Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 23

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 728

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 23
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 23 

 

วันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ผมตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาช่วยยายกับน้องสาวจัดโต๊ะผมรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมานิดหน่อยรู้สึกว่าตัวเองมีวุฒิภาวะของการเป็นผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีกนิด หลังจากที่ได้ไปรับไปส่งปาแป้งที่โรงเรียนแล้วผมก็มีเวลาว่างมากขึ้นดังนั้นหลังจากกินข้าวเสร็จผมก็รีบออกมาจากบ้านเพื่อขึ้นรถเมล์ไปมหา’ลัย 

เช้านี้รถยังติดเหมือนเคยแต่ผมชินแล้ว ชินที่ว่านี่คือยืนโหนรถเมล์จนชินแล้ว เช้าๆ แบบนี้มีที่ให้ยืนก็บุญแล้วครับแต่ว่าผมยืนไม่นานหรอกแค่สี่ป้ายก็ถึงมหา’ลัยผมแล้ว 

“ฝุ่น!” ผมหันไปตามเสียงเรียกก็เห็นก็อตก้าวยาวๆ เข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าหล่อๆ  

เวลาเจอก็อตผมนี่รู้สึกหดหู่ในหัวใจเพราะไม่ว่าจะเดินไปไหนคนก็มองก็อตเป็นตาเดียว แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อผมกับก็อตเป็นเพื่อนกันแล้วผมก็ต้องทำใจยอมรับ ไม่ใช่ว่าผมอิจฉาก็อตนะครับแต่ผมแค่ไม่ชินเวลาคนมองเยอะๆ เท่านั้นแหละ 

“อ้าว ก็อตมาซะเช้าเลยนะ” ผมยิ้มรับพร้อมกับถามคำถามที่ทำให้คนฟังหน้ามุ่ย 

“อะไรกัน พูดแบบนั้นก็อตเสียใจนะ” ก็อตว่าพร้อมโอบไหล่ผมแล้วเดินเข้ามหา’ลัยไปพร้อมกัน 

“เสียใจอะไร เราก็แค่พูดตามเนื้อผ้า ก็ไม่เคยเห็นมาเช้านี่น่า” ผมว่าตามจริง ก็ต้องแต่เปิดเรียนมามีวันนี้นี่แหละที่เห็นมาเช้าอ่ะ 

“น่าๆ ก็วันหยุดได้นอนเต็มอิ่มวันนี้เลยตื่นเช้าไม่มีอะไรทำก็เลยมาดักรอฝุ่นนี่ไง ไปๆ อย่าบ่นหิวแล้วเนี่ย” พูดจบก็อตก็กึ่งดึงกึ่งลากผมไปทางโรงอาหาร 

ผมไม่ได้ซื้ออะไรมากินเพราะว่ากินมาจากที่บ้านแล้วดังนั้นนอกจากกาแฟที่ก็อตซื้อมาเผื่อแล้วผมก็ทำแค่นั่งมองก็อตกินข้าว  

“มองแบบนั้นคบกันเลยมั้ยล่ะ”  

“หา!” ผมแทบพ่นกาแฟใส่หน้าคนตรงข้าม “พูดอะไรเนี่ยเกือบสำลักแน่ะ” ผมว่าเมื่อตั้งสติได้ 

“ฮ่าๆ ก็เห็นมองนานแล้วนึกว่า…อยากจีบ” ก็อตว่าแล้วตักข้าวเข้าปากก่อนพูดต่อทั้งๆ ที่ปากเต็มไปด้วยอาหาร “จีบได้นะ ช่วงนี้ว่างมากกกกก”  

“เอ่อ…เชื่อแล้วว่าว่างมาก ไม่ต้องลากยาวขนาดนั้นก็ได้” ผมว่าแล้วส่ายหน้าไปมาเพราะรู้สึกขำ 

“ไม่คิดว่าก็อตพูดจริงบ้างเหรอ” ก็อตว่าแล้วมองหน้าผมอย่างจริงจัง 

คราวนี้ผมถึงกับลมหายใจสะดุดพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ ท้องไส้ข้างในมันรู้สึกปั่นป่วนแบบรู้สึกแปลบๆ ยังไงชอบกล นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะกับการที่คนอื่นชอบมาเล่นกับความรู้สึกของผม 

