facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.22. พี่ชายที่แสนดี [100%]

ชื่อตอน : .22. พี่ชายที่แสนดี [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.22. พี่ชายที่แสนดี [100%]
แบบอักษร

.22. พี่ชายที่แสนดี 

 

 

ตอนกลับบ้าน ลลิตรอดไปเป็นชั่วโมงเพราะแม่พากลับด้วย ส่วนพ่อแม่บอกให้กลับกันไปเอง เพราะตอนออกจากบ้านก็แอบหนีมากันสองคน ระหว่างทางกลับบ้านทั้งฉันและแม่นั่งเงียบกันทั้งคู่ ฉันเป็นคนขับนะ ส่วนแม่นั่งอยู่ข้าง ๆ 

“แม่คะ แม่เคยเจอพี่สมุทรอีกเหรอคะ” คำถามของฉันหมายถึงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อนที่เขาจะหายไปจากชีวิตของฉัน 

“อืม” 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” 

“ก่อนที่พี่เขาจะปรากฏตัวให้หนูเจอ” ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมเขาต้องทำตัวลึกลับแบบนี้ “คนเรามีเหตุผลที่อยากทำอะไรบางอย่างออกไปไม่เหมือนกันหรอกนะ มันอยู่ที่ว่าเราพร้อมจะรับฟังและให้โอกาสเขาหรือเปล่า” 

“ก่อนหน้านี้ลิตอาจจะโกรธที่รู้ว่าเขาไม่ใช่พี่เขื่อน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายอมเป็นพี่เขื่อนมาโดยตลอด ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงนั่นไม่ใช่ชื่อเขาด้วยซ้ำ” 

“ตอนนี้ลิตเข้าใจพี่เขาแล้วใช่มั้ย” 

“ค่ะ ลิตเลยอยากทำให้พี่สมุทรกลับมาเป็นคนเดิม… ไม่ใช่พี่สมุทรคนมืดมนอย่างตอนนี้” 

“จากที่แม่เห็น พี่เขาก็ดีขึ้นกว่าเดิมแล้วนะ สงสัยลูกสาวแม่จะเป็นยาวิเศษช่วยเยียวพี่เขา” แม่พูดพลางยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งของท่านมาขยี้หัวฉันพร้อมกับรอยยิ้ม “แล้วพี่อินล่ะ?” 

คำถามของแม่ทำให้รอยยิ้มของฉันจางลงไปเลยทีเดียว ที่ยิ้มไม่ออกเพราะก่อนหน้านี้ทำให้ผู้ชายดี ๆ อย่างพี่อินเสียใจไปแล้วนะสิ 

“ลิตไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินพี่ชายเลยจริง ๆ ความรู้สึกที่มีต่อพี่อินมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ลิตพยายามแล้ว แต่ก็รู้สึกกับเขาได้แค่นั้น” 

“แม่เข้าใจ เรื่องแบบนี้มันฝืนกันไม่ได้อยู่แล้วนี่” 

“แม้แต่พี่เขื่อนตัวจริง ยังทำให้ลิตรู้สึกหัวใจเต้นแรงได้ไม่เท่าพี่สมุทรเลย” 

“เพราะลิตยึดติดแต่กับตัวตนจริง ๆ ของสมุทร มากกว่าชื่อของพี่เขา”  

คุยกับแม่จนเกือบถึงบ้าน ก็พากันเงียบเพราะต้องทำใจเรื่องอื่นต่อ ส่วนบ้านที่กลับก็เป็นบ้านของพ่อกับแม่ ไม่รู้ว่าพี่ฟ้าพี่ครามและพี่ไลจะมาด้วยไหม แต่ดูจากสีหน้าของพ่อแล้ว คงยังไม่ได้ไปเซอร์ไพรส์พวกพี่เขาแน่ ๆ 

ลงจากรถ เดินเข้าบ้าน หัวใจเต้นแรงมาก ๆ รถของพ่อจอดอยู่แล้วด้วย หันไปมองหน้าแม่ยิ้ม ๆ ท่านเลยยื่นมือมาจับก่อนจะพากันเดินเข้าบ้าน มาถึงก็ต้องชะงักเพราะพ่อนั่งกอดอกจ้องมาทางฉันกับแม่เขม็งเชียว 

"สรุปมีลูกสาวหรือมีลูกชาย" พ่อเธียร์เปิดประเด็นขึ้นมาก่อนเลย หน้าโหดมาก ๆ เลยต้องหันกลับมามองหน้าแม่เพื่อขอความช่วยเหลือ 

