facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

27.น้องใหม่กับเมียโหด 2 (NC18+)

ชื่อตอน : 27.น้องใหม่กับเมียโหด 2 (NC18+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 47.6k

ความคิดเห็น : 165

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 04:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
27.น้องใหม่กับเมียโหด 2 (NC18+)
แบบอักษร

 

27.น้องใหม่กับเมียโหด 2 

  

               เมื่อกลับมาที่ฐานแก้วเจ้าจอมก็สังเกตได้ว่าที่ทางเข้าฐานได้เปลี่ยนไปเมื่อมีลวดหนามถูกนำมาปูขวางทางเอาไว้ ทางเดียวที่จะผ่านเข้าไปในฐานได้ก็คือการมุดลวดหนามเข้าไปเท่านั้น และไม่เพียงแค่มีลวดหนามเท่านั้น ที่อีกฝั่งของลวดหนามก็ยังมีสายยางฉีดน้ำขนาดใหญ่คอยฉีดใส่ทุกคนตอนที่มุดลวดหนามด้วย ให้ตายสิเจอแบบนี้ แก้วเจ้าจอมอดบ่นในใจไม่ได้ แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตามารอเชียร์เธออยู่ที่หน้าทางเข้าฐาน ผู้กองกวินทร์กำลังนั่งยองๆ เลียไอศกรีมรสส้มอยู่บนฝากระบะท้ายรถของผู้เป็นพี่ชาย และมีผู้กองกรินทร์ยืนกางร่มสีชมพูคันใหญ่ให้ตัวเองกับน้องชายอยู่ เหล่าตำรวจทุกนายรู้ว่าผู้กองทั้งสองเป็นพี่ชายของแก้วเจ้าจอมจึงไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้สองแฝดมาเชียร์น้องสาวได้ตามสบาย 

               “มาอีกละ แฝดนรก” ผู้กองพนาว่าเมื่อเห็นสองแฝดพากันหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวพร้อมกับถ่ายคลิปเธอเอาไว้ ยิ่งตอนที่แก้วเจ้าจอมต้องมุดลวดหนามท่ามกลางน้ำจากสายยางที่ฉีดเข้ามาใส่ สองแฝดก็ยิ่งได้ใจเชียร์น้องสาวกันใหญ่ เหมือนจะมีความสะใจมากกว่าความเป็นห่วง 

               “มอมแมมเหมือนหมาน้อยเลย ฮ่าๆๆ ถ่ายไว้พี่ซีลถ่ายไว้ คลิปนี้พ่อภูต้องได้เห็น คุณปู่ต้องได้ขำแต่อย่าให้แม่แก้มกับคุณย่าได้เห็นเชียว เดี๋ยวจะเป็นลม ฮ่าๆๆ” เสียงผู้กองกวินทร์บอกพี่ชาย แล้วจึงหันมาทางผู้กองพนาที่เดินเข้ามาหา 

               “เข้าไปถ่ายคลิปต่อในฐานก็ได้นะครับ แค่รับน้องขำๆ” ผู้กองพนาบอกอย่างผูกมิตร แต่ผู้กองสองแฝดกลับส่ายหน้าปฏิเสธ 

               “ไม่เป็นไรหรอกผู้กอง เราแค่แวะเอาของมาให้น้องเดี๋ยวก็จะกลับไปทำงานกันแล้ว” ผู้กองกรินทร์ปฏิเสธ แล้วผู้กองกวินทร์ก็ยื่นกล่องขนมมาให้ผู้กองพนาสามกล่อง 

               “แม่แก้มทำขนมฝากมาให้ยัยโหดกับอรินคนละกล่อง ส่วนอีกกล่องแม่แก้มบอกว่าฝากมาให้ตำรวจที่ฐานนี้ พี่รับเอาไปก็แล้วกัน ฝากบอกยัยโหดด้วยว่าเราจะกลับแล้ว ส่วนคลิปเมื่อกี้นี้จะเอาไปโพสไว้ในกลุ่มครอบครัว” 

               “ครับ ฝากขอบคุณคุณหมอด้วยครับ แล้ว...จะไม่เข้าไปหาคุณแก้วหน่อยหรอ” ผู้กองพนารับเอากล่องขนมมา ขนมข้างในยังอุ่นๆ อยู่เลย ท่าทางน่าจะเพิ่งทำ 

               “ไนเปอร์ไม่ใช่เด็กเล็กๆ อายุห้าขวบซักหน่อยที่จะต้องมีผู้ปกครองคอยตามดูแล ตอนนี้โตแล้ว ที่รับน้องอยู่นี่ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ถึงขั้นต้องให้พี่ชายไปโอ๋หรอก ผู้กองเชิญรับน้องได้ตามสบาย ถ้าเป็นเรื่องงานพวกเราไม่ก้าวก่าย แต่ถ้ามีใครมารังแกไนเปอร์ล่ะก็ ขอให้รู้เอาไว้ด้วยว่าเราสองคนไม่ยอมแน่นอน” 

               “ก็ตามนั้นแหละพี่” ผู้กองกวินทร์ยัดไอศกรีมที่เหลือเข้าปากแล้วเสริมคำพูดของพี่ชายตัวเอง “ถ้ามีใครบังอาจมาแตะต้องยัยโหดล่ะก็...เราไม่เอามันไว้แน่ ช่วงนี้ผมมีงานทางใต้พอดี แล้วจะแวะมาเล่นด้วยบ่อยๆ ไปแล้วนะ” เขาตบไหล่ผู้กองพนาทีสองทีก่อนจะเดินไปขึ้นรถโดยมีผู้กองกรินทร์ช่วยกางร่มให้ แล้วจากนั้นผู้กองกรินทร์ก็อ้อมไปนั่งประจำที่คนขับ ถึงจะเป็นฝาแฝดที่เกิดห่างกันแค่ไม่กี่นาทีแต่ผู้กองพนาก็เห็นได้ถึงความรักความห่วงใยที่สองแฝดมีให้กันตั้งแต่ยืนกางร่มหลบฝนด้วยกัน แล้วยังมีการกางร่มไปส่งน้องชายขึ้นรถอีก บ้านนี้เขาเลี้ยงลูกให้รักกันดีจริงๆ 

               แก้วเจ้าจอมได้แต่ชะเง้อมองหาพี่ชายทั้งสอง แค่ได้เห็นพวกเขามาหาเธอก็อุ่นใจแล้ว แต่พอผู้กองพนามาบอกว่าพวกเขากลับไปกันแล้วเธอก็อดรู้สึกหงอยไม่ได้จนเดินคอตกกลับไปเข้าแถวรวมกับคนอื่นๆ ซึ่งเป็นการทำกิจกรรมอย่างสุดท้ายก่อนจะไปกินมื้อเช้า 

