facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เดิมพันแค้น 35

ชื่อตอน : เดิมพันแค้น 35

คำค้น : เดิมพันแค้น 35

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.6k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
เดิมพันแค้น 35
แบบอักษร

ตอนที่35 

#เดิมพันแค้น 

 

 

 

วันหยุดของลูกทีไรเป็นอันที่ภูจะต้องอยากพาเจ้าสองแฝดออกไปข้างนอก แต่ละครั้งศรันย์ไม่เคยมีปัญหาเลย แต่ในรอบนี้ใบหน้าดูดีกำลังขมวดมุ่นเพราะสิ่งทีได้ยินจากปากของคนตัวสูงก็คือการที่บอกว่าจะขอพาแทนคุณกับแพรวาไปค้างที่บ้านตัวเองได้ไหม ครั้งแรกแน่นอนว่าศรันย์ปฏิเสธไป แต่กลับกลายเป็นเจ้าเด็กทั้งสองที่เริ่มติดพ่ออย่างสนิทใจต่างพากันวิ่งเข้ามาขอว่าอยากจะไปหาคุณปู่กับคุณย่า

 

..หมับ.. แพรวาเป็นคนเข้ามากอด แทนคุณเองก็ยืนให้กำลังใจน้อง

 

“จะมาด้วยกันก็ได้ ถ้าหากว่าไม่ไว้ใจ” เสียงของภูดังขึ้น นั่นเพราะปกติศรันย์มักจะกำหนดเวลาเสมอว่าถ้าเอาลูกออกไปตอนนี้จะต้องพากลับมาบ้านตอนไหน แตกต่างจากในรอบนี้ที่จะพาไปค้างคืน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยหากว่าคนเป็นแม่จะกังวลและกลัวว่าภูจะไม่พาลูกกลับมาอีก

“นะคะคุณแม่” แพรวาทำตาแป๋ว

“อยากไปกรุงเทพครับ..” ส่วนแทนคุณพูดไม่เต็มเสียงนักเพราะกลัวว่าแม่อาจจะโกรธ ศรันย์ตัดสินใจลำบาก ยิ่งเห็นว่าใบหน้าของลูกต่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง มือของเขากำเข้าหากัน หลบสายตาลงเมื่อต้องตัดสินใจและถกเถียงกับคามคิดภายในหัวของตัวเอง เขามีสิทธิที่จะทั้งตกลงและปฏิเสธ เขามีสิทธิที่จะตะโกนไล่ภูออกไป

 

ใครอีกคนไม่เคยพึงพอใจกับสิ่งที่ให้ ภูลามปามและต้องการล้ำเส้นมากเข้าไปทุกวัน

ในหัวของศรันย์คือภาพของตัวเองที่อยากจะวิ่งเข้าไปต่อว่า และกีดกันอีกฝ่ายออกไปจากชีวิต

แต่เมื่อสายตาหันไปมาสบเข้ากับดวงตาคู่บริสุทธิ์ของเด็กน้อยทั้งสองที่ไม่ได้รู้เรื่องราวใด

 

“.........” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลืนตะกอนความคิดกลับคืนไปภายในหัว

“ถ้าอยากไปก็ไปเก็บเสื้อผ้า” เพียงประโยคนี้เท่านั้นที่เจ้าเด็กแฝดทั้งสองตะโกนร้องดีใจเสียงดัง รีบพากันวิ่งไปเคาะห้องของรุ้งเพื่อให้คุณอาช่วยเก็บเสื้อผ้าให้ ศรันย์เห็นว่ารุ้งเดินแวะออกมาเพื่อขมวดคิ้วใส่เขา ทางคนตรงนี้ไม่กล้าสบตากับน้องสาว ลำพังสู้กับความรู้สึกของตัวเองมันก็เหนื่อยมากพอแล้ว

 

“ไปด้วยกันไหม...” คำถามจากภูทำลายความเงียบ

“ต้องไปอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้มึงเอาลูกไปค้างคืนด้วยตามลำพังหรอก” ถึงแม้รูปประโยคจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่ภูกลับลอบยิ้ม มองตามเจ้าของผิวกายขาวที่เดินขึ้นไปด้านบนของบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้า ต่อให้ศรันย์จะไปด้วยแบบไม่เต็มใจ แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว นี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ไปไหนมาไหนพร้อมหน้ากันเสียที

 

 ภูนั่งรออย่างเต็มใจที่โซฟาด้านล่าง

เพียงไม่นานเป็นเจ้าแฝดแสนซนที่เดินลงมาพร้อมกันหลังจากแต่งตัวสวยหล่อ

 