“ถ้าไม่ได้รู้สึก” ผมเว้นช่วงให้ตัวเองได้หายใจแล้วว่าออกไปอย่างไม่จริงจังนัก “อย่าเล่นกับความรู้สึกคนอื่นไปทั่วนะ มันไม่ดี”  

“อ่า…ก็แค่ล้อเล่นทำไมต้องดุด้วยเนี่ย” ก็อตว่าพร้อมยิ้มกว้าง 

“ไม่ได้ดุซะหน่อย ก็แค่พูดเตือนเฉยๆ ฝุ่นก็แค่สงสารคนที่ก็อตเที่ยวไปแจกความหวังให้เขาเฉยๆ” ผมรู้ว่าก็อตเป็นหนุ่มเนื้อหอมเพราะตั้งแต่รู้จักกันมาถึงจะแค่ไม่กี่วันแต่ก็มีคนเข้ามาหาก็อตเยอะมาก ที่สำคัญผู้หญิงสาวๆ ทั้งนั้น หรือแม้แต่ผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกันยังมีเข้ามาจีบเลย 

“โอเคๆ เข้าใจแล้วครับ ต่อไปนี้ผมจะไม่ไปทำแบบนี้กับใครอีกนอกจากคนที่ผมชอบ”  

“ดีมาก” ผมว่ายิ้มๆ ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นมาจ่อปากแล้วดูดกลืนอย่างชื่นใจตาก็มองนั่นมองนี่ไปเรื่อยไม่อยากจะโฟกัสแค่ก็อตคนเดียวเดี๋ยวจะหาว่าผมมองเพราะอยากจีบอีก 

“เออ ฝุ่นรู้ยังว่ามีอาจารย์ฝึกสอนมาใหม่ พวกสาวๆ ในกลุ่มแชทนี่กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ แต่ก็อตว่าก็งั้นๆ” ปากก็ว่างั้นๆ แต่น้ำเสียงนี่เหมือนจะอิจฉานะนั่นน่ะ 

“ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” พอดีว่าผมไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านในกลุ่มแชทนั้นสักเท่าไหร่ ที่เข้านี่ก็เผื่อว่ามีงานสำคัญๆ จะได้ไม่พลาด 

 “นั่นๆ จืดชืดอีกแล้ว แชทกลุ่มเนี่ยเข้าไปส่องๆ บ้างนะครับจะได้ไม่ตกเทรนด์” ก็อตว่าพลางส่ายหัวเหมือนจะเอือมๆ ในความจืดชืดไม่สนอะไรของผมเต็มทน 

“ต้องส่องด้วยเหรอ ช่วงนี้ไม่มีงานสำคัญอะไรที่อาจารย์สั่งนี่” ผมค้านเพราะวันหยุดที่ผ่านมาผมแทบจะไม่ได้จับโทรศัพท์เลยเพราะกลัวอดใจส่งข้อความไปหาพี่ดินไม่ไหว 

แต่ถึงผมอยากจะส่งไปก็คงหน้าด้านส่งไม่ได้หรอกครับเพราะหลังจากวันที่ผมคืนสร้อยข้อมือให้พี่ดินไปพี่เขาก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย  

ก็ดีแล้ว…ผมจะได้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที 

“อ่า จืด จืด จืด”  

“ก็อต!” ผมดุคนที่เอาแต่ว่าผมจืด 

“ก็ฝุ่นจืดนี่”  

“เคยชิมแล้วเหรอถึงรู้ว่าจืด” ทนไม่ไหวแล้วครับ 

“…!” ก็อตชะงักจนช้อนในมือหล่น เหมือนผมจะเห็นเครื่องหมายตกใจอยู่เต็มหน้าก็อตไปหมด ผมเลยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแก้เขิน 

“อิ่มยังจะเข้าเรียนแล้วนะ”  

“อ่า อิ่ม…อิ่มขึ้นมาทันทีเลย เดี๋ยวจะเก็บท้องไว้กินของจืด!” ก็อตว่าแล้วยิ้มล้อ 

 “เราพูดเล่นเหอะ!” ผมถลึงตาใส่ก่อนจะลุกออกมาจากตรงนั้น ไม่ไหวครับเป็นคนเปิดเองแท้ๆ แต่กลับแพ้สายตาคุกคามนั่นซะเอง อยากตีปากตัวเองเหมือนกันนะไม่รู้ว่าผีตนไหนเข้าสิงให้ผมปากกล้าพูดออกไปแบบนั้นน่าอายจริงๆ เลย 

วันนี้ในเซคของเราเต็มไปด้วยนักศึกษาหน้าใหม่ที่ดูจะมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากเป็นพิเศษเพราะว่าวันนี้จะมีอาจารย์ฝึกสอนคนใหม่เข้ามาและอาจารย์ประจำวิชาจะพามาแนะนำด้วยตัวเอง 

อาจารย์ท่านหนึ่งเดินนำเข้ามาเป็นคนแรกก่อนที่คนที่เดินตามมาข้างหลังจะก้าวตามเข้ามาติดๆ เพื่อนคนอื่นๆ ตื่นเต้นกันน่าดูเลยครับโดยเฉพาะสาวๆ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงจนอาจารย์แว่น ผมขอเรียกแบบนี้ก็แล้วกันนะครับเพราะอาจารย์แกแว่นใหญ่จริงๆ อาจารย์แว่นกระแอมไอจิกตาดุจนเสียงฮือฮาเมื่อครู่เงียบลง 

“นักศึกษาทุกคนฟังให้ดี วันนี้อาจารย์จะให้อาจารย์ฝึกสอนมาทำหน้าที่สอนแทนเพราะวันนี้อาจารย์ต้องไปประชุมด่วน ฝากพวกเธอช่วยอยู่กันแบบเงียบๆ เรียบร้อยๆ เหมือนที่อยู่กับอาจารย์ พวกผู้หญิงน่ะถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องกรี๊ดกร๊าดกันมากเดี๋ยวอาจารย์ฝึกสอนจะตกใจจนหนีไปสอนที่อื่นซะ”  

“พวกหนูจะอยู่กันเงียบๆ ค่ะอาจารย์” 

“จะไม่ปริปากบ่นสักคำเลยค่ะ” 

“จะตั้งใจเรียนอย่างดีเลยค่ะอาจารย์” 

“หนูจะมองหน้าอาจารย์ฝึกสอนตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ” 

เสียงสาวๆ เซ็งแซ่จนผมเริ่มปวดหู ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ฝึกสอนที่ว่านั้นแล้วก็ต้องตกใจจนลมหายใจติดขัด 

เฮ้ย! ไม่น่า อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ!!!! 

“ฝากด้วยนะคะอาจารย์ ถ้านักศึกษาคนไหนดื้อ ดิฉันอนุญาตให้อาจารย์หักคะแนนได้เลย” 

“ครับอาจารย์” 

พออาจารย์แว่นเดินออกไปเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นทันที อาจารย์ฝึกสอนยกมือปรามเชิงบอกให้พอได้แล้วพร้อมกับแจกรอยยิ้มหว่านสเน่ห์ เมื่อเสียงกรี๊ดกร๊าดเงียบลงก็เริ่มแนะนำตัว 

“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน” 

“กรี๊ดดดดด อาจารย์เสียงกระชากใจหนูมากเลยค่าาาา”  

“ฮ่าๆๆๆ”  

ผมที่ไม่ค่อยยินดีกับการได้เจออาจารย์ฝึกสอนคนนี้สักเท่าไหร่ได้แต่ทอดถอนใจ รู้สึกอยากให้วิชานี้ผ่านไปเร็วๆ 

“เอาล่ะครับ เงียบกันก่อนนะ ถ้าไม่อย่างนั้นผมจะหักคะแนนทุกคน”  

โอ้โห…มาดอาจารย์โคตรๆ โหมดดุกร้าวใจสุดๆ ไปเลย 

“โห…อาจารย์อย่าใจร้ายสิคะ” 

“ผมชื่อษัษดินทร์ หรือจะเรียกว่าอาจารย์ดินเฉยๆ ก็ได้” 

“หูย ชื่อโคตรเพราะเลยค่ะ” 

“แล้วนามสกุลอาจารย์ล่ะคะ เผื่อหนูจะได้เปลี่ยนไปใช้ด้วยคน” อ่า ยัยผู้หญิงคนนี้จะใจกล้าเกินไปแล้วนะ! 