               “แม่เจ้า ไอ้นี่อีกแล้วพี่ไนเปอร์” อรินทำตาโตเมื่อเห็นล้อรถบรรทุกขนาดใหญ่ถูกนำมาวางเตรียมเอาไว้ที่ลานกว้างภายในฐาน ใกล้ๆ กับสนามซ้อมยิงปืน แก้วเจ้าจอมเองก็กลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้ฝึกกับล้อรถใหญ่ขนาดนี้ กิจกรรมคราวนี้เป็นการฝึกความสามัคคีภายในทีมโดยจะแบ่งกลุ่มออกเป็นหกกลุ่ม กลุ่มละห้าคน และมีสองกลุ่มที่มีหกคน หนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มของแก้วเจ้าจอม 

               แม้จะอึดแค่ไหนแต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ใช่ว่าจะมีมากมาย แก้วเจ้าจอมลองขยับล้อรถบรรทุกดูปรากฎว่าล้อรถไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย น้ำหนักน่าจะร่วมร้อยๆ กิโลฯ ได้ งานนี้ถ้าเธอวิ่งลากล้อรถล้อนี้หรือต้องแบกคนเดียวล่ะก็คงไม่แคล้วถูกล้อรถล้มทับเอาไว้ 

               “หมวด ขอผมอยู่กลุ่มเดียวกับพี่ไนเปอร์ไม่ได้หรอ พี่ไนเปอร์ตัวเล็กนิดเดียวจะไปแบกล้อรถได้ยังไง ใครจะช่วยพี่ไนเปอร์” อรินที่อยู่อีกกลุ่มรู้สึกเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมนัก แต่ผู้หมวดศิวะที่คอยกำกับตำรวจน้องใหม่กลับทำเป็นไม่สนใจเขา 

               “กลุ่มคุณแก้วมีตั้งหกคน เดี๋ยวเขาก็ช่วยกันเองแหละ ห่วงอะไรนักหนา” ผู้หมวดหนุ่มแอบยิ้มกริ่มในใจ นอกจากแก้วเจ้าจอมจะมีเพื่อนในกลุ่มคอยช่วยแล้วก็ยังมีผู้กองของเขาคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ผู้กองของเขาไม่มีทางยอมให้เธอเป็นอะไรหรอก 

               “เข้มแข็งหน่อยอย่ากินแรงเพื่อน ช่วยๆ กันแบก ช่วยๆ กันรับน้ำหนักเดี๋ยวมันก็เบาเอง” 

               “หืม” แก้วเจ้าจอมถึงกับหันมามองหน้าผู้กองพนา เขาเอาอะไรมาพูดว่าเดี๋ยวน้ำหนักมันจะเบาลงเอง ล้อรถนะไม่ใช่ห่วงยางเป่าลมที่ลมจะได้ดันออกจนมันแฟ่บเองได้ แล้วอะไรคือการมากดดันให้เธอช่วยเพื่อนในกลุ่มแบกล้อรถ เพื่อนในกลุ่มแต่ละคนตัวสูงอย่างกับตึก เธอเตี้ยกว่าทุกคนจะไปแบกถึงยังไงได้ ถ้าจะต้องให้แบกก็คงต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วล่ะ 

               “ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นไรนะครับคุณหมอ พวกผมแบกได้” ตำรวจน้องใหม่ในกลุ่มเดียวกันบอกเมื่อต้องแบกล้อรถที่ว่าไปยังโรงครัวเพื่อกินมื้อเช้า โดยทุกคนต้องแบกล้อรถเอาไว้บนไหล่ แม้จะเป็นชายฉกรรจ์ถึงห้าคนแต่ล้อรถที่หนักขนาดนี้ก็ทำเอาพวกเขาลำบากกันไม่น้อย แก้วเจ้าจอมเห็นแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ไม่สามารถช่วยอะไรทุกคนได้เพราะเธอตัวเล็กและเตี้ยเกินกว่าจะแบกล้อรถถึง จึงทำได้แค่ประคองล้อรถช่วยทุกคนแทน 

               “ไหนเขาว่าผู้กองฐานนี้ใจดีไงวะ นี่อะไร ตั้งแต่ตีสี่มานี่สั่งซ่อมโหดตลอด” เมื่อผู้กองพนาเดินไปดูตำรวจน้องใหม่กลุ่มอื่นๆ สมาชิกในกลุ่มของแก้วเจ้าจอมก็เลยอดนินทากันไม่ได้ 

               “ได้ข่าวมาว่าผู้กองแกทะเลาะกับเมียมาน่ะเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี” 

               “โห แบบนี้ก็มีด้วย ชักอยากจะเห็นเมียผู้กองแล้วสิ ใช่คนที่มากางร่มให้ผู้กองเมื่อเช้ารึเปล่า” 

               “ไม่น่าใช่นะ เขาว่ากันว่าผู้กองแกรักเมียมาก แต่คนเมื่อเช้านี้น่ะเหมือนผู้กองจะไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเลย คงไม่ใช่คนนั้นหรอกมั้ง เดี๋ยวเราอยู่ๆ ที่นี่ไปก็รู้เองแหละว่าเมียผู้กองเป็นใคร” 

               ได้ยินเพื่อนในกลุ่มแอบนินทาผู้กองพนาแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งรู้สึกร้อนตัวแปลกๆ แต่ก็แกล้งทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยที่ได้ยินทุกคนพูดว่าผู้กองพนาไม่ได้สนใจผู้หมวดมาริษาเลย 

               “กลุ่มนั้นน่ะคุยอะไรกัน!!!” เสียงพญามัจจุราชแผดขึ้นมาอีกก่อนที่เขาจะย่างสามขุมเข้ามาหาแล้วมองหน้าแต่ละคนอย่างเอาเรื่องจนไม่มีใครกล้าสบตาด้วย “ให้แบกล้อรถไปกินข้าวแล้วคุยอะไรกัน ชิวนักหรอ ท่าทางล้อรถมันจะเบามากมั้งเลยคุยกันได้แบบนี้ หมอบลงไปเดี๋ยวนี้!!!” สิ้นคำสั่งของเขาทุกคนก็รีบวางล้อรถแล้วหมอบลงไปกับพื้นรวมทั้งแก้วเจ้าจอมด้วย โดยที่ตำรวจน้องใหม่กลุ่มอื่นยังคงเดินแบกล้อรถไปยังโรงครัวอยู่ 

               แล้วทีนี้หนังชีวิตของจริงก็ตามมาเมื่อผู้กองพนาสั่งให้ทุกคนนอนหงายลงไปกับพื้นเป็นวงกลมแล้วช่วยกันยกเท้าขึ้นยันล้อรถเอาไว้เหนือตัว จากตอนแรกๆ ที่พอจะต้านน้ำหนักของล้อรถไหว แต่พอนานๆ เข้าขาของแต่ละคนก็เริ่มล้าจนล้อรถเอียงไปมายิ่งทำให้ทุกคนต้องช่วยกันใช้เท้าประคองเอาไว้สุดฤทธิ์รวมถึงแก้วเจ้าจอมด้วยที่ปลายเท้าเล็กๆ ของเธอแทบจะแตะไม่โดนล้อรถเพราะขาสั้นกว่าคนอื่นเขา 

               “เฮ้ย! ตะคริว” เสียงเพื่อนตำรวจน้องใหม่ที่อยู่อีกฟากร้องขึ้นเพราะเป็นตะคริวที่ขาเนื่องจากยกขารับน้ำหนักล้อรถเอาไว้นาน อาการตะคริวที่ขาเลยทำให้เขาไม่สามารถประคองล้อรถช่วยเพื่อนได้ ล้อรถที่ทุกคนใช้เท้าประคองเอาไว้จึงเอียงกลับมาทางด้านของแก้วเจ้าจอม แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อล้อรถเกิดร่วงลงมาใส่เธอ 

               “กรี๊ด!” ด้วยความตกใจแก้วเจ้าจอมจึงกรีดร้องออกมา ผู้กองพนาที่คอยดูแลเธออยู่ใกล้ๆ จึงรีบเข้ามาคร่อมตัวเธอเอาไว้ ล้อรถที่ร่วงลงมาจึงกระแทกเข้ากับหลังของเขาเต็มๆ 

               “อั้ก!” เขาทรุดล้มลงไปทับแก้วเจ้าจอมตามแรงกระแทกและน้ำหนักของล้อรถท่ามกลางความตกใจของทุกคน ทำให้ตำรวจทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องรีบเข้ามาช่วยกันผลักล้อรถออกไปจากตัวของเขา ในขณะที่แก้วเจ้าจอมที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขากลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาช่วยเอาตัวเองมาขวางล้อรถให้กับเธอ หากเขาไม่ทำแบบนี้ป่านนี้เธอคงถูกล้อรถทับจนแขนขาหัก ซี่โครงหักไปแล้ว 

               “...ผู้กอง...” เธอรีบลุกขึ้นแล้วกอดประคองตัวของเขาเอาไว้ด้วยความตกใจและเป็นห่วง แต่ผู้กองพนาก็ผละออกจากอ้อมแขนของเธอ 

               “ผมไม่เป็นไร” เขาตอบ แม้ว่าจะรู้สึกปวดร้าวตัวไปบ้าง แต่จากการใช้แขนพยุงตัวคร่อมแก้วเจ้าจอมเอาไว้เมื่อกี้นี้ก็ทำให้แผลถูกยิงที่แขนของเขาปริขึ้นมาจนเลือดไหล นั่นแหละแก้วเจ้าจอมจึงได้รู้ว่าเขาเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้ 

               “แผลนี่...” 

               “ก็บอกว่าผมไม่เป็นไรไง!!!” เขาตวาดใส่เธออีกก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นเดินหนีไปพร้อมกับสั่งให้ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะมาคุมกิจกรรมรับน้องแทน โดยที่แก้วเจ้าจอมยังคงนั่งอยู่กับที่แล้วมองตามเขาไป 

               “ก่อนหน้าที่คุณแก้วจะมาที่นี่ผู้กองถูกลอบยิงน่ะครับ แต่กระสุนพลาดเป้าไปโดนที่แขนแทน...ตอนลาดตระเวนผู้กองแกไม่ค่อยมีสมาธิเพราะคิดถึงแต่คุณแก้ว ผมดีใจนะครับที่คุณแก้วกลับมาผู้กองเลยมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ไม่เหมือนกับเมื่อสามเดือนก่อน ถ้าคุณแก้วไม่ได้กลับมาผมคิดว่า...ภารกิจหน้าผู้กองอาจไม่โชคดีแบบคราวนี้ คุณแก้วคือกำลังใจทั้งหมดของผู้กองนะครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพที่เข้ามาช่วยดูอาการของเธอบอก ทำให้แก้วเจ้าจอมก้มหน้าสลดไปทันทีเมื่อรู้ความจริงว่าเขาเกือบต้องตายก็เพราะเธอ เขาก็เคยบอกเธออยู่ว่าตอนนี้เขามีกำลังใจอยู่ได้ก็เพราะเธอ และถ้าเขาไม่มีเธอเขาก็คงอยู่ไม่ได้ 

               “ตอนนี้เป็นเวลาพักแล้ว คุณแก้วจะไปดูอาการผู้กองก็ได้นะครับ” 

               แก้วเจ้าจอมรีบลุกขึ้นแล้วตามผู้กองพนาไปทันทีด้วยความเป็นห่วงเขา อรินที่เพิ่งรู้ว่าเธอเกือบได้รับอันตรายจึงจะตามเธอไปอีกคนแต่ผู้หมวดเผ่าเทพก็ดึงเขาเอาไว้เสียก่อนแล้วใช้ให้เขาช่วยเพื่อนลากเอาล้อรถไปเก็บเพื่อไม่ให้เขาต้องตามไปเป็นก้างขวางคอระหว่างแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนา 

  

 

 

               ผู้กองพนาหลบมาอยู่ที่ห้องพยาบาลคนเดียว เขานั่งลงที่ปลายเตียงเปลเล็กๆ เตียงหนึ่งแล้วยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความรู้สึกผิดเมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ถ้าหากเขาเข้าไปช่วยเธอไม่ทันป่านนี้แก้วเจ้าจอมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เป็นเพราะเขา...เพราะเขาเองที่อยากแกล้งเธอจึงแกล้งสั่งอะไรแบบนั้นไปจนเธอเกือบเป็นอันตราย ถ้าแก้วเจ้าจอมบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียวเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย  

               “พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ...” เขาพึงพำออกมาอยู่คนเดียวจนเมื่อหันไปเห็นแก้วเจ้าจอมยืนอยู่ที่ประตูห้องพยาบาลเขาจึงรีบลุกขึ้นแล้วแสร้งทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

               “มาทำไม” 

               “หมวดเทพบอกว่าผู้กองถูกลอบยิงเมื่อหลายวันก่อน...” 

               “เสียใจหรอที่ผมยังไม่ตาย” เขาประชด แต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้สนใจฟัง เธอเดินไปล้างมือที่ยังเลอะคราบโคลนให้สะอาดก่อนหยิบอุปกรณ์ทำแผลและยาทามาให้เขา 

               “ถอดเสื้อออกค่ะ” 

               “ไม่” 

               “ฉันจะทำแผลให้” 

               “ใครขอให้ช่วย” 

               “ฉันเป็นหมอนะ” 

               “ก็บอกว่าไม่ต้อง...” 

               เพี๊ยะ!!! 

               “โอ๊ย!!!” ผู้กองพนาถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อฝ่ามือหนักๆ ตีเข้ามาที่แผลถูกยิงของเขาอย่างแรง คุณหมอหน้านิ่งเริ่มหน้าโหดกับเขาแล้ว พอตีเขาเสร็จเธอก็เข้ามาถลกเสื้อยืดตำรวจพลร่มสีดำของเขาขึ้นก่อนจะถอดเสื้อของเขาออกจนผู้กองพนาเปลือยแผ่นอกแกร่งต่อหน้าเธอ 

               “จับผมแก้ผ้าแบบนี้...จะปล้ำผมทำผัวอีกหรอ หึ! คราวนี้อย่าหวังว่าจะสำเร็จ ผมไม่ใจง่ายยอมให้คุณฟันแล้วทิ้งอีกรอบหรอก...ผู้หญิงใจดำ...โอ๊ย ซี๊ดดดดด ผมแสบนะ!” เขาโวยลั่นห้องพยาบาลเมื่อแก้วเจ้าจอมเทแอลกอฮอล์ราดแผลของเขา 

               “ถ้ายังพล่ามไม่เลิก คราวนี้ฉันจะเอาแอลกอฮอล์กรอกใส่ปากของผู้กองด้วย นั่งดีๆ” คุณหมอโหดดุอย่างเอาเรื่อง คนไข้ที่ต่อว่าเธอเมื่อกี้นี้ก็เลยหงออย่างอัตโนมัติ ผิดกับเมื่อตอนรับน้องเธอเมื่อเช้านี้ลิบลับ  

               “นั่งนิ่งๆ ฉันจะเย็บแผลให้ใหม่ แล้วถ้ายังพล่ามไม่หยุดอีกฉันจะเย็บปากผู้กองด้วย ไม่เชื่อก็ลองดู เข้าใจมั้ย!!!” ผู้กองพนาเห็นภาพเดจาวูขึ้นมาทันที เมื่อเช้าเขาเป็นคนตะคอกใส่หน้าเธอแบบนี้ มาคราวนี้กลับเป็นเธอที่ตะคอกใส่เขากลับ ยัยโหดนี่เป็นหมอที่โหดสมชื่อเลย 

               แก้วเจ้าจอมบรรจงเย็บแผลถูกยิงที่แขนให้เขาใหม่อย่างระมัดระวัง และทำแผลให้เขาให้ดีที่สุด ใบหน้าของเธอก้มอยู่ใกล้แทบจะแนบชิดกับลำแขนแกร่งของเขาผู้กองพนาจึงแอบมองเธอ แม้ว่าตอนนี้เนื้อตัวของเธอจะยังมอมแมมด้วยคราบโคลนแต่กลิ่นกายของเธอก็หอมละมุนจนเขาเผลอก้มลงมาสูดกลิ่นกายหอมๆ อย่างไม่รู้ตัวและยื่นมือมาเขี่ยสะเก็ดดินที่แห้งติดอยู่กับแก้มนวลออกให้ 

               เพี๊ยะ!!! 

               คนที่แอบไล้แก้มของเธออยู่ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อถูกคุณหมอตีมือเข้าให้อีก แก้วเจ้าจอมที่ทำแผลให้เขาเสร็จพอดีเลยชี้นิ้วขู่คาดโทษ 

               “ทีนี้ก็หันหลังมาค่ะ ฉันจะดูให้ว่าที่ถูกล้อรถทับเป็นยังไงบ้าง หลังหักรึเปล่า” 

               “หลังไม่หัก...แต่อกหัก มียาอะไรที่ทาแล้วหายบ้าง” 

               “ยาไม่มี ถ้าอยากหายก็ต้องหาคนมาดามให้ใหม่ค่ะ” 

               “คุณหมอดามได้มั้ย” 

               “...หมวดริษาน่าจะดามได้ดีกว่าฉัน เมื่อเช้าเห็นมีกางร่มให้กันด้วย” แก้วเจ้าจอมจัดท่าให้ผู้กองพนานั่งหันหลังเพื่อที่เธอจะได้เช็คอาการบาดเจ็บของเขาได้ถนัด คนที่นั่งหันหลังให้เธออยู่ก็เลยก้มหน้าลง 

               “หึงหรอ” 

               “เปล่าซักหน่อย ก็...เห็นว่าสมกันดี สาวใต้กับหนุ่มเมืองเพชร” 

               “ไม่เห็นสมกันตรงไหนเลย” ผู้กองพนาว่า “ถ้าผมไม่ได้เมียของผมคืน ผมก็จะอยู่ตัวคนเดียวไปแบบนี้ตลอดชีวิต เมื่อสามเดือนก่อนก่อนที่ผมจะเสียเมียของผมไปเราทะเลาะกันหนักมาก เมียของผมเขาเข้าใจผมผิดคิดว่าผมนอกใจเขา ยังไม่ทันจะได้ปรับความเข้าใจกันเลยผมก็เสียเขาไปแล้ว แล้วถ้าผมมีคนอื่น มันก็จะยิ่งเป็นการยืนยันสิว่าผมนอกใจเขา แต่ว่าผมไม่ได้ทำอย่างนั้น ผมไม่เคยนอกใจเมียของผมเลยเพราะงั้นผมก็จะอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้ไปตลอดนี่แหละเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของผม ผมเจ็บได้อีกไม่นานหรอก วันก่อนกระสุนมันฝังเข้าที่แขนของผม วันหน้าเดี๋ยวมันก็คงจะฝังลงมาที่หัวใจของผมเอง แล้วเมื่อนั้น...ก็จะไม่มีผมอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว ก็ดีนะ ชีวิตที่ไร้ค่าไม่มีใครต้องการ ตายซะได้ก็ดี” สองมือของแก้วเจ้าจอมที่กำลังตรวจเช็คอาการบาดเจ็บให้เขาชะงักไปชั่วครู่ เธอใจหายกับสิ่งที่เขาพูดแต่ก็ต้องฝืนแสร้งทำเป็นเหมือนไม่รู้อะไรก่อนจะหยิบยามาทาให้เขา โชคดีที่เขาแกร่งและหนังเหนียว ล้อรถเลยทำอะไรเขาไม่ได้ แต่อาจจะแค่ฟกช้ำบ้างเท่านั้น 

               “นี่” ระหว่างที่เธอกำลังทายาให้เขาอยู่เขาก็หันกลับมาหาเธออีกพร้อมกับแสยะยิ้มใส่ “ที่ผมพูดเมื่อกี้นี้น่ะคุณไม่ต้องรู้สึกอะไรหรอก คุณไม่รู้จักผม จำผมไม่ได้แล้วที่สำคัญคุณก็ไม่ใช่เมียผมด้วย เมียผมเขาไม่เหมือนคุณ เขาน่ารัก ใจดี เรียบร้อยแล้วก็อ่อนโยนกว่าคุณมาก ไม่ใช่...ยัยโหดบ้าพลัง โดนรับน้องมาหนักขนาดนี้แล้วยังมีแรงควายถึกวิ่งมาดูอาการของผมได้อีก หึ! ก็แค่คนหน้าเหมือนกันเท่านั้นแหละ” นิ้วของผู้กองพนาผลักมาที่หน้าผากของเธออีกจนเธอแทบหงายลงไปกับเตียงเปล งงๆ อึ้งๆ กับสิ่งที่เขาพูด ปรับอารมณ์ตามแทบจะไม่ทันและ...เมื่อกี้นี้เขาด่าว่าเธอว่าอะไรนะ! 

               “ผู้กองด่าว่าฉันเป็นควายถึกอย่างนั้นหรอ!!!” แก้วเจ้าจอมอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขานัก ไอ้...ไอ้ผัวบ้า! มีที่ไหนมาด่าว่าเมียเป็นควาย 

               “ใช่” อีกฝ่ายก็ยอมรับไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อยพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วพาดเสื้อยืดไว้บนไหล่ “แล้วทีหลังก็อย่าเอาความเป็นหมอมาเป็นข้ออ้างแอบลวนลามเนื้อตัวของผม ถ้าไม่ใช่เมียก็อย่าฝันว่าจะได้ซบ!!! ยัยหมอโหดควายถึกความจำเสื่อม!!!” ทันทีที่ผู้กองพนาเดินหนีออกมาจากห้องพยาบาลแก้วเจ้าจอมก็กรี๊ดออกมาลั่นแล้วปาถาดอุปกรณ์ทำแผลไล่หลังเขา ตอนนี้เธอโกรธมาก โกรธจนแทบอยากจะฆ่าเขาให้ตาย ไม่เคยมีใครมาทำให้เธอโกรธจนต้องกรี๊ดออกมาแบบนี้ แล้วฟังที่เขาด่าเธอสิ เธอจะโกรธกับคำด่าไหนก่อนดีระหว่างยัยหมอโหด ควายถึกหรือว่าความจำเสื่อม นี่เขากลายเป็นผู้ชายปากร้ายแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หนอย...คนอุตส่าห์เป็นห่วง อย่าให้ถึงคราวเธอต้องเอาคืนบ้างก็แล้วกัน! 

  

 

 

               โดนล้อรถทับไปขนาดนั้นแก้วเจ้าจอมก็นึกว่าเขาจะเดี้ยงมารับน้องต่อไม่ไหว แต่ที่ไหนได้พอหมดช่วงเวลาพักเขาก็กลับมารับน้องโหดได้เหมือนเดิม ซ้ำยังโหดยิ่งกว่าเก่าจนตำรวจน้องใหม่เป็นลมไปตั้งหลายรายจนเธอกับอรินต้องรีบเข้าไปดูแลทั้งๆ ที่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่ไหว มื้อเช้าก็ได้นั่งกินข้าวดีๆ อยู่หรอก แต่มื้อเที่ยงนี่สิต้องกลับมานั่งกินข้าวอยู่ในบ่อโคลนอีกรอบ ฝนก็ตกลงมา จากข้าวสวยกับผัดพริกแกงไก่ กินไปกินมากลายเป็นข้าวต้มกับแกงถั่วฝักยาวใส่ไก่เฉยเลย ดีที่ได้กินขนมที่แม่แก้มฝากมาให้กันตาย ไม่รู้ว่าผู้กองพนาจะบ้าบออะไรนักหนา ถึงแม้ว่าการรับน้องครั้งนี้มันจะทำให้ตำรวจน้องใหม่รักและสนิทกันมากขึ้นก็เถอะ กว่าวันนี้จะจบสิ้นแก้วเจ้าจอมก็แทบคลานกับบ้านพักจนอรินต้องเข้ามาช่วยประคองและนอนแผ่หราอย่างหมดแรงอยู่ที่ระเบียงบ้านกันทั้งพี่ทั้งน้อง 

               หลังจากที่วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวัน พอตกเย็นผู้กองพนาและเหล่าตำรวจรุ่นพี่ก็มีเซอร์ไพรส์จัดงานต้อนรับตำรวจน้องใหม่ขึ้นอย่างอบอุ่น เลี้ยงข้าวปลาอาหารดีๆ มากมายและขอโทษขอโพยกันไปที่มีการแกล้งกันตลอดทั้งวัน เพราะที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อหล่อหลอมทุกคนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและเป็นบทเรียนว่าถึงแม้การรับน้องในวันนี้จะเรียกว่าโหด แต่ภารกิจการทำงานในชีวิตจริงนั้นโหดยิ่งกว่า ในการฝึก การรับน้องยังมีได้พัก เจ็บป่วยอะไรก็ยังขอเวลานอกได้ แต่ภารกิจของจริงนั้นจะไม่มีการขอเวลานอกเด็ดขาด ถ้าพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่นั่นย่อมหมายถึงชีวิตของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมที่ต้องเสียไป 

               แก้วเจ้าจอมไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับกับทุกคนเพราะเธอเหนื่อยจนแทบไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้วเลยฝากให้อรินที่ไปร่วมงานเลี้ยงกับทุกคนห่อข้าวเย็นมาให้ที่บ้านพักแทน อีกทั้งเธอยังอยากมีเวลาส่วนตัวในการอาบน้ำด้วยเพราะวันนี้คลุกโคลนมาทั้งวันแล้ว แต่การจะหิ้วถังน้ำไปอาบในห้องน้ำก็ดูกระไรอยู่ ตัวเธอเลอะโคลนตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบนี้อาบน้ำแค่ถังสองถังคงไม่พอ ดังนั้นเธอจึงมาที่ป่าหิ่งห้อยเพื่ออาบน้ำที่ลำธารแทน 

               ชุดเครื่องแบบ เสื้อผ้าที่เลอะคราบโคลนถูกซักจนสะอาดดีแล้ววางพาดเอาไว้กับโขดหิน จากนั้นแก้วเจ้าจอมก็ค่อยๆ ก้าวลงไปในลำธาร สายน้ำเย็นๆ ที่ไหลลงมาจากบนเขาทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย แรงไหลของน้ำเป็นเสมือนสปาน้ำวนที่ช่วยนวดเนื้อตัวให้เมื่อเธอทิ้งตัวลงไปกับสายน้ำในชุดผ้าถุงผืนสีเข้ม 

               “เฮ้อ! ค่อยสบายตัวหน่อย” เธอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้แช่ตัวในน้ำใสไหลเย็นท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ฝูงหิ่งห้อยโผบินไปมาราวกับดวงดาวระยิบระยับ การได้อาบน้ำท่ามกลางธรรมชาตินี่มันดีจริงๆ แก้วเจ้าจอมว่ายน้ำไปมาอยู่คนเดียวอย่างมีความสุขจนลืมเรื่องบาดหมางกับผู้กองพนาไปเสียสนิท หลังจากที่อาบน้ำสระผมจนสะอาดดีแล้วแก้วเจ้าจอมก็ยังไม่ยอมขึ้นจากน้ำง่ายๆ ยังคงนอนแช่อยู่ในน้ำเช่นนั้นด้วยความสบายตัว 

               ผู้กองพนาที่เพิ่งเดินเข้ามาในป่าหิ่งห้อยถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นแสงจากตะเกียงเจ้าพายุที่วางอยู่บนโขดหินพร้อมกับชุดเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำของใครบางคน ดังนั้นเขาจึงได้แอบย่องเข้ามาดูว่าใครกันที่มาอาบน้ำตัดหน้าเขาเพราะปกติเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ฐานจะไม่เข้ามาที่ป่าหิ่งห้อยกัน 

               “อ้าว นึกว่าใคร” เขาว่าเมื่อเห็นร่างบางขาวผ่องแสนสวยกำลังเอนกายพิงโขดหินแช่ตัวอยู่ในน้ำอย่างสบายเนื้อสบายตัว ถึงว่าสิเขาได้กลิ่นหอมๆ ฟุ้งอบอวลอยู่ที่นี่ ที่แท้ก็กลิ่นหอมจากตัวเธอนี่เอง ก็ไหนอรินบอกว่าเธอนอนพักอยู่ที่บ้านเพราะเหนื่อย แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญ...เธอรู้จักที่นี่ได้ยังไง รู้ได้ยังไงว่ามีลำธารอยู่ที่นี่ เธอจำอะไรไม่ได้เลยไม่ใช่หรอ ผู้กองพนาได้แต่แอบมองเธออย่างสงสัยก่อนจะเริ่มปลดเสื้อผ้าของตนออกเพื่อลงไปอาบน้ำบ้าง 

               เสียงใครบางคนใช้ขันตักน้ำอาบดังขึ้นข้างๆ ทำเอาแก้วเจ้าจอมสะดุ้งรีบตื่นขึ้นมามองจนได้เห็นผู้กองพนากำลังอาบน้ำอยู่ใกล้ๆ เขาสระผมถูสบู่ราวกับว่าในที่นี้มีเขาอยู่แค่คนเดียว พอถูสบู่เสร็จก็ใช้ขันตักน้ำขึ้นมาราดตัว แต่เหมือนจะไม่สะใจพอเขาจึงวางขันไว้กับโขดหินก่อนจะมุดดำลงไปในน้ำแล้วพุ่งตัวขึ้นมาใกล้ๆ เธอ หากไม่ติดว่าเหนื่อยและเพลียมากแก้วเจ้าจอมคงเผลอชกเขาไปแล้ว 

               “ทำบ้าอะไร!!! ฉันตกใจหมด” 

               “แล้วคุณมาแอบดูผมอาบน้ำทำไมล่ะ” 

               “แอบดู! ใครจะไปแอบดู ฉันมาอาบน้ำก่อนผู้กองนะแล้วก็นอนแช่น้ำอยู่นานแล้วด้วย ผู้กองสิที่มาทีหลัง ผู้กองต่างหากที่แอบดูฉันอาบน้ำ!!!” 

               “ทำไมผมต้องแอบดู” เขาว่ากลับขณะขยับเข้าไปหาเธอในน้ำแล้วสำรวจผ้าถุงกระโจมอกของเธอ ผ้าถุงผืนบางที่เปียกน้ำจนแนบเนื้ออวดสรีระร่างกายของเธออย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะทรวงอกอวบที่ปลายยอดดันเนื้อผ้าออกมาอย่างท้าทายให้เขาลิ้มชิม “จะต้องแอบดูทำไมก็ในเมื่อผมเคยเห็นมาหมดแล้ว แล้วก็ไม่ใช่แค่เคยเห็นด้วย แต่ผมยังเคยจับ เคยจูบ เคยลูบไล้ เคย...” 

               หมับ!!! 

               เพราะทนฟังไม่ได้แก้วเจ้าจอมจึงเหวี่ยงหมัดเข้าใส่เขา แต่ผู้กองพนาก็ยกมือขึ้นรับหมัดของเธอเอาไว้ได้ แล้วพอเธอจะแทงเข่าเขา เขาก็ยึดเรียวขาของเธอเอาไว้ได้อีกอย่างสบายๆ ถึงเธอจะเก่งศิลปะการต่อสู้ยังไงแต่ก็ยังถือว่าด้อยประสบการณ์กว่าเขา 

               ควับ! 

               ผู้กองพนาจัดการจับเด็กดื้อมือไขว้หลังเอาไว้แล้วดันตัวเธอไปแนบชิดกับโขดหิน แรงมหาศาลของเขาทำให้แก้วเจ้าจอมแทบกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้ ไหนจะรับน้องมาจนเพลียอีกเธอจึงหมดฤทธิ์ที่จะต่อต้านเขา 

               “ปล่อยฉันนะ” 

               “ไม่” เขาล็อกมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็เอื้อมมากอดเธอเอาไว้จนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอของแก้วเจ้าจอมจนเธอแทบไม่กล้าขยับตัวไปไหน 

               “จำได้มั้ย จำที่นี่ได้รึเปล่า” ผู้กองพนากระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของเธอ “ที่ป่าหิ่งห้อยนี้เราเคยมีความทรงจำดีๆ ต่อกันนะ แม้แต่ในลำธารนี้...แก้วจำได้รึเปล่า ในลำธารนี้เราเคยทำอะไรกัน ที่โขดหินตรงนี้เลย ถ้าแก้วจำไม่ได้พี่จะเล่าให้ฟังว่าพี่เคยจับแก้วมายืนชิดโขดหินตรงนี้ แล้วจากนั้น...” มือแกร่งข้างที่ไม่ได้ล็อกมือของแก้วเจ้าจอมเอาไว้เลื่อนมาลูบไล้สะโพกกลมกลึงของเธอ ลูบไล้ไปก็ค่อยๆ ดึงชายผ้าถุงของเธอขึ้นมาด้วย น้ำเสียงของเขานุ่มนวลบวกกับบรรยากาศดีๆ ทำให้แก้วเจ้าจอมหลงเคลิ้ม สัมผัสแสนคุ้นเคยจากเขาทำให้เธอไม่รู้สึกต่อต้าน เธอหลับตาพริ้มลงพร้อมๆ กับที่ผู้กองพนาก้มลงมาจูบที่ซอกคอของเธอ ริมฝีปากของเขาจูบและดูดที่ซอกคอของเธอราวกับจะกลืนกินเธอลงท้อง แก้วเจ้าจอมยังจำได้ดีว่าเรื่องที่เขากำลังย้ำเตือนกับเธอนี้มันคือเรื่องไหน 