"จะบ่นทำไม ลูกโตแล้ว" แม่ผู้ช่วยชีวิต 

"ชอบตามใจ" พ่อเธียร์สวนกลับมาอีก 

"อย่ามาเยอะนะ ทำอย่างกับเมื่อก่อนพวกพี่ไม่เคยเจ้าเล่ห์ใส่ลัน อย่าลืมละกันว่าได้ลันมาแบบไหนน่ะ" แม่พูดถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างท่านกับพ่อ จนทำให้พ่อพากันมองหน้าเลยทีเดียว 

"จะยอกย้อนทำไม? ครั้งแรกไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ลันอยากมโนไปไกลเองทำไม" พ่อเธียร์ผู้ไม่เคยยอมแพ้แม่ แม้จะเถียงไม่เคยชนะแม่เลยก็ตาม 

"เหรอคะ? ก็เล่นเจ้าเล่ห์ใส่ซะขนาดนั้น แถมตื่นมายังเจออะไรแบบนั้นอีก ใครบ้างจะไม่มโนไปไกล" แม่มองหน้าพ่อสลับกันก่อนจะเดินเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ฉันเลยเดินไปนั่งอีกฝั่งระหว่างพวกท่านแทน 

“แล้วทำไมลันต้องตามใจลูกด้วย นี่ลูกสาวนะครับ” พ่อธีร์เริ่มอีกคน แถมยังหันมามองหน้าฉันดุ ๆ อีกต่างหาก ปกติพ่อธีร์ไม่ค่อยดุฉันหรอก 

“ไม่ได้ตามใจค่ะ แต่ลูกโตแล้ว พวกพี่ควรจะให้อิสระลูกและปล่อยให้ตัดสินใจกันเองบ้าง” 

“แต่…” 

“หุบปากไปเลยค่ะ!” เหมือนแม่จะเอาจริงแล้ว แม้แต่พ่อธีร์ยังไม่มีโอกาสได้เถียงต่อ “อย่าคิดว่าลันไม่รู้นะ พวกพี่ให้คนคอยตามดูลูกอยู่ตลอด ถ้าลิตไม่เก่งจริง คงไม่รอดมาทุกครั้งหรอกนะ” 

“มีลูกสาวคนเดียวไหมล่ะ? มันต้องห่วงเป็นเรื่องธรรมดา” พ่อเธียร์เถียงกลับแม่เสียงอ่อนเชียว “อุตส่าห์ทำแบบเงียบ ๆ ยังรู้อีก” 

“มีอะไรบ้างที่พวกพี่ปรึกษากันแล้วลันจับไม่ได้” 

“ก็มีนะ…” พ่อธีร์พูดยิ้ม ๆ 

“เหอะ! เรื่องเจ้าเล่ห์ อย่ามาพูดค่ะ” แม่ถึงกับเชิดหน้าใส่เลยทีเดียว “ต่อจากนี้ลันขอห้ามเลยนะ” 

“ลัน! เรื่องอื่นพวกพี่ก็ยอมมาเยอะแล้วนะ” พ่อเธียร์มองแม่ตาละห้อยเลยทีเดียว “จนกว่าจะมั่นใจ ถึงตอนนั้นพวกพี่จะยอมปล่อย” 

“เรื่องลิต ลันไม่ห่วงเท่าไหร่หรอก เพราะรู้ดีว่าพวกพี่ไม่มีทางทำอะไรลูกสาวแน่ ๆ แต่กับแฝด ถ้าพี่ทำอะไรลูก เราได้เห็นดีกัน” ประโยคท้าย ๆ แม่หันไปมองหน้าพ่อเธียร์แทน 

“มองพี่ทำไม” 

“ลูกพี่นี่ มีเหรอจะไม่จัดการ ที่ลูกทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอยากให้พี่ยอมรับ เพราะฉะนั้นพี่ต้องเปิดใจและปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปในแบบที่ควรจะเป็น” 

“แต่สิ่งที่พวกมันทำ มันไม่ถูกต้อง” 

“พี่จับลูกแยกจากกันมากี่ปีแล้วล่ะ มันได้ผลหรือเปล่า ลันว่าพี่น่าจะรู้ดีนะ” 

ตอนนี้ฉันทำได้แค่เป็นผู้ฟังเท่านั้น กำลังเก็บข้อมูลที่พ่อกับแม่คุยกัน เพื่อจะไปเตือนพี่ฟ้ากับพี่คราม อย่างน้อยก็ได้มานิดหน่อยแล้วแหละ 