“ถ้าอยากรู้คงต้องไปพบอาจารย์ที่ห้องพักนะครับ” นี่ไม่ใช่การเชื้อเชิญ แต่มันคือการข่มขู่ เพราะอาจารย์ฝึกสอนคนนี้พูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่ยิ้มแย้มเหมือนต้นชั่วโมงก่อนและนั่นก็ทำให้ทุกคนสงบปากใบ้กินไปในทันที 

เมื่อทุกอย่างเงียบสงบการเรียนก็เริ่มต้นขึ้นแต่ตอนนี้ผมกำลังตกอยู่ในภวังค์ สติสตังของผมดับวูบไปชั่วขณะสมองมันรู้สึกเบลอๆ โล่งๆ จนไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว อาจารย์ฝึกสอนยืนสอนอยู่ด้านหน้าเขาไม่ได้สนใจเจาะจงมองมาที่ผมแต่ผมรู้ว่าเขามองผมอยู่บ่อยๆ แม้ว่าผมจะก้มหน้าแต่ผมก็รู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้อง 

“หล่อฉิบหายเลยฝุ่นว่ามั้ย” ก็อตกระซิบอยู่ข้างหูผมทำให้ผมสะดุ้งน้อยๆ เพราะตกใจ 

“ใคร?” ก็รู้แหละว่าก็อตหมายถึงใครแต่ผมก็ไม่อยากยอมรับหรอกว่าเขาหล่อจริงๆ 

“เอ้า! ก็อาจารย์ฝึกสอนไง หล่อจนก็อตดูดร็อปลงไปเลยอ่ะ”  

ผมละสายตาจากหน้าเซ็งๆ ของก็อตแล้วมองไปที่อาจารย์ฝึกสอนคนใหม่แล้วก็ต้องตาโตก่อนจะกลอกตาไปมาเพราะคนตรงหน้าก็มองสบตาผมพอดี แย่แล้ว…แบบนี้เขาก็รู้หมดนะสิว่าผมมองเขาอยู่อ่ะ 

“ยังไงครับ เจอความหล่อของอาจารย์จนช็อกไปเลยหรือไง”  

“เปล่า…ตั้งใจเรียนไปเหอะน่า” ผมก้มหน้าก้มตาตอบแต่ดูเหมือนก็อตจะไม่จบอยู่แค่นั้น 

“จริงเร้อ แล้วไอ้ที่หูแดงๆ เนี่ยคืออะไร อย่าบอกนะว่าเขินที่สบตากับอาจารย์เมื่อกี้”  

“บ้า!” ผมว่าแค่นั้นและไม่สนใจก็อตอีก ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ก็อตจะแซวผมแบบนี้เพราะก็อตคงมองออกแหละว่าผมชอบอะไรไม่งั้นคงไม่กล้าแซวผมเรื่องให้ผมจีบตัวเองหรอก 

“ฮึ่ม! นักศึกษาสองตรงกลางน่ะ ถ้าไม่อยากเรียนที่ผมสอนก็เชิญออกไปข้างนอกได้เลยนะครับผมไม่ว่าแต่อย่ามารบกวนสมาธิเพื่อนที่เขาตั้งใจเรียน”  

ผมเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ก็เจอกับสายตาดุดันของอาจารย์ฝึกสอนที่มองมาก่อนที่สายตานั้นจะเลื่อนไปยังคนที่นั่งอยู่ข้างผม  

ก็อตยิ้มแหยยกมือไหว้ขอโทษก่อนจะตั้งใจเรียน? 

ผมเองทำได้แค่นั่งนิ่งมองคนตรงหน้าด้วยแววตาสั่นระริกความรู้สึกคิดถึงมันเริ่มตีรวนขึ้นมากองกันที่หน้าอกข้างซ้ายแล้วมันก็เต้นกระหน่ำจนจังหวะหายใจของผมติดขัด 

 “คุณ…” เขาชี้มาที่ผมที่กำลังกะพริบตาปริบๆ อยู่ “เลิกเรียนตอนเย็นไปพบผมที่ห้องพักอาจารย์”  

ทุกสายตาจับจ้องมาที่ผม ทุกคนเหมือนมีคำถามอยู่ในหัวและเหมือนจะคาดเดากันไปต่างๆ นานา เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังมาให้ได้ยินเป็นช่วงๆ เนื้อหาที่จับใจความได้คือผมซวยแล้ว! 

ส่วนคนที่นั่งข้างผมทำแค่ตบไหล่ปลอบผมแต่ไร้เสียงนั่นทำให้ผมซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ช่วงเวลาคับขันก็คงตัวใครตัวมันสินะ เหอะ! 

แต่ว่าผมไม่อยากไป ไม่อยากให้วันนี้เลิกเรียนเลย ถ้าเป็นไปได้อยากเรียนไปจนเช้าเลย 

ความคิดเห็น