“ชุดนี้ พ่อซื้อ” แพรวาพูดด้วยรอยยิ้ม หมุนตัวโชว์ไปหนึ่งครั้งสำหรับชุดที่ภูซื้อให้ ก่อนที่เจ้าตัวเล็กทั้งสองจะวิ่งตรงเข้ามากอดพ่อของตัวเองเมื่อภูเสนอขึ้นว่าจะเปิดให้ดูก่อนว่าที่เที่ยวในกรุงเทพมีอะไรบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ได้ตกลงกันไปแล้วก่อนหน้าว่าต่อจะให้เที่ยวสนุกแค่ไหนก็ต้องกลับมาเรียนเมื่อถึงเวลา คนทั้งสามกำลังนั่งหัวเราะพร้อมมองจอโทรศัพท์ เสียงหัวเราะคิกคักที่ศรันย์มักได้ยินมันทุกครั้งเมื่อภูเข้ามาเจอหรืออยู่กับลูก เช่นเดียวกับครั้งนี้เช่นกัน การที่ได้เห็นเจ้าเด็กทั้งสองมีความสุขมันทำให้ศรันย์ไม่กล้าที่จะกีดกันภูออกไป

..หมับ.. แทนคุณเดินเข้ามาจับมือของศรันย์ ส่วนแพรวาเดินนำหน้าออกไปที่รถกับภูแล้ว

 

“นึกว่าลืมแม่ซะแล้ว” ศรันย์แกล้งแหย่เจ้าเด็กตัวเล็ก แทนคุณรีบส่ายหน้า

“ไม่ลืมครับ รักแม่” ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาดูน่าพึงพอใจมากกว่าที่คิดเอาไว้มาก ศรันย์ส่งยิ้มให้ลูก เดินมาจนถึงรถยนต์คันที่จอดอยู่ ตั้งแต่วันนั้นที่โดนติงเรื่องของรถกับคาร์ซีทไป ปรากฏว่าวันต่อมาภูเปลี่ยนรถคันใหม่ให้เป็นรถครอบครัว พร้อมที่นั่งด้านหลังที่มีคาร์ซีทให้เจ้าแฝดทั้งคู่ด้วย

 

“พี่คุณ มาๆค่ะ” แพรวากวักมือเรียก นั่งรอพี่ชายอยู่แล้วในรถ เด็กทั้งสองคนจัดแจงที่นั่งเรียบร้อยในตอนนี้เหลือเพียงศรันย์ที่ยังเลือกกระเป๋าอยู่ว่าจะเอาใบไหนไว้ด้านหลังแล้วจะเอาใบไหนดีติดตัวไว้ เมื่อเลือกได้แล้วเขาเดินกลับมา

ยืนค้างอยู่หน้าประตูเล็กน้อย

ยังตัดสินใจลำบากที่จะก้าวขาเข้าไปนั่งร่วมรถกับภู

 

“คุณแม่ เร็วค่า” จนเป็นเสียงของแพรวาที่ดังแทรกเข้ามา ศรันย์เลยได้สติ เขาก้าวขาเข้าไปนั่งยังเบาะข้างคนขับที่ว่างอยู่ เมื่อปิดประตูรถเรียบร้อยนั่นคือการตัดสินใจที่ศรันย์จะกลับมาแก้ไขไมได้อีกแล้ว เขาเลือกเองที่จะพาลูกก้าวขาเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น เลือกแล้วที่จะยอมให้เจ้าหนูทั้งสองได้เข้าไปใกล้ชิดกับครอบครัวคนใจร้าย

ศรันย์นั่งเงียบ เขาฟังเสียงของแพรวาที่พยายามชวนภูคุยอยู่ตลอดทาง

ส่วนแทนคุณหัวเราะและยิ้มบ้างเมื่อน้องสาวแสดงท่าทางน่ารัก

 

“...............” แต่เมื่อเจ้าแฝดทั้งสองต่างหลับไป คราวนี้กลายเป็นความกดดันระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองคน ศรันย์เบือนหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างของรถทันที ภูเม้มปาก เขาเริ่มชวนคุยไม่ถูกเท่าไหร่เพราะที่ผ่านมาเวลาไปหาลูกก็มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นหน้าของศรันย์ เหมือนถูกตัดขาดจากชีวิตของอีกคนไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

“กินไหม” นึกอะไรไม่ออกภูเลยหยิบกล่องลูกอมยื่นให้

“........” แต่นอกจากจะไม่ตอบรับแล้วศรันย์ยังมองด้วยหางตา ทำเอาคนตัวสูงหน้าถอดสี

“ช่วงนี้มึงทำงานแค่รับสอนเปียโนเหรอ” ถึงอย่างนั้นแล้วภูยังไม่ถอดใจ มีโอกาสทั้งทีก็อยากจะใช้ให้เกิดประโยชน์

 

“ก็จะให้ไปทำอะไรได้ ถ้าออกไปทำงานข้างนอกใครจะเลี้ยงลูก”

“เหนื่อยแย่เลย”

“เหอะ ก็รู้นี่...แต่มึงจะมาเดือดร้อนอะไรด้วยหละ” ภูพูดไม่ออก เขาไม่มีทางจะแก้ตัวหรืออะไรอยู่แล้ว

“มึงคงจะรู้สึกเฉยๆกับกูไปแล้ว”

 

“ภู...กูไม่เคยรู้สึกอะไรกับมึงเลยตั้งแต่แรกตางหาก” ใจแข็งแค่ไหนเจอคำนี้เข้าไปก็ทำเอาภูแทบขาอ่อนได้เหมือนกัน มือหนาที่กำรอบพวงมาลัยกำลังบีบแน่นขึ้น สายตาที่พยายามไม่ละความสนใจจากถนนแต่ก็ดูจะบังคับได้ยากเหลือเกิน

..ครืดดด... ยิ่งเมื่อโทรศัพท์ของศรันย์สั่น พอเห็นว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา

..หมับ!.. มือหนารีบคว้า แย่งออกมาแล้วกดตัดสายพร้อมวางมือถือไว้ข้างกาย

 

“ภู” ศรันย์เสียงแข็งแต่ไม่ได้เสียงดังนักเพราะกลัวจะทำลูกตื่น ยื่นมือไปหวังจะเอาโทรศัพท์ของตัวเองคืนแต่ก็ไกลเกินเอื้อม

“มึงคบกับไอ้สนเหรอ”

“มันเรื่องของกู ไม่เกี่ยวกับมึงเลย” คนถูกถามไม่ได้ทั้งตอบหรือปฏิเสธ

“ทำไมจะไม่เกี่ยวก็ในเมื่อกู...”

 

“ก็ในเมื่อมึงยังไปแต่งงานแล้วก็นอนกับคนอื่นมาเลย งั้นเหรอ”

“ขอโทษ...” ภูคิดอะไรไม่ออกก็พูดขอโทษซึ่งมันยิ่งเหมือนจะทำให้สถานการณ์ดูแย่ลง เหมือนจะมีหลายเรื่องมากเหมือนเกินที่ทำให้ศรันย์ไม่กล้าที่จะเปิดใจหรือให้อภัย แต่ตัวของภูรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายให้ เขายังต้องการมากกว่านี้ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ลูก แต่ภูยังต้องการที่จะดึงอีกคนกลับมา ในจังหวะที่กำลังจะเริ่มพูดกับศรันย์ต่อ

 

เสียงกุกกักจากด้านหลังดังขึ้นคือสัญญาณของการตื่นจากเจ้าแสบ

ศรันย์ต้องรีบยิ้มกว้าง หันไปทักทายอย่างปกติเพราะไม่อยากให้ลูกต้องรู้ว่าพวกเขาทะเลาะกัน

 

 “จะถึงยังคะ” แพรวาเริ่มถาม ในตอนนี้เธอตื่นเต้นไม่หยุดเพราะนี่คือการมากรุงเทพแทบจะไม่กี่ครั้งของเธอ ตึกสูง รถติด ผู้คนเยอะแยะไปหมดแถมยังมีแต่คนแต่งตัวสวยหล่อ ก่อนเจ้าเด็กทั้งสองจะต้องอ้าปากค้าง บ้านหลังใหญ่ตรงหน้าคือสถานที่ที่พ่อของเธอกำลังพาขับรถเข้าไป

“แบบในหนังเลยย!” เจ้าตัวแสบพากันเกาะกระจกหนึบ เหมือนความฝันที่ครั้งหนึ่งอยากจะมีบ้านหลังโตแบบนี้

แพรวากับแทนคุณได้แต่ยืนอึ้ง เบียดกันไปมาเมื่อลงจากรถแล้วมีคนรับใช้เข้ามาถือกระเป๋าให้

 

“สวัสดีครับ/ค่ะ” สิ่งที่เรียกรอยยิ้มจากทุกคนก็คือเด็กแฝดน่ารักที่กำลังยกมือไหว้เหล่าคนงานทุกคนที่มาต้อนรับ

“............” ศรันย์เดินตามหลัง มองภูที่จูงมือลูกทั้งสองคนแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน ยอมรับว่าตัวของเขาเองก็แอบตกใจกับความใหญ่โตของบ้านหลังนี้เหมือนกัน มันเกินคำว่ามีเงินไปแล้วด้วยซ้ำเมื่อหันไปเห็นบอดิการ์ดนับร้อยที่เดินไปมาแทบจะทุกตารางนิ้วของรอบบ้าน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตลอดระยะเวลาที่มีปัญหากันถึงเป็นเขาคนเดียวที่เป็นฝ่ายลำบาก

 

“พาผมขึ้นเอาของไปไว้บนห้องได้ไหมครับ” ศรันย์หันมาบอกป้าแม่บ้าน เขาไม่อยากที่จะต้องนั่งเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของภู เลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมาโดยที่ภูมองตามแต่ก็ไม่สามารถมาหาได้เนื่องจากต้องคุยกับพ่อแม่ของตัวเองก่อน

“อย่าวิ่งไปมามั่วรู้ไหม” หลังจากที่สองแฝดยกมือไหว้แล้วฝ่ายพ่อของภูเริ่มบอกกฎของบ้าน

“ค่ะ/ครับ” ซึงเด็กน้อยทั้งสองขานรับอย่างเต็มปาก

 

“ที่บ้านนี้เขาจะไม่เสียงดังกัน ยิ่งกับเด็กยิ่งต้องทำตัวเรียบร้อย”

“........” แพรวากับแทนคุณก็รับคำอีก ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสองจะมีความกลัวพ่อของภูมากพอสมควร แต่กับฝ่ายแม่ของภูดูจะสบายมากว่าเพราะแพรวาหันไปยิ้มให้แถมได้รับรอยยิ้มกลับมา หลังจากได้ฟังกฎทุกอย่างครบแล้วแทนคุณเปิดกระเป๋าเป้แล้วหยิบบางอย่างที่ภูเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้าออกมา ลักษณะเหมือนดอกไม้ที่ถูกร้อยเป็นวง

“ตอนไปโรงเรียน...คุณครูสอนพวกเราครับ” แทนคุณพูดไม่ชัดนักแต่สื่อสารเข้าใจ ตัวคนพี่มีระเบียบมากกว่าเพราะเดินช้าๆเอาพวงมาลัยที่ร้อยไม่ได้สวยนักเข้าไปให้คุณปู่กับคุณย่า ในขณะที่แพรวากระโดดเหยงๆตามหลังของพี่ชาย ก่อนที่เธอจะโดนแทนคุณหันมามองดุ ไม่บ่อยนักที่จะโดนพี่ชายขรึมใส่ ดังนั้นเด็กสาวเลยต้องเงียบและเชื่อฟังทันที

 

“ของหนูมีกุหลาบด้วย” แพรวาชูพวงมาลัยของเธออวดบ้าง เงยหน้ามองแม่ของภูแล้วยิ้มให้ไปหนึ่งครั้ง

“เก่งจังเลย ทำเองเหรอ”

“ค่ะ” ในตอนแรกยังยืนห่าง แต่สักพักตัวของแพรวาอ่อนไปหมดเพราะเอนซบขาของแม่ภูไปแล้วเรียบร้อย ภาพตรงหน้าค่อนข้างน่าพึงพอใจ เห็นแบบนี้ภูเผยรอยยิ้ม เขาค่อนข้างเชื่อในตัวของลูกเพราะมั่นใจมากว่าศรันย์สอนลูกมาอย่างดีเยี่ยมสำหรับการวางตัวและการมีมารยาท แพรวาอาจมีติดเล่นและเอาแต่ใจตามประสาน้องคนเล็กไปบ้าง แต่กับแทนคุณคือดูเหมือนถูกวางจัดระเบียบไว้ทุกอย่าง แล้วดูพ่อของเขาเองจะถูกชะตาด้วยไม่น้อย

 

เห็นแบบนี้ภูเลยเดินแยกออกมา

ตอนนี้เรื่องที่สำคัญกว่าลูก ก็คงเป็นเรื่องแม่ของลูกนี่แหละ

...แกร๊กกกกก...! ภูไม่ได้ขออนุญาตก่อน เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างเคยชินจนทำให้ถูกคนในห้องตวัดสายตามองมา

 

ศรันย์เห็นว่าภูถือโทรศัพท์ของเจ้าตัวอยู่ในมือเลยรีบตรงจะไปเอาคืน

และศรันย์หยิบโทรศัพท์ของตัวเองคืนมาได้แล้ว

...หมับ!.. แต่ตัวของภูเองก็สามารถรั้งและกอดศรันย์เอาไว้ในอ้อมแขนได้แล้วเหมือนกัน

 

“คุยกันดีๆสักห้านาทีได้ไหม”

 

# # # # # # # # # # # # #

เจ้าแฝดเก่งที่สุดดด

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว