ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 : โชคชะตา

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : โชคชะตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : โชคชะตา
แบบอักษร

 ชิดใกล้ ใกล้ชิด 

 

"ขอบคุณครับที่มาส่ง" ผมยกมือไหว้คนที่อายุมากกว่าที่มาส่งผมที่หอพักในช่วงกลางวัน ก่อนจะเดินลงจากรถเพื่อขึ้นไปบนห้อง ทว่าคนที่เดินตามมาด้านหลังนั้นทำให้ผมมองเขาอย่างแปลกใจ

"คุณอัคคีไม่ต้องไปส่งผมที่ห้องก็ได้ครับ" แค่พามาส่งผมถึงที่หอพัก ผมก็เกรงใจมากแล้ว

"เปล่า ไม่ได้มาส่ง"

"ครับ?" ถ้าเขาไม่ได้มาส่งผม เขาจะมีธุระอะไรแถวนี้

"จะไปรอเธอที่ห้อง"

"รอผม" คราวนี้ผมมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะไปรอผมที่ห้องทำไม

"ตอนเย็นช่วยไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย"

"ไปที่ไหนเหรอครับ" ผมถามเขาอย่างไม่เข้าใจว่าจะให้ผมไปที่ไหน

"ซื้อของ"

"ได้ครับ" เพราะผมก็ไม่ได้มีกิจกรรมที่ต้องรีบทำ และตอบแทนสิ่งที่เขาได้ช่วยผมไว้เมื่อคืน 

"แต่ว่าห้องของผมคงไม่สะดวก" ห้องของผมทั้งเล็ก ทั้งแคบ ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ผมเกรงว่าเขาจะอึดอัดเสียเปล่า

"ตรงนี้ฉันก็ไม่สะดวก"

"อ่า ขอโทษครับ" เพราะมัวแต่เป็นกังวลเรื่องห้อง ที่ตรงนี้เองก็แดดร้อนนัก ร้อนจนใบหน้าของเขาเริ่มมีหยาดเหงื่อไหลริน ผมจึงเดินนำเขาไปที่ห้องของผมที่อยู่ชั้นบน ถึงแม้จะรีบร้อนแค่ไหนแต่ผมก็เดินอย่างระมัดระวังเพราะผมไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว และคุณอัคคีก็เดินตามหลังผมมาเงียบๆ ก่อนจะเปิดห้องของตัวเองเชิญชายหนุ่มนั่งลงบนเตียงนอนเพราะมันเป็นที่ที่เดียวที่ให้เขาใช้สำหรับนั่ง จากนั้นก็เดินไปเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทและพัดลมเพียงตัวเดียวตรงกลางห้องสำหรับให้ความเย็น

"เธออยู่คนเดียว" 

"ครับ ผมอยู่ที่นี่คนเดียว" สายตาของเขากวาดมองรอบห้อง ห้องนี้เป็นเพียงห้องขนาดเล็กสำหรับเด็กมหาลัยที่ไม่ได้มีเงินสำหรับใช้จ่ายสูงนัก เปิดประตูเข้ามาก็เป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า แล้วก็โต๊ะเขียนหนังสือ ผมเดินไปรินน้ำเย็นในตู้เย็นมาเสิร์ฟก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาซับหยาดเหงื่อตรงไรผมให้ร่างสูงอย่างเบามือที่สุด มือข้างที่ว่างก็จับบ่าของเขาไว้ซับอยู่เพียงครู่เดียวดวงตาคมที่เผลอสบตากันเข้าก็ทำให้ผมตาโตรีบผละมือออกมาอย่างตกใจที่กระทำไปอย่างลืมตัว

"ผะ...ผม" ผมก้าวขาไปด้านหลังหนึ่งก้าว ทำเสียมารยาทกับเขาอีกแล้ว จนไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรดี ทั้งเขินอาย ทั้งดูเก้กังไปหมด

"เธอยังไม่ได้เช็ดตรงนี้" เขาชี้ไปยังไรผมอีกข้างที่ผมยังไม่ได้ช่วยเช็ดให้ ผมไม่รู้ว่าผมควรจะกระทำต่อหรือว่าให้เขาทำด้วยตัวเอง แต่สายตาคมที่บอกเป็นนัยให้ผมไปช่วยเช็ดให้ต่อ ผมจึงก้าวขาไปหาเขา เอ่ยขออนุญาตและบรรจงเช็ดด้านที่ยังมีเหงื่ออีกครั้ง โดยที่ไม่มองคนที่ผมสัมผัสได้ว่าเอาแต่มองผมจนทุกอย่างจบลง

"ผมขอตัวอาบน้ำก่อนนะครับ" เพราะไม่รู้จะหาทางออกจากตรงนี้อย่างไรดี ผมนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้อาบน้ำ จึงขออนุญาตเขาไปอาบน้ำในห้องน้ำ คุณอัคคีพยักหน้าลงเล็กน้อยว่าตามสบาย ผมจึงเดินไปเลือกเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าและไม่ลืมที่จะหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน

พอมาอยู่ด้านในห้องน้ำผมก็ยกมือทาบอกที่มันเอาแต่เต้นสั่นไหวไปหมด ก่อนจะเลื่อนลงหน้าท้องของตัวเอง จะผิดไหมถ้าผมจะบอกว่ายามอยู่กับเขาผมรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย

"ขอโทษที่ให้รอนานครับ" ผมเดินออกมาด้วยชุดลำลองสีขาวทั้งตัวที่ไม่ดูแย่จนเกินไปสำหรับออกไปข้างนอก พร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กที่เช็ดไปตามเส้นผมที่เปียกชื้น คุณอัคคีเพียงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ผมรู้ว่าเขาคงร้อนไม่สบายตัวแต่ก็ไม่ปริปากบ่นออกมาสักคำเดียว มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด

"ฉันยังไม่ได้ว่าอะไร ฉันเลือกที่จะมารอเธอที่ห้องด้วยตัวเอง เธอไม่ได้ผิด"

"อ่า...ครับ" ถึงเขาจะดูน่ากลัว แต่บางมุมเขาก็ดูเป็นคนดีกว่าที่คิด

"ไปกันเถอะครับ ผมพร้อมแล้ว" ขืนให้รอถึงช่วงเย็นผมเกรงว่าเขาคงจะไม่ไหว ถ้าออกไปข้างนอกอย่างน้อยเขาก็จะไม่ต้องมาทนร้อนภายในห้องของผม

"อืม" คุณอัคคีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินตามหลังผมออกจากห้อง ไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่บรรจุกระเป๋าเงินและกุญแจภายในนั้นสำหรับการเดินทาง รถหรูสีดำสนิทยังคงจอดอยู่ที่เดิม ผมหันไปมองใบหน้าเขาสลับกับรถที่จอดอยู่ด้านหน้า คุณอัคคีไม่ควรตามผมขึ้นไปเลย ถ้าเขาอยู่ภายในรถก็ไม่ต้องทนร้อนในห้องของผม

"ขอบคุณครับ" เพราะมัวแต่จ้องมองใบหน้าของเขาผมจึงลืมเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านใน คุณอัคคีจึงเปิดประตูให้ผมขึ้นไปนั่งก่อนและตามมาด้วยเขาที่นั่งลงข้างกันกับผม ก่อนจะออกคำสั่งให้กับชายชุดดำที่อยู่กับเขาตลอดสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนรถจะขับเคลื่อนไปตามท้องถนนอีกครั้ง ผมวางสายตาไปที่ถนนด้านข้างกระจกรถสักพักก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งข้างกัน เขานั่งกอดอกในท่าไขว่ห้าง จ้องมองใบหน้าของเขาที่ดูหล่อเหลาเกินกว่าบุคคลที่พบเห็นได้ทั่วไป มองอยู่อย่างนั้นจนเราสองคนสบตากัน

"มีอะไร"

"ปะ...เปล่าครับ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี คุณเป็นผู้ชายที่ดูดี" ถูกจับได้เสียแล้วว่าแอบมอง ผมลนลานไปหมดรีบจับมือเข้าหากันแน่น ดวงตากลมก็ไม่รู้จะวางที่ไหนดี

"อืม" คนถูกชมยังคมทำหน้านิ่งแต่เป็นผมเสียเองที่เขินอายกับคำพูดของตัวเอง

"ฉันขอถามอะไรสักหนึ่งอย่าง"

"ครับ?" ผมผินใบหน้าไปสบตากับเขาอีกครั้ง จับน้ำเสียงจริงจังของเขาได้

"ผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์"

"เขาเป็นน้าของผมครับ ตั้งแต่คุณแม่เสีย เขาก็รับผมดูแล" คำถามของเขาผมยอมรับว่าตกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะปิดบังใครจึงยอมตอบออกไป

"สนิทกันมากหรือเปล่า"

"ผมไม่รู้ ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย แต่ผมก็ยังคงเคารพเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง" ขอแค่เขาอย่ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของผมก็เพียงพอแล้วเพราะไม่เช่นนั้นผมคงไม่สามารถห้ามความรู้สึกโกรธเกลียดต่อเธอ

"เข้าใจแล้ว" จบประโยคนี้ทั้งผมและคุณอัคคีก็เพียงเงียบ อย่างกับจมปลักความคิดของตัวเอง

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงที่ที่หนึ่ง ห้างใหญ่ใจกลางเมืองกรุง ผมเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะผมไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก ขยับเข้าใกล้ร่างสูงที่อยู่ข้างกายผม คุณอัคคีมองผมครู่หนึ่งก็ยื่นมือมาด้านหน้า

"จับฉันไว้"

"ขอบคุณครับ" ผมจึงจับแขนของเขา และก่อนที่เราจะเดินเข้าไปด้วยกัน มือของเขาก็เคลื่อนมาที่ศีรษะของผม ช่วยปัดปรอยผมที่ยุ่งเหยิงให้อยู่ทรง ผมรีบลงมาจึงไม่ได้ดูให้ดี

"ผมเธอยาว"

"ผมจะหาเวลาไปตัดอยู่ครับ" ช่วงนี้ทั้งเรื่องเรียนและทำงาน ผมจึงไม่มีเวลาได้ดูแลตัวเองสักเท่าไหร่

"ไม่ต้องหรอก แบบนี้ดีแล้ว" เสียงของเขาที่พูดประโยคในตอนท้ายผมไม่ได้ยินชัดนักก่อนเราสองคนจะเดินเข้าไปด้านในโดยมีชายชุดดำทั้งสองคนเดินตามมาห่างๆ เว้นระยะห่างพอสมควร ดูไม่อึดอัด ก่อนชายหนุ่มข้างกายของผมจะหยุดลงร้านร้านหนึ่งเป็นร้านเสื้อผ้า แค่มองจากด้านนอกผมก็รู้ได้ทันทีว่าคงแพงน่าดู และมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดเมื่อคุณอัคคีปล่อยให้ผมเดินดูในร้านตามสบาย ผมจึงเดินไปพลิกป้ายราคาของหุ่นที่โชว์ด้านหน้า ตัวเลขห้าหลักทำให้ผมรีบปล่อยมือลงอย่างกับจับต้องของร้อน

"แพงจัง" ผมเดินดูไปเรื่อยๆ มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ถ้าไปซื้อตามตลาดนัดก็เพียงตัวละร้อยสองร้อยซื้อได้ทั้งร้านเชียว 

"ดูดีมากเลยค่ะ" และเสียงของหญิงสาวพนักงานร้านที่พูดในตอนนี้ทำให้ผมหันไปมองก็เห็นว่าคุณอัคคีกำลังลองชุด เป็นเชิ้ตสีครีมแขนยาว มันเหมือนเป็นเพียงชุดธรรมดาชุดหนึ่งแต่พอมาอยู่บนร่างของเขามันกลับดูดีกว่าที่คิดไว้นัก อย่างกับว่าร่างกายของเขาถูกบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมด

"เป็นยังไงบ้าง"

"คุณดูดีในชุดนี้มากเลยครับ" เขาหันมาถามผม ผมจึงรีบตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม

"งั้นเอาชุดนี้"

"ได้ค่ะ แล้วจะดูชุดอื่นอีกไหมคะ" พนักงานยิ้มแก้มปริ หยิบชุดที่เขาถอดออกจากร่างกายไปถือบนมือ 

"ไม่ล่ะ แต่เป็นอีกคน" คุณอัคคีมองมาทางผม พี่พนักงานจึงเดินมาทางผมด้วยรอยยิ้ม

"ผมเหรอครับ...ผมว่าไม่ดีกว่ามันแพงไป ผมไม่มีเงิน ผมซื้อแค่ที่ตลาดนัดก็พอแล้วครับ" ผมส่ายหน้าไปมา ผมไม่มีเงินที่จะซื้อพวกมันได้แม้แต่ตัวเดียว และผมคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งของจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากๆ ในการซื้อ

"ใครบอกว่าจะให้เธอจ่าย"

"คุณอัคคี ผมเกรงใจ" ทั้งผมและเขาเราเพียงรู้จักกัน เขาจะมาซื้อให้ผม มันดูไม่เหมาะสมซักเท่าไหร่

