facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 480

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 17:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง
แบบอักษร

ตอนที่ 7

 

สถานศึกษาศาสตร์อักษร... 

 

กลุ่มชายฉกรรจ์ยอดฝีมือ 9 คน ปกปิดลมปราณและกลิ่นอายทั้งหมด โอบล้อมสถานที่แห่งนี้... ฝีมือของแต่ละคนนั้นหาใช่สามัญ กระทั่งเหยียบย่างบนกิ่งไม้แห้งยังไม่แตกหัก ทิ้งร่างบนใบไม้ยังไม่สั่นไหว เพลงยุทธย่อมฉกาจฉกรรจ์แม้ไม่ต้องแสดง... 

 

หัวหน้าเกา ยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องทั้งหมดเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบ... 

 

มองตรงเข้าไปภายในเรือนไม้ขนาดใหญ่ กลับพบเพียงแต่ชายชราที่กำลังอ่านตำราให้เหล่าผู้เยาว์นับสิบได้รู้แจ้งแตกฉาน... สีหน้าของ เหล่าซือ มิได้แปรเปลี่ยนแต่อย่างใด แม้กลุ่มยอดฝีมือจะประชิดระยะไม่เกิน 20 ก้าว จากเรือนไม้... 

 

ผู้นำกลุ่มคน ซึ่งถูกเรียกขานนามหัวหน้าเกาขมวดคิ้วเล็กน้อย... ก่อนจะแสร้งปล่อยจิตคุกคามเจือจางออกมา แน่นอนว่าชนชั้นยอดฝีมือจะต้องสัมผัสได้ถึงกระแสคุกคามนี้ แต่ เหล่าซือ ก็ยังสอนสั่งเหล่าศิษย์โดยหางคิ้วไม่กระตุกแม้เพียงนิด ไม่มีทีท่าว่าจะหันมองมาด้วยซ้ำ... 

 

หัวหน้าเกา หยิบภาพเหมือนของ เหยาหมิง เมื่อ 30 ปีก่อน ที่ถูกร่างวาดเอาไว้ออกมาพิจารณา... แน่นอนว่าด้วยระยะเวลาที่ยาวนานถึงเพียงนั้น หลายสิ่งหลายอย่างย่อมแปรเปลี่ยน ไม่อาจเชื่อมโยงบุคคลในภาพร่าง กับชายชราตรงหน้าได้เลย... 

 

“หัวหน้า... ดูยังไงอาจารย์ชราผู้นั้น ก็ไม่น่าจะใช่ เหยาหมิง ที่เราตามหา มันไม่มีรัศมีลมปราณใด ๆ ออกมาจากร่างด้วยซ้ำไป...” สมุนผู้หนึ่งเอ่ยทักขึ้น 

 

หัวหน้าเกา ขมวดคิ้วเล็กน้อย... 

“นั่นสินะ... สงสัยว่า เตียมู่หยง มันคงเพียงแค่บังเอิญแวะมาที่นี่เท่านั้น คงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ เหยาหมิง ที่พวกเราตามหา... ถอนกำลังช้า ๆ อย่าให้ผู้คนแตกตื่น...” 

 

กลุ่มชายฉกรรจ์ตัดสินใจถอนกำลัง... 

 

เหล่าซือ หดนัยน์ตาแคบลงเห็นน้อย ก่อนจะจดจ้องไปยังกลุ่มคนที่ล่าถอยไปนอกระยะแล้ว... 

“เจ้าเตียมู่หยง... สร้างเรื่องให้ข้าอีกจนได้!! ดีที่พวกมันยังไม่แน่ชัดในข้อมูล จึงยอมล่าถอยกลับไป แต่ก็คงไม่มีสิ่งใดมาการันตีได้ว่า พวกมันจะไม่กลับมาที่นี่อีก... หรือเราควรจะไปจากที่นี่ดี?!” 

 

ชายชราพึมพำในใจกันตนเอง พลางถอนหายใจแน่นหนักออกมา... 

 

.................................................... 

 

ภายในโรงเตี้ยม... 

 

ซุน เกิดข้อสงสัยภายในใจถึงการมาของกลุ่มศิษย์สำนักหงส์สราญ นอกเหนือจากศิษย์กลุ่มนี้แล้ว ยังมีสตรีสูงอายุอีกผู้หนึ่ง นางดูคล้ายอายุราว ๆ 50 ปี หากแต่เพราะการฝึกฝนลมปราณ ยิ่งบรรลุระดับที่สูงขึ้นก็จะยิ่งคงสภาพความเยาว์วัยได้เกินกว่าอายุแท้จริง ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกอาจคลาดเคลื่อนไปจนยากจะคาดเดา... 

 

“มีแม้กระทั่งอาจารย์ติดตามมาด้วยงั้นหรือ?!” เด็กหนุ่ม ยิ่งรู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้น... 

 

ซุน ค่อย ๆ หลับตาลงตั้งสมาธิแน่วแน่ ก่อนจะบริกรรมคาถาพึมพำในลำคอ... ด้าน กังเฉิง เคยเห็น ซุน เป็นเช่นนี้อยู่บ่อยครั้งแล้ว แม้ไม่ทราบรายละเอียดนักว่า ซุน กำลังทำสิ่งใด แต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม... 

 

“อาคม หูทิพย์” 

 

ช่วงเวลานั้นเอง ประสาทสัมผัสการฟังของ ซุน ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง!! เสียงเล็กน้อยแม้เพียงการขยับปีกของแมลงยังแว่วเข้าหู ทุกการสนทนาภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้ล้วนก้องดังชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่า ซุน จะเลือกจดจ่อกับคำพูดของผู้ใด…  

 

ซึ่งแน่นอนว่า ซุน เพ่งสมาธิไปยังกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้น... 

“คืนนี้แล้วสินะที่จะครบ 10 วัน ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านที่ชายฝั่ง...” 

“ทุก ๆ สิบวัน จะมีชาวบ้านที่ออกหาปลาหายสาบสูญจำนวนหนึ่ง... คาดว่าคงเป็นสิ่งนั้นไม่ผิดแน่ แต่ปัญหาคือพวกเรายังไม่ทราบถึงระดับความน่ากลัวของมัน...” 

 

“อย่างไรเสียนี่ก็เป็นภารกิจลับ และเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะลงมือแล้ว เนื่องจากข่าวลือนี้ได้ไปถึงหูของทางการเป็นที่เรียบร้อย อีกไม่นานทางการคงจะส่งยอดฝีมือเข้ามาตรวจตรา ถึงเวลานั้นพวกเราก็จะหมดสิ้นโอกาสลงมือ...  

 

อีกทั้ง อาจารย์เจวียน ชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นปลาย ก็ตามมาดูแลพวกเราที่นี่ด้วย พวกเจ้าอย่าได้ตื่นตูมไปหน่อยเลย...” เสียงที่ดูมีอำนาจกว่าหญิงสาวอื่น ๆ กล่าวขึ้น ชัดเจนว่าน่าจะเป็น สตรีที่มีผ้าปิดหน้าเป็นผู้กล่าว 

 

“การติดตามมาครั้งนี้ของข้า เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น... ดังนั้นแล้วข้าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมันคือภารกิจที่พวกเจ้าต้องรับผิดชอบกันเอง...” เสียงหญิงสาวมีอายุกล่าวเสริมขึ้น 

 

แม้ว่า ซุน จะหลับตาสนิท แต่ก็พอจะคุ้นชินกับการจำแนกเสียง... เด็กหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะมองไปยัง กังเฉิง ซึ่งเวลานี้กำลังยกสุราจิบเบา ๆ ลิ้มรสชาติ ประหนึ่งคล้ายกลัวว่าตนจะเมา แต่ก็ยังอยากที่จะหัดดื่มสุรา... 

 

“หยุดดื่มได้แล้ว มิเช่นนั้นเจ้าอาจเมามายจนพลาดโอกาสสำคัญในคืนนี้...” ซุน เค้นเสียงขึ้น  

 

กังเฉิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย... 

“มีอะไรงั้นหรือ?!” 

 

“คืนนี้มีเรื่องสนุกให้พวกเราได้ทำกันแล้ว... ดีไม่ดีเจ้าอาจสามารถสร้างความประทับใจ ให้กับพวกนางเหล่านั้นก็เป็นได้...” ซุน กล่าวพลางยกมุมปากสูง แววตาเต็มไปด้วยเลศนัย... 

 

...................................................... 

 

กลางดึกในคืนนั้น... 

 

สองเด็กหนุ่ม ได้มาแอบซุ่มอยู่ที่ชายฝั่งรกร้างไร้ผู้คน...  

จะมีก็แต่เพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องในมองเห็นยามราตรี... 

 

“ซุน... เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกนางจะตามมาในละแวกนี้” กังเฉิง เริ่มแสดงท่าทีหวั่นใจเมื่อท้องฟ้ามืดดำลง 

 

ผิดกับ ซุน ที่คุ้นชินกับการลงมือยามราตรีมาตั้งแต่สมัยที่อยู่โลกเดิมแล้ว... จึงมีความนิ่งสงบทั้งที่ตน ไม่มีลมปราณในร่างแม้แต่น้อย... 

“ข้าได้สอบถามเหล่าชาวบ้านมาตามทาง และเห็นแผนที่ละแวกนี้มาแล้ว ตำแหน่งนี้แม้เป็นตำแหน่งที่ไม่เคยพบว่ามีคนสูญหาย หากแต่มันเป็นใจกลางของเหตุการณ์ในละแวก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่น้ำทะเลขึ้นสูง จนไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เหมาะอย่างยิ่งในการขึ้นฝั่ง และหลบหนีจากไป...” 

 

กังเฉิง เริ่มขนลุกขึ้นมา... 

“ขึ้นฝั่ง และหลบหนีงั้นหรือ?! ตกลงพวกเรามาเฝ้าดูตัวอะไรกันแน่!!” 

 

ซุน เผยรอยยิ้มน่ากลัวขึ้น... 

“สัตว์อสูรทะเล ยังไงล่ะ!!” 

 

“!!!!!!!!!!!” กังเฉิง เบิกตากว้างทันที 

“อะไรนะ!! สัตว์อสูรทะเล งั้นหรือ!!” 

 

“อืม... ถึงจะไม่ได้รับการยืนยันจากปากคำผู้ใด แต่คิดว่าน่าจะไม่ผิดแน่... สิ่งที่คอยเล่นงานจนทำให้ชาวบ้านสูญหายไปจำนวนหนึ่ง น่าจะฝีมือเป็นสัตว์อสูรทะเล และหลังจากเล่นงานแล้ว มันก็ลากเอาศพของชาวบ้านลงไปในน้ำ อาศัยช่วงจังหวะน้ำขึ้นสูงบนหาดทราย ทำให้ไม่เหลือร่องรอยบนฝั่ง...” ซุน อธิบายขึ้น 

 

“ตะ...แต่ว่าสัตว์อสูรทะเล จัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการคุ้มครองจาก สมาพันธ์แห่งท้องทะเล มิใช่หรือ?! แม้พวกเราจะเฝ้าจับตาดู แต่ก็ไม่อาจทำอะไรมันได้!!” กังเฉิง กล่าวขึ้นท่าทีลนลาน เนื่องด้วยสัตว์อสูร ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก 

 

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว... สัตว์อสูรทะเลที่ได้การคุ้มครอง มีเพียงสัตว์อสูรทะเลที่อาศัยอยู่ภายในมหาสมุทรกิเลนอัสนีเท่านั้น... มหาสมุทรของดินแดนเผ่ามนุษย์ถูกแบ่งเป็นสองส่วน หนึ่งคือมหาสมุทรกิเลนอัสนี ที่ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปทั้ง 4 สถานที่แห่งนั้น มีเขตปกครองเป็นเอกเทศของ สมาพันธ์แห่งท้องทะเล 

 

และส่วนที่สองคือ มหาสมุทรเสรี ที่อยู่รอบนอกของทวีปทั้ง 4 โอบล้อมเขตแผ่นดินทั้งหมดของดินแดนเผ่ามนุษย์ มหาสมุทรส่วนที่สองนี้ นับเป็นเขตพื้นที่เสรีตามชื่อของมัน ไม่มีการคุ้มครองหรือมีทวีปใด ๆ เป็นเจ้าของ และชายฝั่งที่ติดกับ มณฑลเฮย ของเราก็คือเขต มหาสมุทรเสรี ด้านทิศตะวันตก...” ซุน กล่าวขึ้นฉะฉานไม่ติดขัด ประหนึ่งชัดเจนในโครงสร้างต่าง ๆ ของดินแดนแห่งนี้ 

 

กังเฉิง ยิ้มแห้ง ๆ ออกมา 

“นี่เจ้าอ่านตำรามากเพียงใดกัน?! เจ้าเพิ่งรู้หนังสือเมื่อ 2 ปีก่อนเองมิใช่หรือ?!” 

 

“ช่วยไม่ได้ ข้ามันเป็น คนเถื่อน ไร้ป้ายสำมะโนครัว สิ่งเดียวที่จะทำให้ข้าเอาตัวรอดได้ คือความรู้จากในตำรานี่นา...” ซุน กล่าวพร้อมรอยยิ้มเจือจาง 

 

ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็เริ่มมองเห็นเงาสะท้อนของบางสิ่งเปล่งประกายออกมาจากทะเล... ทำให้ทั้งสองปิดปากเงียบงัน ใบหน้าซีดเผือดทันที โชคดีที่ ซุน ได้กางเขตอาคมรอบ ๆ พื้นที่จุดนี้เอาไว้แล้วเพื่อปกป้องกลิ่นอายและร่องรอยของทั้งคู่มิให้กระจายออกไป... 

 

เงาที่สะท้อนประกายกับแสงจันทรา ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อสิ่งนั้นใกล้เข้าฝั่ง ก่อนทั้งสองจะขนลุกชูชัน เมื่อเห็นว่าเงาสะท้อนนั้น เกิดจากเกล็ดสีแดงรอบตัวของสิ่งมีชีวิตตนนี้!! ลักษณะของมันเป็นอสรพิษตัวใหญ่มหึมา แววตาสาดประกายความหิวกระหาย... 

 

“เป็นสัตว์อสูรทะเล จริง ๆ ด้วย ทั้งยังเป็นสายพันธุ์อสรพิษทะเล ที่ขึ้นชื่อในเรื่องพิษร้าย และความน่ากลัวของมัน...” ซุน เค้นเสียงกล่าวขึ้น 

 

“ฮะ...เฮ้ย!! ซุน แบบนี้พวกเรารับมือไม่ไหวแน่ รีบหนีกันเถอะ!!” กังเฉิง หวาดหวั่นชัดเจน 

 

“พวกเราไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นเสียหน่อย... คู่ต่อสู้จริง ๆ ของเจ้าอสรพิษทะเลตนนั้น อยู่นั่นต่างหาก...” ซุน มองตรงไปยังทิศตรงข้าม 

 

ปรากฏเงาร่างของกลุ่มหญิงสาว กลุ่มเดียวกับในโรงเตี้ยมเมื่อกลางวันตามที่คาดไว้... ภารกิจของหญิงสาวกลุ่มนี้ คือการมาจัดการกับสัตว์อสูรทะเลจริง ๆ พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวทรัพยากรกลับสู่สำนักหงส์สราญ... 

 

อสรพิษทะเล เมื่อเห็นพวกนางก็แสดงท่าทีประหลาดใจไม่น้อย ก่อนจะแสยะเขี้ยวขู่ฟูฟ่อออกมา... กลุ่มหญิงสาวหลายคนสั่นสะท้าน เนื่องด้วยไม่เคยเผชิญหน้าสัตว์อสูรแท้จริงมาก่อน จะมีก็แต่ หญิงสาวผู้นำกลุ่มที่ปกปิดใบหน้า และอาจารย์หญิง ที่สามารถควบคุมสติให้นิ่งสงบอยู่ได้... 

 

ตั้งค่ายกลรำพัดพญาหงส์!!” หญิงสาวปกปิดใบหน้ากล่าวขึ้นเรียกสติ 

 

ทำให้กลุ่มผู้ติดตามเคลื่อนไหวทันที ตั้งเป็นรูปแบบค่ายกลขนาดเล็กโดยอาศัยจำนวนคนเพียง 6 คนเท่านั้น... ด้านอาจารย์หญิง คอยเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เตรียมพร้อมจะเข้าช่วยเหลือหากเกิดข้อผิดพลาด... 

 

สองเด็กหนุ่มเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ เช่นกัน... 

“คนพวกนี้บ้าหรือเปล่า!! กล้าเสี่ยงตายเผชิญหน้ากับเจ้าอสรพิษน่ากลัวเช่นนั้น!!” กังเฉิง เพิ่งจะเคยพบเจอสัตว์อสูรขนาดใหญ่แบบนี้เช่นกัน จึงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว... 

 

ซุน เห็นท่าทีของสหายเป็นเช่นนั้น จึงเริ่มอธิบาย... 

“ไม่หรอก มันเป็นสิ่งที่พวกนางต้องทำ เมื่อได้รับคำสั่งจากสำนักของตน... พวกเราอยู่ในเขตรกร้างห่างไกล จึงไม่เข้าใจคุณค่าและความสำคัญของเหล่าสัตว์อสูรมากเพียงพอ... จากตำราประวัติศาสตร์ที่ข้าได้เคยอ่านมา ในยุคสมัยเมื่อราว ๆ หนึ่งหมื่นปีก่อน ในตอนนั้นเป็นยุคแห่งการล่าสัตว์อสูร เพื่อแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็น อาวุธอักขระที่ทรงพลัง 

 

ด้วยความที่เป็นเช่นนั้นในช่วงสมัยหนึ่ง หลังผ่านไปหลายพันปีจึงส่งผลให้สัตว์อสูรกว่า 9 ใน 10 ส่วนของแดนมนุษย์ ถูกล่าสังหารอย่างหนัก จนสูญพันธุ์ลงไปเสียเป็นส่วนมาก... โดยเฉพาะสัตว์อสูรที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ของทั้ง 4 ทวีป ณ ตอนนี้ทั้งในป่าทั้งบนเขาแทบจะไม่มี สัตว์อสูร หลงเหลือให้เห็นได้แล้ว อีกทั้งในส่วนที่เหลือยังกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการคุ้มครองด้วยกฎหมายจากทางการ ไม่อนุญาตให้มีการล่าเกิดขึ้นบนแผ่นดินใหญ่... 

 

ถึงแม้ว่าวิทยาการในปัจจุบัน จะสามารถสร้างปศุสัตว์อสูรขึ้นมาได้แล้ว... แต่สิ่งที่สามารถเพาะพันธุ์ขึ้นมาได้นั้น ก็เป็นเพียง [สัตว์อสูรเทียม] ซึ่งจะไม่มีแกนกลางสำคัญอย่าง ลูกแก้วดวงจิต อยู่ภายในร่าง... จึงยังไม่อาจเข้ามาทดแทน [สัตว์อสูรแท้] ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้... 

 

ในปัจจุบัน พื้นที่ซึ่งจะล่า [สัตว์อสูรแท้] ได้อย่างถูกต้องนั้น จึงเหลือเพียงแค่ในมหาสมุทรเสรี แต่ก็จำต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อออกเรือ ไปยังเขตพื้นที่ห่างไกลจากชายฝั่งหลายพันลี้สำหรับออกล่า โอกาสพลาดท่าและตกตายก็มีมากขึ้นตามลำดับ จนไม่ค่อยเป็นที่นิยมในหมู่สำนัก หรือพรรคตระกูลขนาดเล็ก... 

 

จะมีไม่บ่อยครั้งนัก ที่สัตว์อสูรทะเล จากเขตมหาสมุทรเสรี จะลอบขึ้นฝั่งมาในลักษณะเฉกเช่นครั้งนี้... ดังนั้นข่าวลือเรื่องการพบเจอ สัตว์อสูรทะเล จึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของเหล่าสำนัก และพรรคตระกูลต่าง ๆ ที่เพ่งเล็ง... ในยุคสมัยปัจจุบันหากได้ ลูกแก้วดวงจิต ระดับสูงมาครอบครองสักลูก ก็ทำให้สำนักและพรรคตระกูลหนึ่ง กลายเป็นผู้มั่งคั่งได้แล้ว...” 

 

กังเฉิง ที่ไม่ค่อยจะได้อ่านตำรานัก อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายฝืดเคือง... 

“เช่นนั้นก็แปลว่า... หากพวกเราจัดการกับอสรพิษทะเลนั่นได้ ก็ทำให้พวกเราร่ำรวยทันทีเลยน่ะสิ!!” 

 

ซุน พยักหน้าตอบรับเบา ๆ เผยรอยยิ้มชั่วร้าย... 

“หากกลุ่มของพวกนางพลาดท่า... ข้าก็พอจะมีวิธีตลบหลังเล่นงานเจ้าอสรพิษทะเล ตนนั้นอยู่บ้าง...” 

 

.................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว