคราแรก ผมก็พูดกับเขาออกมาได้อย่างลื่นไหลเกี่ยวกับผลงานที่ผมวาดมันออกมาด้วยตัวเองทุกชิ้น ถึงแม้ว่าบางครั้ง เขาจะแสดงกิริยาแปลกๆ ออกมาก็ตามที

"โห สุดยอดมาก ฉันคิดไว้แล้วเชียวว่ามันต้องออกมาดีเกิดคาด" คุณฟาโรห์จับผลงานของผมไปถือแล้วยืนขึ้น หมุนตัวสองสามรอบเหมือนดั่งเด็กที่ได้รับของที่ชื่นชอบไม่มีผิด มันเกือบทำให้ผมหัวเราะออกมา แต่ก็ได้เพียงแอบอมยิ้มเท่านั้น มันจะเป็นการเสียมารยาทจนเกินไป

"ขอบคุณครับที่ชื่นชอบผลงานของผม" เพียงปฏิกิริยาของเขาที่มีต่องานของผม ผมรู้สึกดีใจมากแล้ว คุณฟาโรห์วางผลงานไว้บนโต๊ะก่อนจะคว้ามือของผมไปจับเข้าด้วยกัน แม้แต่มือของเขาก็ทั้งนุ่มเหมือนกับมือของผู้หญิงเลย

"ฉันดีใจมากที่ได้ร่วมงานด้วย แม้คราแรกจะรู้สึกไม่มั่นใจก็ตามที"

"ครับ?"

"เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันชอบผลงานทุกชิ้นที่ทำ แล้วฉันจะใช้บริการอีก ส่วนนี่เงินของเธอ" เขายื่นเช็คเงินสดให้กับผม ผมรับมาด้วยท่าทีงงๆ เพราะทุกทีเขาจะโอนให้ผม แต่ความงุนงงของผมก็ต้องพับเก็บลงเมื่อสายตาของผมดันเผลอไปมองคนที่นั่งเงียบตั้งแต่ผมมานั่งอยู่ที่นี่ สายตาคมคู่นั้นเอาแต่มองผมไม่ผละห่างไปไหน คราวนี้ทำให้ผมรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก

"โรมัน นายทำให้น้องรู้สึกไม่ดี" คุณฟาโรห์ที่เห็นผมดูแปลกไปก็หันไปต่อว่าคนข้างกายทันที ผมเพียงแต่รู้สึกไม่ชินเท่านั้น

"ฉันแค่มอง" เขาตอบกลับมาเสียงนิ่ง แต่ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงจ้องมองผม

"แต่นายเล่นจ้อง ใครเขาจะรู้สึกดี แค่อยู่เฉยๆ ก็น่ากลัวแล้ว"

"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม" คุณโรมันพูดตัดบททันที สายตาที่มองผมก็หันไปมองร่างบางที่อยู่ด้านข้างของตัวเองแทน

"อืม เรียบร้อยแล้ว" คุณฟาโรห์ตอบรับอย่างคนที่ตามอารมณ์อีกฝ่ายไม่ทัน 

"งั้นกลับ"

"ฉันเพิ่งทานของหวานเข้าไปไม่กี่คำเองนะ" คุณฟาโรห์ว่าอย่างแง่งอน คนข้างกายจึงชี้มือไปที่ตู้หน้าเคาน์เตอร์ที่มีของหวานอยู่เต็มไปหมด

"เดี๋ยวฉันซื้อให้ไปเลือกเอาเลยที่ตู้"

"นายพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำล่ะ" จากใบหน้าบึ้งตึง คุณฟาโรห์ก็กลับมายิ้มสดใสดังเดิม ลุกเดินออกไปที่หน้าเคาน์เตอร์ทันที ผมมองเขาทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็เลือกที่จะอยู่เงียบๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ รีบเก็บของบนโต๊ะเพื่อจะได้กลับไปที่หอพักเช่นกัน

"อัคคีอยู่กับเธองั้นสินะ"

"ครับ?" ผมมัวแต่ตั้งใจเก็บของจึงไม่ทันได้ยินที่เขาพูดออกมาเมื่อครู่ แต่ชื่อของใครอีกคนกลับทำให้ใจของผมสั่นไหวไปหมด และเงยใบหน้าขึ้นจ้องตากับเขา ดวงตาที่เหมือนรู้อะไรเกี่ยวกับตัวของผม

"คนที่อัคคีติดพันอยู่คือเธอสินะ"

"..." ผมเงียบไม่ได้ตอบคำถามของเขาออกไป รอยยิ้มของเขายิ่งทำให้ร่างกายของผมสั่นไหวไปหมด

"หึ แต่ฉันขอเตือนเธอไว้อย่าง เธอในตอนนี้ไม่แม้จะคู่ควรกับเขาสักนิด อัคคีเขาเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งอำนาจและเงินทอง ส่วนเธอมีอะไรไปเทียบเคียงกับเขาได้"

"ผมรู้ แต่ผมกับเขา เราเพียงรู้จักกันเท่านั้นเองครับ ผมรู้ตัวดี" ผมยิ้มตอบเขาออกไป ผมถึงพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดกับเขาไปมากกว่านี้ การเจอกับเขาและได้รู้จักกับเขา มันมากเกินกว่าที่ผมจะคาดคิด และเขาสมควรที่จะได้เจอคนที่ดีกว่าผม เพราะตอนนี้ผมเองก็ไม่ได้ตัวคนเดียว ผมมีพันธะ ผมกำลังจะมีลูก ลูกที่ผมตั้งใจจะดูแลเขาให้ดีที่สุดยามเขาคลอดออกมา

"ทั้งเธอกับอัคคีคงยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น"

"ครับ?" ปลายคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันแน่น เหมือนกับว่าคำตอบของผมดูผิดไปจากที่เขาคิด

"แต่ก็ดีแล้ว เพราะตอนนี้อัคคีจะต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ อาจจะไม่ได้เจอกันพักใหญ่เชียวล่ะ" จากปลายคิ้วที่แทบชิดติดกันของเขาก็คลายตัวลงพร้อมกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้ผมหวั่นใจไปหมด และก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมาอีก คนที่อยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ก็ตะโกนดังเข้ามา เขาจึงลุกเดินผ่านหน้าผมไป ทิ้งเพียงรอยยิ้มช่วงสุดท้ายให้ผมแปลกใจและไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขากำลังสื่อ

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

ความคิดเห็น