"อย่าปฏิเสธในสิ่งที่ฉันจะให้" เขาพูดแค่นั้นพี่พนักงานก็จับผมไปที่ห้องลองเสื้อ และเสื้อผ้ามากมายก็ถูกทาบทับมายังร่างกายชุดแล้วชุดเล่า จนผมมึนงงไปหมด และในตอนท้ายผมก็เดินออกมาด้วยชุดเอี้ยมยีนส์สีน้ำเงิน ด้านในเป็นผ้ายืดสีขาวสกีนลายตัวหนังสือสีน้ำเงิน และมีหมวกใบเล็กที่สวมทับมาด้านบน

"น่ารักมากเลยค่ะ ดูแบบนี้เหมือนเด็กผู้หญิงเลย"

"อ่า" ผมได้แต่หัวเราะแห้งกับคำพูดของพี่พนักงานและมองไปยังคุณอัคคีที่นั่งรอผมอยู่ที่โซฟา บนมือของเขาเปิดดูนิตยสารเกี่ยวกับดารา ก่อนจะวางมันลงและมองมาที่ผมไม่วางตาจนผมเริ่มทำตัวไม่ถูก

"อืม ทั้งหมดเท่าไหร่"

"มีประมาณสิบชุดจะรับหมดเลยไหมคะ"

"ทั้งหมด"

"คุณอัคคี" ผมรีบส่ายหน้าว่ามันมากเกินไปแต่เขาก็จ้องมาที่ผมดุๆ ก่อนจะยื่นบัตรสีดำส่งให้กับพนักงาน

"ทั้งหมดหกหมื่นสี่พันบาทนะคะ" พี่พนักงานยิ้มรับแล้วรีบเดินไปที่เคาส์เตอร์ ความเกรงใจของผมตีตื้นขึ้นมาอีกระรอก และไม่เพียงเท่านั้น ร้านร้องเท้า ร้านนาฬิกา ร้านกระเป๋า แม้กระทั้งเครื่องของจำเป็นในชีวิตประจำวันคุณอัคคีก็ซื้อมาทั้งหมด และตบท้ายด้วยอาหาร ก่อนเขาจะพาผมกลับมาที่หอพักและให้ชายชุดดำอีกสองคนถือของไปให้ ห้องผมดูเล็กถนัดตาเมื่อมีของเหล่านี้

"คุณทำให้ผมเกรงใจ" ผมพูดกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงของผม 

"ฉันเต็มใจจะให้"

"แต่มันมากไปนะครับ" ผมไม่อยากจะคิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมดที่อยู่ภายในนี้เลย มันคงมากพอที่สามารถจ่ายค่าเทอมทั้งหมดสี่ปีของผมได้

"แค่เล็กน้อย"

"เดี๋ยวผมเดินลงไปส่งคุณ" 

"ไม่ต้องเธออยู่ที่นี่แหละ"

"ครับ ขอบคุณนะครับ สำหรับวันนี้" ผมยกมือไหว้เขาอีกครั้งและเดินไปส่งเขาที่หน้าห้อง ช่วงที่ต้องจากกัน พลันใจของผมมันรู้สึกแปลกไปหมด อย่างกับว่าไม่อยากให้เขาจากไป อยากอยู่ใกล้ๆ กับเขา

"อืม" คุณอัคคีมองมาที่ผมซักพัก ขาที่กำลังก้าวจากไปพลันหยุดชะงักก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของผม

"เบอร์ของฉัน"

"ครับ" ผมมองซองน้ำตาลขนาดกระดาษเอสี่ยื่นส่งให้ด้วยใจที่เต้นแรงไปหมด ก่อนเขาจะเดินจากไปจริงๆ พร้อมกับชายชุดดำอีกสองคน ผมก็เดินเข้ามาภายในห้อง ปิดประตูลงกลอน เดินมานั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วหยิบของในนั้นออกมาก็ต้องตกใจเมื่อมันไม่ใช่เพียงแค่เบอร์โทร แต่เป็นบัตรอย่างที่เขายื่นให้พนักงานตอนไปซื้อของ โทรศัพท์เครื่องใหม่และเบอร์โทรของเขาที่เม็มไว้เพียงเบอร์เดียว

"คุณอัคคี" ผมได้แค่คิดถึงคนที่จากไปและเสียงของโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ดังเข้ามาทำให้ผมตกใจเล็กน้อย หยิบขึ้นมาดูสติ๊กเกอร์รูปกระต่ายพร้อมคำว่า 'สวัสดีจ้า' ทำให้ผมหัวเราะเพราะมันไม่ได้เข้ากับเขาเลย และผมควรจะตอบเขาออกไปว่าอย่างไรดี

 

 

+ + + + + + + + + + + + + + 

คุณอัคคีโหมดมุ้งมิ้ง 55555+ เฉพาะกับน้องคนเดียว >< 

 

 

ความคิดเห็น