“ไม่ช่วยกูหน่อยเหรอ” พ่อเธียร์หันไปพูดเพื่อขอความช่วยเหลือจากพ่อธีร์ แต่ดูเหมือนท่านจะช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก 

“ลูกมึงนี่ อีกอย่างแฝดก็ได้นิสัยมึงมาเต็ม ๆ เลย ยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ มึงพยายามแยกลูกออกจากกันมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้ผล สิ่งเดียวที่มึงทำได้คือยอมรับความจริง เพราะลูกเลือกไปตั้งนานแล้ว” 

“โอเค เรื่องลิตพี่ยอม แต่เรื่องไอ้แฝด พี่ยังไม่ยอม!” 

“พี่เธียร์!” แม่เรียกตามหลังพ่อเธียร์ที่ลุกเดินออกไปจากตรงนี้ แต่ท่านไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเดินเลย “ทำไมเขาดื้อแบบนี้ล่ะคะ” 

“มันพูดว่ายังไม่ยอม ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ยอมนี่ เพราะฉะนั้นแฝดต้องพิสูจน์ให้มันเห็นมากกว่านี้ ถ้าแค่นั้นไม่มีทางทำให้ไอ้เธียร์ยอมได้ง่าย ๆ หรอกนะลัน” น้ำเสียงปกติของพ่อธีร์เอ่ยออกมา มือหนาข้างหนึ่งของท่านยื่นไปจับมือแม่เอาไว้ด้วย เห็นแล้วอิจฉา “ส่วนเรื่องลิต…” 

“เอ่อ…” ฉันมักตั้งรับกับท่าทางจริงจังของพ่อธีร์ไม่ค่อยได้เลยจริง ๆ 

“พ่อยังไม่ยอมซะทีเดียวหรอก เพราะหมอนั่นยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ พ่อมีลูกสาวคนเดียว ลิตเองก็ไม่ควรยอมไปซะทุกอย่าง” 

“ค่ะ” 

“รับปากแล้วช่วยทำตามด้วย ระหว่างนี้ก็อยู่ที่บ้านไปก่อน ห้ามออกไปไหนถ้าไม่ได้รับอนุญาต” 

“ค่ะ” คอตกเลยทีเดียว นึกว่าจะรอด แต่พอพ่อธีร์เอาจริง ฉันก็ไม่รอดเหมือนกัน วิธีจัดการของพ่อไม่เหมือนกันเลยจริง ๆ 

ตอนนี้พ่อธีร์ลุกตามพ่อเธียร์ไปอีกคนแล้ว ที่ตรงนี้เลยเหลือแค่ฉันกับแม่เท่านั้น แม่เลยลุกมานั่งข้าง ๆ ยื่นมือของท่านมากุมมือของฉันเอาไว้ 

“แม่ช่วยได้เท่านี้แหละ เพราะถ้าพ่อเขาเอาจริง แม่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เรื่องลิตไม่ต้องเป็นห่วงมากหรอก พ่อธีร์ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น แค่สมุทรต้องพิสูจน์ให้เห็นมากกว่านี้ว่าเขาสามารถดูแลลิตได้จริง ๆ” แม่ให้กำลังใจยิ้ม ๆ  

“แล้วพี่ฟ้ากับพี่ครามล่ะคะ ดูท่าทางพ่อเธียร์จะไม่ยอมง่าย ๆ” 

“พ่อเป็นยังไง ลูกก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละ ลิตไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอก ห่วงตัวเองดีกว่านะ” 

“โธ่! นี่ลลิตเอง ไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะ” ฉีกยิ้มกว้างมองหน้าแม่ ท่านเลยส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ ก่อนจะลุกตามพ่อออกไป ส่วนฉันนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ที่เดิมแทน 

ตอนนี้คงต้องคิดเรื่องของตัวเองเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องของพี่ฟ้ากับพี่คราม พวกเขาคงมีวิธีของตัวเอง ซึ่งบางเรื่องฉันก็เดาทางไม่ออกเหมือนกัน สงสารแต่พี่ไลลามากกว่า จะรับมือไหวไหม คิก ๆ 

ติ้ง! 

นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ จนเสียงไลน์เด้งเข้ามา รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดูพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน เพราะคนที่ส่งไลน์มาหาฉันคือพี่อินทัช หลังจากที่เขาหายไปนาน  

พี่อินทัช 

[อยู่ที่ไหนครับ] 

รอยยิ้มน้อย ๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้า พี่อินทัชคนเดิมกลับมาแล้วสินะ 

อยู่บ้านพ่อค่ะ 

พี่อินทิช 

[พวกลุงจะอนุญาตให้พี่ไปรับตัวแสบหรือเปล่านะ] 

อนุญาตสิคะ ลิตกำลังเบื่อพอดี 

พี่อินทัช 

[ครับ เดี๋ยวพี่ไปรับ] 

เย้ ๆ ลิตจะรอนะคะ 

อารมณ์ดีเพราะจะได้ออกจากบ้าน ระหว่างรอพี่อินทัชมารับก็ลุกเดินไปหาพ่อกับแม่เพื่อจะขออนุญาตพวกท่าน แต่กลับได้ยินผู้ใหญ่คุยกันแบบไม่ได้ตั้งใจอีกแล้ว ฉันไม่ได้แอบฟังนะ พ่อกับแม่คุยกันเสียงดังเอง

“ลันรู้ว่าพี่เป็นห่วงไลลา แต่ลูกเก่งอยู่แล้ว”

“ถ้าไอ้แฝดยังทำอะไรไม่ถูกต้อง ลันก็อย่าหาว่าพี่ใจร้ายละกัน พี่ให้โอกาสพวกมันมาโดยตลอด”

“มึงก็รอให้ลูกพร้อมกันเถอะ แล้วก็เลิกใจร้อนสักที ต่อให้ห้ามยังไงก็ไม่มีทางสำเร็จแล้ว มึงแยกสามคนนั้นออกจากกันไม่ได้อีกแล้ว” ฉันไม่ได้อยู่แอบฟังต่อ รีบเดินเลี่ยงออกมาแทนเพราะเรื่องที่คุยกันเกี่ยวกับพี่ฟ้าพี่ครามส่วนใหญ่ หวังว่าพวกเขาจะจัดการปัญหาของตัวเองได้และไม่ถูกพ่อจัดการซะก่อน

แอบหนีออกมาจากบ้าน รอพี่อินทัชระหว่างทาง ฉันไม่ผิดนะเพราะเขียนโน้ตตั้งเอาไว้ด้วยว่าออกไปกับพี่อินทัช เขาไม่ได้ถูกห้ามนี่ เดินคิดอะไรเพลิน ๆ จนได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นมา

“ทำไมออกมาเดินอยู่แบบนี้ล่ะครับ” พี่อินทัชจอดรถพลางลดกระจกลงพร้อมกับคำถามและรอยยิ้มอย่างที่เคยมีให้ฉันของเขา

“รีบค่ะ กลัวไม่ได้ออกไปเที่ยว” พี่อินทัชไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มและส่ายหัวไปมาแทน ฉันเลยเดินข้ามถนนเพื่อจะไปขึ้นรถ พี่อินทัชเลยพากลับรถออกจากหมู่บ้านพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมา ปลายสายมาจากพ่อธีร์

“สะ…”

(ลลิต! ที่พ่อห้าม หนูไม่ฟังเลยเหรอ)

“โธ่! หนูเกรงใจพี่อินนี่คะ พ่อธีร์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวหนูจะรีบกลับค่ะ” ฉีกยิ้มกว้างหันไปมองหน้าคนข้าง ๆ ด้วย พี่อินเลยยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งของเขามาขยี้หัวฉันไปมาด้วย

(ห้ามกลับดึก)

“โอเคค่ะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะคะ”

(ลลิต!) ไม่ฟังแล้ว รีบกดตัดสายทิ้งไปซะก่อน แอบเสียมารยาทใส่พ่อธีร์นิดหน่อย แต่พ่อก็ไม่ได้โทรกลับมาหรอก สงสัยจะถูกแม่ห้ามเอาไว้

“นิสัยไม่ดีขึ้นเยอะเลยนะเรา”

“เปล่าสักหน่อย”

“อยากไปไหนเป็นพิเศษไหมครับ”

“ไปเดินห้างก็ได้ค่ะ หาอะไรกินกันด้วยเลย ลิตหิวมาก ๆ” พูดพลางลูบหน้าท้องของตัวเองไปด้วย

ระหว่างทางไปห้างก็นั่งคุยกันหลายเรื่องมาก ๆ พี่อินทัชเริ่มกลับมาเป็นคนเดิม ไม่มีรื้อฟื้นถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ บางครั้งแววตาของเขาก็แอบเศร้าอยู่บ้าง แต่ก็มีให้เห็นแค่ไม่นานเท่านั้น จนมาถึงห้าง เดินลงจากรถเข้าไปข้างในกัน

“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

“พี่หาร้านละกันค่ะ ลิตขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

“งั้นพี่รอแถว ๆ นี้นะครับ”

“ค่ะ” ฉีกยิ้มกว้างให้พี่อินก่อนจะเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ โชคดีที่คนไม่เยอเลยไม่ต้องรอคิวนาน ทำธุระส่วนตัวเสร็จเดินออกมา แต่กลับต้องชะงักเพราะเจอคนที่ไม่อยากเจอเข้า

“อ้าว! บังเอิญจังเลยนะคะ” คำทักทายจากคนตรงหน้า ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มไปให้เท่านั้น “มาคนเดียวเหรอ”

“เปล่าค่ะ ขอตัวนะคะ” ฉันไม่อยากคุยกับผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่ ความรู้สึกคือเธอชอบปั่นประสาท

“สมุทรก็อยู่ที่ห้างนี้นะ” คำพูดจากคนด้านหลังทำให้ฝีเท้าของฉันต้องชะงักทันที “ไม่เชื่อเหรอ? ลองโทรถามเขาดูสิ พอเธอไม่อยู่เขาก็กลับมาหาฉัน”

ตอนนี้พยายามตั้งสติ ไม่อยากหัวร้อนตาม บางทีเธอตั้งใจจะกวนประสาทฉันมากกว่า

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลแฟนลิตนะคะ”

“แฟน?”

“อุ๊ย! นี่พี่ยังไม่รู้เหรอคะ สงสัยจะไม่สำคัญ พี่สมุทรเลยไม่ได้บอก งั้นลิตขอตัวก่อนนะคะ” ใบหน้าและแววตาดูไม่ค่อยพอใจของพี่เมย์ ทำให้ฉันรู้สึกสะใจเล็กน้อย อยากกวนประสาทฉันดีนัก เจอกวนกลับไปแล้วจะหนาว

แล้วทำไมฉันต้องหัวร้อนตาม ถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพี่สมุทรเลยทีเดียว รอสายเขาอยู่นานกว่าจะกดกลับ

“พี่สมุทร!”

(ครับ)

“อยู่ที่ไหนคะ”

(อยู่ห้าง xxx ครับ พี่…)

“เหอะ!”

ฉันไม่ได้ฟังคำพูดของเขาต่อ รีบกดตัดสายทันที ไม่อยากคิดไปไกลหรอก ฉันเชื่อใจเขา แต่ก็ยังหัวร้อนตามคำพูดของพี่เมย์อีกจนได้ ห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็มีเรื่องปวดหัวเข้ามาอีกแล้ว

เฮ้อ!

“ลิต”

“คะ?” ถึงกับตกใจเพราะเสียงเรียกจากพี่อิน รีบหมุนตัวหันกลับไปมองหน้าเขายิ้ม ๆ

“โกรธใครมาหรือเปล่าครับ”

“พี่อินคะ ลิตไม่อยากกินที่ห้างแล้ว” คนตรงหน้าถึงกับขมวดคิ้วทันที “ลิตอยากกินอาหารฝีมือพี่อินมากกว่าค่ะ ซื้อของสดไปทำให้ลิตกินที่คอนโดได้ไหม?”

“ได้สิครับ”

“ทำกุ้งอบวุ้นเส้นดีกว่าค่ะ ลิตอยากกินกุ้งตัวโต ๆ” พี่อินไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มให้ฉันเท่านั้น

ส่วนพี่สมุทร เดี๋ยวรอคุยที่ห้องแทน ฉันเชื่อว่าเขาต้องกลับมาที่ห้องเพราะทิ้งประเด็นเอาไว้ แถมเขาโทรกลับมายังไม่ยอมรับสายอีก โทรให้ตายไปเลย จะได้รู้ซะบ้างว่าหัวร้อนมันเป็นยังไง

ตอนนี้อยากทิ้งเรื่องของพี่สมุทรไปก่อน เพราะคนข้าง ๆ ก็เป็นพี่ชายที่สำคัญอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ฉันไม่อยากทำร้ายพี่อินซ้ำ ๆ อีก ที่เขายอมกลับเข้ามาในชีวิตของฉัน คงโอเคขึ้นแล้วจริง ๆ สินะ 

 

 

___________________________________________ 

ไปให้สุด แล้วหยุดที่เตรียมซับเลือดค่ะะะะะะะะะะะะะะะ 

5555555555555555 

ความคิดเห็น