               “...จำได้รึเปล่า เราเคยมีความสุขด้วยกันตรงนี้ เสพรสรักของกันและกัน เป็นผัวเมียกันที่โขดหินตรงนี้” ผ้าถุงของแก้วเจ้าจอมถูกปลดออกอย่างไม่รู้ตัวและตกลงมากองอยู่ที่เอวบาง แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุสะท้อนเข้ากับร่างบางขาวผุดผ่อนและนุ่นละมุนไปทุกสัมผัส กลิ่นกายแสนหอมของเธอยิ่งยั่วยวนอารมณ์ปรารถนาของผู้กองพนา เขาปัดเรือนผมนุ่มที่เปียกชื้นของเธอออกจากแผ่นหลังเนียน ลูบไล้สัมผัสเธอด้วยความหลงใหล ริมฝีปากอุ่นๆ แนบจุมพิตไปกับแผ่นหลัง ค่อยๆ ปล่อยมือทั้งสองข้างของเธอให้เป็นอิสระแล้วอ้อมมือแกร่งมาข้างหน้าเพื่อนวดคลึงอกอวบเต่งตึง สองเต้านุ่มแสนอวบอึ๋มที่เขาหลงใหล ปลายยอดสีหวานชูชันรับสัมผัสจากปลายนิ้ว ผู้กองพนานวดคลึงทรวงอวบสลับกับเขี่ยปลายยอดอย่างหยอกเย้า สติสัมปชัญญะของแก้วเจ้าจอมแทบจะไม่มีเหลือแล้วในตอนนี้ เธอเหนื่อยและเพลียจากกิจกรรมรับน้องและสัมผัสรักจากเขาก็สุดแสนวาบหวามจนเธอไม่มีแรงจะต่อต้าน ความโกรธเคืองเขาเมื่อตอนกลางวันก็ไม่มีเหลือเมื่อไฟรักถูกกระตุ้นจนลุกโชนขึ้นมาจนนึกหวนถึงวันคืนแห่งรักที่เคยมีร่วมกัน อารมณ์รักแรงปรารถนาของเธอถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างง่ายดาย เสียงครางผะแผ่วในลำคอยิ่งย้ำเตือนในความพ่ายแพ้ต่ออารมณ์รัก ยิ่งเมื่อเขาขยับกายที่เปลือยเปล่าเข้ามาแนบชิด สะโพกสวยของเธอสัมผัสแนบกับความเป็นชายที่พร้อมจะปลดปล่อยเธอจากความปรารถนาแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งไร้แรงขัดขืน 

               แก้มนวลแดงก่ำเมื่อเขาจับเธอให้หันหน้ากลับมาหาก่อนที่ผู้กองพนาจะดันร่างของเธอให้ขึ้นไปนอนราบกับแผ่นหินเย็นๆ ริมลำธาร เขาดึงผ้าถุงอาบน้ำออกจากร่างบางแสนสวยจนตอนนี้แก้วเจ้าจอมที่หลงเคลิ้มไปกับเขานอนเปลือยกายด้วยความอ่อนแรง เรียวแขนเล็กยกขึ้นมากอดเขาเมื่อผู้กองพนาคร่อมทับร่างของเธอแล้วโน้มตัวลงมาจูบ ริมฝีปากนุ่มแดงระเรื่อหอมหวานจนเขาดูดดื่มเธออยู่นานก่อนจะลากลิ้นชื้นๆ โลมเลียจากริมฝีปากของเธอมาที่ซอกคอหอมกรุ่นแล้วฝังรอยจูบลงไป แก้วเจ้าจอมอยากจะร้องห้ามเขา อยากให้เขาหยุดแต่ร่างกายของเธอมันกลับเข้าข้างเขามากกว่าตัวเธอเอง ลำพังแค่จากการรับน้องเธอก็เหนื่อยมากแล้ว ยิ่งมาถูกเขาจุดไฟรักให้แบบนี้เธอก็แทบหมดแรง 

               “อ่ะห์...” เธอสะดุ้งขึ้นมาอีกเมื่อลิ้นร้ายของเขาตวัดปาดเลียมาที่ยอดทรวงอวบ เขาบีบขย้ำสองเต้าเต็มอุ้งมือแล้วใช้ลิ้นสัมผัสก่อนจะดูดปลายยอดราวกับหิวกระหาย เธอหลับตาพริ้มลงและแอ่นอกขึ้นไปหาเขา คิดว่าคืนนี้เธอคงพ่ายแพ้ให้กับเขาแล้วแน่ๆ 

               ผู้กองพนาจูบและกลืนกินเธอไปทั้งตัว เมื่ออิ่มจากสองเต้าของเธอแล้วเขาก็จูบเลื่อนต่ำลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ตั้งใจว่าจะฝังรอยจูบลงไปให้ทั่วแต่แสงจากตะเกียงเจ้าพายุที่ส่องมายังร่างของเธอก็ทำให้เขาสังเกตเห็นรอยช้ำอยู่ที่เอวบาง มันเป็นรอยช้ำที่เพิ่งเกิดขึ้น คล้ายกับถูกอะไรสักอย่างรัดเอวเอาไว้แน่นจนเกิดรอยเช่นนี้ พลันเขาก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าขึ้นมาได้ ตอนที่เขาสั่งให้ตำรวจน้องใหม่ทุกคนวิ่งโดยมีเชือกผูกลากล้อรถอยู่ที่เอว รอยช้ำที่เกิดขึ้นตรงเอวของเธอคือรอยเชือกที่ใช้ลากล้อรถเมื่อเช้านี้ ผู้กองพนารีบผละออกจากตัวของเธอในทันที ที่เธอไม่ได้ขัดขืนเขาเลยไม่ใช่เพราะเธอยินยอม แต่เธอไม่มีแรงจะขัดขืนเขาเลยต่างหาก เธออาจจะเคลิ้มไปกับอารมณ์รักที่เขาปลุกเร้าแต่เหตุผลหลักที่เธอไม่ดิ้นหนีเขาก็เพราะเธอเหนื่อยและอ่อนเพลียจากกิจกรรมรับน้องวันนี้ ถ้าเกิดเขายังเอาแต่ใจทำตามอารมณ์ของตัวเองแล้วกลืนกินเธอไปมากกว่านี้เธอต้องรับเขาไม่ไหวแน่ๆ เขารู้นิสัยตัวเองดีว่ากินได้ดุมากแค่ไหน ก่อนหน้านี้เธอก็คงจะเพลียมากถึงได้นอนแช่น้ำอยู่นานสองนานกว่าจะรู้ตัวว่าเขาลงมาอาบน้ำด้วย วันนี้เขาแกล้งเธอมาทั้งวันแล้วเขาไม่ควรจะรังแกเธอซ้ำอีก เมื่อคิดได้ดังนั้นผู้กองพนาก็ประคองแก้วเจ้าจอมขึ้นมากอดเอาไว้แนบกับอกของเขา แล้วดึงเอาผ้าเช็ดตัวที่วางอยู่บนโขดหินขึ้นมาห่อคลุมกายของเธอเอาไว้ ถึงเขาจะต้องการปลดปล่อยอารมณ์รักกับเธอมากแค่ไหน แต่ความรักของเขามันก็มีมากกว่าความใคร่ 

               “ผู้กอง...” แก้วเจ้าจอมแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็หยุดเสียดื้อๆ สองแขนของเขาโอบประคองเธอเอาไว้อย่างทะนุถนอมก่อนจะก้มลงมาจูบที่แก้มของเธอ 

               “เหนื่อยมากไม่ใช่หรอวันนี้ นอนเถอะ พักผ่อนได้แล้ว” 

               “งั้นก็กลับบ้านพักเถอะ” 

               “เดี๋ยวพี่อุ้มกลับเอง ถ้าเพลียมากก็หลับเถอะนะ นอนให้เต็มอิ่ม” สองแขนแกร่งกอดรัดเธอเพื่อให้เธอได้ซุกกายเข้าหาอกอุ่นของเขา ความอบอุ่นของเขาทำให้แก้วเจ้าจอมมีความสุขนัก หัวใจของเธอหวั่นไหวและวางใจที่จะหลับพักกายอยู่ในอ้อมกอดของเขา ทันทีที่เธอหลับตาลงเธอก็หลับไปในทันที 

  

 

 

               ผู้กองพนาไม่ได้พาแก้วเจ้าจอมกลับไปส่งที่บ้านพักของเธอ แต่เขากลับพาเธอมาที่บ้านพักของเขา ตอนนี้ที่บ้านพักของเธอยังคงปิดไฟอยู่คาดว่าอรินน่าจะยังอยู่ที่งานเลี้ยงกับทุกคนดังนั้นผู้กองพนาจึงใช้โทรศัพท์ของแก้วเจ้าจอมส่งข้อความไลน์ไปบอกอรินว่า ‘พี่เหนื่อยมากวันนี้ จะเข้านอนเร็วหน่อยนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยเจอกัน’ ซึ่งไม่นานอรินก็ส่งข้อความราตรีสวัสดิ์กลับมาหา หึ! ไอ้ตี๋หน้าโอปป้า คิดจะแย่งเมียเขาหรอ เร็วไปร้อยปีแล้วไอ้หนูเอ้ย! ผู้กองพนาคิดอย่างผู้ชนะก่อนจะหายามาทาที่รอยช้ำตรงเอวให้กับแก้วเจ้าจอมแล้วหยิบชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวสีขาวมาสวมให้เธอ เพราะทุกวันนี้ เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของแก้วเจ้าจอมเขาก็ยังคงเก็บเอาไว้ที่บ้านพักของเขาตามปกติเสมือนว่าเธอยังอยู่กับเขา และวันนี้เธอก็ได้กลับบ้านมาหาเขาแล้วจริงๆ 

               “แม่นางไม้น้อยของพี่” ผู้กองพนาล้มตัวลงนอนข้างๆ เธอบนเตียง แม้จะปิดไฟแล้วแต่ก็ยังคงจุดตะเกียงเจ้าพายุเอาไว้ที่ริมหน้าต่างเพื่อให้ยังมีแสงสว่างอยู่เพราะเขายังอยากมองแก้วเจ้าจอมให้นานๆ เขาประคองเธอมานอนหนุนแขนและอิงอกของเขา ท่าทางเธอจะเพลียมากจริงๆ สองแขนเล็กๆ กอดรอบตัวเขาแน่นแล้วก็หลับเป็นตาย แก้มนวลของเธออิงแนบแผ่นอกที่เปลือยเปล่าของเขา มองเธอกี่ครั้งๆ ก็มีความสุขไปทั้งหัวใจหลังจากที่ต้องเจ็บปวดเพราะความคิดถึงเธอมาตลอดสามเดือน เมื่อวานนี้พอเขาได้เห็นเธอเดินเข้ามารายงานตัวก็เหมือนชีวิตที่ดับมอดของเขาได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาไม่แน่ใจว่าเธอกลับมาหาเขาคราวนี้เพราะเธออยากกลับมาหาเขาเองหรือเพราะเหตุผลนานัปการตามที่เธอได้บอกเขา แต่ไม่ว่าเธอจะกลับมาหาเขาด้วยเหตุผลใดเขาก็ดีใจที่เธอมาหา แม้ว่าบางคำพูดของเธอมันจะทำให้เขาเจ็บปวดแต่เขาก็ยอมขอเพียงแค่ได้อยู่กับเธอ และเขาก็ไม่รู้ว่าหากพรุ่งนี้เช้าพอเธอตื่นแล้วเธอจะว่ายังไงที่เขาพาเธอมานอนด้วยที่นี่ เธอจะยอมรับหัวใจของเขาหรือเธอจะโวยวายแล้ววิ่งหนีเขาไปอีกรึเปล่า ถ้าหากพรุ่งนี้เธอเลือกที่จะวิ่งหนีเขาไป คืนนี้เขาก็จะกอดเธอเอาไว้แน่นๆ จะกอดให้สมกับที่รักและคิดถึง จะกอดเธอให้สมกับที่หัวใจของเขามันโหยหาแต่เธอมาตลอดสามเดือน 

               “พี่รักแก้วมากนะ พรุ่งนี้เช้าถ้าตื่นแล้วก็กลับมาเป็นแก้วคนเดิมของพี่เถอะ อย่าเป็นยัยโหดสไนเปอร์เลย เห็นเมียดุขนาดนี้แล้ว...พี่กลัว” 

  

 

*************************************************** 

สงสารคนกลัวเมียจริงๆ ถ้ายัยเปอร์ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าตัวเองนอนกอดอยู่กับคุณพี่ป่าจะเป็นยังไงน้อ หวังว่าหมัดหนักๆ คงไม่ฮุกเข้าหน้าพี่ป่าก่อนหรอกนะ 

ผัวเมียคู่นี้ยังจะได้จิกกัดกันต่ออยู่นะคะ ความโหดมันฮายังคงมีอีกแน่นอน โปรดรอติดตามชม 

**************************************** 

เก็บกระเป๋าไปเที่ยวหนองคายกันค่ะ 

ความคิดเห็น